<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ขึงขังลั่นฟันไม่เลี้ยงหน้าไหนกักตุนหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63-นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีความกังวลของประชาชนเริ่มตื่นตระหนกและกักตุนสินค้าว่า กระทรวงได้เชิญผู้ประกอบการและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมาหารือเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าเป็นอย่างไร และสั่งการปลัดกระทรวงพาณิชย์ประสานข้อมูลกับผู้ผลิต รวมถึงต้องประสานความร่วมมือทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยปัจจุบันยังไม่มีการจำกัดการซื้อสินค้าจำเป็นบางชนิด เช่น กระดาษทิชชู แต่ขอให้ภาคเอกชนรายงานข้อมูลให้ปลัดกระทรวงเพื่อประกอบการตัดสินใจพิจารณาในบางช่วงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่อยากเห็นการกักตุนสินค้าเกิดขึ้น เพราะจะทำให้สินค้าขาดตลาดในเวลาที่ไม่สมควร เราอยากเห็นการจับจ่ายใช้สอยในภาวะปกติ เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้อย่างเพียงพอ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ถามถึงข่าวที่ปรึกษาหญิงของรัฐมนตรีบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากาก นายจุรินทร์ กล่าวว่า ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าใครเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง การกระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย รัฐบาลมีความชัดเจนว่าใครกระทำผิดจะต้องดำเนินการ หากเรื่องไปถึงใคร พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ติดตามดำเนินการ โดยไม่เลือกหน้า สำหรับกาผลิตหน้ากากอนามัยในปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานผู้ผลิตทั้ง 11 โรงงานในการปรับเปลี่ยนการผลิตจากการผลิตสินค้าอย่างอื่นให้มาเพิ่มการผลิตหน้ากากอนามัยมากขึ้น ตอนนี้ดำเนินการได้แล้วบางส่วน โดยเพิ่มจากผลิตวันละ 1.2 ล้านชิ้น เป็น 1.76 ล้านชิ้น ทำให้การกระจายหน้ากากคล่องตัวขึ้น สามารถจัดให้กระทรวงสาธารณสุข นำไปกระจายบุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาลต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ได้เพิ่มขึ้น จากวันละ 7 แสนชิ้นเป็นวันละ 1 ล้านชิ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ก็สามารถกระจายไปยังร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าปลีกต่างๆ ได้มากขึ้น จากวันละ 5 แสนชิ้นเป็น 7.6 แสนชิ้น หลังจากนี้จะมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น ร้านกาแฟอเมซอน ปั๊มน้ำมันบางจาก และกำลังประสานไปรษณีย์ไทยให้จัดจำหน่ายผ่านทางไทยโพสต์มาร์ท &amp;nbsp;ในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ แต่ขอเรียนว่าถึงอย่างไรก็ไม่พอถ้าประชาชนจะใช้พร้อมกันทั้งประเทศ แต่จะกระจายให้ดีที่สุดและส่งเสริมให้ประชาชนใช้หน้ากากผ้า และเรากำลังเร่งประสานประเทศต่างๆ ในการนำเข้าวัสดุดิบ เพื่อไม่ให้มีปัญหาด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ถามว่าหน้ากากอนามัยที่ใช้ในประเทศยังไม่เพียงพอเหตุใดยังมีการอนุญาตให้ส่งออก นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรามีคำสั่งห้ามอนุญาตส่งออก ยกเว้นได้รับอนุญาต ซึ่งพูดกันชัดเจนแล้วในทางนโยบายว่า ถ้าเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้จะไม่อนุญาตให้ส่งออกโดยเด็ดขาด ถ้าประชาชนยังไม่มีใช้ จะอนุญาตให้ส่งออก แล้วจะตอบคำถามประชาชนอย่างไร แต่มีข้อยกเว้นถ้าเป็นหน้ากากอนามัยที่ประเทศไทยไม่ใช้ เช่น หน้ากากอนามัยที่มีแผ่นหน้ากากใสป้องกันตาและสายคล้องหูแบบเชือกที่หมอไทยไม่ใช้ หน้ากากอนามัยที่ผลิตขึ้นภายใต้ลิขสิทธิ์ของต่างประเทศที่ไม่สามารถขายในประเทศไทย และหน้ากากอนามัยที่ผลิตภายใต้เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่มีเงื่อนไขผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้นก็ต้องอนุญาตให้ส่งออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นนายจุรินทร์ ได้เชิญนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงประเด็นหน้ากากอนามัยที่ทางการแพทย์ไทยไม่ใช้ โดยนายวิชัย ได้นำตัวอย่างมาแสดงต่อสื่อมวลชน เมื่อสื่อมวลชนถามว่าถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายวิชัย กล่าวว่า &amp;ldquo;มีบ้าง แต่เพื่อพี่น้องชาวไทย ทุกคนมีความตั้งใจและมุ่งมั่นตลอด ไม่ว่าใครจะมีข้อสังสัย หรือคำถามเรามีหน้าที่ชี้แจง และทำให้เห็นความมุ่งมั่นในการทำงานจะค่อยๆ คลี่คลายปัญหาไปได้ เขามีสิทธิ์ตั้งคำถาม เราก็มีสิทธิ์อธิบาย และขอให้ฟังเหตุและผลเชื่อว่าทุกอย่างจะไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการให้สัมภาษณ์นายวิชัย เสร็จสิ้นไม่ถึงชั่วโมง ได้มีการเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 80/2563 &amp;nbsp;ให้นายวิชัยมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59806</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, กักตุน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, สินค้าอุปโภค-บริโภค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6dd04d09a23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าคิด!อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาถามหาหลักฐานการกักตุนหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า.....ประเทศไทยผลิตกากอนามัยได้ประมาณวันละ 1.2 ล้านชิ้น ในจำนวนนี้ต้องแบ่งให้โรงพยาบาลต่างๆ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 7 แสนชิ้น เหลือจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปประมาณ 5 แสนชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ประชาชนไทยทั้งประเทศมีประมาณ 67 ล้านคน เฉพาะกรุงเทพมหานครมีประชาชนประมาณ 10 ล้านคนเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ถ้าประชาชนเอาเฉพาะในกรุงเทพแตกตื่นต่างก็ต้องการหน้ากากอนามัยกันเพียงร้อยละ 10 คือประมาณ 1 ล้านคน แต่มีหน้ากากอนามัยเพียงประมาณ 5 แสนชิ้นที่ต้องจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ แม้เฉพาะใน กทม. หน้ากากอนามัยก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแน่นอนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....มีการกักตุนหน้ากากอนามัยกันจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ อาจมีการกักตุนก็ได้แต่ยังไม่เคยเห็นเห็นหลักฐานใดๆ ว่ามีการกักตุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....มีที่เห็นกันอยู่ก็คือเป็นการโก่งราคาขายสูงเกินจากราคาที่เคยขายกันตามปกติและเกินจากราคาควบคุมตามกฎหมายเท่านั้น แต่ที่ร้านค้าของบุคคลเหล่านั้นก็ไม่ได้มีปริมาณมากนักอันจะถือได้ว่าเป็นการกักตุน และเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบก็ทำการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ผู้ที่ออกมากล่าวว่ามีการกักตุนหน้ากากอนามัย ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานใดๆ ให้พอที่จะเชื่อถือได้ว่ามีการกักตุนจริงเป็นเพียงกล่าวกันลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....นี่คือความเป็นจริงที่เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่เป็นอยู่ในขณะนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59386</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุน, ชูชาติ ศรีแสง, หน้ากากอนามัย, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมนัส&#039;แจงนายกฯ-สั่งสอบคนสนิทแล้ว ลั่นมีเอี่ยวฟันไม่เลี้ยงแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงชี้แจงกรณีมีคนสนิทได้กักตุนหน้ากากอนามันจำนวน 200 ล้านชิ้นว่า กรณีที่นายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี ไปลงเฟซบุ๊กว่าขายหน้ากากอนามัยนั้น ยืนยันว่าตนเองไม่ได้รู้จักกับบุคคลผู้นี้และไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเขา สำหรับกรณีชองนายพิตตินันท์ รักเอียด ซึ่งคณะทำงานตนเอง ส่วนตัวไม่ได้สอบถามนายพิตตินันท์โดยตรง ซึ่งนายพิตตินันท์เป็นอดีตผู้สมัครส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 ของพรรคพลังประชารัฐ และเรื่องนี้ได้เรียนไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนที่สมัครเลือกตั้งได้รับรายงานว่านายพิตตินันท์มีคะแนนดี ก็อยากให้ทำงานการเมืองในพื้นที่ต่อไปและขอมาสมัครเป็นคณะทำงาน โดยดูแลเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้ทีมงานสอบถามแล้วว่าไปรู้จักกับนายศรสุวีร์อย่างไร ปรากฎว่าได้มีการนัดเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ กทม. เบื้องต้นทราบว่าเป็นการเจรจาเพื่อเอาหน้ากากอนามัยไปแจกชาวบ้านในพื้นที่เขตเลือกตั้งของเขา โดยไม่มีการซื้อขายหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้แจ้งทีมงานแล้วว่าให้นายพิตตินันท์ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงจรนี้และเพื่อเอาผิดกับนายศรสุวีร์ที่สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการการขายหน้ากากอนามัย และได้ประสานงานกับสถานีตำรวจหนองปรือชลบุรีว่าให้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว และหากมีการกักตุนหน้ากากอนามัยจริง ตนจะนำไปทลายตรงนี้เอง นอกจากนี้ ยังได้ตั้งคณะตรวจสอบพฤติกรรมของนายพิตตินันท์ หากมีความผิดจริง จะไม่เอาไว้แน่นอน ใครก็ตามที่เป็นคณะทำงานหากไปเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จะไม่เลี้ยงเลยคนพวกนี้&amp;rdquo; ร.อ.ธรรมนัส ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีหน้ากากอนามัยถึง 200 ล้านชิ้นหรือไม่ หรือแค่โม้ แต่ได้ให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบและดำเนินคดีทันที แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมีหน้ากากจริง น่าจะเป็นคนที่อยากดังมากกว่า ประเด็นนี้สังคมให้ความสนใจ ดังนั้น การนำเสนอข่าวต่างๆ อยากให้นำเสนอข้อเท็จจริงก่อน เพราะไม่อยากไปดำเนินคดี แต่จริงๆ แล้วที่สื่อที่เอาลงไปแต่เช้า จึงได้ให้ฝ่ายกฎหมายร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตนเองอยู่บนโลกความเป็นจริง และเรื่องอย่างนี้อาจเป็นโชคร้ายของนายศรสุวีร์ที่โพสต์เฟซบุ๊กอย่างนั้น ตนเอาจริงเอาจัง วันนี้จะรู้ว่ามีโรงงานจริงหรือไม่และได้สั่งการไปแล้ว&amp;nbsp; ไม่ใช่หน้าที่ของตนในการกำกับดูแลเรื่องหน้ากากอนามัย แต่เมื่อมาพาดพิงเกี่ยวกับตน จึงต้องจัดการให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์นี้จะทำให้มีผลต่อตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับคะแนนไว้วางใจจากสภาน้อยที่สุด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า &amp;quot;คะแนนที่ออกมาหากส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่อีก 5 คนลงคะแนนให้ผม คะแนนมันจะน่าเกลียด ที่บอกได้น้อย จริงๆไม่ใช่น้อยนะครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59232</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุน, ธรรมนัส, พิตตินันท์, รมช.เกษตร, ศรสุวีร์, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e65ce0dadb13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนสนิท&#039;ธรรมนัส&#039;แจ้งความแล้ว!  ปัดเอี่ยวกักตุนหน้ากากอนามัยยันเจอแค่ครั้งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 63 &amp;ndash;นายพิตตินันท์ รักเอียด คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ชี้แจงว่า ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี ที่สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ใน 2 ข้อหา คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการกักตุนสินค้า รวมทั้งมอบให้ทนายความดำเนินการในกรณีที่มีการแอบอ้างชื่อ เพื่อดำเนินการให้เต็มที่ เนื่องจากทำให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งตนและร.อ.ธรรมนัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ที่กักตุนหน้ากากอนามัย ไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ได้พบกันเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการตลาดของผู้ที่โพสต์เฟซบุ๊กที่ต้องการทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนที่นายศรสุวีร์ โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณในฐานะพี่ชาย ที่ทำให้เข้าใจกันได้ว่าสนิทสนมนั้น ความจริงคือไม่มีความสนิทสนม เคยพบกันเพียงครั้งเดียว และไม่เคยเจรจาหรือพูดคุยในเรื่องหน้ากากอนามัย จึงต้องว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59231</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุน, คนสนิท, พิตตินันท์ รักเอียด, ร.อ.ธรรมนัส, หน้ากากอนามัย, แจ้งความ2ข้อหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e65c7bc0a00b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
