<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อนุทิน&#039;ร่ายยาวความคืบหน้ากัญชาทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;อนุทิน ชาญวีรกูล&amp;quot; เรื่อง &amp;quot;กัญชาทางการแพทย์ คืบหน้าไปอีกขั้น&amp;quot; ระบุว่า ขอรายงานการปฏิบัติงาน นโยบายกัญชาทางการแพทย์​ กันอีกครั้ง ยาวสักนิด แต่ยาวแบบมีสาระครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวว่า หลายคนถามแล้วถามอีก ว่า จะได้ปลูกจริงหรือไม่ 6 ต้น เมื่อไร จะได้ปลูก มากกว่า 6 ต้น จะปลูกได้ไหม ปลูกได้เมื่อไร ขอรายงานให้ทราบว่า ผมได้ลงนามในร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตผลิตกัญชาทางการแพทย์ เสนอไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วหากว่าไม่มีอะไรติดขัด ภายใน 2-3 เดือนนับจากนี้ไป น่าจะมีกฎกระทรวง ออกมา เป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจจะปลูกกัญชาทางการแพทย์ ปฏิบัติได้ สาระสำคัญ 2 ประการ ที่ผมให้บรรจุไว้ในร่างกฎกระทรวง ฉบับนี้ ก็คือ 1. แพทย์แผนไทย และ หมอพื้นบ้าน สามารถขออนุญาตปลูกกัญชา เพื่อปรุงยา รักษาผู้ป่วย ได้ (ในร่างกฎกกระทรวงฉบับเดิม อนุญาตให้ปรุงยาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ปลูก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ที่ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร สามารถปลูกกัญชา ได้ (ร่างกฎกระทรวงเดิม ไม่อนุญาตให้เกษตรกรปลูก แต่ร่างฉบับใหม่ ให้สิทธิเกษตรกร เป็นรายบุคคล ปลูก โดยไม่ต้องจับกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนก็ได้) ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องปลูกกี่ต้น จะปลูก 6 ต้น หรือ มากกว่า 6 ต้น ก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และความเหมาะสมของแต่ละราย ที่ขออนุญาตปลูก แต่เนื่องจาก กฎหมายแม่ คือ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 (ซึ่งประกาศใช้ก่อนที่ผมจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) กำหนดไว้ว่าภายใน 5 ปีแรก คือ ปี 2562-2566 ใครจะปลูกกัญชา ต้องปลูกร่วมกับหน่วยงานของรัฐ เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้นี้ เกษตรกร ที่อยากปลูกกัญชา ต้องจับคู่กับหน่วยงานของรัฐ ตามที่กฎหมายกำหนด ก่อน เมื่อพ้นจาก 5 ปี ผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว จะปลูกกับหน่วยงานของรัฐต่อไป หรือจะปลูกเอง ไม่จับคู่กับหน่วยงานของรัฐ ก็ได้ คงมีคำถามอีกว่า จะให้ปลูกแล้ว ทำไมยังต้องมีข้อกำหนดให้ยุ่งยาก &amp;nbsp;ต้องตอบว่ามันเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ และผมคนเดียวไม่สามารถแก้ไขได้ &amp;nbsp;หากจะแก้ ต้องไปแก้กันในสภาฯ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร และ ในสภาฯ พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอร่างแก้ไขพรบ.ยาเสพติด ไว้แล้ว เพื่อจะให้ประชาชน และเกษตรกร สามารถปลูกกัญชา เพื่อเป็นวัตถุดิบทางการแพทย์ ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจึงใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เสนอร่างกฎกระทรวงให้สิทธิ แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน และ เกษตรกร สามารถปลูกกัญชาได้ ตามที่ได้รายงานแล้ว ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ประสงค์จะใช้กัญชาทางการแพทย์ นอกเหนือจากในโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข แม้จะมีข้อจำกัด และเงื่อนไขที่ทำให้ไม่สะดวกอยู่บ้าง แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำได้เร็วที่สุด ขอความกรุณาคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาสนับสนุน ร่างกฎกระทรวง ที่นำเสนอ ฉบับนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และผู้ป่วย ที่รอคอย ด้วย ท่านใดที่มีข้อแนะนำดีๆ ที่จะทำได้เร็วกว่านี้ บอกมาได้ หากนำไปศึกษาแล้ว สามารถทำได้ จะรีบทำทันที เพื่อให้การต่อยอดภูมิปัญญาไทย ที่จะนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รักษาผู้ป่วย บรรลุผล เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเร็วที่สุดจากนี้ไป หากมีความคืบหน้าเรื่องกัญชาทางการแพทย์ จะรีบมารายงานให้ทราบ ต่อไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51556</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, กัญชาทางการแพทย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ผลิตกัญชาทางการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce7550e4d8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษ แบนน้ำมันกัญชาสูตร&#039;เดชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 62 - นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด่วน! คณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษแบนน้ำมันกัญชาสูตร อ.เดชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากการที่คณะกรรมการยาเสพติดให้โทษพิจารณาไม่รับน้ำมันกัญชาสูตร อ.เดชา ศิริภัทร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 โดยอ้างว่า &amp;ldquo;ตำรับน้ำมันกัญชา สูตร อ.เดขา ศิริภัทร ไม่มีปัญหา แต่ อ.เดชา ศิริภัทร ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นหมอพื้นบ้านตามวิชาชีพการแพทย์แผนไทย&amp;rdquo; ซึ่งได้มีการประกาศระเบียบกระทรวงฉบับใหม่ฉบับลงวันที่ 10 มิถุนายน 2562 อ.เดชา ศิริภัทร จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติที่จะยื่นคำขอครอบครองตำรับกัญชาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมในวันนั้น (วันที่ 19 กรกฎาคม 2562) ให้ความเห็นว่าแม้ อ.เดชา จะเป็นหมอพื้นบ้านตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ตามประกาศระบียบกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2554 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2555 และสอบผ่านหลักสูตรการใช้กัญชาของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกแล้ว แต่ อ.เดชา ศิริภัทรไม่ได้เป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรงสาธารณสุข ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพิ่งจะลงนามในประกาศกระทรวงที่ลงในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2562 ซึ่ง อ.เดชา ศิริภัทร ต้องไปเริ่มต้นสมัครและถูกรับรองให้เป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรวงใหม่เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภายหลังจากการพูดคุยกับ อ.เดชา ศิริภัทร และคณะ จึงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ภายหลังจากการแถลงนโยบายแล้ว จะลงนามแก้ไขระเบียบกระทรวงให้ &amp;ldquo;หมอพื้นบ้านกว่า 3,000 คน&amp;rdquo; ตามระเบียบกรมฯตั้งแต่ปี 2554 สามารถนับอายุต่อเนื่องเป็นหมอพื้นบ้านต่อไปโดยทันทีจนหมดวาระโดยไม่ต้องกลับมาสมัครนับหนึ่งเป็นหมอพื้นบ้านใหม่ ซึ่งจุดยืนดังกล่าวทำให้ อ.เดชา ศิริภัทร มีความไว้วางใจประกาศยุติการแจกน้ำมันกัญชา โดยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขรับปากว่าจะรับคนไข้กว่า 40,000 คนที่ต้องการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์มาดูแลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่ง เมื่อเช้านี้ 24 กรกฎาคม 2562 มีการประชุมคณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษ โดยมี น.พ.ชาตรี บานชื่น เป็นประธาน และ น.พ.นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เป็นรองประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมวันนี้ได้มีการประชุมพิจารณาน้ำมันกัญชาตำรับ อ.เดชา ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวรายงานว่า มีผู้ที่คัดค้านน้ำมันสูตร อ.เดชา โดยระบุว่าน้ำมันกัญชาสูตรอ.เดชาที่มีการปรับปรุงจอมถอยมาใช้น้ำมันมะพร้าวหุงสกัดน้ำมันกัญชาแทนการสกัดโดยแนพธา ซึ่งการปรับปรุงสูตรตำรับดังกล่าวก็เป็นไปตามคำแนะนำและผ่านความเห็นชอบของกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกนั้น สูตรการสกัดด้วยการหุงด้วยน้ำมันมะพร้าวนี้ไม่ใช่สูตรที่มีการสกัดโดยแนพธาตามที่เคยใช้มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งสูตรที่ใข้น้ำมันมะพร้าวสกัดกัญชานี้ก็ไม่เป็นไปตามวิธีการของการแพทย์แผนไทย อีกทั้งไม่เคยมีการใช้สูตรที่เป็นน้ำมันมะพร้าวใช้ในผู้ป่วยมาก่อน 1,000 ราย และทักท้วงว่าชุดการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาตำรับ อ.เดชาของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ควรจะเข้มงวดการพิจารณาตำรับยาดังกล่าวให้มากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมจึงไม่รับตำรับน้ำมันกัญชาสูตรอ.เดชาในวันนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41860</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาทางการแพทย์, กัญชาเสรี, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, อนุทิน ชาญวีรกูล, เดชา ศิริภัทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadaa1d7d6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนส่วนใหญ่ชี้เปรี้ยง&#039;ไม่เชื่อเลย&#039;รัฐบาลจะสามารถควบคุมการปลูก-ใช้กัญชาให้เป็นไปตามกฎหมายได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;24 ก.ค.62 &amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ร่วมกับ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;นโยบายกัญชา&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 &amp;ndash; 19 กรกฎาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับนโยบายกัญชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกัญชา/ผลิตภัณฑ์กัญชา/นโยบายกัญชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 47.73 ระบุว่า ติดตามบ้าง รองลงมา ร้อยละ 34.77 ระบุว่า ไม่ได้ติดตาม และร้อยละ 17.50 ระบุว่า ติดตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเชื่อของประชาชนต่อกัญชาว่าจะสามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.03 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 22.68 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 16.46 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 8.54 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 2.68 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกลุ่มแพทย์/หมอที่รัฐบาลควรอนุญาตให้ผลิตยากัญชาและนำไปใช้รักษาโรคได้ (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าเชื่อมาก ค่อนข้างเชื่อ ไม่ค่อยเชื่อ&amp;nbsp; ไม่แน่ใจ และไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.73 ระบุว่า แพทย์แผนปัจจุบัน รองลงมา ร้อยละ 46.40 ระบุว่า แพทย์แผนไทย ร้อยละ 21.60 ระบุว่า หมอพื้นบ้าน ร้อยละ 4.67 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตกลุ่มใดเลย ร้อยละ 0.13 ระบุว่า ควรจัดตั้งหน่วยงานโดยเฉพาะ และร้อยละ 3.07 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลควรกำหนดเกี่ยวกับนโยบายกัญชา (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.68 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการรักษาโรค รองลงมา ร้อยละ 19.02 ระบุว่า เพื่อสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์กัญชาที่ถูกกฎหมาย ร้อยละ 16.10 ระบุว่า เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้ประชาชนทั่วไป ร้อยละ 7.68 ระบุว่า รัฐไม่ควรออกนโยบายเพื่อสนับสนุนกัญชา/ผลิตภัณฑ์กัญชา ร้อยละ 3.41 ระบุว่า เพื่อสนับสนุนความบันเทิงในสังคม เช่น การเสพกัญชาได้ถูกต้องตามกฎหมาย การมีบุหรี่กัญชา เป็นต้น และร้อยละ 1.34 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายอนุญาตให้ปลูกกัญชาเสรีได้ 6 ต้นต่อบ้าน (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.85 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 24.76 ระบุว่า เห็นด้วยมาก ร้อยละ 18.17 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย &amp;nbsp; ร้อยละ 15.37 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.85 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมการปลูก/การใช้กัญชาหรือผลิตภัณฑ์กัญชาให้เป็นไปตามกฎหมาย (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.10 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย รองลงมา ร้อยละ 22.44 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 15.12 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 9.39 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.95 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41785</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาทางการแพทย์, กัญชารักษาโรค, นโยบายกัญชาเสรี, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37be24950fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;จ้วง&#039;เหลิม&#039;มโนนักการเมืองชั่วปลูกกัญชาฝั่งลาวรอส่งเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวช่วงหนึ่งในการแถลงสถานการณ์การเมืองเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยอ้างได้ข่าวมาว่า มีคนบางกลุ่ม มีนักการเมืองไปปลูกกัญชาไว้ที่ประเทศลาวจำนวนมาก คงหวังรวยกันยกใหญ่ว่า &amp;nbsp;ถ้าปลูกที่ลาว ขายที่ลาว ก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กัญชาไม่สามารถนำเข้าได้อยู่แล้ว เพราะทำเพื่อการแพทย์ทั้งนั้น ไม่ได้ทำให้ใครร่ำรวย ส่วนการหารือกับนายเดชา ศิริภัทรได้นัดหมายกันวันที่ 21 กรกฏาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า กังวลหรือไม่ว่าจะถูกหยิบยกไปซักฟอกในสภา เกี่ยวกับการปลูกกัญชาในต่างประเทศ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า บอกคนพูดด้วยว่าอย่ามโน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41409</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาทางการแพทย์, กัญชาเสรี, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d3198f27f984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายพี้กร่อย!&#039;อนุทิน&#039;แถลงกัญชาเพื่อการแพทย์ ลั่นทำนโยบายไม่สำเร็จ&#039;ภูมิใจไทย&#039;สูญพันธุ์แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 - ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ &amp;ldquo;กัญชาเสรีเพื่อการแพทย์&amp;rdquo; โดยมีนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุทา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งว่า เราได้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนว่าหากพวกเราได้เป็นส.ส. และได้รับโอกาสเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินจะทำเรื่องการใช้กัญชาเพื่อรักษาผู้ป่วยและการใช้กัญชาเพื่อรักษาทางการแพทย์ ซึ่งเราให้คำมั่นสัญญาว่านโยบายนี้ต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแน่นอน พลังของทุกคนจะเป็นส่วนช่วยอย่างมากเพื่อให้นโยบายกัญชาเสรีและทางการแพทย์เกิดขึ้นได้โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขนำทีมตัวแทนทุกกรมภายในกระทรวงมาร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ ถือว่ามีสปริตในการทำงาน เป็นสัญญาณที่ดีและเป็นนิมิตหมายที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า จากนี้ไปไม่ขอพูดว่านโยบายกัญชาเสรีเพื่อทางการแพทย์เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นนโยบายของคนไทยทุกคน จะสำเร็จได้หรือไม่ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาควิชาการ และสถาบันทางการแพทย์ต่างๆ จากที่พรรคเข้าใช้เฟซบุ๊กก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเมื่อไหร่จะจำหน่ายเมื่อไหร่ หรือจะปลูกได้ เพราะอยากจะสูบและพี้กัญชาแล้ว ซึ่งนั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของพรรคเพราะนโยบายหลักของพรรคคือเป็นทางเลือกในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เนื่องจากมีความเชื่อว่าสายพันธุ์ที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนี้ถ้าเราทำเป็นอย่างดี &amp;nbsp;จะทำให้ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ลดน้อยลง เราต้องดูแลสุขภาพคนไทย และไม่ได้ดูแลบริษัทค้ากำไรจากการขายยา ซึ่งขอให้เป็นทางเลือกอีกทางที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ เพราะเรามีฐานะที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;กล่าวว่าเป้าหมายของพวกเราคือต้องการให้กัญชาต้องเป็นยารักษาโรคตามกฏหมาย ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และอยู่ในบัญชียาหลักที่ผู้ถือบัตร 30 บาทรักษาทุกโรคหรือบัตรทองสามารถเข้ารับการรักษาได้ และเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีใครสามารถอ้างสิทธิบัตรได้ หากทำได้สำเร็จจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับคนไทยอย่างมั่นคงและแข็งแรงในฐานะที่ดูแลกำกับนโยบายนี้ขอขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ให้สัมภาษณ์ และเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมาได้มีการประชุมนโยบายรัฐบาลโดยนโยบายกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ถูกบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ขอให้รอฟังนายกฯประกาศนโยบายรัฐบาลในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อผมได้เข้ามาแล้วก็ได้ประสานงานในเรื่องนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงนอกรอบ เพื่อผลักดันนโยบายนี้ทันที จากการลงพื้นที่และรับฟังเสวนา รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆมากมายเกี่ยวกับกัญชา ขอขอบคุณทุกภาคส่วนสนับสนุนและดูแลผลักดัน วันนี้ถือเป็นการบีบบังคับว่าถ้าเราทำนโยบายนี้ไม่ได้ เราสูญพันธุ์อย่างแน่นอน ดังนั้นเราต้องทำให้สำเร็จอย่างไรก็ตามขอยืนยันว่านโยบายนี้มีเพื่อผู้ป่วยและเพื่อพัฒนาทางการแพทย์ของประเทศเป็นหลัก&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าตนเข้ามาในกระทรวงสาธารณสุขครั้งนี้ถือเป็นรอบที่4 โดยเคยเป็นรมช.สาธารณสุขมา 2 สมัย ซึ่งเพื่อนข้าราชการทุกคนอย่างมีรอยยิ้มเหมือน 10 กว่าปีก่อน และมั่นใจว่าทุกคนที่เคยร่วมงานกันมารู้สไตล์การทำงานกันเป็นอย่างดี ว่ากระทรวงนี้ไม่มีภารกิจอื่นนอกจากทำให้ประชาชนคนไทยแข็งแรง ทั้งเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค รวมถึงการเข้าถึงการรักษาโรค อยากเห็น 30 บาทรักษาทุกโรคให้หายขาดได้ &amp;nbsp;ฝอยากเห็นจำนวนคนไข้ติดเตียงลดน้อยลง รวมทั้งพัฒนาอสม. เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆของรัฐ ทำให้ประชาชนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น นี่คือภารกิจหลัก เชื่อว่าจะตอบสนองต่อพี่น้องประชาชนได้&amp;rdquo; นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทจ และนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายกับประชาชนในช่วงเลือกตั้งโดยสัญญาว่าจะผลักดันโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ให้เกิดผลภายใต้แนวคิดกัญชาคือยารักษาโรค ดังนั้นจำเป็นต้องถอดกัญชาออกจากพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งก็มีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ ทั้งเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแพทย์แผนปัจจุบัน กลุ่มแพทย์แผนไทย ดัวนั้นเราจะต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อทำนโยบายกัญชาเสรีเพื่อทางการแพทย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40787</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาทางการแพทย์, กัญชาเสรี, นโยบายพรรคภูมิใจไทย, อนุทิน ชาญวีรกูล, เสี่ยหนู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d282c0eaa237.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ารอให้ถึง19พ.ค.&#039;เนวิน&#039;วอน&#039;บิ๊กตู่&#039;งัดม.44คุ้มครองผู้ที่ต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.62 - นายเนวิน &amp;nbsp;ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงการจดแจ้งการครอบครองกัญชาที่จะหมดเวลา 19 พ.ค.นี้ ว่า จะพบว่าขณะนี้ประชาชนไม่ค่อยไปยื่นเรื่องจดแจ้งดังกล่าว เพราะไม่ทราบว่าจะไปยื่นเรื่องที่ส่วนราชการใด และที่สำคัญคือกลัวว่าเมื่อไปจดแจ้งแล้วจะกลายเป็นข้อมูลให้ภาครัฐได้รับรู้ว่ามีการครอบครองกัญชาอยู่ จะกลายเป็นผู้เสพหรือเปล่า ไปติดแบล็คลิสต์หรือไม่ &amp;nbsp;อาจจะมีผลอะไรทางกฎหมายตามหลังมา แต่เมื่อชีวิตสำคัญกว่าก็ยอมจะไม่จดแจ้ง เพื่อสามารถใช้กัญชารักษาตัวเองต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ระยะเวลาในการจดแจ้งการครอบครองกัญชาและสารสกัดจากกัญชา หรือที่เรียกว่าเป็นช่วงนิรโทษกรรม สำหรับผู้ครอบครองกัญชานั้นจะหมดเวลาภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้ว คำถามก็คือ แล้วพอหลัง 19 พฤษภาคม นี้แล้วจะยังไง เราเห็นว่าคนเรือนหมื่นเรือนแสนมาที่งานพันธุ์บุรีรัมย์ เพื่อต้องการเดินเข้าสู่ระบบ มาจดแจ้งจะได้มีไว้ในครอบครอง เพื่อใช้เพื่อใช้เพื่อตัวเอง เขาไม่ได้เอาไปทำการค้า แล้วคนเหล่านี้จะรักษาตัวเองจะทำยังไงต่อไป กระบวนการทางกฎหมายจะทำยังไงต่อไป นี่คือปัญหาใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเนวิน กล่าวว่า เมื่อหมดระยะเวลาในการนิรโทษกรรม เพื่อให้จดแจ้งการครอบครองกัญชาแล้วจะยังไงต่อไป ไม่มีใครทราบ แต่ตนเชื่อว่ามีคนหนึ่ง ทำได้นั่นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ด้วยการออก ม.44 เพื่อคุ้มครองคนที่จำเป็นต้องใช้ยากัญชาเพื่อรักษาชีวิต อย่ารอให้ถึง 19 พฤษภาคม แล้วไม่มีคำตอบว่าจะเดินหน้าอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่ามีคนหนึ่งตอบได้คือลุงตู่ (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ใช้ ม. 44 ปลดล็อกกัญชา ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อใช้รักษาโรคและเป็นพืชเศรษฐกิจต่อไป &amp;nbsp;ท่านใช้ ม.44 ไปแก้ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับดิจิตอล อะไรต่างๆ ผมเชื่อว่า ผู้ป่วยที่ใช้กัญชาในการรักษา จะแซ่ซ้อง สรรเสริญ เรายกมือท่วมหัวกันทุกคนเลย &amp;nbsp;แต่ถ้าท่านกล้าทำเรื่องนี้ เพื่อผู้ป่วย จะเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ มากกว่าที่ท่านได้ทำบุญกฐิน ทำบุญผ้าป่า มาตลอดชีวิต &amp;nbsp;เพื่อให้คนป่วยสามารถใช้และสามารถเข้าถึงได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย เพราะคนเจ็บป่วยที่ต้องการใช้กัญชาและสารสกัดจากกัญชามีนับล้านคน&amp;rdquo; นายเนวิน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34058</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาทางการแพทย์, นายกฯลุงตู่, พลเอกประยุทธ์, เนวิน  ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbac945e6791.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;ร่วมงาน&#039;พันธุ์บุรีรัมย์&#039; ลั่นดันกัญชาเพื่อการแพทย์ของภาคปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.62 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กระวุ่า &amp;quot;วันนี้ ไปร่วมกิจกรรม พันธุ์บุรีรัมย์ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้มีโอกาสพบผู้รู้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ จำนวนมาก ทั้ง ผู้ศึกษาวิจัย และ ผู้ป่วย ที่มาร่วมกิจกรรม แลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมจะพยายามผลักดัน ให้ประชาชนเข้าถึง และใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ ได้มากที่สุด มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัญชาเพื่อการแพทย์ ของภาคประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัญชาเพื่อเศรษฐกิจ ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะต้องเกิดขึ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ที่มีให้กัน ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34038</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, กัญชาทางการแพทย์, พรรคภูมิใจไทย, ภท., อนุทิน ชาญวีรกูล, เนวิน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba8a5f53011.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
