<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อั้ม อธิชาติ&#039; เกาะกระแสกัญชง-กัญชา จ่อเข็นสินค้าวางจำหน่าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2564 นายอธิชาติ ชุมนานนท์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัทฝ่ายการตลาด บริษัท พาว มิราเคิล จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของสินค้าที่มีสารสกัด CBD และ HEMP จากกัญชงและกัญชา เนื่องจากในขณะนี้กำลังเป็นเทรนด์ของผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาเล่นในตลาดจำนวนมาก บริษัทมองว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะเข้ามาทำธุรกิจ แม้ว่าจะเป็นเรื่องใหม่ แต่หากมีพาร์ทเนอร์ที่น่าเชื่อถือและสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุดตามที่ผู้บริโภคต้องการได้ ก็มั่นใจว่าจะตอบสนองตลาดได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับ ไทยสติ๊คเฮิร์บ และวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งแพม ผู้ผลิตสารสกัด CBD และ HEMP จากกัญชงและกัญชา เป็นพันธมิตร โดยจะใช้บริษัท ซีเอ็มเอช เชียงใหม่ &amp;nbsp;โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้ผลิต &amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลงมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากกัญชงและกัญชานั้น จะเป็นเรื่องของการผ่อนคลายและสดชื่นเป็นหลัก บริษัทจึงเตรียมออกสินค้าสู่ตลาดประมาณ 5 รายการในปี 2564 ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ดับกลิ่นปาก , สเปรย์ฉีดพ่นหมอนเพื่อช่วยผ่อนลาย หรือช่วยนวดแบบอโรม่า และแคบซูลต่างๆ ขณะเดียวกันในเฟสต่อไปยังมีแผนที่จะรุกตลาดเครื่องดื่ม อาทิ กาแฟ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมทีเรามองว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าน่าจะเป็นผู้ที่รักสุขภาพอายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ระยะหลังจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีต้องการสร้างภูมิคุ้มกันมากขึ้น เริ่มดูแลสุขภาพกันตั้งแต่เด็ก ทำให้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเป็นที่ต้องการในตลาด โดยในปีแรกหลังจากเปิดตัวสินค้าที่มีสารสกัดจากกัญชงและกัญชาไปแล้ว คาดการณ์ว่าจะมียอดขายระดับ 100 ล้านบาท&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวทางการทำตลาดบริษัทเตรียมงบประมาณไว้ 30-40% ของยอดขาย เพื่อใช้ในการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ เน้นการให้ความรู้อย่างถูกต้องแก่ผู้บริโภค เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างมาก รวมถึงยังต้องเทรนด์ตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ 50 ตัวแทน เพื่อนำเสนอสินค้าได้อย่างถูกวิธี บริษัทมองว่าในระยะแรกจะคค่อยๆ สร้างการเติบโตไปก่อน จากนั้นจึงจะเพิ่มช่องทางการทำตลาดและสื่อสารในรูปแบบอื่นๆ มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิชาติ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้นำพาว ซุยยากุ เอสเซนส์ ทำตลาดมาระยะหนึ่ง พบว่ามีผลตอบรอบที่ดีเป็นอย่างมาก หรือมีอัตราการเติบโตเดือนละ 30% แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 จะยังคงมีปัจจัยลบเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 แต่บริษัทก็พยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันยอดขาย พร้อมกับสร้างแบรนด์พาวให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97218</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, พาว มิราเคิล, อธิชาติ ชุมนานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605bf32d38741.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งเป้าสร้างตลาดกลาง&quot;กัญชง&quot;ไทยเชื่อมต่อครบวรจรต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64- ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานกัญชาและกัญชง ว่า การดำเนินงานด้านกัญชาและกัญชงในเฟส 2 เรามีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ดังนั้นต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ใช้ประโยชน์ และการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง &amp;nbsp;วางแผนให้ครบทั้ง value chain คือ ต้นทาง กลางทางและปลายทาง โดยเฉพาะกัญชง ที่ข้อกฎหมายเปิดมากกว่ากัญชา ให้ประชาชนและเอกชนปลูกได้ จึงเป็นโอกาสที่ดีต่อการพัฒนามาก ในวันที่ 25 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา การประชุมของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ได้มีการพูดคุยถึงการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนของภาครัฐ รวมถึงระบบการขออนุญาต เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้เลย เมื่อกฎกระทรวงของกัญชง (Hemp) มีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 มกราคม 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ดร.ภก.อนันต์ชัย ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในการเตรียมการเพื่อให้มีเมล็ดพันธุ์กัญชงที่มีคุณภาพ สนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้พูดคุยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้มีเมล็ดพันธุ์กัญชงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 4 สายพันธุ์ แต่ที่ผ่านมาการพัฒนาของกัญชงในบ้านเราไม่ได้ทำการอย่างกว้างขวาง ทำให้ปริมาณของ CBD ในกัญชงไทยจึงไม่ได้สูงมาก การนำมาสกัดเป็นสาร CBD อาจไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร จึงต้องมีมาตรการบางอย่างขึ้นมารองรับ เช่น การขออนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์กัญชงที่มี CBD สูงจากหน่วยงานที่ครอบครองไว้แล้ว มาทำการขยายพันธุ์ให้แก่เกษตรกร และในกลางน้ำ จะมีตลาดกลางในการซื้อขายที่มีการจัดสรรที่แยกกันระหว่างกัญชา และกัญชง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้นแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดทำ test kit เพื่อให้เกษตรกรใช้เพื่อแยกกัญชงและกัญชาเมื่อปลูกในแปลง รวมทั้งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบคุณภาพพืชและผลิตภัณฑ์จากกัญชงที่จะมีการกระจายไปทุกภูมิภาคเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่าย &amp;nbsp;ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้จัดทำแนวทางในการขออนุญาตกัญชา รวมถึงประเภทผลิตภัณฑ์กัญชงที่สามารถขอรับอนุญาต ซึ่งผู้ประกอบการสามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับกัญชงที่ถูกต้องได้ในหลากหลายช่องทาง ทั้งเวบไซด์ของกัญชาทางการแพทย์ (https://www.medcannabis.go.th/) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://www.fda.moph.go.th/) เพจเฟซบุ๊คสถาบันกัญชาทางการแพทย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการไปควบคู่กันกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ การสื่อสารกับประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงผลิตภัณฑ์กัญชาและกัญชงที่มีคุณภาพ ผ่านช่องทางที่หลากหลายโดยเราได้ตั้งคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ขึ้นมาเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อสร้างให้ตลาดกัญชาและกัญชงไทยเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91387</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน, ตลาดกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013aee3763d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนแห่ลงทะเบียนขออนุญาตใช้กัญชาปรุงอาหาร มอบ &#039;อย.&#039; ชูพืชเศรษฐกิจเสริมรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีอภัยภูเบศร เดย์สปา หน่วยงานในเครือโรงพยาบาลอภัยภูเบศร เปิดเมนูอาหารจากกัญชา จะเป็นการนำร่องต่อยอดไปสู่ภาคส่วนอื่นๆอย่างไร ว่า ตอนนี้เรามีการอนุมัติให้ใช้กัญชงอย่างเต็มที่ ขณะที่กัญชานั้น ราก ต้น และใบ ยกเว้นดอก สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งได้มีการแก้ไขประกาศของกระทรวงให้นำมาใช้ปรุงอาหาร หรือวัตถุดิบในการทำอาหารต่างๆได้ ภายใต้อัตราส่วนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งประชาชนทั่วไปก็สามารถนำไปใช้ได้ แต่ต้องไปขออนุญาตกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งตนได้ให้นโยบายกับอย.ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นพืชเศรษฐกิจ ในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่สามารถเสริมสร้างรายได้ขึ้นมาได้ โดยมีคนที่สนใจเข้ามาขอใบอนุญาตเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนลืมตาอ้าปากและกลับคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89762</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชง, กัญชา, กัญชา-กัญชง, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffef5e531b38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเขียวเตรียมเฮ!รองเลขาธิการอย.ฟันธงต.ค.นี้ได้ปลูกแน่กัญชงเพื่อการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63- เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารเเละยา(อย.)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า การปลูกกัญชง ในรูปแบบเศรษฐกิจ อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎกระทรวงกัญชง&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะจบในสัปดาห์หน้า เมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งร่างพระราชบัญญัติ กลับมาเพื่อให้ ครม. รับทราบ และส่งให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ลงนาม โดยจะมีผลภายใน 30 วันหลังจากที่กฎกระทรวงฉบับนี้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะสามารถปลูกได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกฎกระทรวงกัญชา เพื่อพึ่งพาตนเองในระดับชุมชน เพื่อนำผลผลิตไปผลิตยา ได้ผ่านกฤษฎีกาในวาระแรกไปแล้ว รอพิจารณาในวาระที่ 2 อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในส่วนของกัญชา ไม่สามารถทำได้คล่องตัว เนื่องจากถูกล้อมด้วย บทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติ ที่ต้องให้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐ 5 ปี&amp;quot; เภสัชกรหญิงสุภัทรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทั้งกัญชาและกัญชง ยังคงเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5 เพราะฉะนั้นในเรื่องของการขออนุญาต จะต้องมี เงื่อนไขเข้มงวด และรัดกุม และทางกระทรวงสาธารณสุขมีการเสนอเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ป่วย หมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย สามารถปลูกได้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วาระที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากกัญชา และกัญชง ยังคงติดในเรื่องของยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5 ดังนั้นการขออนุญาตจะต้องมีเงื่อนไข ที่เข้มงวดและรัดกุม ประชาชนที่ต้องการปลูกกัญชา จะต้องมีแผนการ และขออนุญาต ปลูกแล้วต้องมีคนรับซื้อ และผลผลิตไม่ตกค้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ ถือการปลดล็อคครั้งสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้มากขึ้น และ ขออนุญาตปลูกกัญชงซึ่งก็คือ กัญชาสายพันธุ์ที่มี THC ต่ำ ได้ง่ายขึ้น คาดว่า กฎกระทรวงกัญชา และกฎกระทรวงกัญชง จะประกาศใช้ได้ ภายในเดือนสิงหาคม นี้ หลังจากนั้น ประชาชน ก็จะสามารถปลูกกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ ได้จริง เพียงแต่ต้องขออนุญาตปลูก และผลิต ให้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุข จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่&amp;nbsp; ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยมีเนื้อหาให้ประชาชนที่เป็นผู้ป่วย แพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้าน สามารถขออนุญาตปลูกกัญชา ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ 3 รูปแบบ คือ 1.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพืชเศรษฐกิจ เพื่อนำผลผลิตที่มีคุณภาพไปผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาแผนไทย&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสารสกัดใส่ในอาหาร ตลอดจนเครื่องสำอาง เพิ่มมูลค่าทางศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพึ่งพาตนเองระดับชุมชน เพื่อนำผลผลิตไปผลิตเป็นยาในระดับชุมชน ตามตำรับยาไทย แพทย์แผนไทย และ หมอพื้นบ้าน เพื่อรักษาภูมิปัญญาไทย ไว้ให้คงอยู่กับท้องถิ่น และได้รับการพัฒนาต่อยอด ให้มีประสิทธิผล มีคุณภาพการรักษาสูงสุด โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพึ่งพาตนเองในระดับครัวเรือน เพื่อนำผลผลิตไปใช้เป็นสมุนไพรในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสมุนไพร เช่นเดียวกับพืชสมุนไพรในครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปลูกกัญชาทั้ง 3 รูปแบบ จะต้องมีข้อกำหนด เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากวัตถุประสงค์ วิธีการปลูก&amp;nbsp; และการนำไปใช้มีความแตกต่างกัน ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติด ตามที่พรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอเข้าสู่รัฐสภาไปก่อนหน้านี้ คือ ผู้ป่วยขออนุญาตปลูกกัญชาได้คนละ ไม่น้อยกว่า 6 ต้น และ เกษตรกรที่ประสงค์จะปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ในรูปแบบคอนแท็กฟาร์มมิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าจับตาในการเสนอกฎหมายทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว จะเป็นการรุกคืบครั้งสำคัญของนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ของรัฐบาลที่ได้บรรจุเอาไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และตามเสียงเรียกร้องของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72363</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ยาเสพติดให้โทษประเภท5, สายเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a45ee18c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ปัดถูกวางยาประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.62-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ออกมาแสดงความกังวลต่อประกาศสาธารณสุข ปลดล็อกกัญชงและกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 อาจเอื้อกลุ่มทุนว่า เรื่องดังกล่าวได้จัดการปัญหาและความเข้าใจผิดทั้งหมดแล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีอะไรและไม่มีใครวางยา อย่างไรก็ตามประกาศฉบับดังกล่าว เป็นการปกป้อง คุ้มครอง เกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน หรือบริษัทใด รวมถึงยังเป็นการควบคุมสารสกัดกัญชง ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน และย้ำว่าประกาศฉบับดังกล่าวมีส่วนดีมากกว่าไม่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับนายยืนยง แต่เบื้องต้นได้สั่งให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แถลงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนเร็วๆ นี้ โดยกำชับให้แถลงด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัทพ์เทคนิค ทั้งนี้เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา และไม่มีการวางยาใด ๆ ทั้งสิ้น&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44798</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, นายยืนยง โอภากุล, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, สธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d496dca7e7f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กัญชา-กัญชง&quot;กระฉูด! สธ.ออกประกาศปลดล็อกสารสกัด บางส่วนออกจากยาเสพติดประเภท 5 ใส่ผสมอุตฯเครื่องดื่ม เครื่องสำอางได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1ก.ย.62-สธ.ออกประกาศฯ ปลดล็อกสารสกัดในพืชกัญชงและกัญชาตามคุณสมบัติที่กำหนดไม่เป็นยาเสพติดประเภท 5 และให้ใช้เมล็ดกัญชงหรือน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางได้ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศใช้ประโยชน์กัญชงนอกเหนือจากเส้นใย หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ นำรายได้เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกุล.jpgนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงฯ ยกเว้นสารสกัดจากกัญชาและกัญชงและบางส่วนของพืชกัญชง ให้ไม่ต้องถูกควบคุมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 &amp;nbsp;เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และยา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นำรายได้เข้ามาสู่ประเทศต่อไป โดยประกาศฯ ได้กำหนดให้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สารสกัดในพืชกัญชงและพืชกัญชา ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 &amp;nbsp;ได้แก่ แคนนาบิไดออล (CBD) บริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์ที่มี CBD เป็นส่วนประกอบหลักและสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในสัดส่วนที่น้อยกว่าร้อยละ 0.2 เช่นเดียวกับหลายประเทศ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการผลิตยาหรือสมุนไพร รวมทั้งในกรณีของกัญชงได้มีการยกเว้นให้เมล็ดกัญชงหรือน้ำมันจากเมล็ดกัญชง (Hemp seed /Hemp seed oil) หรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชง (Hemp seed extract) ให้สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางได้ นอกจากนี้ ในระยะ 5 ปีแรกยังกำหนดให้ยกเว้นเฉพาะสำหรับการผลิตในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศได้ใช้ประโยชน์จากกัญชงในการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อื่น นอกเหนือจากประโยชน์ด้านเส้นใย เพื่อพัฒนาพืชกัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ยังได้ออกประกาศกำหนดลักษณะกัญชง (Hemp) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ แยกพืชกัญชงกับพืชกัญชาให้ชัดเจนด้วย โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ อย. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ระหว่างเร่งปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงการอนุญาตเกี่ยวกับกัญชง พ.ศ. 2559 จากเดิมที่มีบทเฉพาะกาล 3 ปีให้เฉพาะหน่วยงานของรัฐขออนุญาตได้ &amp;nbsp;เป็นให้ภาคเอกชนสามารถขออนุญาตได้ด้วย และเปิดกว้างให้สามารถพัฒนา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การปลูกกัญชงไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากเดิมที่เน้นการใช้ประโยชน์เส้นใย พร้อมกันนี้ อย. จะต้อง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกกฎ ระเบียบสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง เพื่อให้รองรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำกัญชงไปใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าของกัญชง เพื่อพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศต่อไป ขอให้ผู้ประกอบการที่มีความสนใจจะดำเนินการเกี่ยวกับกัญชง ติดตามความคืบหน้าได้จากเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44737</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, ประกาศสธ.ปลดล็อก กัญชา กัญชง จากยาเสพติด, สารกัดกัญชา กัญชง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b6160de2e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
