<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯอบรมการใช้ชุดตรวจ ATK แก่เภสัชกรร้านขายยา แนะปชช.ต้องตรวจอย่างถูกวิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64-นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากที่รัฐบาลมีแนวทาง การแจกจ่ายชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยให้มารับจากร้านยาแผนปัจจุบัน ประเภท 1 และคลินิกพยาบาล เพื่อใช้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเอง ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้คำแนะนำปรึกษากับประชาชนที่จะมารับชุดตรวจ ATK ที่ร้านขายยา ซึ่งภาครัฐ&amp;nbsp; จะสนับสนุนให้กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จัดอบรมการใช้ชุดตรวจ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง ( Home Use ) แก่เภสัชกรประจำร้านขายยา เพื่อสามารถให้ข้อมูลการใช้ชุดตรวจ ATK แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง โดยมีศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา นำร่องจัดอบรมในเขตสุขภาพที่ 9 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ผ่านระบบออนไลน์ ในเรื่องแนวทางและข้อควรระวังการใช้ชุดตรวจ ATK การอ่านและแปลผล แนวทางปฏิบัติตนหลังทราบผลตรวจ การสวมและถอดชุดป้องกันส่วนบุคคล และการกำจัดขยะติดเชื้อ รวมถึงแนวทางและข้อควรระวังในการใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK สิ่งสำคัญคือ ประชาชนต้องตรวจอย่างถูกวิธีและแปลผลถูกต้อง เพื่อดำเนินการต่อไปได้อย่างเหมาะสม เช่น หากผลบวกดำเนินการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือเข้ารับการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) หากผลเป็นลบต้องตรวจซ้ำใน 3-5 วันหรือตรวจซ้ำเมื่อมีอาการ และมีการจัดการขยะติดเชื้อได้อย่างเหมาะสม ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการฝึกอบรม อสม. เกี่ยวกับการใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อเป็นพี่เลี้ยงและสอนวิธีใช้งานชุดตรวจ ATK แบบตรวจด้วยตนเองให้แก่ประชาชน โดยดำเนินการอบรมไปแล้วในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมจัดอบรมการใช้ชุดตรวจ ATK ที่ถูกต้องให้แก่พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมผ่านระบบออนไลน์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภก.บรรจง กิตติรัตน์ตระการ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้มีเภสัชประจำร้านขายยาในเขตสุขภาพที่ 9 เข้าร่วมประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 700 คน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานสร้างหลักประกันสุขภาพเขต 9 นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116276</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อสม., กักตัวที่บ้าน, ชุดตรวจ ATK, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, เภสัชกรร้านขายยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b098a4ace2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักทิ้ง!!ช่วยคนเก็บขยะปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ก่อให้เกิดปัญหาขยะติดเชื้อและขยะอันตรายเข้าขั้นวิกฤติ จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่เดือนมกราคม &amp;ndash; มิถุนายน 2564 รวมทั้งหมด 31,709.84 ตัน เฉพาะในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียวพบปริมาณมูลฝอยติดเชื้อสูงที่สุดเฉลี่ย 210 ตันต่อวัน ยิ่งมีนโยบายให้แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ยิ่งเพิ่มมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยติดเชื้อจากครัวเรือนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยใช้แล้ว กระดาษทิชชู่ ถุงมือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ภาชนะบรรจุอาหารแบบใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) มีความเสี่ยงสูงสุด ดังนั้นการสร้างวินัยการทิ้งขยะให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง ควรเริ่มจากในครัวเรือนและชุมชนเป็นอันดับต้นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ฮีโร่&amp;rdquo; (HERO) ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชั้นนำระดับโลกมีคำแนะนำ 4 วิธีการง่ายๆ ในการทิ้งขยะติดเชื้อ เพื่อ #Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ โดยรวบรวมข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย ดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.ต้องรู้จักประเภทและสัญลักษณ์แทน &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; กันก่อน กรมควบคุมมลพิษ ได้ให้นิยามของ &amp;ldquo;มูลฝอยติดเชื้อ&amp;rdquo; หรือ ขยะติดเชื้อ คือ มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือมีความเข้มข้นซึ่งถ้ามีการสัมผัสใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วสามารถทำให้เกิดโรคได้ โดยที่กรมอนามัยแจ้งว่าในช่วงเวลานี้ขยะติดเชื้อทั้งที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่ง รวมถึงขยะจากผู้ป่วยผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolationเช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู่ Antigen Test Kit จำเป็นต้องมีการแยกทิ้งจากขยะทั่วไป และเพื่อ Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ควรหาสัญลักษณ์ที่ใช้แทนขยะติดเชื้อ ได้แก่ ถุงขยะสีแดง ถังขยะสีแดง หรือใช้ปากกาเมจิกเขียนระบุว่าเป็น &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; จากนั้นทิ้งลงถังที่มีฝาปิดมิดชิด หรือไม่ก็ทำป้ายสัญลักษณ์ &amp;ldquo;รูปหัวกะโหลกไขว้&amp;rdquo; ติดไว้บริเวณจุดตั้งถังขยะอย่างชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. รวบรวมขยะติดเชื้อและทำการฆ่าเชื้อเบื้องต้น ขยะปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ทิชชู่ต่างๆ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) ควรทิ้งแยกในถุงซิป หากไม่มีก็สามารถใช้ถุงพลาสติกทั่วไปแต่ซ้อนสองขั้น มัดปากถุงให้แน่นแล้วฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปบริเวณปากถุง ในส่วนของขยะติดเชื้อทั่วไปจากผู้กักตัวที่บ้านแบบ Home Isolation ใช้วิธีคล้ายๆ กัน คือ ก่อนทิ้งให้นำสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปฉีดพ่นใส่ก่อน ลงทิ้งในถุงขยะสีแดง หรือ ทิ้งลงถุงขยะสีดำทั่วไป จากนั้นเขียนด้วยปากกาเมจิกระบุว่าถุงขยะติดเชื้อ หรือทำสัญลักษณ์สีแดงไว้เพื่อให้พี่ๆ พนักงานเก็บขยะได้ระมัดระวังตัว หากเป็นขยะติดเชื้อที่รวมกับของมีคม ควรใส่ถุงซ้อนสองชั้น และควรบรรจุขยะเพียง 2 ใน 3 เพื่อลดการฉีกขาดของถุง และไม่ให้ถุงแน่นจนเกินไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. แจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะ บ้านเรือน ชุมชน ร้านค้า และสถานประกอบการต่างๆ ที่ต้องการทิ้งขยะติดเชื้อทั้งของผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และผู้ติดเชื้อโควิดแบบ Home Isolation แนะนำให้แจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น ส่วนกรุงเทพมหานครทั้ง 52 เขต ให้แจ้งไปยังสำนักเขตนั้นๆ เบอร์ติดต่อ คลิก http://www.the-than.com/saranalu/S1/30.html เพื่อเข้าจัดเก็บและจัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจ สวมชุดป้องกันตน PPE สำหรับจัดเก็บอย่างถูกหลักการกำจัดขยะติดเชื้อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. ควรรวบรวมขยะติดเชื้อทุกวันและแยกทิ้งจากขยะทั่วไป โดยทิ้งลงในถุงขยะสีแดงซ้อนสองชั้น ชั้นแรกสัมผัสขยะติดเชื้อโดยตรง ควรมัดให้แน่นก่อนแล้วฉีดฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5,000 ppm หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำ อัตราส่วน 1 : 10 หรือแอลกอฮอล์ 70% เพื่อฆ่าเชื้อ แล้วมัดปากถุงชั้นนอกให้แน่น และฉีดฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้ง เมื่อทุกถุงผ่านการฆ่าเชื้อเบื้องต้นแล้ว ก็ดำเนินการแจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น หรือสำนักเขต &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114180</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, HERO, Home Isolation, กระทรวงสาธารณสุข, กักตัวที่บ้าน, การแยกกักตัวในชุมชน, การแยกทิ้งจากขยะทั่วไป, ขยะอันตราย, คนเก็บขยะ, ชุดตรวจโควิด-19, ปัญหาขยะติดเชื้อ, ฮีโร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61224d606a8d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เตรียมลงพื้นที่รพ.จุฬาฯ ดูระบบผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน-ชมผลงานวัคซีนใบยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;17.50&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวในรายการแจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล&amp;nbsp;เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;จะตรวจเยี่ยมระบบการดูแลและติดตามผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ที่บ้านแบบโฮมไอโซเลชั่น&amp;nbsp;(HI)&amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จะพุดคุยและให้กำลังใจผู้ป่วยผ่านระบบเทเลเฮลท์&amp;nbsp;จากนั้นจะเยี่ยมชมการพัฒนาวัคซีนฝีมือคนไทยที่ใช้ใบยาสูบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวัคซีนโปรตีนซับยูนิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัวที่บ้าน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รพ.จุฬาฯ, วัคซีนใบยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab48013024d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี &#039;คปภ.&#039; แจงผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน Home Isolation เคลมค่ารักษาพยาบาลได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 2564 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย เข้าสู่ระลอก 3 ที่กระจายไปทั่วเป็นวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำนักงาน คปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับมาตรการของรัฐบาลที่ได้ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย โดยการขยายความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ขยายความคุ้มครองการรักษาพยาบาลเนื่องจากการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาลสนามหรือ hospitel ให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทั่วไป และขยายความคุ้มครองกรณีผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ยังคงไม่คลี่คลายและทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไม่เพียงพอ การเพิ่มโรงพยาบาลสนามหรือ hospitel ไม่ทันกับการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยติดเชื้อ และสิ่งที่สำคัญคือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยมีหลายรายต้องติดเชื้อ ทำให้มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ รัฐบาลจึงได้มีแนวทางปรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกแนวทางการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ให้ได้รับการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพและการประกันภัย COVID-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พบว่า ยังไม่ครอบคลุมถึงกรณีการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation ซึ่งย่อมทำให้ผู้เอาประกันภัยซึ่งเข้ารับการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation ไม่สามารถเคลมประกันได้ ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมและให้ระบบประกันภัยเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อีกทั้งเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐและบุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน คปภ. จึงได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ระบบประกันภัยควรจะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องนี้ ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 43/2564 เรื่อง การจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และได้เข้ารับการดูแลรักษาพยาบาลแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation สำหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 44/2564 เรื่อง การจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และได้เข้ารับการดูแลรักษาพยาบาลแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากตรวจพบว่าผู้เอาประกันภัยติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีการดูแลรักษาแบบดังกล่าว โดยกรณีกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากวงเงินความคุ้มครองผู้ป่วยนอกตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินผลประโยชน์ในกรมธรรม์ หรือกรณีตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในให้อนุโลมจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยนอก ตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินผลประโยชน์ในกรมธรรม์ ส่วนกรณีกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีเป็นผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ก็ให้อนุโลมจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยนอกตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินผลประโยชน์ในกรมธรรม์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าชดเชยรายวันกรณี Home Isolation หรือ Community Isolation หากมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาล เช่น อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ โดยจ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่าชดเชยรายวัน สูงสุด 14 วัน นับแต่วันที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาลแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ อีกทั้งคำสั่งนายทะเบียนนี้ยังเปิดช่องให้บริษัทประกันภัยสามารถจ่ายเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร นอกเหนือจากการจ่ายตามที่คำสั่งกำหนด โดยคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว มีผลใช้บังคับกับสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ซึ่งบริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัย ทั้งก่อนและหลังวันที่มีคำสั่ง (วันที่ 29 กรกฎาคม 2564) จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สำหรับการดำเนินการต่อไปเพื่อให้ระบบประกันภัยสามารถรองรับความเสี่ยงในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้สอดคล้องกับมาตรการทางด้านสาธารณสุข สำนักงาน คปภ. จะได้เร่งส่งเสริมให้มีการพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยให้ครอบคลุมถึงกรณีการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation ต่อไป ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111724</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, กักตัวที่บ้าน, คปภ, เคลมค่ารักษาได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104caff48af0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กักตัวที่บ้านต้องระวัง!กรมควบคุมโรคแนะข้อปฏิบัติไม่ให้เชื้อโควิดแพร่กระจาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;23 ก.ค.64 -&amp;nbsp; นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงวิธีการกักตัวที่บ้านว่า ในช่วงนี้ประเทศไทย ยังคงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แสดงอาการป่วยและไม่แสดงอาการป่วยแต่สามารถแพร่เชื้อติดต่อไปยังคนอื่นได้ ทำให้จำนวนผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อมีมากขึ้นตามไปด้วย ผลจากการดำเนินการสอบสวนเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่หลังจากมีรายงานผู้ป่วยรายใหม่จากทั่วประเทศจนถึงขณะนี้ พบว่าผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด 19 มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 11.83&amp;nbsp; ซึ่งยังอยู่ในอัตราที่สูง โดยเชื้อที่เป็นปัญหาหลักของไทยขณะนี้ คือสายพันธุ์เดลตาและอัลฟา ที่ติดต่อกันได้ง่าย ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา 1 คน สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ 5-8 คน ส่วนเชื้อสายพันธุ์อัลฟาแพร่ได้ 4-5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า มาตรการที่จะสกัดกั้นการแพร่ระบาดให้ยุติโดยเร็วที่สุด เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ลดการเสียชีวิตและผลกระทบอื่นๆ คือ การป้องกันการติดเชื้อและควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปมากกว่านี้ จะต้องดำเนินการร่วมกันทุกฝ่ายไปในแนวทางเดียวกันอย่างเข้มข้น กรมควบคุมโรคจึงขอความร่วมมือประชาชนที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิดระหว่างที่ใช้ชีวิตประจำวัน ขอให้กักตัวเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน เป็นช่วงที่เชื้อฟักตัวเพื่อสังเกตอาการว่าติดเชื้อหรือไม่ สามารถดำเนินการได้ทั้งในบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุด เช่น หอพักคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ต่างๆ ทั้งประเภทอยู่คนเดียว หรืออยู่ร่วมกับครอบครัวหรือพักร่วมกับผู้อื่น สร้างความปลอดภัย ทั้งตนเองและคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส ให้ข้อแนะนำให้ปฏิบัติ ประกอบด้วย 1.ให้จัดสถานที่พัก และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้พร้อม เน้นแยกที่พักให้เป็นสัดส่วน เช่นห้องนอน ที่นอน หากแยกไม่ได้ อาจใช้แผ่นกระดาษหรือพลาสติกกั้นห้องเพื่อแบ่งสัดส่วนชั่วคราว เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก แยกของใช้ส่วนตัว แยกห้องน้ำ หากแยกไม่ได้ ให้ใช้เป็นคนสุดท้ายและทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทันที ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ภายในบ้านด้วยน้ำผสมผงซักฟอก น้ำผสมน้ำยาฟอกขาว หรือแอลกอฮอล์ 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เน้นการดูแลอนามัยส่วนบุคคล โดยล้างมือฟอกด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล 70 % ทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกับคนอื่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่คลุกคลีกับคนอื่น แยกซักเสื้อผ้าเอง และให้งดการสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงชั่วคราว เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถติดไปกับขนสัตว์ได้เช่น แยกทานอาหาร หากให้ผู้อื่นจัดหาอาหารให้ ควรกำหนดจุดรับอาหารเพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรง กรณีใช้ชักโครก ให้ปิดฝาทุกครั้งก่อนกดชักโครก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ทิ้งขยะในถุงและมัดปากถุงให้แน่นก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เฝ้าระวังอาการป่วยตนเองระหว่างกักตัว โดยใช้ปรอทตรวจวัดไข้ทุกวัน และสังเกตอาการผิดปกติ หากพบว่ามีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และมีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย ตาแดง จมูกไม่ได้กลิ่นหรือลิ้นไม่รับรส มีผื่นขึ้น ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องเสีย อาเจียน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านหรืออาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) ทันที เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลตามขั้นตอนต่อไป หากมีข้อสงสัยสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนควบคุมโรค โทร. 1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110819</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัวที่บ้าน, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, ผู้ติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa4820226ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน จัดทำกล่อง “tOgetheR Box” 10,000 ชุด มอบให้หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โออาร์ สนับสนุนชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation Kit) รวม 10,000 ชุด รวมมูลค่า 5 ล้านบาท ให้โรงพยาบาล และหน่วยงานต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ มอบกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; (ทูเกเตอร์ บอกซ์) ซึ่งเป็นชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด- 19 ที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation Kit) จำนวนรวม 10,000 ชุด รวมมูลค่า 5 ล้านบาท แก่ นายแพทย์วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านการวางและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล และ นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมการแพทย์ รวมไปถึงเพจ &amp;ldquo;เราต้องรอด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อีจัน&amp;rdquo; เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปส่งให้ผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า โออาร์ได้จัดโครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether โดยมอบความช่วยเหลือให้แก่หน่วยงานและชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 มาอย่างต่อเนื่อง และภายหลังจากที่ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยโควิด- 19 ที่อาการไม่รุนแรง และสามารถให้แยกกักตัวที่บ้านได้ โออาร์จึงได้จัดทำกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งประกอบไปด้วยปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยาพาราเซตามอล ยาฟ้าทะลายโจร หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งระบบติดตามอาการสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อส่งมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลผู้ป่วยที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน โดยจะมอบให้แก่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปมอบให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทราบผลจากการตรวจเชิงรุกของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน (Express Analysis Mobile Unit) สำหรับใช้ดูแลรักษาตนเองที่บ้านขณะรอเตียง รวมทั้งช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่คลองเตยและชุมชนที่ได้รับผลกระทบเป็นหน่วยงานแรก นอกจากนี้ โออาร์ จะส่งมอบกล่อง tOgetheR Box ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมการแพทย์ รวมไปถึงเพจ &amp;ldquo;เราต้องรอด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อีจัน&amp;rdquo; ที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชุมชนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้โครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้กับทั้งหน่วยงานและชุมชนโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานประกอบการของ โออาร์ ตั้งอยู่ การจัดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 (ขาออก) เป็นจุดฉีดวัคซีน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไปฉีดวัคซีน การร่วมกับผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด เป็นต้น คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท นอกจากนี้ โออาร์ยังได้มอบความช่วยเหลือให้แก่คู่ค้า ลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย และพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าวเสริม..........&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110562</URL_LINK>
                <HASHTAG>Express Analysis Mobile Unit, Home Isolation Kit, tOgetheR Box, กรมควบคุมโรค, กักตัวที่บ้าน, ชุดยาและเวชภัณฑ์, ทูเกเตอร์ บอกซ์, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, นายแพทย์วิชาญ ปาวัน, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), ผู้ป่วยโควิด-19, รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.), สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน” (#ORStayStrongTogether), อีจัน, เราต้องรอด, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7b8536b854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ห่วงผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้านเกิดอาการคงค้าง แนะจัดระบบดูแลให้ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ทั่วโลก 12 กรกฎาคม 2564 เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 365,453 คน รวมแล้วตอนนี้ 187,612,075 คน ตายเพิ่มอีก 6,105 คน ยอดตายรวม 4,048,700 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร รัสเซีย และบราซิล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 6,370 คน รวม 34,732,481 คน ตายเพิ่ม 26 คน ยอดเสียชีวิตรวม 622,844 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 37,676 คน รวม 30,873,907 คน ตายเพิ่ม 720 คน ยอดเสียชีวิตรวม 408,792 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 20,937 คน รวม 19,089,940 คน ตายเพิ่มถึง 539 คน ยอดเสียชีวิตรวม 533,488 คน อัตราตาย 2.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 4,256 คน ยอดรวม 5,812,639 คน ตายเพิ่ม 4 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,325 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 25,033 คน รวม 5,783,333 คน ตายเพิ่ม 749 คน ยอดเสียชีวิตรวม 143,002 คน อัตราตาย 2.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และอิตาลี ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย อย่างชิลี เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล ญี่ปุ่น เมียนมา เกาหลีใต้ เวียดนาม และมาเลเซีย ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้เกินพันมาติดกันเป็นวันที่ 5 ล่าสุด 1,324 คน ส่วนเวียดนามทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง ติดเพิ่มถึง 1,953 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน คีร์กีซสถาน เบลารุส และมองโกเลียที่ติดเพิ่มหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ในขณะที่อิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัมพูชาติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ ติดเพื่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จากยอดรายงานของไทยเมื่อวานนี้ จำนวนติดเชื้อใหม่ของเราสูงเป็นอันดับที่ 11 ของโลก โดยมีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติตอนนี้ถึง 2,783 คน มากเป็นอันดับที่่ 8 ของโลก และมีเคสสะสมในระบบดูแลรักษากว่า 85,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรวมยอดของวันนี้ จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของไทยเราแซงอาเซอร์ไบจันขึ้นเป็นอันดับที่ 60 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจเรื่องการให้กักตัวอยู่ที่บ้านหรือ home isolation นั้นจะมีโอกาสเกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ตามมา ซึ่งประชาชนต้องตระหนักและเตรียมรับมือให้ดี เพราะมีคนจำนวนน้อยที่จะมีที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่เพียงพอในการแยกออกจากสมาชิกในบ้าน ดังนั้นการติดเชื้อแพร่เชื้อกันภายในบ้าน หอพัก คอนโด แฟลต หรือชุมชนต่างๆ จะมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด และหมั่นสังเกตอาการของสมาชิกที่อาศัยอยู่ร่วมกันทุกวัน หากไม่สบายก็ต้องรีบไปตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Blomberg B และคณะ ตีพิมพ์ผลการศึกษาในนอร์เวย์ ติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กักตัวอยู่ที่บ้านจำนวน 247 คน ณ 6 เดือน พบว่ามีถึง 55% ที่รายงานว่ายังมีอาการผิดปกติคงค้างอยู่ โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่ อาการอ่อนเพลียพบได้ถึง 30%, ดมกลิ่นหรือลิ้นรับรสผิดปกติ 27%, ไม่มีสมาธิ 19%, สูญเสียความจำ 18%, เหนื่อยหอบ 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบว่าเด็กที่อายุ 0-15 ปี จะพบอาการคงค้างน้อยกว่าช่วงอายุอื่น โดยมีเพียง 13%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการคงค้างที่เราเรียกว่า Long COVID หรือ Post-acute COVID หรือ Chronic COVID syndrome นั้น มีงานวิจัยที่รายงานมากขึ้นเรื่อยๆ พบได้ตั้งแต่ 10-55% ขึ้นอยู่กับกลุ่มประชากรและลักษณะทางคลินิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยเราอาจต้องวางแผนเพื่อจัดระบบการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการคงค้างนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงดีที่สุด หากสามารถป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ให้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เรื่องนี้สำคัญมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109411</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัวที่บ้าน, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604577b122b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
