<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีอีซีผนึกสปก.ลุยพัฒนาพืช &#039;กัญชา-ฟ้าทะลายโจร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในฐานะเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีรวมลงนามในบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ระหว่างสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (สกพอ.)ภายใต้แผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการปรับเปลี่ยนอนาคตของเกษตรกรในพื้นที่ส.ป.ก. ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเปลี่ยนการปลูกพืชแบบเดิมๆสู่พืชที่มีอนาคตสูง เริ่มพืช 2 ชนิดได้แก่ 1.กัญชงและกัญชา ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพในการรักษา &amp;nbsp;2. ฟ้าทะลายโจร เป็นพืชสมุนไพรที่ในปัจจุบันประเทศไทยใช้เป็นยารักษาโรคโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขได้ให้การรับรองแล้ว โดยทั้ง 2 หน่วยงาน จะได้ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาพืชสมุนไพร และกิจการที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรอย่างครบวงจร ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในพื้นที่เขต อีอีซี มีเป้าหมายที่จะยกระดับพืชสมุนไพรของไทย มีคุณภาพมาตรฐานสากล ตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการทำตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย ตลอดจนการทำตลาดสมัยใหม่ ให้สมุนไพรไทยขายได้ตรงความต้องการของตลาด มีราคาสูง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ให้มีผลโดยเร็วและเป็นรูปธรรม มีระยะเวลา 2 ปี ตามอายุของข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ฟ้าทะลายโจร, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60916d155e73b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>191 ทลายแก๊งโจ๋ เปิดธุรกิจสายเขียวออนไลน์ โกยอื้อเดือนละ3แสน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64 - &amp;nbsp;พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) สั่งการ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ( 191) และ เจ้าหน้าที่สายตรวจ 1 กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุม นาย ภานุพันธุ์ฯ หรือ เน็ค อายุ 21 ปี ภายในซอยพระราม 2 ซอย 60/1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ขยายผล ห้องเช่าไม่มีเลขที่ภายในซอยพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ แยก 35-1 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมด้วยของกลาง 1. กัญชาอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟรอยด์ สีทอง น้ำหนักรวมประมาณ 2 กิโลกรัม พบในกระเป๋าสะพายสีดำ &amp;nbsp;2. กัญชาอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟรอยด์ สีทอง น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม &amp;nbsp;3. อาวุธปืน สั้น &amp;nbsp;ไทยประดิษฐ์ ขนาด 380 จำนวน &amp;nbsp;1 กระบอก &amp;nbsp;4. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 380 จำนวน 52 นัด &amp;nbsp;5. เครื่องซีลปากถุง พร้อมถุงพลาสติก จำนวน 50 ใบ 6. กล่องพัสดุ สีน้ำตาล จำนวน 51 กล่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า พบกลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมจำหน่ายกัญชาผ่านช่องทางแอพลิเคชั่น Facebook และจัดส่งกัญชาผ่านช่องทางขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนดังกล่าวจะใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ &amp;nbsp;ไอ125 สีเขียว หมายเลขทะเบียน 3กฮ 41XX กรุงเทพฯ &amp;nbsp;หมุนเวียนกันไปส่งกัญชาที่ขนส่งเอกชน และสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านดีเค แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นวันที่ 3 ก.ค.64เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จึงได้วางแผนการจับกุม และสังเกตการณ์ภายในซอยพระราม 2 ซอย 60/1 เวลาประมาณ 16.30 น. พบชาย มีท่าทางมีพิรุธขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟไอ สีเขียว ตรงกับที่ได้ทำการสืบสวน เพื่อมาส่งกัญชากับขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเป็นที่พอใจ ขอทำการตรวจค้น พบกัญชาอัดแท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 2 กิโลกรัม จากการสอบถามและยังรับอีกว่า ยังมีกัญชาอีกจำนวนหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่บนห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ แยก 35-1 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น พบกัญชาอัดแท่ง จำนวนประมาณ 37 กิโลกรัม พร้อมกล่องพัสดุ เลขกำกับพัสดุ และอาวุธปืนสั้น ไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนปืน เครื่องซีลปากถุง ถุงพลาสติกใส จำนวน 50 ใบ วางอยู่ภายในห้องพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนายภานุพันธุ์ เพื่อขยายผลการจับกุม นายภานุพันธุ์ ให้การว่าตนเองซื้อกัญชามาจากเพื่อนใน Facebook ในราคากิโลกรัมละ 4,500 บาท และตนเองจะนำมาแบ่งจำหน่าย และส่งพัสดุผ่านขนส่งเอกชน ในราคากิโลกรัมละ 5,500 บาท เพื่อเอากำไรอีกต่อหนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลการส่งพัสดุเอกชน ประมาณ 2 เดือน พบมีการส่งกัญชา มากกว่า 100 รายการ มีรายได้เดือนละ 300,000 บาท จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง นำส่ง พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้ามเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108564</URL_LINK>
                <HASHTAG>191, กัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e14c12c7658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทส. ส่งมอบช่อดอกกัญชาแห้ง 115 กก. ให้กรมการแพทย์แผนไทยฯผลิต 2 ตำรับยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.64 - ที่สวนเกษตรเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีส่งมอบผลผลิตกัญชาส่วนช่อดอกแห้ง จำนวน 115 กิโลกรัม จากโครงการผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ให้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ &amp;nbsp;แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เป็นผู้ส่งมอบแก่ นายแพทย์ ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. หนึ่ง เตียอำรุง คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส. และหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี ภายใต้มาตรการการป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ ดร. หนึ่ง เตียอำรุง คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส. เปิดเผยว่า &amp;ldquo;โครงการผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;มทส. ได้มุ่งค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรม ในการสร้างกลไกให้เกิด Ecosystem เกี่ยวกับห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ เพื่อสร้างห่วงโซ่แห่งคุณค่าให้กับพืชเศรษฐกิจใหม่ กัญชง และ กัญชา รวมถึงพืชสมุนไพร โดยในระยะแรกเริ่ม &amp;nbsp;เป็นการสร้างกิจกรรมส่งเสริมการปลูก &amp;nbsp;การพัฒนานวัตกรรมการ และเทคโนโลยีการปลูก การพัฒนาสายพันธุ์กัญชา ควบคู่กับการจับคู่กับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึง มหาวิทยาลัย เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร &amp;nbsp;บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม หน่วยวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน &amp;nbsp; รวมถึงการพัฒนาสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกัญชาคุณภาพของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลักดันการใช้ประโยชน์พืชกัญชง-กัญชาทางการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัย กับกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาคุณภาพทางการแพทย์ &amp;nbsp;ด้วยการส่งมอบกัญชาส่วนช่อดอกแห้ง จำนวน 115 กิโลกรัม เพื่อเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตยาแผนไทย 2 ตำรับ คือ ผลิตน้ำมันตำรับเมตตาโอสถ และตำรับการุณย์โอสถ ภายใต้การผลิตที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย เป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้เข้าถึงกัญชาคุณภาพ เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดรักษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มทส. กล่าวว่า โครงการผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มทส. ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีครึ่ง โครงการฯ ได้ดำเนินการสู่รอบการผลิตรุ่นที่ 4 แล้ว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมนักวิจัยในการศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับกัญชาสายพันธุ์ไทย นับแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเพาะปลูก ดูแล รักษา และเก็บเกี่ยวผลผลิต กระทั่งสามารถจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่วิสาหกิจชุมชนแล้วหลายรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นความสำเร็จนับแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ &amp;nbsp;รวมถึง การส่งมอบผลผลิตกัญชา ในส่วนของช่อดอกแห้ง ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตยาแผนไทย ถือเป็นความสำเร็จ และภาคภูมิใจร่วมกัน ในฐานะสถาบันการศึกษาซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้ศึกษา วิจัยและค้นคว้า นวัตกรรมทางการเกษตร สร้างโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์กัญชาคุณภาพ สร้างรายได้สู่วิสาหกิจชุมชน ผ่านความร่วมมืออันดียิ่งจากหน่วยงานภาครัฐทั้งจากส่วนกลาง และท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107282</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, จังหวัดนครราชสีมา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1ea8876251.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุกดาหารตรวจยึดกัญชา-เคตามีนขนข้ามฝั่งเพื่อนบ้านเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.64- พล.ท.ธเนศ&amp;nbsp; วงศ์ชะอุ่ม&amp;nbsp; แม่ทัพภาคที่ 2&amp;nbsp; พล.ต.บุนสิน&amp;nbsp; พาดกลาง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีร่วมกับนายเชวงศักดิ์&amp;nbsp; พลเยี่ยม&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พันเอกสุคนธรัตน์&amp;nbsp; ชาวพงษ์&amp;nbsp; ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3&amp;nbsp; นายสมศักดิ์&amp;nbsp; บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.จารึก&amp;nbsp; พุ่มระย้า ผกก.สภ.หว้านใหญ่&amp;nbsp; พ.ต.ท.ประภาส&amp;nbsp; สุจันทา รอง ผกก.สส.สภ.หว้านใหญ่&amp;nbsp; ร.ท.นิคม&amp;nbsp; ชินเขว้า ผบ.มว.คทร.ที่ 2 ร้อย.คทร.ที่ 1 ชอน.บ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พ.ต.ท. จำเนียร&amp;nbsp; เศษฤทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ เจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่ นรข. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ตชด.234 มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอหว้านใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าว การตรวจยึดกัญชา จำนวน 400.50 กิโลกรัม เคตามีน จำนวน 1 กิโลกรัม ที่บ้านป่งขาม ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติด (กัญชา) ล็อตใหญ่เข้ามาทางด้าน อ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จึงได้วางแผนสนธิกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองจัดชุดซุ่มตามท่าน้ำที่คาดว่ากลุ่มผู้ลำเลียงจะนำขึ้น จนกระทั่งเมื่อเวลา 22.30&amp;nbsp; น. ของวันที่ 5 มิ.ย.64 ได้พบเรือแล่นมาจากท่าน้ำฝั่งประเทศลาวมุ่งหน้าเข้ามาที่ท่าน้ำ บ้านป่งขาม หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร โดยในเรือมีชายฉกรรจ์นั่งมาในเรือจำนวน 3 คน และนำเรือเทียบที่บริเวณท่าน้ำบ้านป่งขาม ฯ และยกกระสอบลงจากเรือมาวางไว้ที่ริมฝั่งท่าน้ำ ฯ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มชายฉกรรจ์ตกใจกระโดดวิ่งหลบหนีไปได้ โดยอาศัยความมืดและความชำนาญในการหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พบกระสอบปุ๋ยที่ห่อหุ้มด้วยถุงดำจำนวน 11 กระสอบ จึงได้นำของกลางมาทำการตรวจสอบที่ฐานปฏิบัติการ พบเป็นกัญชาจำนวน 400 แท่ง น้ำหนัก 400.50 กิโลกรัม และมี เคตามีน อีก 1 ถุง น้ำหนัก&amp;nbsp; 1 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนมาในถุงปุ๋ย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ได้เดินทางข้ามไปรับกัญชา จากนักค้าชาวลาว โดยจะได้ค่าจ้างเที่ยวละ 200,000 บาท โดยลำเลียงครั้งละประมาณ 400 กิโลกรัม มาขึ้นที่ท่าน้ำบ้านป่งขาม ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร อยู่เป็นประจำ และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ทำให้ประเทศลาว มีการปิดพรมแดนและห้ามประชาชนคนลาวทำการประมงในแม่น้ำโขง จึงทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดนำกัญชามาพักไว้ตามหมู่บ้านแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก และมีความพยายามที่จะลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย ผ่านทางด้าน อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร และ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบัน กัญชา เป็นที่ต้องการของตลาดประเทศไทยและประเทศที่สาม โดยนำกัญชาไปผลิตเป็นยารักษาโรคจนเป็นที่นิยมของบุคคลทั่วไปเป็นจำนวนมาก และกัญชามีราคาแพงมากขึ้น แต่ข้อกฎหมายและบทลงโทษน้อยกว่ายาเสพติดประเภทอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, มุกดาหาร, ยาเสพติด, เคตามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd9f8b5df56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นรข.นครพนม&#039;จับรถตู้ขนกัญชาหนัก180 กก.จอดริมแม่น้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64- ที่กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (บก.นรข.เขตนครพนม)&amp;nbsp; อ.ธาตุพนม จ.นครพนม น.อ.ฤทธิ์&amp;nbsp; นาทวงศ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบสิ่งผิดปกติบางอย่างในลำน้ำโขงฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน คาดน่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร พิกัดริมฝั่งแม่น้ำโขงหน้าวัดหลักศิลามงคล บ้านหลักศิลา หมู่ที่ 16&amp;nbsp; ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จึงได้สั่งการให้ น.ท.พิเชษฐ์ เมืองโคตร หัวหน้ากำลังพลฯ นรข.เขตนครพนม และ รักษาราชการ หน.สน.เรือธาตุพนม จัดชุดลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าวตามที่ชาวบ้านแจ้งมา กระทั่งเวลาประมาณ 01.50&amp;nbsp; น. ได้มีรถตู้ต้องสงสัยจำนวน 1 คัน&amp;nbsp; ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ฮย3004 กทม. ได้ขับมาจอดที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดหลักศิลา เห็นชายต้องสงสัยซึ่งเป็นคนขับรถตู้คันดังกล่าวเปิดประตูลงมาจากรถเดินอ้อมไปทางด้านซ้ายของรถตู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าชุดลาดตระเวนจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นชายต้องสงสัยทราบชื่อคือ นายพัฒนชัย คำภูแก้ว อายุ 37 ปี ที่อยู่ 151 หมู่ที่ 7 ต.นาดี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบในบริเวณพื้นที่ที่รถตู้ต้องสงสัยจอด พบห่อสีดำจำนวน 3 ห่อและกระสอบถุงปุ๋ย จำนวน 5 กระสอบอยู่บริเวณด้านข้างรถและห่อสีดำจำนวน 1 ห่ออยู่ในตัวรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ฯ นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมด มาที่ สน.เรือธาตุพนม เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในกระสอบเป็นกัญชาอัดแท่ง&amp;nbsp; 180 แท่ง/กก. นำของกลางกัญชา พร้อมผู้ต้องหาและรถยนต์ ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.หลักศิลา อ.ธาตุพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104669</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, นรข.นครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b34fa4622d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปส.จับแก๊งยาเสพติดยึดกัญชา13กระสอบหนัก500กิโลกรัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64- พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส พร้อมด้วยพล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2 มอบหมายให้พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง&amp;nbsp; ผกก.3 บก.ปส.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปส.อุดรธานี ร่วมกับ ศวข.อธ.บก.ขส.บช.ปส. และ กก.สส.ภ.จว.นครพนม&amp;nbsp; จับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือ 1.นายประเสริฐ&amp;nbsp; สุวรรณไตร&amp;nbsp; อายุ&amp;nbsp; 52 ปี&amp;nbsp; ที่อยู่ 142 หมู่ที่ 7 ต.คำอาฮวน&amp;nbsp; อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร&amp;nbsp; 2.นายเบ็ญ บุตะมะ&amp;nbsp; อายุ 38 ปี ที่อยู่ 27 หมู่ที่ 6 ต.โพนทอง อ.โพนทอง จว.ร้อยเอ็ด 3.นายประจักษ์&amp;nbsp; พรมลา อายุ 37 ปี&amp;nbsp; ที่อยู่ 338 หมู่ที่ 5 ต.ทุ่งขนาน&amp;nbsp; อ.สอยดาว จว.จันทบุรี บริเวณสถานที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนชยางกูร ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง&amp;nbsp; จว.มุกดาหาร ต่อเนื่องบริเวณปั้มน้ำมันลานทองนิคมคำสร้อย ถนนชยางกูร&amp;nbsp; ต.นิคมคำสร้อย&amp;nbsp; อ.นิคมคำสร้อย&amp;nbsp; จว.มุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยึดของกลาง จำนวน 4 รายการ 1.กัญชา 13 กระสอบ จำนวน ประมาณ 500 กิโลกรัม 2.รถยนต์กระบะยี่ห้อ เซฟโลเล็ต สีขาว หมายเลขทะเบียน ถท 8444 กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ราคาประมาณ 300,000 บาท 3.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บล 9567 จันทบุรี ราคาประมาณ 300,000 บาท 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104665</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ตำรวจ, ปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b34492c9709.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังคับใช้แล้ว‘กัญชา-กัญชง’ในเครื่องสำอาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.2564 - &amp;nbsp;&amp;lsquo;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้ส่วนของกัญชาในเครื่องสำอาง พ.ศ.2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้ส่วนของกัญชงในเครื่องสำอาง พ.ศ.2564 ลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.นี้ โดยเนื้อหาของประกาศ 2 ฉบับดังกล่าวเป็นการกำหนดปริมาณ และการใช้กัญาชา และกัญชงในเครื่องสำอางต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดกัญชาที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดกัญชงที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103322</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชง, กัญชา, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุข, เครื่องสำอาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d044d7bb55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
