<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐวิกตอเรียเพิ่มโทษหนัก ไม่กักตัวโดนปรับ1แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียประกาศขึ้นค่าปรับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่ฝ่าฝืนคำสั่งให้กักตัวอยู่ที่บ้าน เป็นเกือบ 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 110,910 บาท ถ้าฝ่าฝืนกฎร้ายแรงจะโดนยื่นฟ้อง เสียค่าปรับถึง 20,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจและทหารเดินตรวจตราที่สวนฟิตซ์รอยในนครเมลเบิร์น วันที่ 4 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐทางใต้ของออสเตรเลียแห่งนี้กำลังเผชิญการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลโทษว่าส่วนหนึ่งมาจากประชาชนฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้นครเมลเบิร์นซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐวิกตอเรียเริ่มบังคับใช้เคอร์ฟิวในยามวิกาล, สั่งปิดธุรกิจที่ไม่จำเป็น, บังคับประชาชนสวมหน้ากาก เนื่องจากพบผู้ติดไวรัสโคโรนารายวันหลายร้อยราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดเนียล แอนดรูวส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย แถลงเมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคมว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ออกตรวจผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านล่าสุด พบว่า มีผู้ติดเชื้อ 800 คน หรือมากกว่า 25% ของผู้ติดเชื้อในรัฐวิกตอเรียที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน แต่พวกเขากลับไม่ได้อยู่ที่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูวส์ประกาศขึ้นค่าปรับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่ฝ่าฝืนไม่กักตัวอยู่ที่บ้าน โดยต้องเสียค่าปรับเกือบ 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 110,910 บาท และถ้าโดนจับได้ว่าออกจากบ้านครั้งที่ 2 ก็จะขึ้นค่าปรับจากเดิมอีก 1,652 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 36,630 บาท ผู้ติดเชื้อจะได้รับอนุญาตออกจากบ้านได้ในกรณีเดียวคือต้องเข้าพบแพทย์ฉุกเฉิน จากที่ก่อนหน้านี้อนุญาตให้ออกกำลังกายกลางแจ้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสามารถดำเนินคดีกับผู้ติดเชื้อที่ฝ่าฝืนกฎร้ายแรงโดยส่งฟ้องศาล ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจต้องเสียค่าปรับสูงถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 443,550 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูวส์เผยด้วยว่า จะส่งทหารอีก 500 นายเข้ามาเพิ่มในนครเมลเบิร์น เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกตรวจผู้ติดเชื้อถึงที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชน แพ็ตตัน ผู้บังคับการตำรวจรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า ตำรวจหลายร้อยนายถูกส่งลาดตระเวนตามถนน เพื่อตรวจตราผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, คนที่ไม่สวมหน้ากาก หรือละเมิดคำสั่งกักตัวอยู่บ้าน และพบว่า มีคนกลุ่มเล็กๆ แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่คิดว่าคำสั่งเหล่านี้บังคับใช้กับพวกเขาไม่ได้ โดยไม่ยอมแจ้งชื่อและที่อยู่ที่ด่านตรวจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักกันโรค, ออสเตรเลีย, เมลเบิร์น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f297be47f8ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์เตรียมใช้อุปกรณ์ติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศคุมกักกันโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสิงคโปร์จะบังคับผู้เดินทางเข้าจากบางประเทศสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในสัปดาห์หน้า เพื่อควบคุมให้ปฏิบัติตามมาตรการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติฮ่องกงสวมริสต์แบนด์ให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาถึง เพื่อใช้ติดตามการกักกันโรคนาน 14 วัน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคมกล่าวว่า มาตรการที่สิงคโปร์จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม จะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับผู้เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งรวมถึงพลเมืองสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักในประเทศ ที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศที่กำหนดและได้รับอนุญาตให้แยกกักกันโรคที่บ้าน แทนการกักกันที่ศูนย์กักกันที่รัฐบาลจัดหาไว้ ฮ่องกงและเกาหลีใต้ก็ใช้มาตรการคล้ายกันนี้ โดยใช้กำไลข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่ถูกกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่เดินทางมาสิงคโปร์จะต้องเปิดอุปกรณ์เมื่อเดินทางถึงบ้าน และจะต้องปฏิบัติตามการแจ้งเตือนที่อุปกรณ์ ซึ่งใช้สัญญาณบลูทูธและจีพีเอสในการระบุตำแหน่ง หากมีความพยายามเดินทางออกนอกบ้านหรือทำให้อุปกรณ์นี้เสียหาย จะมีสัญญาณเตือนไปที่เจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮ่องกงใช้มาตรการนี้เมื่อเดือนมีนาคม โดยบังคับให้ผู้เดินทางมาถึงต้องสวมริสต์แบนด์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อกักกันโรค คล้ายกับที่โรงพยาบาลใช้กับผู้ป่วย ส่วนเกาหลีใต้ใช้ริสต์แบนด์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนกับพวกที่ละเมิดการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสิงคโปร์ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าอุปกรณ์นี้จะมีหน้าตาอย่างไร ยืนยันในแถลงการณ์ว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ และไม่มีฟังก์ชันบันทึกเสียงหรือวิดีโอ เด็กที่มีอายุไม่เกิน 12 ปีจะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องใส่อุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งกำลังวางแผนจะให้ผู้พักอาศัยทุกคนสวมใส่อุปกรณ์ดองเกิลติดตามรอยไวรัส ได้กำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับความผิดฝ่าฝืนกฎการกักกันโรคและการเว้นระยะห่างทางสังคม ตามพระราชบัญญัติโรคติดเชื้อผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับ 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 226,800 บาท) หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานของชาวต่างชาติที่ไม่เคารพกฎด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสะสม 52,825 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อจากการระบาดในหอพักแรงงานต่างชาติ แต่ช่วงไม่กี่วันมานี้เริ่มมีผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73308</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักกันโรค, สิงคโปร์, อุปกรณ์ติดตามตัว, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27ec7040932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่างโหด หนุ่มเซอร์เบียโดนจำคุก 3 ปีฐานละเมิดกฎกักกันโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นของเซอร์เบียรายงานว่า มีชาวเซอร์เบียที่ละเมิดมาตรการกักกันโรคโดนดำเนินคดีและตัดสินลงโทษแล้ว 3 ราย รายหนึ่งเจอโทษหนักสุดจำคุก 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารเซอร์เบียเดินลาดตระเวนในกรุงเบลเกรดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 หลังจากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันที่ 15 มีนาคม เพื่อพยายามหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเซอร์เบียประกาศภาวะฉุกเฉินและใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อในประเทศแล้ว 457 ราย และเสียชีวิต 2 รายถึงวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม โดยหนึ่งในมาตรการนี้คือการบังคับให้พลเมืองเซอร์เบียทุกคนที่เดินทางกลับจากต่างแดนต้องแยกกักกันตนเอง 14-28 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างข่าวของเว็บไซต์ข่าวยูซเน เวสตี ของเซอร์เบียเมื่อวันศุกร์ว่า มีชายวัย 38 ปีจากเมืองดิมิตรอฟกราด ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎข้อบังคับนี้ และโดนลงโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ข่าวระบุว่าเขาฝ่าฝืนกฎเมื่อกลับมาถึงสนามบินในเมืองนิสเมื่อต้นเดือนนี้ เขาถูกพิจารณาคดีผ่านทางออนไลน์จากห้องขัง ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ช่อง เอ็น1 รายงานวันเดียวกันว่า มีชาวเซอร์เบียอีก 2 คนที่ฝ่าฝืนมาตรการกักกันโรค ในเมืองโปซาเรวาซ ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี และ 2 ปีครึ่ง ตามลำดับ และขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยที่ถูกดำเนินคดีในความผิดเดียวกันนี้รวม 111 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61247</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักกันโรค, เซอร์เบีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f0d6bc0ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย&#039;ทรัมป์&#039;ไม่เคยตรวจโควิด-19 แม้คนใกล้ตัวกักกันตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ใกล้ตัวทรัมป์เข้าไปทุกที ส.ส.รีพับลิกัน 2 รายสมัครใจกักกันตัวเองหวั่นติดเชื้อโควิด-19 จากการประชุม แต่พบว่าทั้งสองเคยอยู่ใกล้ชิดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะทำเนียบขาวยืนยันทรัมป์ยังสบายดีแม้ไม่เคยตรวจหาเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันจากฟลอริดาเพื่อกลับกรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลเมื่อวันจันทร์มีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐแล้ว 26 ราย จากผู้ติดเชื้อ 605 รายที่ผ่านการตรวจยืนยันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเปิดเผยว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งเพิ่งพบกับประธานาธิบดีทรัมป์ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เปิดเผยว่าพวกเขากำลังอยู่ระหว่างกักกันตัวเองนาน 14 วัน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาระหว่างเข้าร่วมการประชุมของฝ่ายอนุรักษนิยมใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมกิจกรรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.คนหนึ่งคือแมตต์ เกตซ์ เคยเดินทางพร้อมกับทรัมป์บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซวัน เมื่อวันจันทร์ อีกคนคือ ส.ส.ดั๊ก คอลลินส์ อยู่กับทรัมป์ระหว่างไปรับฟังสรุปสถานการณ์ที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เมโดวส์ ซึ่งกำลังจะมารับตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ก็กำลังกักกันตัวเองเมื่อวันจันทร์ ภายหลังรู้ตัวว่าเขาเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการประชุมเดียวกันนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีอาการและการตรวจก็ไม่พบเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบขาว โดยสเตฟานี กริแชม โฆษกหญิง แถลงยืนยันช่วงค่ำวันจันทร์ว่า ทรัมป์ยังไม่เคยรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะทรัมป์ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และทรัมป์ก็ไม่มีอาการของการติดเชื้อ ทรัมป์มีสุขภาพแข็งแรงดีและแพทย์ประจำตัวก็เฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฆษกผู้นี้ย้ำว่าไม่มีความจำเป็นต้องวิตกกังวล พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้รับคำสั่งให้จำกัดการประชุมที่ต้องพบปะกันโดยตรง และว่า แม้รัฐบาลจะแนะนำคนอเมริกันให้รักษาสุขอนามัย แต่ขณะเดียวกันก็ขอให้ทุกคนดำเนินกิจวัตรตามปกติ พร้อมเตือนสื่อมวลชนอีกครั้งว่าให้รายงานข่าวด้วยความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวประธานาธิบดีสหรัฐก็ดูเหมือนไม่เคร่งครัดกับแนวทางรักษาสุขอนามัยนัก ยังมีภาพที่ทรัมป์จับมือทักทายผู้คนทั่วไประหว่างอยู่ที่ฟลอริดาเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมฉุกเฉินคณะทำงานของรัฐบาล ทรัมป์ประกาศว่า เขาจะเสนอมาตรการทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญมาก ต่อสภาคองเกรสในวันอังคาร และวันเดียวกันนั้นเขาจะจัดแถลงข่าวเพื่อหารือมาตรการรับมือไวรัสโคโรนาที่โจมตีโลกแบบไม่ทันตั้งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การติดเชื้อรายใหม่ๆ ยังมีรายงานจากทั่วสหรัฐ รวมถึงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และที่นครนิวยอร์ก ซึ่งบางร้านไม่มีสินค้าจำพวกหน้ากากอนามัยและผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มือจำหน่ายแล้ว ส่วนฝั่งตะวันตกที่พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในฝั่งนี้ เรือสำราญแกรนด์ปรินเซสเข้าเทียบท่าโอ๊กแลนด์ของรัฐแคลิฟอร์เนียแล้วเมื่อวันจันทร์ ผู้โดยสารมากกว่า 2,400 คนกำลังเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง กักกันหรือรักษาซึ่งต้องใช้เวลาหลายวัน บนเรือลำนี้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 20 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59369</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักกันโรค, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e675b6981bb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผีน้อย 59 ชีวิต เข้าพื้นที่กักกันโรคของกองทัพเรือแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 8 มี.ค.63 รัฐบาล โดย กองทัพเรือ สาธารณสุข และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับคนไทยกลับจากเกาหลีใต้ ที่เดินทางโดยรถของกระทรวงคมนาคมจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าสู่พื้นที่กักกันเฝ้าระวังการติดเชื้อ COVID-19 เป็นเวลา 14 วัน ภายในอาคารรับรอง สวัสดิการอาคารรับรอง กองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ได้เดินทางมาเป็นชุดแรก จำนวน 59 ราย เป็นชาย 27 ราย หญิง 32 ราย ตั้งแต่ช่วงเวลา 01.15 &amp;ndash; 02.30 &amp;nbsp;น.หลังถึงที่หมายทั้งหมด จะชักแถวเข้าสู่กระบวนการคัดแยก โดยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข จะทำการตรวจวัดไข้ &amp;nbsp;และตรวจสุขภาพ ซึ่งหากผู้มีอาการป่วยไข้ จะถูกส่งเข้ารักษาในทันที แต่หากไม่พบ จะต้องผ่านกระบวนการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ สัมภาระที่ติดตัวมาทั้งหมด โดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ก่อนจะลงทะเบียน และสามารถแยกย้ายเข้าสู่ห้องพัก ในอาคารที่จัดเตรียมไว้ตึก 3 - 5 ที่เคยใช้ดูแลผู้กักกัน คนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น โดยการเข้าพักแบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนหญิง โซนชาย และโซนครอบครัว ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในความดูแล เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด เป็นไปตามขั้นตอนตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ภายหลังจากนี้ รถรับส่งและคนขับ จะเข้าสู่กระบวนการชำระล้าง (DECON) ผ่านขั้นตอนการฉีดยาพ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง เชื่อมั่นว่า คนขับและรถรับส่งนั้น จะปลอดเชื้อ 100%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59124</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กองทัพเรือ, กักกันโรค, คัดกรองไวรัส, ผีน้อย, ผีน้อยเกาหลี, สัตหีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64413f520a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แคลิฟอร์เนียประกาศฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการกักกันโรคผู้ที่เดินทางจากจีนและเกาหลีใต้นาน 14 วัน รัฐแคลิฟอร์เนียตระหนกมีคนสังเวยไวรัสรายแรก ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินทั้งรัฐ กักคนบนเรือสำราญรอตรวจเชื้อ ขณะอิตาลีสั่งปิดโรงเรียน-มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ยอดสังเวย-ติดเชื้อนอกจีนเพิ่มรายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่สำนักข่าวเอเอฟพีรวบรวมไว้เมื่อช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกเพิ่มเป็นมากกว่า 96,000 คนแล้วภายใน 84 ประเทศและดินแดน ภายในจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งไม่รวมฮ่องกงและมาเก๊า มีผู้ติดเชื้อ 80,409 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 3,012 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 139 ราย เสียชีวิต 31 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีน ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือเกาหลีใต้ มีรายใหม่ 467 ราย ยอดรวมเป็น 6,088 รายแล้วในวันพฤหัสบดี มีคนเสียชีวิต 35 คน, อิหร่านมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก 15 คน ยอดรวมเป็น 107 ศพ จากผู้ติดเชื้อที่เพิ่มเป็น 3,513 คน เพิ่มจากวันก่อน 591 คน ส่วนอิตาลีมีผู้ติดเชื้อนับถึงวันพุธ 3,089 คน เสียชีวิต 107 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่รายงานยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกในประเทศ ได้แก่ ฮังการี, สโลวีเนีย, บอสเนีย และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ส่วนสวิตเซอร์แลนด์รายงานว่ามีคนเสียชีวิตรายแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการกักกันโรคผู้ที่เดินทางมาจากจีนและเกาหลีใต้เป็นเวลา 14 วันเพื่อบรรเทาความวิตกกังวลของประชาชนและป้องกันไวรัสแพร่กระจายเพิ่มเติม โดยจะขอให้ผู้ที่เดินทางมาจาก 2 ประเทศอยู่ภายในสถานที่ที่กำหนดและงดใช้ระบบขนส่งสาธารณะในญี่ปุ่น มาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับวันที่ 9 มีนาคม ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้เป็นอย่างน้อย มาตรการใหม่ยังห้ามนักเดินทางจากบางพื้นที่ของอิหร่านเข้าญี่ปุ่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่นยังเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวจากจีนและเกาหลีใต้เลื่อนการเดินทางมาญี่ปุ่น และประกาศจะยกเลิกวีซ่านักเดินทางจาก 2 ประเทศนี้ และจะจำกัดเที่ยวบินจากจีนและเกาหลีใต้ที่มายังสนามบินนาริตะและคันไซด้วย ขณะเดียวกัน การเดินทางเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ถูกเลื่อนแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสแล้วอย่างน้อย 317 ราย ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โดยไม่รวมผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสอีก 706 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 12 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สหรัฐ ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 11 รายแล้วเมื่อวันพุธ ผู้เสียชีวิตรายหนึ่งอยู่ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นผู้เสียชีวิตนอกรัฐวอชิงตันรายแรก บุคคลนี้เป็นผู้สูงอายุชาวเมืองเพลเซอร์เคาน์ตีที่มีปัญหาสุขภาพและน่าจะติดเชื้อบนเรือสำราญที่ล่องระหว่างนครซานฟรานซิสโกและเม็กซิโกเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่กี่ชั่วโมงหลังคำประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตในรัฐนี้ เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วมลรัฐเพื่อตอบสนองการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่มีผู้ติดเชื้อในรัฐนี้แล้ว 53 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรือสำราญแกรนด์ปรินเซส ที่ชาวแคลิฟอร์เนียติดเชื้อแล้วเสียชีวิต ก็ถูกกักไว้นอกชายฝั่งเมื่อคืนวันพุธภายหลังพบว่าผู้โดยสาร 11 คน และลูกเรือ 10 คนมีอาการที่อาจติดเชื้อไวรัส เรือลำนี้มีผู้โดยสารราว 2,500 คน ไม่รวมลูกเรือซึ่งปกติมีราว 1,150 คน ด้านบริษัทปรินเซสครูซ ผู้ดำเนินการเรือสำราญลำนี้เผยกับเอเอฟพีด้วยว่า มีผู้โดยสาร 62 คนที่ขึ้นเรือจากเม็กซิโกถูกจำกัดบริเวณไว้ในห้องพักระหว่างรอการตรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วสหรัฐในวันพฤหัสบดีมีมากกว่า 130 รายแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อใน 13 มลรัฐ เมื่อวันพุธ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านกฎหมายงบประมาณฉุกเฉิน 8,300 ล้านดอลลาร์เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ซึ่งรวมถึงงบมากกว่า 3,000 ร้านเพื่อใช้วิจัยและพัฒนาวัคซีน, การตรวจและรักษาโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ อิตาลีเป็นอีกประเทศที่ประกาศปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศ โดยให้มีผลถึงวันที่ 15 มีนาคม นอกจากนี้รัฐบาลยังประกาศใช้มาตรการห้ามผู้ชมเข้าชมการแข่งขันกีฬาทั่วประเทศนาน 1 เดือน และแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการทักทายที่สัมผัสร่างกายกัน เช่น การจุมพิตแก้มหรือจับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การยูเนสโกแถลงว่า การปิดโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสส่งผลกระทบต่อนักเรียน 290.5 ล้านคนในมากกว่า 12 ประเทศ ซึ่งนอกจากอิตาลีที่เพิ่งประกาศปิดการเรียนทั่วประเทศแล้ว ยังมีอาทิ อินเดียประกาศปิดโรงเรียนประถมศึกษาทั้งหมดในกรุงนิวเดลีถึงสิ้นเดือนมีนาคม, เกาหลีใต้เลื่อนการเปิดเทอมใหม่ไปเป็นวันที่ 23 มีนาคม ส่วนโรงเรียนในญี่ปุ่นปิดเกือบทุกแห่งตามคำร้องขอของนายกฯ ชินโซ อาเบะ ไปจนถึงต้นเดือนเมษายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักกันโรค, จีน, ญี่ปุ่น, มาตรการกักกันโรค, รัฐบาลญี่ปุ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกาหลีใต้, แคลิฟอร์เนียประกาศฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e1127c03ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
