<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายชุมชนเสนอแผนพัฒนาภาคประชาชนต่อ ผวจ.สุพรรณฯ ด้าน ‘เดชา  ศิริภัทร’ ชูสุพรรณเป็นศูนย์กลาง ‘กัญชารักษาโรค’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุพรรณบุรี/ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและขบวนองค์กรชุมชน จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; จัดงาน &amp;lsquo;โครงการสนับสนุนส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีแบบบูรณาการ&amp;rsquo; ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนพัฒนาภาคประชาชนระดับตำบล-อำเภอต่อจังหวัด&amp;nbsp; โดยผู้ว่าฯ รับปากจะนำแผนประชาชนไปดำเนินการในปีงบ 2563 &amp;nbsp;ด้าน &amp;lsquo;เดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;rsquo; ชูสุพรรณเป็นศูนย์กลางของโลกในการใช้กัญชารักษาโรค&amp;nbsp; เตรียมระดมทุนสร้างโรงพยาบาลที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp; และเตรียมแจกน้ำมันกัญชา 1 แสนขวดให้ผู้ป่วยทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (21 สิงหาคม)&amp;nbsp; เวลา 9.00-16.00 น. มีการจัดงาน &amp;lsquo;โครงการสนับสนุนส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีแบบบูรณาการ&amp;rsquo; ประจำปีงบประมาณ 2562 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี (อบจ.) จัดโดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากชุมชน&amp;nbsp; มีนายนิมิต&amp;nbsp; วันไชยธนวงศ์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และนายเดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิข้าวขวัญให้การต้อนรับ&amp;nbsp; มีภาคีเครือข่ายการพัฒนา 18 &amp;nbsp;เครือข่าย และผู้แทนชุมชนในอำเภอต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 350 &amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิมิต&amp;nbsp; วันไชยธนวงศ์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; กล่าวว่า การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ภาคประชาชนจะไม่มีส่วนร่วม&amp;nbsp; เพราะเป็นการจัดทำแผนโดยหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด&amp;nbsp; แต่ในครั้งนี้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมและบูรณาการการจัดทำแผนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยใช้เวลาจัดทำแผนประมาณปีเศษ&amp;nbsp; และมานำเสนอแผนในวันนี้&amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดจะนำไปปฏิบัติเพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าภาคประชาชนกับราชการจับมือกันและเดินไปด้วยกันก็จะทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า&amp;nbsp; และต่อไปหากมีโครงการพัฒนาต่างๆ ตนจะตั้งคณะทำงานที่มาจากภาคประชาชนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้เสนอความคิดเห็นต่างๆ ในที่ประชุม&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้มีมิติและมุมมองที่หลากหลาย&amp;nbsp; ส่วนข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในวันนี้&amp;nbsp; ผมจะนำไปปฏิบัติให้เป็นจริงในปีงบประมาณ 2563&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ จ.สุพรรณบุรีกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววิภาศศิ&amp;nbsp; ช้างทอง&amp;nbsp; อนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; กล่าวถึงข้อเสนอเชิงนโยบายที่เสนอต่อ ผวจ.สุพรรณบุรี และหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งหมด 12 ข้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ขอให้ ผวจ.สุพรรณบุรีนำแผนพัฒนาภาคประชาชน จ.สุพรรณบุรีไปบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp; และให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากตัวแทนภาคประชาชนทั้ง 10 อำเภอ (อำเภอละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน) เช่น&amp;nbsp; คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติจังหวัด&amp;nbsp; คณะกรรมการบริหารแบบบูรณาการจังหวัด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนภาคประชาชนยื่นแผนพัฒนาต่อ ผวจ.สุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp; 3.สนับสนุนบุคลากรและงบประมาณในการประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; 4.ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนตำบลเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เป็นจริง&amp;nbsp; เพื่อให้เกิด &amp;lsquo;1 แผน&amp;nbsp; 1 ตำบล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่อย่างมีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนกลไกกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างบูรณาการ&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินของรัฐให้กับผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การขออนุญาตใช้ที่ดินและสนับสนุนสาธารณูปโภคเพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; การสมทบงบประมาณของท้องถิ่น&amp;nbsp; 7.ส่งเสริมให้เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับหน่วยงานด้านสังคมพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย &amp;nbsp;เด็ก เยาวชน&amp;nbsp; สตรี ผู้พิการ&amp;nbsp; ด้อยโอกาส ฯลฯ ทั้งในระดับหมู่บ้านถึงจังหวัด&amp;nbsp; 8.ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์&amp;nbsp; พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายป่าพลเมืองแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน&amp;nbsp; 10.ส่งเสริมและสนับสนุนกลไกการสื่อสารให้เกิดการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; 11.ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และ 12.การสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนพัฒนายุทธศาสตร์ภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรีระยะ 5 ปี (พ.ศ.2561-2556) มีเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;ชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มีประเด็นพัฒนาต่างๆ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.การบริหารจัดการให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีการพัฒนาผู้นำชุมชน 114&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; รวม 900&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; 2.การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พัฒนาคนรุ่นใหม่&amp;nbsp; ยกระดับความรู้ด้านการผลิต&amp;nbsp; การแปรรูป&amp;nbsp; การจำหน่าย&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ เป้าหมาย 110 ตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมสุขภาพชุมชนสู่สังคมสุขภาวะ&amp;nbsp; การบริโภคอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; ส่งเสริมความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; ประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&amp;nbsp; และ 4.การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป้าหมาย&amp;nbsp; เกิดการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบไม่น้อยกว่า 12 ชุมชน&amp;nbsp; เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายกลไกบริหารจัดการน้ำไม่น้อยกว่า 3 เครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาอำเภอต่างๆ ที่ภาคประชาชนจัดทำขึ้นมา&amp;nbsp; แยกเป็นแผนพัฒนาอำเภอ&amp;nbsp; และแผนพัฒนาตำบล&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;แผนพัฒนาอำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาระบบชลประทาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แผนพัฒนาตำบลศรีประจันต์&amp;nbsp; มีปัญหาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ&amp;nbsp; แก้ไขโดยการคัดเกรดผลผลิตเพื่อให้ขายได้ราคาดี&amp;nbsp; ปัญหาการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp; ทำบ่อเก็บน้ำ&amp;nbsp; ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง&amp;nbsp; ใช้สารชีวภาพที่ผลิตเองแทนสารเคมี&amp;nbsp; ปลูกพืชตามสภาพอากาศ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ&amp;nbsp; ผู้รณรงค์การใช้กัญชารักษาโรค&amp;nbsp; กล่าวว่าตนสนับสนุนแผนการพัฒนาของภาคประชาชนเพราะตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน&amp;nbsp; ไม่ใช่มีคนอื่นมาจัดทำแผนให้&amp;nbsp; โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น&amp;nbsp; ตนอยากจะพัฒนาให้สุพรรณบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว&amp;nbsp; เพราะมีข้าวอินทรีย์&amp;nbsp; มีอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; และมีกัญชาเป็นยารักษาโรค&amp;nbsp; โดย &amp;lsquo;แอ๊ด&amp;nbsp; คาราบาว&amp;rsquo;&amp;nbsp; กำลังจะหาทุนสร้างโรงพยาบาลเพื่อให้เป็นแหล่งรักษาโรคต่างๆ จากกัญชา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มะเร็ง&amp;nbsp; อัลไซเมอร์&amp;nbsp; โรคไมเกรน&amp;nbsp; โรคซึมเศร้า&amp;nbsp; โรคสะเก็ดเงิน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรงพยาบาลแห่งนี้จะใช้พื้นที่ประมาณ 200 ไร่&amp;nbsp; ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp; ตอนนี้ได้ที่ดินแล้ว 70 ไร่&amp;nbsp; ต่อไปเราจะพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาล&amp;nbsp; มีพิพิธภัณฑ์กัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีพื้นที่ปลูกกัญชา&amp;nbsp; เพื่อนำกัญชามาสกัดทำเป็นยา&amp;nbsp; เพื่อรักษาโรคต่างๆ&amp;nbsp; มีการวิจัยเพิ่มเติม&amp;nbsp; สามารถนำกัญชามาเป็นส่วนผสมของอาหาร&amp;nbsp; เครื่องสำอาง&amp;nbsp; และจะใช้กัญชารักษาโรคฟรี&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่เข้ามา &amp;nbsp;ทำรายได้ให้คนสุพรรณ&amp;nbsp; และจะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นศูนย์กลางของโลกในการใช้กัญชารักษาโรค&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายเดชากล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า ในวันที่ 1 กันยายนนี้ตนจะแจกน้ำมันกัญชาจำนวน 1 แสนขวดให้แก่ผู้ป่วยทั่วประเทศประมาณ 40,000 คน&amp;nbsp; เป็นกัญชาจากองค์การเภสัชกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, นิมิต  วันไชยธนวงศ์, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เครือข่ายชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cea71eaa65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ขอนแก่น เปิด &#039;คลินิกกัญชา&#039; เน้นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ล็อตแรก 350 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รพ.ขอนแก่น เปิดให้บริการแล้วคลินิกกัญชา ลอดแรก 350 คน คลุม 4 จังหวัดภาคอีสานตอนกลาง เน้นเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แพทย์แนะควรตรวจคัดกรองให้ละเอียดหวั่นใช้งานผิดพลาด ขณะที่ผู้ป่วยเข้าคิวขอรับบริการเนืองแน่น แต่ก็ไม่สามารถจ่ายน้ำมันกัญชาได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ต่างมายื่นความจำนงเพื่อขอรับการรักษา ที่คลินิกกัญชา เพื่อการรักษาทางการแพทย์ หรือ CBD Clinic ชั้น 1 โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดให้บริการรักษาตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคักผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ทั้งที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งผู้ป่วยทั่วไปที่ทราบข่าวต่างมาลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โยทีมแพทย์และพยาบาล ที่รับผิดชอบคลินิกกัญชา ได้มีการทำการตรวจคัดกรองผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 3 หรือ 4 หรือมะเร็งระยะสุดท้ายที่ต่างต้องการเข้ารับการรักษาในคลีนิกดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ รพ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้การรักษาด้วยนั้นกัญชา ในทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในการเข้ารับการรักษาวันแรกวันนี้พบว่ามีผู้ป่วยที่ทีมแพทย์ได้นัดเข้ารับการรักษาจำนวน 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยุสุดท้าย โดยพบว่า 2 รายแรกนั้นเมื่อทำการตรวจสภาพร่างกายและอาการบ่งชี้ของโรคแล้วพบว่าผู้ป่วยไม่ขอรับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ขณะที่ผู้ป่วยที่ไม่ได้ลงทะเบียนแต่ทราบข่าวนั้น ได้มาติดต่อเพื่อขอเข้ารับการรักษาจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกประวัติและทำรายละเอียดการรักษาเพื่อจัดลำดับการให้บริการ และการตรวจร่างกายอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมศักดิ์ ประฎิภาณวัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ กล่าวว่า การให้การรักษาด้วยน้ำมันกัญชาชุดแรก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งให้กับ รพ.ขอนแก่น 350 ขวดนั้นเป็นแบบ THC ซึ่งเป็นแบบที่ช่วยรักษาในอาการปวด และทำให้ผ่อนคลาย ซึ่งโรงพยาบาลได้กำหนดไว้ในการทำการรักษาในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 3 หรือ 4 หรือที่เรียกว่าผู้ป่วยมะเร็งระยุสุดท้าย ซึ่งวันแรกวันนี้มีนัดผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาทั้งหมด 10 ราย ซึ่ง รพ.ฯจะให้สิทธิ์ผู้ป่วยที่ลงทะเบียนก่อน สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ทราบข่าวและต้องการเข้ารับการรักษานั้นจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดอีกครั้งเพราะการให้การรักษาด้วยน้ำมันกัญชานั้นไม่สามารถที่จะให้การรักษาได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ล็อตแรกที่เราได้รับคือ 350 ขวด เท่ากับว่าเราสามารถที่จะรักษาผู้ป่วยชุดแรกได้ 350 คน ดังนั้นขณะนี้ รพ.ขอนแก่น ได้ประสานงานร่วม รพ.กาฬสินธุ์ , รพ.มหาสารคาม และ รพ.ร้อยเอ็ด ในการคัดสรรผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาชุดแรกให้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวนี้ก่อน ซึ่งน้ำมันกัญชาชุดแรกที่เราได้รับคือแบบ THC ขวดละ 5 ซีซี โดยเมื่อผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์แล้วและอนุญาตให้ใช้การรักษาได้ก็จะถูกสั่งจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อทำการรักษาทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.วัชรพงษ์ รินทระ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า เราไม่สามารถที่จะจ่ายน้ำมันกัญชาให้กับผู้ป่วยได้ทุกคน วันนี้ 2 คนแรกนั้นแม้จะป่วยเป็นมะเร็งแต่ข้อมูลบ่งชี้และอาการของผู้ป่วยนั้นทำให้ไม่สามารถที่จะสั่งจ่ายได้ อีกทั้งผู้ป่วยขอกลับไปคิดวิเคราะห์ก่อนว่าจะใช้น้ำมันกัญชาเป็นทางเลือกในการรักษาหรือไม่ ดังนั้นเมือมีการสั่งจ่ายน้ำมันกัญชาไปก็จะต้องสอนวิธีการใช้คือจะต้องหยดครั้งละ 1 หยด หรือ 0.05 ซีซี เท่านั้น อย่าเกินกว่านั้นเพราะจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยจะต้องทำความเข้าใจในการใช้ให้ครอบคลุมด้วย เพราะฤทธิ์ของน้ำมันกัญชานั้นอาจทำให้ติดได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะไม่สั่งจ่ายน้ำมันกัญชาเด็ดขาด อย่างไรก็ตามน้ำมันกัญชา 1 ขวด ใช้หยอดทุกวันๆละ 1 หยด 1 ขวดจะอยู่ที่ประมาณ 100 หยด หรือประมาณ 3 เดือนในการบำบัดรักษาดังนั้นเมื่อผู้ป่วยได้รับไปแล้วควรใช้อย่างถูกต้องและตามที่แพทย์กำหนดหากวันใดลืมใช้ก็ไม่ควรที่จะใช้เพิ่มในวันถัดไปและหากพบอาการข้างเคียง ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสุดารัตน์ โมธินา อายุ 46 ปี ญาติผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ระบุว่าจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อีก 6 เดือน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ได้มาลงทะเบียนเนื่องจากญาติที่ กทม.แนะนำมาว่าที่ รพ.ขอนแก่น จะมีการแจกน้ำมันกัญชาในผู้ป่ยมะเร็ง ซึ่งตนเองและผู้ป่วยได้พูดคุยกันจึงตัดสินใจว่าต้องลองดู เพราะมีความหวังว่าจะหาย ต้องลองทำทุกวิถีทาง และที่สำคัญคงจะดีกว่าไปหาซื้อเองเพราะเป็นน้ำมันกัญชาที่ได้รับจากทางโรงพยาบาลซึ่งมีความน่าเชื่อถือกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกองคำ สุภรัตนกุล อายุ 62 ปี ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 กล่าวว่า ทราบว่าที่ รพ.ขอนแก่น เปิดคลินิกแจกน้ำมันกัญชาในวันนี้ จึงตัดสินใจมาลงทะเบียนขอรับน้ำมันกัญชา ด้วยความเชื่อว่าต้องลองทุกวิถีทางเพราะอยากจะหายจากโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, ขอนแก่น, คลินิกกัญชา ขอนแก่น, น้ำมันกัญชา, โรงพยาบาลขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bb566a1e4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ชี้ไม่เกิน 3 อาทิตย์ ร.พ.ในเครือ สธ.จ่ายยากัญชาได้ เผยปลูก 6 ต้น อสม.ได้สิทธิก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.62 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความกังวลที่บางส่วนมองว่านายทุนต่างชาติ กำลังเข้ามาแทรกแซงตลาดกัญชาในประเทศไทย ว่ายังไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตก การพูดคุยที่ปรากฎเป็นข่าว ภาครัฐแค่หารือเรื่ององค์ความรู้ในการปลูกและแปรรูปกัญชา ไม่ได้ไปไกลถึงขั้นจะซื้อจะขายกับใคร ตอนนี้เราเน้นเรื่องการรักษาผู้ป่วยก่อน และวัตถุดิบที่มีอยู่ก็แทบไม่พอต่อความต้องการ แผนการคือผลิตสารสกัดกัญชาให้ได้ 1 ล้านขวด ขวดละ 5 ซีซีส่งมอบให้โรงพยาบาลในเครือของกระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ และเก็บข้อมูลการรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่าระหว่างที่รอผลิตภัณฑ์ ได้สั่งให้แก้กฎหมายรองรับภารกิจนี้ โดยภายใน 2-3 อาทิตย์ โรงพยาบาลในเครือของกระทรวงสาธารณสุข ต้องสั่งใช้ยาที่มีส่วนผสมของกัญชาได้ จากนั้นเมื่อผลการรักษาออกมาดี นโยบายกัญชาจะก้าวสู่ขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ยังอธิบายถึงแนวทางการควบคุมการใช้กัญชา จากนโยบายให้ปลูกบ้านละ 6 ต้นว่า อสม.จะเป็นกลุ่มแรกที่มีสิทธิ์ในการปลูก โดยผ่านการลงทะเบียนภายใต้การควบคุมโดยรัฐ มุ่งเน้นให้เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้านเท่านั้น ห้ามซื้อขายกันเอง และห้ามนำมาใช้นอกบ้าน ถ้าจัดการ อสม.ได้จะนำไปสู่การเปิดให้ใช้อย่างเสรีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องของ อ.เดชา ศิริภัทร กำลังดำเนินการคืนสถานะของหมอพื้นบ้านแก่ อ.เดชา เพื่อให้สามารถกลับมาจ่ายยารักษาผู้ป่วย&amp;rdquo;รมว.สาธารณสุข กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42467</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, กัญชารักษาโรค, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นโยบายกัญชา, เดชา ศิริภัทร, เดชา หมอพื้นบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d427747b667d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนส่วนใหญ่ชี้เปรี้ยง&#039;ไม่เชื่อเลย&#039;รัฐบาลจะสามารถควบคุมการปลูก-ใช้กัญชาให้เป็นไปตามกฎหมายได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;24 ก.ค.62 &amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ร่วมกับ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;นโยบายกัญชา&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 &amp;ndash; 19 กรกฎาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับนโยบายกัญชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกัญชา/ผลิตภัณฑ์กัญชา/นโยบายกัญชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 47.73 ระบุว่า ติดตามบ้าง รองลงมา ร้อยละ 34.77 ระบุว่า ไม่ได้ติดตาม และร้อยละ 17.50 ระบุว่า ติดตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเชื่อของประชาชนต่อกัญชาว่าจะสามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.03 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 22.68 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 16.46 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 8.54 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 2.68 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกลุ่มแพทย์/หมอที่รัฐบาลควรอนุญาตให้ผลิตยากัญชาและนำไปใช้รักษาโรคได้ (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าเชื่อมาก ค่อนข้างเชื่อ ไม่ค่อยเชื่อ&amp;nbsp; ไม่แน่ใจ และไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.73 ระบุว่า แพทย์แผนปัจจุบัน รองลงมา ร้อยละ 46.40 ระบุว่า แพทย์แผนไทย ร้อยละ 21.60 ระบุว่า หมอพื้นบ้าน ร้อยละ 4.67 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตกลุ่มใดเลย ร้อยละ 0.13 ระบุว่า ควรจัดตั้งหน่วยงานโดยเฉพาะ และร้อยละ 3.07 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลควรกำหนดเกี่ยวกับนโยบายกัญชา (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.68 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการรักษาโรค รองลงมา ร้อยละ 19.02 ระบุว่า เพื่อสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์กัญชาที่ถูกกฎหมาย ร้อยละ 16.10 ระบุว่า เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้ประชาชนทั่วไป ร้อยละ 7.68 ระบุว่า รัฐไม่ควรออกนโยบายเพื่อสนับสนุนกัญชา/ผลิตภัณฑ์กัญชา ร้อยละ 3.41 ระบุว่า เพื่อสนับสนุนความบันเทิงในสังคม เช่น การเสพกัญชาได้ถูกต้องตามกฎหมาย การมีบุหรี่กัญชา เป็นต้น และร้อยละ 1.34 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายอนุญาตให้ปลูกกัญชาเสรีได้ 6 ต้นต่อบ้าน (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.85 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 24.76 ระบุว่า เห็นด้วยมาก ร้อยละ 18.17 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย &amp;nbsp; ร้อยละ 15.37 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.85 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมการปลูก/การใช้กัญชาหรือผลิตภัณฑ์กัญชาให้เป็นไปตามกฎหมาย (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.10 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย รองลงมา ร้อยละ 22.44 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 15.12 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 9.39 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.95 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41785</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาทางการแพทย์, กัญชารักษาโรค, นโยบายกัญชาเสรี, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37be24950fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; เชื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพพร้อมแก้ปัญหาประชาชน พรรคมีแนวทางติดตามงานทุก 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องการยกระดับการบริการของอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ต้องดูอัตราการจ้างนักศึกษาแพทย์ ที่เมื่อจบการศึกษาอยากให้บรรจุเข้าทำงานได้ทันที เพราะที่ผ่านมาพบปัญหาว่าเมื่อเรียนจบแล้วยังไม่สามารถบรรจุเข้าทำงานได้ ขณะที่งานในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะมีการเข้าไปสานต่อเรื่องของระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวกับการเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในฐานะผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ปที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนปัญหาปากท้องของประชาชาชน แน่นอนว่าเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนอยู่แล้ว หากงานไหนที่เราเกี่ยวข้อง และประสานงานได้ก็ต้องเร่งทำ ซึ่งงานสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ คือการแก้ไขเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชน ขณะที่ประชาชนเองก็คาดหวังกับรัฐบาลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทย จะมีการติดตามผลการทำงานทุก 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจาก 3 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องดีขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าการทำงานของภาคการเมือง กับข้าราชการประจำ ในส่วนที่ตนรับผิดชอบนั้น จะมีความร่วมมือเพื่อช่วยกันทำงานให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นบวกแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นโยบายกัญชาของพรรคต้องเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน เตรียมการประสานงานไว้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเคยพูดแล้วว่าหัวหน้ารัฐบาลเองได้แสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันเรื่องดังกล่าว และหากเราร่วมรัฐบาลด้วยกันแล้วก็ต้องมีเหตุผลที่ดีในการช่วยกันทำงาน และช่วยกันประสานงานกับหน่วยงานราชการนอกกระทรวงที่เรารับผิดชอบ ซึ่งถือเป็นวิธีการทำงานที่เราเป็นผู้บริหารงาน และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีหน่วยงานไหนปฏิเสธหรือต่อต้านที่จะให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในการผลักดันนโยบายกัญชามีความกดดันหรือไม่ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ทำหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่กดดัน เพราะเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชน อีกทั้ง ยังเป็นเรื่องที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หากใช้ในทางที่ถูกต้อง ถูกวิธี และเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ตนมองว่าจะสำเร็จ แต่หากอะไรที่เป็นเรื่องนอกกรอบ นอกระเบียบ ก็จะเป็นโทษทั้งนั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การทำงานของรัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ เนื่องจากมีพรรคร่วมรัฐบาลมากถึง 19 พรรค นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง โดยยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง จะเป็น 19 พรรคหรือ 100 พรรค หรือ 3 พรรค เราก็ทำได้ทั้งหมด เพียงแค่อย่าอิจฉาหรือขัดขวางประโยชน์ต่างๆที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็ต้องยอมรับนโยบายของพรรคอื่นๆ ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน หากมีนโยบายที่ดี ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน คาดว่าช่วงเย็นวันนี้ที่จะมีการประชุมของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะมีการร่างนโยบายร่วมกัน ตนได้มอบหมายให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะทำงานควบคู่ในส่วนของรัฐมนตรี และส.ส.ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า &amp;ldquo;หนี้แหละกรรมของหัวหน้า และเลขาธิการพรรค ก็ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นเขา เพราะงานสภาเองก็สำคัญเช่นกัน อีกทั้งงานบริหารราชการแผ่นดินก็สำคัญ แต่ไม่เป็นไร ผมไม่เบิกโอที&amp;rdquo; นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40694</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ยกระดับอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน, รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26b5f5c4734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟรีกัญชากระหึ่ม!&#039;แอ๊ด&#039;ฉะกระทรวงสธ.โง่ ลั่นทั่วโลกรู้กันหมดคือยารักษาโรค แฉนักมวยชื่อดัง-ตำรวจก็พี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายยืนยง โอภากุล หรือ &amp;quot;แอ๊ด คาราบาว&amp;quot; ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต กล่าวระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต &amp;nbsp; ที่ จ.เพชรบูรณ์ &amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 21 มิถุนายน &amp;nbsp;ที่ผ่านมา โหยกล่าวภายหลังร้องเพลงกัญชาว่า &amp;nbsp;38 ปีที่แล้ว เป็นมุมมองแค่เพียงด้านเดียว แต่ปรากฏว่าวันนี้วันเวลาเปลี่ยนไปแล้ว ความรับรู้เรื่องกัญชาในหมู่มหาชนชาวโลกและชาวไทยปัจจุบันนี้รู้ดีว่ากัญชาเป็นยา ไม่ใช่เป็นยาเสพติด เป็นยารักษาโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รักษาโรคที่หมอรักษาไม่ได้แล้ว เวลาเราเป็นมะเร็ง ไปทำฉายแสง ทำคีโมเข็มละแสนกว่าบาท ทำสิบกว่าเข็มหมดไปล้านกว่าไม่หาย แล้วหมอก็บอกผมทำเต็มที่แล้วนะ กลับไปนอนรอความตายที่บ้านไป ใครแม่งอยากจะตายวะ มันก็ต้องกัญชาก่อนแล้วใช่ไหม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอ๊ด คาราบาว &amp;nbsp;กล่าวว่า เขารับรู้กันทั่วโลกแล้ว ไม่มีใครโง่หรอกสมัยนี้ ความรู้มันไปเร็ว อยู่ในโทรศัพท์มือถือ ไปกันพรึ่บๆ มีไอ้คนโง่อยู่ไม่กี่คน นั่นคือกระทรวงสาธารณสุขนั่นแหละ ที่มันขวางจะไม่ให้กัญชามีอิสรภาพ หลังจากที่มันขังคุกกัญชามาตั้งนานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่ผมจะบอก เพื่อนผมนี่ ไอ้นี่มันดูดมาตั้งกะ 5 ขวบ ตอนนี้มันจะ 70 อยู่แล้วมันยังนั่งยิ้มอยู่เลย ไม่เห็นแม่งตาย แล้วมันจะมาห่วงอะไรวะคนอย่างงี้ ตายห่าช่างแม่ง ผมจะบอกอะไรให้นะ รู้ไหมว่าแชมป์โลกโอลิมปิก...ของเมืองไทย ใครครับ ...ผมเห็นกับตาเลย วันที่เขากลับมาจากแชมป์โลกโอลิมปิก เขามาชกเอเชียนเกมส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าวันนั้นผมได้รับเชิญให้ไปถือพระบรมฉายาลักษณ์...ทีนี้ได้เวลาจะชกแล้วเขาก็หา...ไม่เจอ ผมก็วิ่งไปตามมันอยู่ในห้องน้ำนึกว่ามันไปเยี่ยว ที่ไหนได้แม่งไปพี้กัญชา บอกถ้าผมไม่พี้ผมต่อยไม่ได้ อ้าวงั้นแสดงว่าโอลิมปิกมึงก็พี้ดิ เห็นมะ นักดนตรีก็พี้ นักกีฬาก็พี้ มึงจะเอาอะไรอีกวะ ไม่เชื่อมึงไปถามตำรวจสิ ทุกวันนี้ผมได้กัญชามาจากตำรวจ ตำรวจก็พี้ เพียงแต่เขาไม่บอกกัน มีแต่สาธารณสุขที่โง่ เพราะฉะนั้นจงตาสว่างนับตั้งแต่บัดนี้เป็นตนไป ถ้ามึงเผากัญชา 22 ตัน มึงเจอกูแน่นอน ไปดูกันว่ามหัศจรรย์กัญชาเป็นไง เชิญครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ แอ๊ด คาราบาว จะร้องเพลงกัญชาได้กล่าวกับบรรดาแฟนแฟนที่มาร่วมชมคอนเสิร์ตกว่า &amp;ldquo;พี่น้องมีใครเป็นสายเขียวบ้าง(เสียงเฮตอบรับดังสนั่น) เยอะเหมือนกันนะ แบบนี้รัฐบาลจะต้านเราอยู่หรอ เดี๋ยวเราจะช่วยอาจารย์เดชากับฟรีกัญชา นอกจาก เซฟอาจารย์เดชา เซฟกัญชาแล้วก็ยังฟรีกัญชา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39192</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, กัญชาเสรี, ฟรีกัญชา, เดชา ศิริภัทร, แอ็ีด คาราบาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0de2a851353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอ๊ด คาราบาว&#039; ร่วมขบวนเดินรณรงค์กัญชารักษาโรค เจ้าอาวาสเดินหน้าแจกยาหวั่นผู้ป่วยอาการทรุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเดินเท้าเพื่อผู้ป่วยถึงจุดหมาย ประชาชนนับพันรอรับแน่นวัด 12 เครือข่ายแถลงเรียกร้อง 4 ข้อ เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอเดินหน้าแจกยา-หวั่นผู้ป่วยอาการทรุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.62 - ขบวนเดินเพื่อผู้ป่วย:กัญชารักษาโรค ที่นำโดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้เริ่มออกเดินเท้าจากวัดป่าเลไลย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ไปยังวัดบางปลาหมอที่อยู่ห่างออกไปราว 4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเดินในวันสุดท้าย หลังจากเริ่มออกเดินจากจังหวัดพิจิตรตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม โดยมีประชาชนเข้าร่วมมากกว่า 500 คน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิตได้ร่วมเดินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวกับคณะก่อนเคลื่อนขบวนว่า ตนผูกพันกับแอ๊ดเพราะสนิทกับนายมนัส โอภากุล บิดาของแอ๊ดมานาน ซึ่งก่อนออกเดินเท้าในครั้งนี้แอ๊ดได้แสดงน้ำใจด้วยการสนับสนุนซึ่งนอกจากการเดินแล้ว ได้ขอให้แอ๊ดจัดคอนเสิร์ต เพราะตามประเพณีไทยแล้วหลังจากเสร็จสิ้นงานบุญก็มักฉลอง ดังนั้นในค่ำวันอาทิตย์นี้คาราบาวจึงได้จัดคอนเสิร์ตขึ้น นอกจากนี้ยังได้บอกแอ๊ดว่าอยากให้แก้ไขเพลงกัญชาซึ่งตอนท้ายจบว่า &amp;ldquo;นอนตายใต้ต้นกัญชา&amp;rdquo; ทำให้ภาพของกัญชาไม่ดี ซึ่งแอ๊ดรับปากและได้แต่งเพลงกัญชาให้ใหม่ โดยได้ปรึกษาตนและถามว่าความหมายของการปฎิวัติกัญชาคืออะไร ตนได้บอกว่าคือการปฎิวัติความคิด เพราะกัญชาเป็นยาวิเศษและมหัศจรรย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายยืนยง กล่าวว่า ได้แก้ไขเนื้อหาที่บอกว่า &amp;ldquo;นอนตายใต้ต้นกัญชา&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;มหัศจรรย์กัญชา&amp;rdquo; โดยตนมีญาติที่ป่วยและใช้กัญชารักษา ดังนั้นจึงขอเดินเคียงข้างอาจารย์เดชาซึ่งทำเพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.30 น.คณะเดินเท้าได้มาถึงวัดบางปลาหมอโดยทั้งหมดได้ร่วมกันถวายเพล และมีพิธีบายศรีรับขวัญอาจารย์เดชาและผู้ป่วย ขณะที่มีประชาชนหลายพันคนมาร่วมงานโดยได้มีการลงชื่อเพื่อรับน้ำมันกัญชากันอย่างเนืองแน่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 14.00 น.แกนน้ำเครือข่ายที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ทั้ง 12 องค์กรได้ร่วมกันอ่านคำแถลง ซึ่งระบุว่าการเดินเพื่อผู้ป่วยได้ก้าวมาถึงจุดหมายปลายทางแล้วในวันนี้ นับตั้งแต่ได้ย่างเท้าก้าวแรกจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 รวมระยะทาง 268 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลาแห่งการเดินทางนี้ มีประชาชนจำนวนมากที่ได้หมุนเวียนร่วมกันเดินสู่จุดหมายโดย 32,049 คน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายการใช้กระท่อมและกัญชาเพื่อการแพทย์ และผู้ป่วยจำนวน 40,145 คน ร่วมลงชื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยการใช้กัญชาสูตรน้ำมันเดชาเพื่อรักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีประชาชนระหว่างเส้นทางเดินที่บอกว่าไม่มีอะไรมากพอจะสนับสนุนและเป็นกำลังใจได้นอกเหนือจากหนูนาย่างเพื่อร่วมสมทบเป็นอาหาร หลายคนที่โอนเงินเข้าบัญชีร่วมทำบุญผลิตยากัญชา และผู้ใจบุญบางท่านขอบริจาคมากถึงหนึ่งล้านบาทเพื่อผู้ป่วย ขณะนี้ยอดเงินบริจาคทุกบัญชีรวมกันแล้วมากถึง 4.9 ล้านบาท&amp;rdquo;คำแถลงระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำแถลงระบุด้วยว่า แต่น่าเศร้าสลดที่ผู้ป่วยเหล่านี้หลายแสนคน และอาจมากถึงหลายล้านคน กลับไม่สามารถเข้าถึงยาจากกัญชาได้ จากกฎหมายและระเบียบล้าหลัง ตลอดจนแนวปฏิบัติของรัฐที่เอื้ออำนวยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ เช่น การเปิดโอกาสบริษัทยาข้ามชาติยื่นขอสิทธิบัตรผูกขาด และอ้างเหตุนำเข้าผลิตภัณฑ์กัญชาจากต่างชาติ กีดกันหมอพื้นบ้านไม่ให้ผลิตยา และไม่สามารถเข้าถึงวัตถุดิบกัญชาได้ จึงขอประกาศอิสรภาพการใช้กัญชารักษาโรค เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงยาและเลือกวิธีการรักษาโรค เคารพภูมิปัญญาและการส่งเสริมบทบาทของหมอยาพื้นบ้าน ต่อต้านการผูกขาดยาและเสริมสร้างการพึ่งพาตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้องดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยนับแสนนับล้านคนที่รออยู่สามารถเข้าถึงยากัญชาโดยเร็วที่สุด หากรัฐเพิกเฉย ผู้ป่วยและประชาชนจากทุกจังหวัด จะร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน&amp;rdquo;คำแถลงระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระปลัดธนิต จนทิโก เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ กล่าวว่าน้ำมันกัญชาและยาที่เป็นผลิตภัณฑ์กัญชาที่นำมาแจกนั้น ส่วนใหญ่เป็นของเดิมที่อาจารย์เดชาทำไว้ก่อนที่จะถูกจับ สาเหตุที่ต้องแจกเพราะภายหลังจากทราบผู้ป่วยทราบข่าวว่าทีมงานของอาจารย์ถูกจับและจะไม่มีการแจกยาอีก ทำให้หลายคนอาการทรุดเพราะกลัวจะไม่มียากินโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งเท่าที่สังเกตผู้ป่วยมะเร็ง 90% มีอาการดีขึ้นหลังจากรับยาไปแล้ว โดยก่อนรับยาทางวัดจะให้รับศีลและตั้งสัจจะ นอกจากนี้ในทุกสัปดาห์สิ้นเดือนจะมีการทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถามว่ากลัวถูกจับมั้ย จะให้อาตมาทำอย่างไรได้ในเมื่อผู้ป่วยมาหา ถ้าเขาไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ยิ่งอาการทรุด เขามาวัดบางปลาหมอต้องได้ยาติดไม้ติดมือกลับบ้าน คนเป็นมะเร็งเรายังพอหาน้ำมันกัญชาให้ได้ โรคอื่นๆ เช่นปวดเมื่อย เราแจกยาหม่องอารมณ์ดีให้ไปใช้ คนเป็นโรคผิวหนังก็ใช้สบู่ แค่นี้เขาก็มีกำลังใจแล้ว เรารู้ว่ากัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จนบางคนมองว่าอาตมาเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน จริงๆไม่ใช่ เพียงแต่อาตมากลัวคนป่วยไม่มีคนดูแลมากกว่า&amp;rdquo;เจ้าอาวาส กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, จังหวัดสุพรรณบุรี, นายยืนยง โอภากุล, นายเดชา ศิริภัทร, ปฏิวัติกัญชา, มหัศจรรย์กัญชา, มูลนิธิข้าวขวัญ, วัดบางปลาหมอ, เดินเพื่อผู้ป่วย, เพลงกัญชา, แอ๊ด คาราบาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfcf89fde335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
