<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงเลื่อนขั้น &#039;ผกก.ทุ่งสง&#039; ขึ้น &#039;รอง ผบก.&#039; เข้าเกณฑ์อาวุโส ไม่เกี่ยวถูกกักยามเซ่นพิษอมเบี้ยเลี้ยงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการอมเบี้ยเยงโควิด-19 ว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งให้ทุกหน่วยเข้ามารายงานความคืบหน้า ว่า ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งให้ กองบัญชาการต่างๆ ไปตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นานกว่า 5 สัปดาห์ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะเดิมขีดเส้นตายไว้ว่าต้องมีข้อยุติในวันที่ 30 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการตรวจสอบในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8(บช.ภ.8) มีการภาคทัณฑ์ ตำรวจ สภ.ป่าตอง ซึ่งโอนเงินผิดระเบียบ ไปที่สารวัตรการเงิน ทางการเงินก็โอนให้ตำรวจผู้มีสิทธิ์ทันที ก็เป็นการทำผิดระเบียบ แต่ไม่มีเจตนาทุจริต ส่วนที่ สภ.ทุ่งสง โอนถูกระเบียบ แต่ให้ผู้มีสิทธิ์ถอนเงินออกมา ภายหลังมีการคืนเงินกันไปหมดแล้ว โดยคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จริงของภาค 8 สั่ง กักยามสารวัตรการเงินทั้งหมด รวมทั้งกักยาม พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.ทุ่งสง เป็นเวลา 3 วัน ตามอำนาจเต็มของผู้บังคับการ และ บช.ภ.8 อยู่ระหว่างพิจารณากักยามเพิ่มเติมอีก 15 วัน ส่วนกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และ กองบัญชาการภาค 1-9 ทาง ผบ.ตร. เร่งรัดให้สืบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว และรายงานผลให้ทราบภายใน 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวอีกว่า ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำการตรวจสอบต้องยึดหลักการ 3 ข้อ คือ 1. ต้องคืนความชอบธรรม คืนเงิน คืนเบี้ยเลี้ยง ให้ตำรวจผู้ได้รับความเสียหายอย่างครบถ้วน ถูกต้อง เพราะฉะนั้นหากใครได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงตามสิทธิ์ ให้แจ้งมาที่ตนได้เลย 2.ต้องยึดหลักถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย รวมถึงมาตรฐานการลงโทษ และ เป็นไปตามกรอบเวลาที่ไม่ล่าช้า 3.การดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นที่พอใจของตำรวจ ของสังคม เพราะฉะนั้นการลงโทษต้องมีมาตรฐาน และตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีหน่วยที่ถูกตรวจสอบตั้งแต่ระดับกองกำกับการ ถึงโรงพัก 41 หน่วย มีข้าราชการตำรวจชั้นประทวนถึงระดับพล.ต.ต. ที่ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 97 นาย ส่วนจะผิดหรือไม่ต้องว่ากันอีกครั้ง โดย ผบ.ตร. ยืนยันว่า เรื่องนี้มีคนทำผิดต้องถูกลงโทษ จะวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง ก็ว่าไปตามกระบวนการ ไม่มีการช่วยเหลือใคร ทั้งนี้สำหรับรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้ส่งให้ ผบ.ตร. หมดแล้ว ล่าสุดมีการปรับย้ายระดับ รอง ผบก.-ผกก. ก็ย้ายออกนอกหน่วย ทางปกครองก็ดูว่าใครทำผิดก็มีมาตรการทางปกครองคู่ขนานไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.ทุ่งสง ได้รับการแต่งตั้งให้เลื่อนระดับสูงขึ้น เป็น รอง ผบก.กค.ภ.8 อยู่ในบัญชีผู้เหมาะสม เกณฑ์อาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องได้รับแต่งตั้งสูงขึ้น ซึ่งการดำเนินการทางวินัย กับการแต่งตั้งอาจจะคนละเรื่องกัน และขึ้นไปอยู่ไม่ใช่ตำแหน่งหลัก เพราะฉะนั้นการที่ท่านถูกกักยาม ก็ดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีกระแสข่าวว่ามีการทุจริตเบี้ยเลี้ยงของกองร้อยควบคุมฝูงชน พล.ต.อ.วิสนุ ระบุว่า เป็นการสื่อสารที่คาดเคลื่อนกรณีผู้บังคับบัญชาไม่อธิบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจ เชื่อว่าไม่มีการทุจิตรในเรื่องนี้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ได้เลี้ยเลี้ยงเต็มจำนวนทุกคน หากใครมีปัญหาก็สามารถมาแจ้งที่ตนเองได้โดยตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85614</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักยาม, จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, สภ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช, อมเบี้ยเลี้ยงโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5e33e29bb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Police Watch จี้&#039;มีชัย&#039;ยกเลิกลงโทษวินัยตำรวจแบบทหารชี้เป็นเหตุให้ตร.กลัวนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;มิ.ย.61 - เมื่อเวลา 16.00น.ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นางสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ &amp;nbsp;(คป.ตร.)หรือ Police Watch &amp;nbsp;ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ผ่านผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ขอให้ปฏิรูประบบการลงโทษวินัยตำรวจ และกำหนดให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดเป็นราชการส่วนภูมิภาคอยู่ภายใต้การตรวจสอบ และการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจดหมายเปิดผนึกมีเนื้อหาสรุปว่า องค์กรตำรวจไทยถูกกำหนดให้มีชั้นยศและวินัยแบบทหาร แม้กระทั่งผู้ปฏิบัติงานสอบสวน&amp;nbsp;ทำให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจสามารถใช้อำนาจสอบสวนและลงโทษทางวินัยผู้ปฏิบัติงานทุกคนเช่นเดียวกับทหารได้ง่ายและไร้ขอบเขต เป็นสาเหตุให้ตำรวจทุกคนเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างแท้จริงหรือต้องจำยอมปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงควรแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการกำหนดให้ &amp;ldquo;พนักงานสอบสวน&amp;rdquo; และตำรวจในสายงานสอบสวนเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ และอยู่ในระบบวินัยข้าราชการพลเรือนลักษณะเดียวกับพนักงานอัยการ ส่วนการเรียกชื่อตำแหน่งพนักงานสอบสวนระดับต่างๆ ก็ไม่ควรใช้คำว่า &amp;ldquo;ผู้บัญชาการ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้บังคับการ&amp;rdquo; และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดได้ทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;----&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ / Police Watch&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ คป.ตร. &amp;nbsp;020/2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 มิถุนายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ปฏิรูประบบการลงโทษวินัยตำรวจ และกำหนดให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดเป็นราชการส่วนภูมิภาคอยู่ภายใต้การตรวจสอบ และการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด
เรียน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ ซึ่งติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการมาโดยตลอด เห็นว่า แนวทางปฏิรูปที่แถลงต่อสื่อมวลชนดูจะมีความคืบหน้าเป็นลำดับ และมีแนวโน้มที่ดียิ่ง โดยเฉพาะการจะแก้ไขพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ โดยแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจฝ่ายป้องกันอาชญากรรมโดยให้ &amp;ldquo;หัวหน้างานสอบสวน&amp;rdquo; เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนแทนหัวหน้าสถานีตำรวจ การแต่งตั้งโยกย้ายจะสามารถกระทำได้เมื่อหัวหน้างานสอบสวนเห็นชอบ ซึ่งจะทำให้ระบบงานสอบสวนมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การที่องค์กรตำรวจไทยได้ถูกกำหนดให้มีชั้นยศและระบบวินัยแบบทหารแม้กระทั่งผู้ปฏิบัติงานสอบสวนในปัจจุบัน ยังเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ตำรวจทุกฝ่ายโดยเฉพาะ &amp;ldquo;พนักงานสอบสวน&amp;rdquo; ไม่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เนื่องจากระบบวินัยแบบทหารที่ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติมาตรา 78 (3) &amp;ldquo;ต้องรักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ ผู้น้อย&amp;rdquo; ซึ่งหมายถึง &amp;ldquo;ผู้มียศต่ำต้องทำความเคารพผู้มียศสูงกว่า&amp;rdquo; รวมถึงใน (12) &amp;ldquo;ไม่ใช้กริยาวาจาหรือประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร&amp;rdquo; และ (15) &amp;ldquo;ไม่กระทำหรือละเว้นการกระทำที่เป็นเหตุให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ&amp;rdquo; ทำให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจสามารถใช้อำนาจสอบสวนและลงโทษทางวินัยผู้ปฏิบัติงานทุกคนตั้งแต่ &amp;ldquo;ภาคทัณฑ์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ทัณฑกรรม&amp;rdquo; &amp;ldquo;กักยาม&amp;rdquo; &amp;ldquo;กักขัง&amp;rdquo; เช่นเดียวกับทหารตามมาตรา 82 ได้ง่ายและไร้ขอบเขต เป็นสาเหตุให้ตำรวจทุกคนเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างแท้จริง หรือแม้กระทั่งต้องจำยอมปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองดังที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ จึงควรแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการกำหนดให้ &amp;ldquo;พนักงานสอบสวน&amp;rdquo; และตำรวจในสายงานสอบสวนเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ และอยู่ในระบบวินัยข้าราชการพลเรือนลักษณะเดียวกับพนักงานอัยการ เพื่อจะได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรมเป็นการปฏิรูประบบงานสอบสวนให้มีความเป็นสากลเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเรียกชื่อตำแหน่งพนักงานสอบสวนระดับต่างๆ ก็ไม่ควรใช้คำว่า &amp;ldquo;ผู้บัญชาการ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้บังคับการ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการเรียกตำแหน่งหัวหน้าหน่วยทหารผู้ทำหน้าที่บัญชาการหรือบังคับการรบ ขัดต่อลักษณะงานสอบสวนและภาพลักษณ์ของเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ควรกำหนดให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดมีฐานะเป็น &amp;ldquo;ราชการส่วนภูมิภาค&amp;rdquo; ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดได้ทุกระดับเมื่อผ่านความเห็นชอบของ &amp;ldquo;คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; (กต.ตร.จังหวัด) ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในปัจจุบัน ซึ่งอาจเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;คณะกรรมการกิจการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; มีตัวแทนภาคประชาชน และวิชาการ เช่น อธิการบดี หรือผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา สื่อมวลชนในจังหวัด ตัวแทน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์ และองค์กรภาคประชาสังคมร่วมเป็นกรรมการ เพิ่มบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของตำรวจในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถกระทำได้ง่ายด้วยการแก้ไขระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตช.) เกี่ยวกับองค์ประกอบ และกำหนดอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ผลการดำเนินการเป็นประการใด ขอได้โปรดแจ้งให้ทราบด้วย เพื่อจะได้แจ้งให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสมศรี หาญอนันทสุข
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 20เม.ย.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11312</URL_LINK>
                <HASHTAG>Police Watch, กักยาม, นางสมศรี หาญอนันทสุข, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจชุดมีชัย, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, พนักงานสอบสวน, ภาคทัณฑ์, ราชการส่วนภูมิภาค, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9efb4db0d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
