<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธุรกิจเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า”  อีกหนึ่งความเชี่ยวชาญของ กฟผ. พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าให้เราใช้อยู่ทุกวันนี้ กว่าจะสามารถเดินเครื่องได้ ต้องประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าชิ้นส่วนจะเล็กเพียงแค่ปลายเข็ม หรือใหญ่กว่าตึก 10 ชั้น แค่เพียงรูรั่วเล็กๆ บนชิ้นส่วนของอุปกรณ์อาจทำให้โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เสียหายได้ในพริบตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โรงไฟฟ้าจะขับเคลื่อนไม่ได้เลยหากขาดฟันเฟืองที่สำคัญอย่างการบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญและก่อให้เกิดธุรกิจของ กฟผ. ที่คนทั่วไปอาจยังไม่รู้ นั่นคือ งานธุรกิจด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (Operations and Maintenance หรือ O&amp;amp;M) ในนาม EGAT Business ที่ให้บริการมานานกว่า 20 ปี ด้วยทีมงานมืออาชีพ พร้อมองค์ความรู้และประสบการณ์ในการผลิตไฟฟ้าที่สั่งสมมากว่า 50 ปี รวมถึงระบบงานที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในการใช้บริการ O&amp;amp;M ของ กฟผ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากธุรกิจ O&amp;amp;M ที่ให้บริการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท เช่น โรงไฟฟ้าพลังความร้อน โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และโรงไฟฟ้าพลังหมุนเวียนอย่างไบโอแมส กฟผ. ยังมีบริการงานซ่อมและผลิตอะไหล่เครื่องจักรและอุปกรณ์โรงไฟฟ้า โดยมีโรงซ่อม ตรวจสอบ และปรับสมดุลเครื่องจักรหมุน (หรือ Rotor) ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีการให้บริการงานเคมีโรงงาน เช่น การวิเคราะห์และปรับปรุงคุณภาพน้ำและไอน้ำในกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม บริการงานสนับสนุนวิศวกรรมและอื่นๆ เช่น บริการให้คำปรึกษาปัญหาด้านต่างๆ ของโรงไฟฟ้า พร้อมแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง และบริการงานทดสอบประสิทธิภาพเครื่องจักร ประเมินสภาพเครื่องจักรและเครื่องมือ อุปกรณ์โรงไฟฟ้า ตลอดจนให้บริการงานฝึกอบรมวิชาการด้านโรงไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ กฟผ. มีศูนย์ซ่อมบำรุง 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานไทรน้อย และสำนักงานหนองจอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานไทรน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ตั้งอยู่ที่ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นศูนย์กลางในการบำรุงรักษา ด้านเครื่องกล ไฟฟ้า โยธา งานอะไหล่ และงานเคมี ในธุรกิจอุตสาหกรรมไฟฟ้าอย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐานสากล และเป็นศูนย์รวมความรู้และนวัตกรรมการบำรุงรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานหนองจอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ตั้งอยู่ที่ เขตหนองจอก จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์ซ่อมและผลิตอะไหล่โรงไฟฟ้าของภูมิภาคที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ยกระดับให้การซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าจากที่ต้องส่งอุปกรณ์หรืออะไหล่ไปซ่อมไกลถึงยุโรป แต่ปัจจุบันศูนย์ฯ แห่งนี้สามารถซ่อมอุปกรณ์และอะไหล่ที่ชำรุดเสียหายได้อย่างครบวงจร ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและย่นระยะเวลาในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้วยทีมงาน O&amp;amp;M มีความเป็นมืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์พร้อมองค์ความรู้เฉพาะทาง ของ กฟผ. ที่สั่งสมมานานกว่า 50 ปี ตลอดจนมีการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้อย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าของ กฟผ. เท่านั้น แต่ยังพร้อมให้บริการภาคเอกชนทั่วไปอย่างครบวงจร ให้สามารถเดินเครื่องได้ตามเป้าหมาย มีระบบการผลิตที่ราบรื่น และเพิ่มโอกาสในการผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ทุกเมกะวัตต์ของการผลิตไฟฟ้ามีคุณภาพที่ดี มั่นคง ไม่ตกดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31714</URL_LINK>
                <HASHTAG>@EGAT, กฟผ., กังหันผลผลิตไฟฟ้า, โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90986d4df83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กกพ.&#039;สั่งหยุดเดินเครื่องกังหันลมที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;กกพ.&amp;rdquo; สั่งหยุดเดินเครื่องกังหันลมผลิตไฟฟ้า ของบริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด และพื้นที่ใกล้เคียง ชั่วคราว เข้าตรวจสอบความเสียหาย และเหตุขัดข้อง กังหันลมผลิตไฟฟ้า เผย ล่าสุดไม่พบผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 61- &amp;nbsp;นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 61 เวลาประมาณ 11.30 น. กังหันลมผลิตไฟฟ้า จำนวน 1 เครื่อง ในโครงการของบริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด ได้เกิดเหตุขัดข้องในส่วนเครื่องยนต์และใบพัด ส่งผลให้ชุดใบกังหัน และเครื่องยนต์ หลุดร่วงลงสู่พื้นดินในบริเวณใกล้เคียงในพื้นที่บ้านเกาะแหลม ต.บึงปรือ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับรายงานว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต รวมทั้งความเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ จากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลังจากทราบเหตุ ทางสำนักงาน กกพ. ได้ตรวจสอบข้อมูลกับทางบริษัทฯ พร้อมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกพ. เขต 6 นครราชสีมา เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกังหันลมที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจำนวน 1 เครื่องได้มีการชำรุดในชุดใบพัด และเครื่องยนต์ และหลุดร่วงลงด้านล่างโคนเสา และไม่ได้มีการปลิวกระจาย นอกจากนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ รวมทั้งไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับที่อยู่อาศัยหรือชุมชนใกล้เคียง ตลอดจนไม่ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าในภาพรวมหรือพื้นที่ใกล้เคียงยังคงจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ ทั้งนี้ โครงการของบริษัทฯ ได้เดินเครื่องผลิตและขายไฟฟ้าเข้าระบบได้หนึ่งเดือนแล้วก่อนเกิดเหตุ&amp;rdquo; นางสาวนฤภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น ทางบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายประกอบการอนุญาตการประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า โดยได้มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุและสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นมายังสำนักงาน กกพ. แล้วภายใน 72 ชั่วโมงนับจากเวลาเกิดอุบัติเหตุ และทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สั่งการให้บริษัทฯ หยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันลมทั้งหมดเป็นการชั่วคราวไว้ก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งแก้ไขปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมในบริเวณพื้นที่ที่เกิดเหตุ ดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 60 เครื่อง มีกำลังการผลิตติดตั้ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 180 เมกะวัตต์ เป็นของบริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารับอนุญาต จำนวน 30 เครื่อง มีกำลังการผลิตติดตั้ง จำนวน 90 เมกะวัตต์ และอีก 30 เครื่อง เป็นของบริษัท เค.อาร์.เอส.ทรี จำกัด จำนวน 30 เครื่อง มีกำลังการผลิตติดตั้ง จำนวน 90 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ กกพ. ได้สั่งการให้หยุดเดินเครื่องทั้งหมดเพื่อรอการตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน 2550 และเงื่อนไขประกาศหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เกี่ยวกับที่ตั้งของโครงการ จะต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงสถานประกอบกิจการพลังงาน โดยกำหนดระยะห่างระหว่างกังหันลมกับเขตชุนไว้ โดยให้มีระยะห่างจากโคนเสากังหันลมไม่น้อยกว่า 3 เท่าของความสูงเสากังหันลมบวกกับรัศมีใบพัด ถึงเขตที่ดินของบ้านหรือที่อยู่อาศัยหลังที่ใกล้ที่สุดของเขตชุมชน รวมไปถึงผลกระทบทางเสียง ต้องไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และชุมชนในพื้นที่ ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการในลักษณะเดียวในทุกพื้นที่ที่ได้รับการอนุญาตจาก กกพ. อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกพ. จะได้มีการแจ้งผลการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21086</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กังหัน, กังหันผลผลิตไฟฟ้า, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, ต.บึงปรือ, ทรอปิคอล วินด์, นครราชสีมา, อ.เทพารักษ์, เครื่องยนต์, ใบพัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd96379f1450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
