<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กัญชา 360 องศาหมุนรอบตัวล้อมรั้วให้ปลอดภัย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศศก.ร่วม สสส. จัดคลับเวทีวิชาการ &amp;ldquo;กัญชา&amp;rdquo; ด้วยระบบ ZOOM ส่งคำถามแลกเปลี่ยน ดูเหรียญสองด้าน รู้โทษและประโยชน์ของการใช้ รวมถึงผลกระทบต่อสังคม แนะเฝ้าระวังเข้าวงจรยาเสพติด ควรป้องกันมากกว่าแก้ปัญหาภายหลัง Dr. Jurgen Rehn Ph.D จากประเทศแคนาดา เจาะลึกธุรกิจเป็นเงินหมื่นล้านเป็นภาพรวมทั่วโลก มูลค่ามหาศาลมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดคลับเวทีสนทนาวิชาการเพื่อสังคมหัวข้อ &amp;ldquo;กัญชา 360 องศาหมุนรอบตัว ล้อมรั้วให้ปลอดภัย&amp;rdquo; เมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2564 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล มีวิทยากร รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส., Dr. Jurgen Rehn Ph.D จากประเทศแคนาดา, นพ.ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและการแพทย์ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.), รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้จัดการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) โดยมี ประพจน์ ภู่ทองคำ เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้รับหนังสือสั่งสมองให้เลิกเสพด้วยสติและชีวิตที่มีคุณค่า นพ.วอลเตอร์ ลิง และหนังสือข้อเท็จจริงและตัวเลข : สารเสพติดผิด กม.ในประเทศไทย ปี 2560-2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัศมน กัลยาศิริ บรรณาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า เปิดคลับสนทนาเพื่อทำความเข้าใจกับสังคม หลังจากกฎหมายปลดล็อกส่วนของกัญชาและกัญชงออกมา มีผลไม่ใช่ยาเสพติด อาจทำให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามมาทั้งด้านบวกและด้านลบ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจทำให้เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปมองไม่เห็นโทษที่ยังมีอยู่ของสารเสพติด โดยเฉพาะช่อดอกและเมล็ดกัญชา เนื่องจากสมัยที่เราเป็นเด็ก กัญชาเป็นยาเสพติด แต่ยุคนี้เราต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่วนอื่นๆ ของกัญชาทำเป็นอาหารได้ ต้องรู้ให้ชัดเจนก่อนบริโภค เลือกรับประทานให้ถูกต้องเพื่อรักษาโรค ส่วนที่เป็นยารักษาโรคต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เราต้องเรียนรู้ความรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ขณะเดียวกันต้องเฝ้าระวังให้เกิดความปลอดภัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตประชาชน เพราะยังมียาเสพติดจำนวนมากที่ถูกลักลอบนำเข้าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง &amp;ldquo;ยาบ้าและไอซ์&amp;rdquo; จึงมีแนวโน้มที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาของสารเสพติดเป็นปัญหาระดับประเทศ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดำเนินงานทั้งด้านการปราบปราม การป้องกัน การบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการป้องกันการเสพติดซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การให้ความรู้อย่างถูกต้องผ่าน Social Media ด้วยการสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีบทเรียนครบถ้วนพัฒนาในรูปแบบสื่อแนวใหม่ ใช้การสื่อสารเป็นพื้นฐานพัฒนาเข้าไปในกลุ่มเด็กปฐมวัย ค่อยๆ ปลูกฝังให้ความรู้ นำ พ.ร.บ.จราจรเกี่ยวกับการขับขี่เข้ามาใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างไร เมื่อผู้ขับขี่เสพกัญชาด้วย รวมถึงการมีบทลงโทษอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Dr. Jurgen Rehn Ph.D จากประเทศแคนาดา กล่าวว่า ธุรกิจเป็นเงินหมื่นล้านเป็นภาพรวมทั่วโลก ต้องค้นคว้าจะเกิดเป็นเงินมูลค่ามหาศาลมาก แต่ปัจจุบันประเมินรายได้ 14% ต่อปี หลายประเทศเชื่อว่าจะได้ส่วนแบ่งด้านการตลาดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตลาดกัญชาวางแผนงบประมาณหลากหลายรูปแบบ ประเทศโซนอบอุ่นคิดว่าเป็นโอกาสทางการตลาด การอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาอย่างถูก กม. มีบริษัทร่วมทุนระดับประเทศควบคุมทางการตลาด ประเทศเลบานอนเป็นประเทศเล็กมาก อยู่แถบเมดิเตอร์เรเนียน สร้างรายได้ 1.2 พันล้าน/ปี เป็นประเทศอาหรับประเทศแรกที่อนุญาตให้ใช้กัญชาถูก กม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยประสบการณ์ของประเทศแคนาดา เป็นประเทศแรกที่ออก กม.ใช้กัญชาในทางการแพทย์เมื่อปี 2001 รัฐบาลต่อยอดข้อกำหนดต่างๆ กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ไม่เกิน 100 เคส ภายใต้ กม.พื้นฐานที่มีความเสี่ยงสูงเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด ผู้หญิงจะมีความเจ็บป่วยทางจิตใจรุนแรงมากกว่าเพศชาย ส่วนผู้ชายมีสุขภาพปานกลางถึงน้อยค่อนข้างสูงกว่าหญิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่ละมลรัฐมีทางปฏิบัติต่างกันเป็นหัวข้อหลักในการ Vote แต่ละมลรัฐ อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์มีการขับเคลื่อนทาง กม.ด้วยนโยบายที่แตกต่างกัน เมื่อมีการใช้ทางการแพทย์เพียงพอแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย มีการใช้เอกสารอย่างชัดเจน ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อถกเถียงมากมาย &amp;ldquo;ผมมีส่วนในการให้ทุกคน share you tube content สถานการณ์การใช้กัญชาทางการแพทย์ วัตถุประสงค์ที่นำมาใช้ในการผลิต บทบาทของแพทย์ยังไม่ชัดเจน แพทย์ในประเทศแคนาดาสั่งกัญชาเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ แต่คนไข้ต้องได้รับการประเมินเมื่อมีการใช้กัญชาได้ประโยชน์จากกัญชา มีฝ่ายขายกัญชาเป็นจำนวนมากมาย ต้องเป็นไปตามที่ กม.กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อันตรายจากการใช้กัญชาเป็นส่วนผสม จำเป็นต้องมีจิตแพทย์จิตเวชให้การดูแลอย่างใกล้ชิด โอกาสการเสียชีวิตของผู้คนที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี ความเสี่ยงหญิงและชายขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงอายุ ผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย ในประเทศแคนาดามีร้านจำหน่ายกัญชาเฉพาะในตลาดที่ถูกต้องตาม กม.อยู่ภายในข้อกำหนดแต่ละแห่ง ใครที่มีใบอนุญาตการให้ข้อมูลปริมาตร THC ในกัญชา เพื่อความปลอดภัย ไม่อยู่ในปริมาณมากจนเกิดอาการเมามายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในช่วงที่ กม.บังคับใช้ในปีแรก ปี 2019 คนในแคนาดา 5 ล้านคนใช้กัญชา 16.8% จากประชากรอายุมากกว่า 15 ปี เมื่อเปรียบเทียบปี 2018 จำนวน 14.9% จากประชากรอายุมากกว่า 15 ปี เป็นข้อมูลถูกรายงาน ถือว่าสูงมากของการใช้เมื่อเปรียบเทียบภายใน 1 ปี คือเพิ่มขึ้น 6% ชาวแคนาดาอายุมากกว่า 15 ปี ใช้กัญชาในชีวิตประจำวันค่อนข้างมากในระดับสูงไม่แตกต่างกัน เมื่อเวลาผ่านไปทั้งหญิงและชายอายุ 18-44 ปี มีการใช้กัญชาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี ใช้กัญชา คนใช้กัญชาบางคนเสพกัญชาขณะขับรถเป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กรณีศึกษา 8 คนที่เสพกัญชาในขณะขับรถ มีอันตรายและเสี่ยงสูง สัมพันธ์กับการรู้คิด กระทบต่อสมองในผู้ใหญ่ จึงไม่อนุญาตให้ใช้กัญชาในคนที่มีอายุยังน้อย ยกเว้นเป็นการรักษาทางจิตเวช จากสถิติ วัย 20-24 ปี เป็นอายุที่มีการใช้กัญชามากที่สุด เป็นการเก็บข้อมูลในรอบ 12 เดือน มีแนวโน้มว่าผู้หญิงจะใช้กัญชามากกว่าผู้ชาย และมีแนวโน้มด้วยว่าเมื่ออายุมากขึ้นจะใช้กัญชาอย่างสม่ำเสมอ บางกลุ่มก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แต่ก็ยังมีบางกลุ่มไม่เคยใช้กัญชา มีมากกว่า 10% ที่ใช้กัญชา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แคนาดา สหรัฐ มีการใช้กัญชาแพร่หลายมาก สำหรับเมืองไทยมีวัฒนธรรมในการใช้กัญชาช่วง 5-10 ปีน้อยมาก เนื่องจากมีความเข้มงวดในการใช้รักษาทางการแพทย์ ต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการให้ถูก กม. ต่อไปพฤติกรรมในการใช้กัญชาของคนไทยก็มีแนวโน้มที่จะติดเหมือนกับคนในประเทศอื่นๆ การใช้กัญชาในความหมายอิสระ ความสุข สบาย ความเจ๋ง คำถามที่ตามมาคือ วันใดวันหนึ่งกัญชาจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตปกติของเราหรือไม่ เราจำเป็นต้องควบคุมสารมึนเมา มีใบอนุญาตถูก กม. ยอดอ่อนไม่อนุญาตให้มีการเสพ เราพึงระวังความเสี่ยงในทุกมิติ ความเสี่ยงที่เกิดจากความเข้มข้น หากมีการเสพใบกัญชาก็ต้องมีข้อกำหนดในการขับขี่รถ มีการเสียชีวิตเมื่อเสพกัญชามากไปในการขับรถ ควรบริหารจัดการดูแลผู้เสพอย่างเหมาะสมขณะขับขี่หรือโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในประเทศเยอรมนีทำธุรกิจอย่างไรให้กัญชามีความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ ทำอย่างไรให้คนทั่วโลกใช้กัญชา 1 ครั้ง/1 สัปดาห์ กม.ออกมาขึ้นอยู่กับงบประมาณและการจัดการอย่างเหมาะสม การแพร่หลายกัญชาในสังคม ทางการแพทย์ต้องมีกฎเกณฑ์ กฎระเบียบ การแพทย์ควรได้รับการพิจารณาให้มีความสมดุลกับวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ ควบคุมกฎเกณฑ์ให้อยู่ในกรอบ ไม่เหมาะสมใช้กัญชาเพื่อลดความซึมเศร้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยาบ้ามีตลาดหลักอยู่ในประเทศไทย บังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยาไอซ์ส่งออกไปยังภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงผ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนังสือข้อเท็จจริงและตัวเลข: สารเสพติดผิด กม.ในประเทศไทยปี 2560-2563 ดนัย อินทรกำแหง เก็บข้อมูลสารเสพติดในประเทศไทย ในสถานการณ์โลก สารเสพติดสังเคราะห์มีส่วนผสมของแอมเฟตามีนใช้มากเป็นอันดับ 3 ของสารเสพติดผิด กม.ทั่วโลก ยาบ้า ยาไอซ์ MDMA เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลิตจากแหล่งผลิตสามเหลี่ยมทองคำ ยาบ้ามีตลาดหลักอยู่ในประเทศไทย บังกลาเทศ ยาไอซ์ส่งออกไปยังภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงผ่าน ยาอีติดต่อซื้อขายผ่านทางเว็บไซด์ที่ผิด กม. หรือสื่อสังคมออนไลน์ ถูกจัดส่งทางไปรษณีย์มาจากทวีปยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยาบ้ามีสัดส่วนการแพร่ระบาดอยู่ที่ร้อยละ 75 รองลงมาคือไอซ์ร้อยละ 7 กัญชาร้อยละ 5 สารเสพติดที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาด เฮโรอีน เคตามีน พบการแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น การจับกุมยาบ้าในภูมิภาคเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 15 เท่า จากปี 2562-2560 ประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า การจับกุมยาไอซ์ในภูมิภาคเพิ่มขึ้น 5 เท่า แต่ในเมืองไทยพบว่าเพิ่มขึ้นถึง 112 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การจับกุมและดำเนินคดีสารเสพติดผิด กม.มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ใน 10 ปีที่ผ่านมา สารเสพติดขึ้นสู่ศาลมากที่สุดเมทแอมเฟตามีน ร้อยละ 78 พืชกระท่อมร้อยละ 16 กัญชาร้อยละ 5 จ.ที่มีข้อหาเมทแอมเฟตามีนมากที่สุด กรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลา ร้อยละ 40 มีฐานความผิดในฐานะผู้เสพร้อยละ 27 มีฐานความผิดในฐานะผู้ครอบครอง ร้อยละ 24 มีฐานความผิดในฐานะผู้ครอบครองเพื่อจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังสือ &amp;ldquo;สั่งสมองให้เลิกเสพ ด้วยสติและชีวิตที่มีคุณค่า&amp;rdquo; นพ.วอลเตอร์ ลิง นำเสนอข้อมูลว่ากว่า สองพันปีมาแล้ว แพทย์และนักปรัชญาชาวกรีกชื่อ กาเลน สังเกตว่าคนที่ป่วยด้วยโรคทางสมองมีพฤติกรรมแตกต่างจากคนที่ป่วยด้วยโรคทางกายอื่นๆ โรคที่ส่งผลกระทบต่อสมองนั้นไม่เพียงแค่ร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำงานผิดปกติไป แต่ตัวตนทั้งคนจะได้รับผลกระทบไปด้วย โรคที่มีผลต่ออวัยวะอื่นๆ แม้จะป่วยมากเพียงใดแต่ตัวตนของเรายังเป็นตัวเราคนเดิม ในขณะที่โรคทางสมองมีผลต่อตัวคน ทั้งความเป็นคน บุคลิกภาพ และความเป็นตัวตน คุณจะไม่ใช่คนที่คุณเคยเป็นอีกต่อไป ไม่ใช่คนที่คนในครอบครัวและเพื่อนฝูงเคยรู้จักมาก่อน แม้แต่ตัวผู้เสพเองก็ยังไม่รู้จักตัวเองแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยาเสพติดทำลายสมอง ทำให้ผู้เสพไม่สามารถหยุดเสพได้ด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่อยากจะเลิกการเสพติดเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่ง ทุกวันนี้การบำบัดรักษามุ่งเน้นว่าการเสพติดเป็นสิ่งที่ผิด ไม่ดี หาเรื่องใส่ตัว แม้แต่นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าการเสพติดเป็นโรคทางสมอง สังคมและบุคลากรทางการแพทย์บำบัดรักษาผู้เสพติดเสมือนกับว่าเป็นคนกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอให้สังคมของเรา &amp;quot;เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Dr.Ling เป็นผู้ที่ชักนำข้าพเจ้าให้มาทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อเกือบ 20 ปีมาแล้ว ยาบ้า หรือ methamphetamine กำลังระบาดมากในเมืองไทย ถึงขั้นวิกฤติ เพราะผู้เสพเป็นจำนวนมากมีอาการ psychotic คลุ้มคลั่งถึงกับทำร้ายตัวเอง ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิต Dr. Ling เป็น ผอ.ศูนย์ต่อต้านสิ่งเสพติดที่มหาวิทยาลัย UCLA ซึ่งข้าพเจ้าเรียนจบปริญญาโททาง Public Health จึงสนใจว่าทำไมผู้เสพ methamphetamine ในประเทศไทยจึงมีอาการรุนแรงและร้ายแรงมากกว่าผู้เสพในประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การแก้ไขรักษาผู้ติดยาจะต้องเป็นการรักษาโรคทางสมองและทางจิต ซึ่งเป็นการรักษาที่ซับซ้อน ทั้งทางด้านชีวภาพ พฤติกรรมบำบัด รวมทั้งการแก้ไขปัญหาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นพ.ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและการแพทย์ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผลวิจัยทางการแพทย์ การสูบกัญชาเกิดมะเร็งปอดได้ด้วยไม่ใช่ป้องกันมะเร็ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ผู้ป่วยที่เข้ามารับการบำบัดจากกัญชาพบมากที่สุด และมีอาการทางจิตรุนแรงพอสมควร เพราะผู้ที่สูบกัญชากว่าจะแสดงอาการรุนแรงใช้ระยะเวลานานกว่ายาบ้าหรือไอซ์ จึงเข้าสู่กระบวนการบำบัดช้ากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งอาการส่วนใหญ่จะเป็นอาการหลอน หลงผิด และหวาดระแวงกลัวผู้อื่นทำร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการอนุญาตเสพกัญชาเพื่อสันทนาการ แต่กลับพบว่ากัญชาหาซื้อได้ตามแหล่งโซเชียลและแหล่งที่ผู้เสพรู้เองว่าจะหาได้อย่างไร แม้รัฐบาลจะเร่งจับกุมก็ตาม ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้คนหันมาติดยาเสพติดได้ยาก คือ การสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ครอบครัวและสถานศึกษา หากมีความเข้มแข็งจะเข้าสู่วงจรนี้ได้ยาก ที่สำคัญต้องทำความเข้าใจว่า กฎหมายอนุญาตให้นำบางส่วนของกัญชามาใช้เพื่อทางการแพทย์เท่านั้น คนที่ฟังข่าวอาจจะเข้าข้างตัวเองว่าสามารถสูบได้เพื่อสันทนาการ&amp;rdquo; นพ.ล่ำซำกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปี 2562 คนไทยใช้กระท่อมแต่จับกลุ่มน้อยกว่าการใช้ยาบ้า ส่วนกัญชาในปี 2562 กราฟการใช้กัญชาขึ้นมาเป็นอันดับ 1 คือ 100 คนใช้กัญชา 1.3 เป็นการเสพใน 1 ปี ในชีวิตจริง การที่พ่อแม่เห็นลูกสูบกัญชาก็มีความเป็นห่วง ลูกก็ย้อนบอกว่าพ่อแม่เชย ด้วยเหตุผลว่าผมสูบกัญชาเป็นการป้องกันมะเร็งได้ &amp;ldquo;ผมขอเปิดผลวิจัยทางการแพทย์ การสูบกัญชาเกิดมะเร็งปอดได้ด้วยไม่ใช่ป้องกันมะเร็ง คำถามว่าถ้าไม่สูบไอระเหยหยอดน้ำมันกัญชาคงจะไม่เป็นไรใช่ไหม ในชีวิตจริงผมเจอคำถามแบบนั้นจากเยาวชนจริงๆ กัญชาทางการแพทย์หยดออกมาเป็นยาเสพติด มีเคสลูกชายขโมยกัญชาของแม่ไปสูบ แม่สงสัยว่าลูกชายจะแอบเอาน้ำมันกัญชาไปสูบกับบุหรี่แทน เพราะแม่รู้สึกว่ากัญชาหมดเร็วขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทุกวันนี้น้ำมันกัญชาหาซื้อได้ทางเน็ต สถิติ 90:1000 คนเคยเสพกัญชามาก่อน ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองหลวงมากที่สุด การที่คนเคยทดลองไม่ได้แปลว่าจะติดกัญชา มีผู้เข้ารับการรักษา 2 แสนราย เป็นอาการขึ้นๆ ลงๆ ตามสถานการณ์ ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษา 5 อันดับแรก ยาบ้า ยาไอซ์ ยาเสพติดรุนแรงก่อปัญหาอาชญากรรม กัญชา กระท่อม เฮโรอีน การบำบัดรักษามีทั้งสมัครใจ และบังคับบำบัด เพราะถูกจับกุม เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติส่งเข้ามาบำบัด บางคนเป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เยาวชนจะต้องเติบโต สมองก็ต้องมีการพัฒนา ส่งผลต่อการตัดสินใจ ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 25 ปีไม่ควรทดลองสูบกัญชา เพราะสมองต้องเจริญเติบโตเต็มที่ โอกาสที่เด็กจะติดกัญชาได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ส่งผลต่อความจำสมาธิอันตรายจากสารเสพติดมีมากมาย การกะระยะเสียไป การขับรถมีปัญหาได้ มีอาการหวาดระแวงสูง ครึกครื้นเป็นสุข เสพแล้วเมาหัวเราะทั้งวัน ระยะยาวมีสารตกค้าง มีอาการจิตหลอน ก่อความรุนแรง ฆ่า เผาบ้าน ปีที่แล้วมีข่าวคนเมากัญชาอาละวาดกับเพื่อนเกิดอุบัติเหตุ มีการสุ่มตัวอย่างผู้ป่วยจากเวชระเบียนกว่า 1,000 รายมาบำบัด มีอาการมากน้อยแค่ไหน ผู้ป่วยไม่ใช่คนเสพทั่วไป เสพหนักจนติด ญาติพามาเพื่อบำบัด มีโรคทางจิตเวช 73% เราพบว่ามีหอผู้ป่วยวิกฤติจิตเวชยาเสพติด จัดห้องแยกให้อยู่ คนไข้กัญชาอยู่หอผู้ป่วย 15% ปี 64 พบผู้ป่วยกัญชา 28% ก่อนหน้านั้นพบ 90% เป็นยาบ้า เกิดอาการหลอน หูแว่ว มีเสียงข่มขู่ Illusion มีอาการซึมเศร้า บางคนไม่สนใจ ไม่อยากจะทำอะไร ไม่มีแรงจะทำอะไร ผู้ป่วยมีโรคทางจิตเภท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โอกาสที่เกิดความเสี่ยงจากการใช้กัญชา ก่อนใช้ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ 1.อายุยิ่งน้อยการใช้กัญชาถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปี อันตรายมาก 2.กัญชาสังเคราะห์มีคนเสียชีวิตแล้ว ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรใช้กัญชาจากธรรมชาติ 3.สูบกัญชาเผาไหม้ควันเป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ ปอด ถ้าสูบไอระเหยจากไอน้ำ 4.อย่าอัดลึกและอั้นลมหายใจ จะมีอันตรายมากกว่า 5.กัญชามีความเข้มข้นสูงมีความเสี่ยงสูง ขับขี่ภายใน 6 ชม. โอกาสเสี่ยงสูงเพราะยังมีกัญชาอยู่ในเส้นเลือด ยิ่งถ้าดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่เกิดอันตรายในการขับรถได้ แม้จะมีสติแต่การควบคุมหย่อนสมรรถนะลง เกิดการง่วงเหงาหาวนอนและซึมได้ สมรรถนะไม่ปกติ 6.ครอบครัวมีกรรมพันธุ์ ติดยาเสพติดให้ระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้จัดการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.)&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;ถ้าใช้ยาน้ำมันกัญชาเยอะเกินขนาด ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการหัวใจวาย หมดสติ มึนงง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประเทศอุรุกวัยเป็นประเทศแรกที่ปลดล็อกกัญชา แต่ละประเทศมีการปลดล็อกด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ส่วนหนึ่งต้องการให้ผู้ติดกัญชาได้รับการดูแล ไม่ใช้บทลงโทษทางอาญา หลายประเทศผลักดันให้ใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ แคนาดา สหรัฐ แคลิฟอร์เนีย แต่ก็ต้องสังเกตเด็กด้วย เพราะเด็กชอบที่มีการปลดล็อกได้ทดลองก็จะมีโอกาสติดกัญชาได้เมื่อเติบโตขึ้น บางประเทศปล่อยให้มีการค้ากัญชาอย่างเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะนี้ กระแสการบริโภคกัญชาและนำมาเป็นส่วนผสมในอาหารเริ่มมีมากขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นจึงอยากทำความเข้าใจว่า การนำกัญชามาเป็นส่วนผสมปรุงในอาหารจะออกฤทธิ์ช้ากว่าการสูบ เนื่องจากปริมาณที่ให้อนุญาตมีส่วนสารมึนเมาน้อย กว่าจะออกฤทธิ์ใช้เวลานาน ทำให้ผู้ที่บริโภคในครั้งแรกบางครั้งไม่ได้รู้สึกถึงความเคลิบเคลิ้ม หรือความสุขอย่างที่คิด จึงบริโภคซ้ำไปอีกต่อเนื่อง เมื่อสะสมเรื่อยๆ จะกลายเป็นรับประทานในปริมาณมากเกินไป ดังนั้นก่อนที่จะรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา ควรต้องรู้ว่าร้านดังกล่าวได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ นำกัญชามาจากที่ใด เพราะแต่ละสายพันธุ์มีสารเมาไม่เท่ากัน รวมถึงกระบวนการปรุงอาหารแต่ละอย่างอาจทำให้สารเมาออกมาไม่เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รศ.พญ.รัศมนกล่าวว่า สิ่งที่ต้องระวังคือ กลุ่มเปราะบาง เช่น เยาวชนและผู้ที่มีโรคประจำตัว หากต้องการใช้ควรปรึกษาแพทย์ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลข้างเคียงได้ ส่วนการสูบกัญชาแน่นอนว่ากฏหมายยังไม่ได้อนุญาต แต่ต้องยอมรับว่ามีการสูบมานานแบบผิดกฎหมาย ซึ่งการสูบออกฤทธิ์ได้เร็ว แต่หากสูบผิดวิธีอาจทำให้เกิดโรคปอดอักเสบได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทางด้านการแพทย์ในต่างประเทศบางแห่งอนุญาตให้ใช้กัญชาได้อย่างเสรี มีข้อกำหนดให้ซื้อจากสถานที่เฉพาะ กำหนดอายุผู้ซื้ออย่างชัดเจน ในประเทศแคนาดามีผู้ใช้กัญชาสูงอยู่แล้ว อุบัติเหตุทางถนนจากการใช้กัญชามีอยู่สูง แต่ในบริบทของเมืองไทยแตกต่างกัน ไม่ได้ใช้กัญชามากเท่ากับประเทศแคนาดา ถ้าเราอนุญาตให้ใช้กัญชามากขึ้นก็ต้องระวังสถิติผู้ใช้จะสูงขึ้นเหมือนแคนาดา ความสุขในการกินดื่มกัญชาให้ผลที่แตกต่างกัน กระแสกัญชา cannabis มีสาร THC (สารเมา) สูงก่อให้มึนเมา ต่างจากกันชงมีสาร THC น้อย ถ้ามีสารเมาน้อยนำมาใช้ได้ในเครื่องดื่ม อาหาร เด็กเยาวชนชอบทดลองเพราะเห็นเป็นของใหม่ ของแปลก ต้องระมัดระวังด้วย มีการนำส่วนที่มีสารมึนเมา ความเข้มข้นน้อยมาใช้รักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ร้านค้าที่นำสารมึนเมา ความเข้มข้นน้อยมาผสมอาหาร เครื่องดื่ม จะบอกกับลูกค้าว่าบริโภคแล้วไม่เมา เพียงแต่ง่วงนอน มีกรรมวิธีผ่านไอระเหยทำให้สารเมาหายไป ร้านค้าบอกว่าจะไม่ขายให้กับเด็ก แต่ถ้าเด็กตื๊อว่าเคยรับประทานแล้วก็พร้อมที่จะขายให้ นำไปเก็บไว้ในตู้เย็นไปผสมได้ พร้อมยังบอกด้วยว่ากรรมวิธีผ่านความร้อนทำให้สารเมาหายไป แต่ก็มีกระบวนการกรรมวิธีให้สารเมาออกมาเยอะขึ้น กรดที่ไม่เมาเปลี่ยนไปเป็นสารเมาได้ ต้องมีความระมัดระวังด้วย เพราะเด็กเล็กดื่มโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเห็นเป็นน้ำหวานมีสีสันน่ารับประทาน เท่ากับเด็กได้กัญชาโดยไม่ได้ตั้งใจ บางคนนำไปใส่ไมโครเวฟเพื่อให้สารเมาออกไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การเมาน้อยเมามากอย่างที่เรียกว่าเคลิ้มสุข ง่วงนิดหนึ่งแล้วอยากจะนอน ให้สารทำให้เกิดอาการ talkative รับสารในอาหาร เครื่องดื่ม เราได้รับผลทางจิตประสาทจากสารเหล่านี้ทำให้การตัดสินใจไม่ไตร่ตรอง ถ้าไม่เคยทดลองมาก่อนและเป็นคน sensitive โดยเฉพาะเด็กๆ ควรหลีกเลี่ยง แต่คนใช้เป็นประเภทฮาร์ดคอร์ มีฤทธิ์ดื้อยา ใช้แล้วแทบไม่รู้สึก ความเข้มข้นน้อย&amp;nbsp; บางคนใจร้อนหยดน้ำมันกัญชาแล้วยังไม่ออกฤทธิ์ ต้องรอ 30นาที ระหว่างรอก็หยดยาซ้ำไปเรื่อยๆ ถ้าใช้ยาเยอะเกินขนาด จะทำให้ผู้สูงอายุมีอาการหัวใจวาย หมดสติ มึนงง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คุกกี้บราวนี่ที่ผสมกัญชาจำหน่ายที่แคลิฟอร์เนีย ใช้สาร THC ค่อนข้างสูง เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีต้องระมัดระวัง มีเด็กหลายพันคนประสบปัญหาของฤทธิ์ยา บางคนได้สารพิษจาก Second hand Smoke โดยไม่ได้ตั้งใจ อาการที่พบในเด็กเนือยๆ อ่อนแรงมาก บางคนเดินเซ ใจสั่น ม่านตาขยาย ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในประเทศแคนาดาไม่จำเป็นต้องปลูกกัญชา เพราะสังเคราะห์ในห้องแล็บทดลอง เกิดฤทธิ์ในวอร์ดคนไข้มีอาการทางจิตเวชรุนแรงจากกัญชา ถ้าเกิดจากสารสังเคราะห์จะรุนแรงมากกว่าใช้สารใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ผลิตภัณฑ์กัญชามีสาร THC เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า มุ่งเน้นให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม ปี 1995 เพิ่มขึ้น 4% ซึ่งสูงมาก ปี 2014 เพิ่มขึ้นเป็น 12% ผู้ขายประสงค์ให้เคลิบเคลิ้มมากขึ้น มีความสนุกสนาน ชาวต่างชาติมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับผู้บริโภคคนไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อ 5 ปีก่อนมีเคสอาเจียน กัญชาช่วยลดอาการคลื่นไส้จากเคมีบำบัดได้ แต่พบว่ากลับมีอาการอาเจียนมากยิ่งขึ้นไปอีก ผู้บริโภคต้องรู้ให้เท่าทันผู้ผลิตด้วย เท่าที่สำรวจความคิดเห็นคนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการนำกัญชามาใช้เพื่อรักษาโรค แต่ไม่เห็นด้วยนำกัญชามาใช้เพื่อสันทนาการ ด้วยมีความกังวลในการควบคุม เท่าที่พบเด็กอายุน้อยที่สุด 9 ขวบใช้กัญชา เด็กในแคลิฟอร์เนียใช้กัญชาโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะหยิบยาผิดมาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.):ภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101329</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, กัญชา 360, กัญชา 360 องศาหมุนรอบตัวล้อมรั้วให้ปลอดภัย, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bfb4612ec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
