<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นติวเข้ม ผู้นำชุมชน-อสม.รับมือผีน้อยกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;มี.ค.2563&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาคารที่ทำการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อบต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายวิสิฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทะรี ปลัด อบต.ท่าพระ ปฎิบัติหน้าที่ นายก อบต.ท่าพระ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฎิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิท-19&amp;nbsp;และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเอง ซึ่ง อบต.ท่าพระ ร่วมกับ สำนักงานควบคุมโรคที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ขอนแก่น และ ท้องถิ่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้กำหนดจัดการอบรมขึ้น โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน รวมทั้ง อสม.ในพื้นที่เขต ต.ท่าพระ เข้าร่วมรับการอบรมรวมกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน

ซึ่งในการจัดอบรมดังกล่าว ทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคจากสำนักงานควบคุมโรคที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ขอนแก่น ได้ทำความเข้าใจและให้ความรู้ภึงสถานการณ์และการรับมือกับโรคที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการป้องกันคนเองและคนในชุมชน รวมทั้งการผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้ารวมทั้งการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังคมีการซักซ้อมขั้นตอนการควบคุมโรคตามการปฎิบัติงานหลังจากที่รัฐบาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเจ้าพนักงานตามาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิท-19&amp;nbsp;ที่ทุกพื้นที่ต้องดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลแล้วตั้งวันนี้เป็นต้นไป

นายวิสิฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทะรี ปลัด อบต.ท่าพระ ปฎิบัติหน้าที่ นายก อบต.ท่าพระ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมต่อการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่แบะเต็มความสามารถ ซึ่งวันนี้เป็นการทบทวนความรู้และเรียนรู้ถึงวิธีการและมาตรการต่างๆที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาฯ ผู้นำชุมชน รวมไปถึง อสม. ที่ทุกคนในเขต ต.ท่าพระ นั้นได้พร้อมใจกัน ผนึกพลังการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อที่จะรองรับลูก หลาน รวมทั้งคนในชุมชน ทีทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาภายหลังจากการเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ซึ่งจากนี้ไปทันทีที่ อบต.ได้รับแจ้งจากชุมชนว่ามีบุคคลที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง คณะทำงานจะเข้าพื้นที่ทำความเข้าใจและพูดคุยถึงมารการการควบคุมตัว14&amp;nbsp;วันทันที

&amp;ldquo; ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังคงมีประชาชนที่อยู่ใน เขต ต.ท่าพระ ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและเข้ารับการกักกันโรคในพื้นที่ที่ปลอดภัย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากตัวบุคคลที่เดินทางกลับมาและคนในชุมชนอย่างดี แต่จากนี้ไปเมื่อภารกิจดังกล่าวนั้นรัฐบาลมอบให้กับชุมชนนั้นดำเนินการ เราก็ต้องทำงานอย่างรัดกุม และเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยในภาพรวม ดังนั้นวันนี้นอกจากจะเป็นการอบรมโดยทีมแพทย์ และ เจ้าหนาที่ควบคุมโรคแล้ว เรายังคงมีการพ่นยาฆ่าเชื้อรถกู้ชีพ กู้ภัย รวมทั้งการตรวจเช็คอุปกรณ์ในการทำงานด้านสาธารณสุขทุกคน เพื่อให้สะอาด หลอดภัยและพร้อมต่อการปฎิบัติงาน อีกทั้งผู้ปฎิบัติงานทุกคนทั้งพนักงาน ประจำ และ อสม. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายภารกิจโดยคำสั่งดังกล่าว จะต้องเตรียมความต้อการทำงานทั้ง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม. โดยเมื่อได้รับแจ้งว่ามีลูกหลานของเรากลับมาในพื้นที่ก็ต้องจัดทำประวัติและกันพื้นที่เพื่อกักกันโรค และการจัดให้มีการวัดไข้ทุกวัน และหากพบว่ามีไข้ขึ้นสูง ก็ให้ส่งต่อบุคคลดังกล่าวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที&amp;rdquo;

นายวิสิฐ กล่าวต่ออีกว่า ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะกับประเทศกลุ่มเสี่ยงตามที่รัฐบาลกำหนด ก็ขอให้รายงานตัวกับผู้นำชุมชน เพื่อเข้ารับการกักกันโรคตามาตรการดังกล่าว โดยขอให้ความร่วมมือกับทางการเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบตนเองต่อสังคม โดยที่คณะทำงานร่วมทุกฝ่ายนั้นพร้อมที่จะปฎิบัติงานตามมาตรกาดังกล่าวอย่างเข้มงวด รัดกุม และละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อที่จะร่วมมือกันก้าวผ่านภาวะวิกฤติดังกล่าวนี้ไปได้ ซึ่งแม้ว่าขอนแก่นจะไม่มีการแพร่ระบาดหรือมีบุคคลที่ติดเชื้อไวรัสโควิท-19&amp;nbsp;แต่ทุกมาตรการที่รัฐบาลกำหนดนั้นทุกฝ่ายต้องลงมือทำและทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถต่อจากนี้ไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59791</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ขอนแก่น&#039;, กักตัวผีน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6dbeb692c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เดือด!ลูกสาวผอ.สนามบินสุวรรณภูมิเฉ่งยับรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือกักผีน้อยพ่อจึงลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ(น.ท.สุธีวัฒน์ สุวรรณวัฒน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.63-จากกรณี น.ท.สุธีวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.)โดยหนังสือลาออกขอให้มีผลบังคับ16 เม.ย.63 โดยเหตุผลที่ขอลาออก คือขอแสดงความรับผิดชอบที่บริหารจัดการศูนย์ EOC ไม่ดีจนมีกรณีผีน้อยหลุดออกไปจากการคัดกรอง
ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า เป็นบุตรสาวของ น.ท.สุธีวัฒน์ ได้โพสต์แสดงความเห็นต่อเเรื่องดังกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า
#รัฐบาลส้นตีน
เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงออกทางการเมืองเท่าไหร่
แต่รอบนี้ไม่ไหวจริง
1. พ่อจะลาออกจริง
2. ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นจริง ในเมื่อขอความร่วมมือการท่าปฏิบัติทุกอย่าง แต่เมื่ออยากขอรวามร่วมมือบ้าง อาทิเช่นเรื่องเด็ดเลย กักตัวผีน้อย ดันบอก &amp;ldquo;ตัวเองไม่มีหน้าที่กักคนไทย กฎหมายไม่ได้ระบุไว้เลยไม่ทำ&amp;rdquo; อยากด่าแทนพ่อสั้นๆว่า อห. ที่ไม่ได้หมายความว่าโอ้โห
3.เรื่องหน้ากาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่สนามบินสัมผัสทั้งทางตรงกับทางอ้อมของผู้โดยสารที่เข้า-ออกประเทศเป็นประจำทุกวัน การท่าทำเรื่องเพื่อขอซื้อ แต่ไม่ได้รับโควต้า เนื่องจากถูกรัฐบาลแย่งเอาไป ประเด็นคือถ้าเอาไปให้หมอหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ขาดแคลนจะไม่ว่า แต่นี่เอาไป... (คิดเอาเอง)
4.ยังมีอีกหลายเรื่องรวมกัน สรุปได้สั้นๆ เหตุเกิดมาจาก #รัฐบาลส้นตีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายลงท้ายด้วยคำพูดของพ่อ:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเมื่อทุกคนไม่ได้มีแนวคิดว่าขณะนี้เรามีวิกฤตของประเทศถ้าข้าราชการทุกหน่วยที่ต้องมีหน้าที่ตามกฎหมายต่างคนต่างตั้งคอก ไม่คิดจับมือประสานงานไม่สามัคคี ต่างหน่วยต่างเกี่ยงให้ สธ.ต้องรับผิดชอบ และเผอิญคนที่ สธ.ส่งมาไม่มีบุคลิกความเป็นผู้นำ เหตุการเลยร้ายแรงกว่าที่ท่านทราบกันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Credit: songkiet chartwattan (@songkietchartwa)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59626</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, กักตัวผีน้อย, น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์, สนามบินสุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da1ad38b8b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้ค่ายทหารกักผีน้อย งัดอู่ฮั่นโมเดลคุมเข้ม28วัน/รบ.เปิดวอร์รูมโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เคาะแล้วมาตรการรับ &amp;quot;ผีน้อย&amp;quot; ใช้อู่ฮั่นโมเดล กักตัวที่เกาหลีก่อน 14 วัน ถึงไทยไม่ให้กลับบ้าน ส่งภูมิลำเนากักตัวในค่ายทหาร-สนามกีฬา 14 วัน รวมเป็น 28 วัน จังหวัดเป็นผู้ดูแล ใครป่วยห้ามขึ้นเครื่อง อยู่รักษาตัวที่เกาหลีใต้ต่อ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตั้งวอร์รูมกลางทำเนียบรัฐบาล ใช้ชื่อ&amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูลโควิด-19&amp;rdquo; สั่งคัดกรองเข้มจากพื้นที่้้เสี่ยงทั่วโลก สนามบิน ท่าเรือ ชายแดน ด่านตรวจ ไม่ให้หลุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 72/2563 เรื่องจัดตั้งศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโรนา 2019 (covid-19) มีเนื้อหาสรุปว่า ตามที่ปรากฏเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนองค์การอนามัยโลก (WHO) แจ้งเตือนทุกประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมควรจัดตั้งศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาฯ เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งสร้างความรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนให้รู้เท่าทัน ไม่ตื่นตระหนกในข่าวสารอันไม่เป็นความจริง อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูลโควิด-19&amp;rdquo; ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่อื่นตามที่นายกฯ กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้มีผู้อำนวยการศูนย์ฯ หนึ่งคนตามที่นายกฯ มอบหมาย ขึ้นตรงต่อนายกฯ โดยให้มีภารกิจอำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลข้อมูลเกี่ยวกับโรคดังกล่าว และให้มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ คือ รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่อย่างถูกต้อง รับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน และประสานการช่วยเหลือ ติดตามการปฏิบัติงาน พร้อมชี้แจงประชาชนและภาคเอกชน เพื่อประสานความร่วมมือโดยเฉพาะขั้นตอนการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อ การรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อสนับสนุนภารกิจ โดยให้รายงานความคืบหน้าต่อนายกฯ ทุกวัน และให้ใช้งบประมาณจากงบของสำนักนายกฯ ในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมจัดเตรียมมาตรการเร่งด่วนเพื่อรองรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง โดยในที่ประชุมนอกจากจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาวัดไข้ให้กับทุกคนแล้ว ยังได้มีการแจกเจลล้างมือให้กับผู้เข้าร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมวาระเร่งด่วน เรื่องมาตรการรองรับกลุ่มผู้ประสงค์เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตอนหนึ่งว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร รัฐบาลก็ต้องดูแล เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน เหมือนที่เคยดูแล 138 คนจากอู่ฮั่นมาแล้ว ดังนั้นจะต้องหาหนทางปฏิบัติให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ก่อนการประชุมมีการตรวจวัดอุณภูมิ พร้อมแจกเจลล้างมือคู่กับเอกสารการประชุมให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนด้วย
มีไข้ห้ามกลับไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงข่าวว่า ให้ความสำคัญสิ่งที่ประชาชนห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องผีน้อยซึ่งจะเดินทางกลับ ทุกคนเป็นห่วงเรื่องการกักตัวที่บ้าน วันนี้ที่ประชุมมีมาตรการ ได้สั่งการไปแล้วว่าเราจะดูพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ทุกประเทศทั่วโลก มาตรการคัดกรองทั่วไปที่ดำเนินการอยู่คือที่สนามบิน ท่าเรือ ชายแดน ด่านตรวจต่างๆ ทั้งหมด มีการตรวจสอบไปแล้วจำนวนกว่า 3 ล้านคน ในช่วงที่มีการระบาด มีการคัดกรองเข้าสู่การรักษา กักตัวอีกส่วนหนึ่งเพื่อดูอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ได้ประชุมและหารือวันนี้คือเตรียมการรองรับในเรื่องผีน้อย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยที่ไปทำงานในเกาหลีใต้จำนวนมาก ทั้งถูกและผิดกฎหมาย ถือเป็นคนไทยทั้งสิ้น เราต้องดำเนินมาตรการไม่ให้ส่งผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นในระบบสาธารณสุขของไทย โดยที่ประชุมได้หารือถึงต้นทางคือกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยาน กระทรวงการต่างประเทศ ต้องตรวจสอบคัดกรองให้มีมาตรฐานมาตั้งแต่ประเทศต้นทาง โดยต้องมีการรับรองว่าไม่ติดโรคอะไรต่างๆ มาในชั้นต้นก่อน และทุกสายการบินต้องปฏิบัติตามนี้ ทุกสายการบินตรวจสอบอยู่แล้วว่าใครมีไข้จะไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง แต่หากหลุดขึ้นมาแล้วเป็นไข้บนเครื่องบิน เขาจะต้องแยกที่นั่ง และใช้ห้องน้ำพิเศษแยกออกจากกัน มีการใช้หน้ากากอนามัย ทั้งหมดต้องมีมาตรการดูแลบนเครื่องบินด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอาง่ายๆ คือถ้ามีไข้เขาไม่ให้ขึ้นเครื่อง โดยมีมาตรการการคัดกรองจากต้นทาง โดยเฉพาะจากเมืองที่มีปัญหา กระทรวงการต่างประเทศยกระดับการพูดคุยระดับรัฐมนตรีของทุกประเทศ เมื่อลงมาถึงสนามบินแล้ว ก็จะมีด่านตรวจและผ่านมาตรการการรับรองด่านตรวจโรค โดยผ่านกล้อง 3 ระดับ ต่อไปจะมีการคัดกรองจากเมืองที่มีปัญหาที่สุดเข้าช่องทางที่จะต้องตรวจสอบโดยละเอียด และเมื่อผ่านการคัดกรองในจุดเหล่านี้แล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดแยกผู้มีไข้ ไม่มีไข้ คนที่มีไข้ต้องเข้าสู่พื้นที่กักกันของรัฐ เรียกว่าพื้นที่ควบคุมโรค จะมีการควบคุมในพื้นที่ของรัฐ ขณะนี้ดำเนินการอยู่แล้ว มีผู้อยู่ในพื้นที่ควบคุมประมาณกว่า 30 คน รัฐบาลต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่คนไทยห่วงกังวลเรื่องผีน้อย วันนี้ได้ตรวจสอบไปยังประเทศต้นทาง สามารถทำได้อยู่แล้ว ก็จะมีการคัดกรองจากด่าน ตม.ของเกาหลีใต้ว่าคนเหล่านี้มาจากเมืองไหน มีความเสี่ยงอย่างไร แล้วจะกลับภูมิลำเนาที่ใด เมื่อเดินทางผ่านเข้ามาเราจะดำเนินการให้รัดกุม โดยเฉพาะผีน้อย พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือ 2 เมือง แทกูและจังหวัดคย็องซังเหนือ ซึ่งมีการแพร่ระบาดมากที่สุดของเกาหลีใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น คนที่มาจากสองเมืองนี้ เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องถูกควบคุม ไม่มีการให้กลับไปควบคุมที่บ้าน ก็น่าจะสบายใจกันขึ้นแล้ว โดยจะมีพื้นที่ในการควบคุมคนเหล่านี้ มีแพทย์เข้าไปดูแล จะทำในมาตรฐานที่เราควบคุมในปัจจุบัน แต่ต้องหาพื้นที่ควบคุมเพิ่มเติม อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นพื้นที่ใด และต้องมีการรายงานตัว รายงานผลทั้งหมด จะมีการใช้แอปพลิเคชันเข้ามาร่วมด้วย รวมถึงแพทย์ทหาร แพทย์เคลื่อนที่เร็วเข้ามาช่วยดูแลด้วย เพราะเราต้องเตรียมความพร้อมให้มากกว่า เนื่องจากมีคนทยอยเข้ามามากขึ้น&amp;quot;
&amp;quot;ผีน้อย&amp;quot;ทยอยมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเข้ามาคงจะไม่เข้ามาทีเดียว 4,000-5,000 คน เป็นการทยอยเข้ามา โดยผ่านมาตรการควบคุมของเกาหลีใต้ สายการบิน จนมาถึงการคัดกรองของไทย ดังนั้น ทุกคนที่มาจากสองเมืองดังกล่าวจะต้องถูกควบคุม 14 วัน ย้ำอีกครั้งว่าไม่มีควบคุมที่บ้านเพื่อลดการแพร่กระจายไปในพื้นที่ต่าง เราจำเป็นต้องแก้ไขไปทีละขั้นตอน สิ่งสำคัญที่สุด ทำอย่างไรคนไทยจะปลอดภัยมากที่สุด และมีความเชื่อมั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่เดินทางกลับจากเมืองอื่นๆ ของเกาหลีใต้ ก็จะมีขั้นตอนคัดกรอง ถ้าเป็นไข้ก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กอาการและกักตัวไว้ ส่วนผู้ที่ไม่มีไข้จะส่งไปยังพื้นที่ควบคุมตามภูมิลำเนาเป็นเวลา 14 วัน โดยกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดหาสถานที่รองรับในลักษณะพื้นที่จำกัด เช่น สนามกีฬา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แนวโน้มพื้นที่กักกันจะเป็นโรงพยาบาลหรือพื้นที่ทหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กำลังเตรียมการอยู่ ท้ายที่สุดนึกอะไรไม่ออกก็บอกทหาร ไม่ต้องกลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองให้ปลอดภัย ซึ่งมีหลายปัญหามาอยู่กับเรา ฉะนั้นไม่อยากให้เอาอะไรหลายๆ อย่างมาพันกันไปมา แยกเรื่องกันหน่อยแล้วกัน เรื่องใดเป็นเรื่องใดก็ว่าไป เรื่องของประชาชนก็ต้องช่วยรัฐบาล การแก้ไขปัญหาโควิด-19 มีแนวนโยบายจะปรับงบประมาณบางส่วน เพื่อให้มีเงินมาดูแลในเรื่องเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นงบประมาณเราจำกัด แผนงานโครงการบางอันที่ยังไม่มีความพร้อมต้องระงับไปก่อน เพื่อมีเม็ดเงินมาดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการดูแลเรื่องเศรษฐกิจให้ถึงระดับล่างให้ได้เป็นกลุ่มไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอความต้องการประชาชนว่า กำลังให้ชุดติดตามช่องทางการขายหน้ากากดูว่ามาอย่างไร ซึ่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ได้เคลียร์ไปแล้วจากโรงงานไปสู่ผู้แทนการขาย ร้านค้า ร้านจำหน่าย เดี๋ยวจะไปตรวจร้านค้าย้อนกลับขึ้นไปข้างบนว่า สั่งซื้อที่ไหนอย่างไรทำไมไม่ได้ของ หรือว่าของมันน้อย เพราะปริมาณที่เขาสรุปมาในขณะนี้มีประมาณวันละล้านกว่าชิ้น หากจำหน่ายตามช่องทาง และร้านค้าที่ว่าจริงก็จะโอเค ส่วนหนึ่งได้แบ่งให้กระทรวงสาธารณสุขไปใช้ทางด้านบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล และบางส่วนนำไปจำหน่ายในร้านค้าขององค์การเภสัชฯ รวมประมาณกว่า 3 แสนชิ้น ที่เหลือ 7-8 แสนชิ้นไปอย่างไร เพราะตอนนี้เราคุมได้จากโรงงานผลิตได้เท่าไหร่ เดี๋ยวจะไปตรวจบัญชีว่าส่งไปที่ไหนบ้าง เพื่อที่จะหาให้เจอว่าหายไปไหน กักตุนหรือไม่ ลักลอบขายต่างประเทศหรือไม่&amp;nbsp;
กักตัวรวม 28 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มผีน้อยเนื่องจากเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย จึงจะต้องขออนุญาตทาง ตม.เกาหลีใต้ก่อนถึงจะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกมาได้ ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 10 วัน ดังนั้นจึงได้ขอให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจากับทางรัฐบาลเกาหลีใต้ ว่าขอให้ยืดกระบวนการนี้เป็น 14 วัน และให้มีการกักกันตัวเอง 14 วัน ถึงให้ขึ้นเครื่องกลับมาได้ ซึ่งก่อนที่จะขึ้นเครื่องก็ต้องวัดไข้ก่อน หากมีไข้ก็ไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน และจะต้องเข้ารับการรักษาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนที่ไม่มีปัญหาเมื่อเดินทางกลับมาถึงก็จะถูกวัดไข้เช่นกัน หากมีไข้ก็เข้าโรงพยาบาลตามระบบ แต่หากไม่มีไข้ก็จะต้องถูกกักกันเพื่อเฝ้าระวังโรค 14 วัน ซึ่งจะกักในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ รวมทั้งหมดที่จะต้องถูกกักเป็น 28 วัน อย่างไรก็ตาม การเดินทางกลับมาไม่ได้กลับมาพร้อมกันจำนวนมาก แพทย์ บุคลากร เตียง คิดว่ามีเพียงพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า สถานที่กักกันมีหลายที่ มีทั้งของทหาร กองทัพ และ สธ.ก็มีเล็งไว้หลายที่ เรื่องของสาธารณูปโภคมารองรับไม่ใช่ปัญหา นอกจากส่วนของผีน้อยแล้วทุกคนที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ และไม่ว่าจะมาจากเมืองใดก็ตาม เมื่อมาถึงประเทศไทยก็ต้องกักกันเพื่อเฝ้าระวัง 14 วันด้วย แม้จะมีมาตรการดังกล่าวแล้ว ไม่กล้าพูดว่าจะเจอผู้ป่วยเป็นศูนย์ หรือหากมีก็ต้องน้อยสุด และถูกตรวจจับได้ตอนนี้เริ่มทยอยแล้ว เมื่อตรวจเชื้อไม่เจอก็นำไปอยู่ในพื้นที่ที่เราจัดหาให้ ไม่ได้ให้กลับบ้าน ส่วนคนที่กลับเข้ามาก่อนหน้านี้นั้นได้มีการติดตามอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาขั้นตอนการเตรียมการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐเกาหลี โดยผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเกาหลี บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะจัดหลุมจอดแยก ณ ท่าอากาศยานที่เที่ยวบินมาจากสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อให้ผู้โดยสารขาเข้าผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ณ ด่านควบคุมโรค บริเวณที่จัดไว้สำหรับเป็นพื้นที่คัดกรอง ซึ่ง ทอท.ได้จัดเครื่องเทอร์โมสแกนเพื่อคัดกรองผู้โดยสาร 3 จุด คือ บริเวณหน้า Gate, &amp;nbsp;หน้าด่าน ตม. และด่านศุลกากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรณีพบผู้โดยสารมีอาการป่วย มีไข้ สธ.จะดำเนินการต่อผู้ป่วยตามขั้นตอนวิธีปฏิบัติที่ สธ.กำหนด ในส่วนกรณีผู้โดยสารไม่มีอาการป่วย ไม่มีไข้ กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จะจัดรถส่งผู้โดยสารกลับภูมิลำเนา เมื่อถึงภูมิลำเนาจะมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย (มท.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจาก 2 เมือง ประกอบด้วย แทกูและคย็องซังเหนือนั้น จะต้องถูกกักกันให้พักอยู่ในสถานที่ที่รัฐบาลกำหนดเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เนื่องจากกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไม่สามารถผลิตสำหรับประชาชนทั้งประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากที่สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานเงินเพื่อจัดหาหน้ากากอนามัยให้กับพระสงฆ์และสามเณรได้ใช้ป้องกันไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะสามารถนำไปจัดซื้อหน้ากากอนามัยได้ 8 แสนชิ้น เนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ โดยปัจจุบันมีพระทั่วประเทศ ประมาณ 300,000 รูป เบื้องต้นตนได้ประสานทาง กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อจัดซื้อหน้ากากอนามัยนำไปแจกจ่ายให้กับวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะมีความเสี่ยง เนื่องจากต้องรับกิจนิมนต์บิณฑบาตตามย่านชุมชนต่างๆ เช่น วัดใน กทม. ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก แต่ขณะนี้ทางกรมการค้าภายในยังไม่สามารถจัดหาได้ เนื่องจากจะต้องใช้เป็นจำนวนมาก จึงต้องประสานรอความพร้อมก่อน ขณะนี้มีแนวคิดว่าเราอาจจะซื้อวัตถุดิบเพื่อให้พระและสามเณรที่มีฝีมือจัดทำกันเอง
&amp;quot;สมศักดิ์อีเอ็ม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้นำกำไลอีเอ็ม หรืออุปกรณ์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับกลุ่มผีน้อย หรือแรงงานผิดกฎหมายที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวคงต้องเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขไปหารือกับสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่มีกำไลอีเอ็ม เนื่องจากกำไลอีเอ็มของกระทรวงยุติธรรมถูกยกเลิกสัญญาหลังตรวจสอบพบอุปกรณ์บกพร่อง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมความพร้อมในการประกวดราคา คาดว่าจะประกาศผ่านเว็บไซต์เชิญชวนผู้ประกอบการให้เข้าร่วมประกวดราคาได้กลางเดือน มี.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมใช้โรงพยาบาลทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 รองรับแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้ หลังส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดภาคอีสานว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานมาจากส่วนกลาง แต่เรามีความพร้อม เพราะมีโรงพยาบาลทหารทั้ง 10 มณฑลทหารบก (มทบ.) แต่หากมีเป็นจำนวนมาก อาจจะเปิดค่ายทหารรองรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า กห.โดยทุกเหล่าทัพ ได้เตรียมการสนับสนุน สธ. ในมาตรการรองรับแรงงานไทยที่กำลังจะเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ โดยได้นำพื้นที่พักทหาร จัดเตรียมเป็นพื้นที่ควบคุมโรคในพื้นที่ต่างๆ ของภูมิภาค สนับสนุนในการควบคุมและติดตามเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงจากเมืองที่มีการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ได้เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลทหารและบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ สนับสนุนการดูแลผู้ติดเชื้อขั้นต้น พร้อมทั้งจัดชุดแพทย์ทหารสนับสนุนการคัดกรองในพื้นที่ด่านชายแดน โดยจะคงความเข้มการทำงานร่วมกับ สธ.และส่วนราชการอื่นๆ ในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าว กองทัพบกได้สั่งการไปมณฑลทหารบก 37 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะมณฑลทหารบกที่มีโรงพยาบาลค่ายอยู่ภายใน ให้เตรียมพร้อมจัดสถานที่ บุคลากร ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ สถานที่ควบคุม ต้องไม่อยู่บริเวณโรงนอนของกำลังพล และให้สาธารณสุขจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยใช้โมเดลแบบอาคารพักรับรองสัตหีบ อ่าวดงตาล ฐานทัพเรือสัตหีบ ของกองทัพเรือ ที่เคยใช้เฝ้าระวังคนไทยกลับจากอู่ฮั่นประเทศจีน และหากพบผู้ป่วยให้นำส่งไปยังโรงพยาบาลของละจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ระหว่างหารือกับ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
อย่าแตกตื่นผีน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงว่า ขออย่าให้คนไทยแตกตื่นจนกระทั่งไปตีตราผีน้อย เพราะล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน กระทรวงสาธารณสุขได้มีการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศในการดำเนินการเตรียมการสำหรับการทยอยเดินทางกลับของคนกลุ่มนี้ ซึ่งไม่จำเป็นให้คนกลุ่มนี้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด และเมื่อเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สนามบิน และสายการบิน จะร่วมมือกับ สธ.ในการคัดกรองอย่างเข้มข้น เช่นเดียวกับการดำเนินการกับคนที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง อย่างกรณีประเทศจีน หากพบผู้มีที่มีอาการไข้ จะแยกไปกักตัวในโรงพยาบาลทันที และเข้าสู่การขั้นตอนวินิจฉัย ดูแลรักษา พิสูจน์โรคโควิด-19 เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการไข้ในกรณีที่เดินทางกลับมา 2 เมืองในเกาหลีใต้ คือ แทกูกับคย็องซัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดนั้น จะถูกกักตัวในพื้นที่จัดพิเศษ หรือพื้นที่ควบคุมโรคตามที่รัฐบาลกำหนด ส่วนกรณีเดินทางมาจากเมืองอื่น จะประสานนำส่งกลับไปยังพื้นที่ภูมิลำเนา โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้บริหารจัดการภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของค่าใช้จ่ายของคนเหล่านี้ใครจะเป็นผู้ออก นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องรอง แม้หลักการตามกฎหมายได้มีการกำหนดเรื่องค่าใช้จ่ายจะอยู่กับเจ้าของยานพาหนะและตัวบุคคลก็ตาม เพราะวัตถุประสงค์คือ เพื่อการปกป้องสังคมจากการระบาดของโรค โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวมาตลอดว่าค่าใช้จ่ายไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นหลักคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ ยังรักษาใน รพ. 11 ราย กลับบ้านแล้ว 31 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 43 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสมทั้งหมด 3,680 ราย กลับบ้านได้แล้ว 2,435 ราย ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,545 ราย ส่วนผู้ป่วยอาการหนักยังใช้เครื่องช่วยหายใจเฝ้าระวังใกล้ชิด สถานการณ์ผู้ป่วยของไทยอยู่อันดับที่ 17 ของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีแรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้หรือผีน้อยที่เดินทางกลับมา พบว่า เดิมพบคนมีไข้นำส่ง รพ. 2 ราย และเมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค. มีอีก 17 คน รวมมีทั้งหมด 19 คนที่มีไข้ ถือเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค โดยผลการตรวจสารคัดหลั่งทางห้องปฏิบัติการ พบว่าไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้ง 19 คน ส่วนคนที่เหลือที่เดินทางกลับมาก็ให้ดำเนินการกักกันตัวเองที่บ้าน (Home Quarantine) 14 วัน หากมีไข้ไม่สบายให้รีบมาพบแพทย์ แจ้งประวัติการเดินทาง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58900</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัวผีน้อย, ค่ายทหาร-สนามกีฬา, ทำเนียบรัฐบาล, ผีน้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อู่ฮั่นโมเดล, เกาหลีใต้, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fc73ce3bce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
