<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเปรม&#039; นอนคุกเหตุศาลพิจารณาคำร้องขอสถานที่กักขังไม่ทัน หลังวืดขอใช้คลินิกที่กรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - จากกรณีที่ศาลจังหวัดพล ได้นัดอ่านคำพิพากษา ของศาลฎีกา ระหว่างฝ่ายโจทก์ คือพนักงานอัยการ กับ นายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในฐานะโจทก์ร่วม กับ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จำเลยที่1 พร้อมพวก ในข้อหาข่มขืนใจ บังคับขู่เข็ญ และกระทำอนาจาร ซึ่งศาลฎีกาได้เปลี่ยนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จากจำคุกจำเลยทั้ง2 คนละ 2 เดือน เป็นกักขังคนละ 2 เดือน ศาลมีดุลยพินิจว่าจำเลยสำนึกผิด โดยได้นำเงิน 100,000 บาทมาวางต่อหน้าศาลเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย อีกทั้ง จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ก.ย.2563 ที่ศาลจังหวัดพล อ.พล จ.ขอนแก่น นายเธียรชัย นนยะโส ทนายความของนพ.เปรมศักดิ์ และ ร.ต.บัวทอง ได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อร้องขอสถานที่กักขัง ของผู้ต้องกักขังทั้งสองคน โดยคำร้องได้ยื่นขอกักขังในสถานที่ทำงานของ นพ.เปรมศักดิ์คือ คลินิคแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อใช้ประกอบวิชาชีพ แต่ศาลได้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องกักขังในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความของหมอเปรมได้ทำการยื่นขออุทธรณ์ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาใหม่อีกครั้ง แต่เนื่องจากหมดเวลาการทำงานของศาล จึงไม่สามารถพิจารณาคำอุทธรณ์ของจำเลยได้ทัน ศาลจึงมีคำสั่งส่งตัวหมอเปรมเข้าไปทำการกักขังตัวที่เรือนจำจังหวัดพลไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะหาสถานที่กักขังหมอเปรมพร้อมพวกได้อย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76978</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักขัง, จังหวัดขอนแก่น, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ, ศาลจังหวัดพล, แก้ผ้านักข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58d7527d38b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐผงะ พบเด็ก 11 คนโดนชายติดอาวุธจับขังอดโซกลางทะเลทราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐช่วยเด็ก 11 คน อายุระหว่าง 1 ขวบถึง 15 ปีที่อยู่ในสภาพอดโซ ออกจากที่กักขังสกปรกกลางทะเลทราย พร้อมกับจับกุมชายมีอาวุธ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพทางอากาศของที่พักกลางทะเลทรายในเขตอะมาเลีย รัฐนิวเม็กซิโก ที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือเด็ก 11 คนได้เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ภาพ TAOS COUNTY SHERIFF&amp;#39;S OFFICE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานนายอำเภอทาออสเคาน์ตี ในรัฐนิวเม็กซิโก แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม ว่าตำรวจเข้าให้การช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ซึ่งมีอายุระหว่าง 1-15 ปี จากที่พักแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นตู้เทรลเลอร์ขนาดเล็กที่ขุดฝังดินไว้ โดยมีพลาสติกปกคลุม และไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา พร้อมกันนั้นก็สามารถจับกุมชาย 2 คนพร้อมอาวุธ รายหนึ่งชื่อศิราช วาห์ฮาจ อายุ 39 ปี อีกรายคือลูคัส มอร์เน ชาวรัฐจอร์เจีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงเผยว่า สภาพของที่พักของเด็ก 11 คนนี้อยู่ในสภาพสกปรกโสโครกมาก เด็กๆ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพด้านนอกของที่พักชั่วคราวแห่งนี้ ซึ่งไม่มีน้ำและไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการช่วยเด็กครั้งนี้เกิดขึ้นจากการติดตามเด็กวัย 3 ขวบ ที่เป็นลูกของวาห์ฮาจ ภายหลังแม่ของเด็กมาแจ้งความกับตำรวจเคย์ตันเคาน์ตีในรัฐจอร์เจียว่า เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ลูกชายของเธอไปที่สวนสาธารณะกับพ่อ หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจอร์รี โฮเกรฟ นายอำเภอทาออสเคาน์ตี กล่าวว่า ตำรวจได้รับหมายค้นสถานที่ต้องสงสัยแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม หลังได้รับข้อความจากตำรวจนักสืบในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นข้อความขอความช่วยเหลือจากเด็กที่โดนกักขังในสถานที่แห่งนั้น ข้อความนั้นระบุว่า พวกเขาหิวและต้องการอาหารและน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เช้าวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม ตำรวจหลายสิบนายจึงเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งนี้ และจับกุมชาย 2 คนพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลเออาร์-15 หนึ่งกระบอก, แมกกาซีนที่มีกระสุนบรรจุ 30 นัด 5 แมกกาซีน และปืนพกที่บรรจุกระสุน 4 กระบอก โดยกระบอกหนึ่งอยู่ในกระเป๋าของวาห์ฮาจ การจู่โจมเข้าตรวจค้นครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ต้องบังคับให้วาห์ฮาจยอมจำนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจับกุมตัวชาย 2 คน ยังพบหญิงอีก 3 คนที่คาดว่าเป็นแม่ของเด็กทั้ง 11 คน แต่ยังไม่พบเด็กวัย 3 ขวบที่แม่แจ้งความไว้ แต่ตำรวจเชื่อว่าเด็กคนนี้น่าจะเคยอยู่ที่นี่เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในตู้เทรลเลอร์ที่เด็กๆ ถูกกักขังไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14827</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักขัง, ช่วยเด็ก, ทาออสเคาน์ตี, นิวเม็กซิโก, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b685879472ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
