<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านแตกตื่น! จนท.บุกบ้านชายวัย 39 หนีสถานกักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด อ้างคิดถึงเมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 -&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;รพ.สต. อสม. และ อบต.ทั้งในพื้นที่ อ.หนองหงส์ และ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้ร่วมกันเดินทางไปรับตัวชายอายุ 39 ปี หลังหลบหนีออกจากสถานที่กักกันตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยชายคนดังกล่าวได้หนีออกจากสถานกักกันตัวไปอยู่ที่บ้านภรรยา อายุ 50 ปี &amp;nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่กับลูกสาวอายุ 8 ขวบ ในหมู่บ้านเย้ยม่วง ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ เพื่อนำตัวไปกักกันที่สถานกักกันตัวในพื้นที่ อ.หนองหงส์ &amp;nbsp;ที่ทางหน่วยงานภาครัฐจัดเตรียมเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากข้อมูลพบว่า ชายวัย 39ที่หนีออกจากสถานกักกันตัว เพิ่งเดินทางมาจาก จ.ชัยภูมิ ซึ่งต้องเข้ากักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการคณะกรรมการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จ.บุรีรัมย์ แต่เข้ากักตัวได้เพียงวันเดียวก็หนีออกจากสถานกักตัวไปหาภรรยาที่ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามก็อ้างว่า คิดถึงภรรยาและลูกสาวเพราะไม่ได้เจอกันมานานถึง 2 เดือน จึงโทรศัพท์ให้ภรรยาขับรถกระบะมารับหน้าสถานกักตัว ยอมรับว่ารู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องโดนตามตัวกลับไปกักตัวอีก แต่ก็เป็นไปตามแผน เพราะลูกกับเมียได้ไปกักตัวด้วยกัน จะได้ไม่ต้องรอนานถึง 14 วันกว่าจะได้เจอหน้ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุวรรณ์ ประเสริฐ นายก อบต.หนองคู กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากทาง รพ.สต.ว่ามีคนหลบหนีออกจากสถานกักกันตัว คาดว่าน่าจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ ต.หนองคู เนื่องจากบ้านภรรยาของผู้หลบหนีอยู่ในหมู่บ้านเย้ยม่วง ต.หนองคู จึงได้ประสาน ตร. ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;และ อสม. ทั้งใน อ.หนองหงส์ &amp;nbsp;และ อ.ลำปลายมาศ ร่วมตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปตรวจสอบยังบ้านภรรยาของชายคนดังกล่าว ซึ่งตอนแรกภรรยาไม่ยอมบอกว่าสามีอยู่ในบ้าน &amp;nbsp;จนท.จึงขอเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน กลับพบผู้เป็นสามีนอนอยู่ในบ้านและยอมรับว่าหนีออกจากสถานกักกันตัวมาเพราะคิดถึงภรรยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น จนท.จึงได้รับตัวทั้งชายวัย 39 ภรรยาและลูกสาวไปกักตัวทั้งครอบครัว จากกรณีที่เกิดขึ้นก็อยากฝากถึงประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เข้ามาในพื้นที่ได้ปฏิบัติตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างเคร่งครัดด้วย เพื่อความปลอดภัยทั้งของตัวเอง คนในครอบครั&amp;nbsp;และชาวบ้านด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102118</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว, กักตัว 14 วัน, กักตัวโควิด, จังหวัดบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_60951d5082d0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กต.เตรียมพร้อมมาตรการผ่อนคลายเข้าประเทศ เผยชื่อ 7 วัคซีนขึ้นทะเบียนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - ที่กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงมาตรการการอำนวยความสะดวกการเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ในกรณีการลดจำนวนวันกักกันตัวสำหรับผู้ที่มีใบรับรองการรับการฉีดวัคซีนครบถ้วน (Vaccine Certificate) นั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2454 เป็นต้นไป ศบค.จะบังคับใช้มาตรการกักกันตัวรูปแบบใหม่ โดยผู้เดินทางกลับจากประเทศที่ไม่มีเชื้อกลายพันธุ์ และมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน อาจพิจารณาให้กักกันตัวไม่น้อยว่า 7 วัน โดยต้องฉีดวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันเดินทาง ส่วนผู้เดินทางกลับจากประเทศที่ไม่มีเชื้อกลายพันธุ์ แต่ไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ต้องเข้ารับการกักกันตัวไม่น้อยกว่า 10 วัน และผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีเชื้อกลายพันธุ์ ต้องเข้ารับการกักกันตัวไม่น้อยกว่า 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่มีเชื้อกลายพันธุ์ จำนวน 11 &amp;nbsp;ประเทศ ได้แก่ แอฟริกาใต้ ซิมบับเว โมซัมบิก บอตสวานา แซมเบีย เคนยา รวันดา แคเมอรูน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แทนซาเนีย และ กานา โดยรายชื่อประเทศที่มีเชื้อกลายพันธุ์จะมีการทบทวนทุกเดือน ส่วนวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขไทยรับรอง และได้ขึ้นทะเบียนกับ WHO และอย.แล้ว มีทั้งสิ้น 7 ชนิด ได้แก่ 1.วัคซีน CoronaVac ของบริษัท Sinovac 2.วัคซีน AZD 1222 ของบริษัท AstraZenaca/Oxford 3.วัคซีน AZD 1222 ของบริษัท Siam Bioscience /AstraZeneca/Oxford 4.วัคซีน Ad26.COV2.S ของบริษัท Johnson &amp;amp; Johnson 5.วัคซีนโทซินาเมแรน (Tozinameran/ ของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค) 6.วัคซีน Covishield ของ Serum Institute of India 7.วัคซีน mRNA-1273 ของบริษัท Moderna&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวว่า สำหรับการยกเลิกเอกสารสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2564 เป็นต้นไป มีการผ่อนคลายมาตรการการขอเอกสารจากผู้เดินทางเข้าประเทศไทย โดยสำหรับคนไทย ยกเลิกการยื่นเอกสาร fit to fly/travel health certificate  และใบตรวจผลโควิดแบบ RT-PCR ส่วนชาวต่างชาติ ยกเลิกการยื่นเอกสาร fit to fly/travel health certificate แต่ยังต้องแสดงใบตรวจผลโควิดแบบ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสารนิเทศ, กักตัวโควิด, วัคซีนโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065797a31496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ไฟเขียวลดวันกักตัวเข้าประเทศไทย แบ่งสามกลุ่ม 7 วัน - 10 วัน - 14 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.64 -&amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​ แจ้งว่า​ ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019​ (โควิด-19) หรือศบค.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม​ ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน​ ได้เห็นชอบตามที่​ ศบค.ชุดเล็กเสนอมาตรการผ่อนคลายการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยมีการกักตัวแยกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่งจะมีการกักตัวเพียง 7 วัน หากเป็นชาวต่างชาติจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 14 วันก่อนการเดินทางแล้ว กลุ่มที่สองรับการกักตัว 10 วัน กลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนมาแล้วแต่ยังไม่ถึง 14 วันก่อนการเดินทาง หรือได้รับวัคซีนยังไม่ครบ 2 โดส กลุ่มที่สาม เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีรายงานสายพันธุ์กลายพันธุ์ กลุ่มนี้จะต้องมีการกักตัวอย่างน้อย 14 วัน เช่น สายพันธุ์แอฟริกา บราซิล อังกฤษ หรือในอนาคตอาจมีสายพันธุ์ที่เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสามกลุ่มนี้จะมีการนับเวลาของวันเริ่มที่เที่ยงคืนถึง 6 โมงเย็น หมายความว่าหากเดินทางมาถึงประเทศไทยตอน 18.00 น. จะนับวันเดินทางที่เดินทางถึงเป็นวันที่หนึ่งในการเข้าสู่สถานกักกัน แต่ถ้าเดินทางถึงประเทศไทยเวลา 19.00 น. จะนับวันที่หนึ่งของการกักตัวเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากที่มาถึงประเทศไทย ทั้งนี้​ มาตรดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97923</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัวโควิด, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606458ea6de1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ถึงภูเก็ต วอนอย่าจับผิดกักตัวโควิดเหลือ 10 วัน ชี้จำเป็นเร่งฟื้นท่องเที่ยว ขอให้เชื่อมั่นสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.63 - เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยทันทีที่มาถึง ได้ตรวจมาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนายกฯได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการเพิ่มศักยภาพการตรวจทางห้องปฏิบัติการ สำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยยังขอให้สื่อมาช่วยกันดูว่าเราทำเต็มที่และทำดีที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมการต่างๆ ของสาธารณสุขตามมาตรการที่ได้มีการผ่อนผันออกไปแล้วทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่พบผู้ป่วยอีกเลย เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่เราหวังอย่างนั้นและยืนยันว่าทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าที่ไหนก็ตามจะมีการติดตามตรวจสอบภายหลังได้ทุกราย ไม่ว่ามาจากที่ไหนก็ตาม​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้จะเร่งรัดหามาตรการนำคนต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เพราะพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่แห่งการท่องเที่ยว และเห็นว่าบ้านเมืองเงียบสงบจะต้องหานักท่องเที่ยวเข้ามา เพื่อทำให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น พร้อมหามาตรการเพิ่มเติมเรื่องการเที่ยวคนละครึ่งรวมถึงเรื่องการค้าขายก็จะคิดมาตรการออกมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญตอนนี้จะต้องคิดว่าจะเอาคนต่างชาติเข้ามาได้อย่างไร ซึ่งต้องมีการกักตัว 14วัน จึงมีปัญหาว่าจะต้องมีห้องพักมีโรงแรมที่เพียงพอไม่ใช่ว่าเข้ามาวันนี้แล้วจะไปต่อได้ ปัญหาคือห้องพักมีโรงแรมจำกัด จึงอาจจะไม่สามารถรับคนใหม่ได้อีกเลยเพราะต้องพักถึง 14 วัน จึงได้ให้ไปดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดเวลาเหลือ 10 วัน โดยได้ให้ไปหาวิธีการว่าลดอะไรลงมาได้หรือไม่อย่างไร สิ่งเหล่านี้ต้องสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่จับผิดกันไปกันมา โดยต้องเชื่อมั่นสาธารณสุขและแพทย์ของเราที่เป็นอันดับ 1 ของโลกในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะทำอะไรไม่ได้เลย เศรษฐกิจไปไม่ได้แล้วใครจะทำได้ทำอย่างไร จะให้คนในประเทศเดินทางมาเที่ยวสมุยและภูเก็ตจะหาวิธีการอย่างไรในการที่จะเดินทางมา และหาที่พักราคาถูก เครื่องบินราคาถูกเพื่อนำคนแต่ละภูมิภาคมาท่องเที่ยว และต้องดูว่ารัฐบาลดูแลได้หรือไม่ เพื่อจะนำการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งหน้าที่ของราชการหน้าที่ของส่วนราชการจะต้องคิดเรื่องเหล่านี้ตนได้มอบหมายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในช่วงท้ายด้วยว่า ในการลงพื้นที่คนในชุมชนก็ดีใจที่นายกฯ ไป ดังนั้น​ ขอให้เห็นใจเถอะ คนไทยด้วยกัน บ้านเมืองสงบเรียบร้อยก็จะได้ทำอะไรต่างๆได้&lt;/p&gt;


	ห้ามชุมนุม2ปี! &amp;#39;ไพบูลย์&amp;#39;ชงถาม52ล้าน
	&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39;ประกาศไม่ถอย! เดินหน้ายุทธศาสตร์ข้าวสามคำ
	&amp;#39;นิพิฏฐ์ &amp;#39;แนะม็อบ3นิ้วลดก้าวร้าว!เหน็บดูตัวอย่าง&amp;#39;ปิยบุตร-จ่านิว&amp;#39;น่าหยิกปาก
	อดีตรองอธิการบดีมธ.เผย7 ข้อทางออกประเทศไทย
	&amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; เอาจริง บุกร้อง &amp;#39;ปอท.&amp;#39; ฟัน &amp;#39;อ๋อย&amp;#39; ปล่อยเฟกนิวส์ 5 เรื่อง
	&amp;#39;อ๋อย&amp;#39; งานเข้ารัวๆ
	ศาลสั่งปรับ &amp;#39;อานนท์ 3 นิ้ว&amp;#39; 600 บาท&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;#39;ชวน&amp;#39; ทาบ 3 อดีตนายกฯ-อดีตประธานรัฐสภา
	&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ปวดใจสมุยเงียบเหงา ถาม ผิดที่อยู่นานเกินหรือ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82576</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัวโควิด, จังหวัดภูเก็ต, นายกฯลงพื้นที่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5f9fd181ad8d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
