<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;ยันไม่เคยพูดกัญชาเสรี ลั่นปลูกบ้านละ6ต้นต้องคุมได้เหมือนกินยาพาราฯครั้งละเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.62- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงยุติธรรมออกมาระบุถึงอนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961และอนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ.1971 ที่ยินยอมให้ใช้กัญชาทางการแพทย์หรือในทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นว่า ตอนนี้เราก็ต้องเริ่มจากการรักษาก่อน ซึ่งในทางการแพทย์นั้นทำได้อยู่แล้ว แต่เรายังไม่พูดถึงเรื่องทางการค้า ทั้งนี้ตอนที่หาเสียงพรรคภูมิใจไทยไม่เคยพูดถึงเรื่องสันทนาการ แต่เรื่องนี้เป็นผลพลอยได้ คงไม่มีพรรคไหนจะไปบอกว่าขอทำกัญชาให้เสรี สูบกันสนุกสนานเต็มที่ ไม่ใช่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า เราเห็นคุณค่าของกัญชา กัญชง สารสกัดจากกัญชา (CBD) และสารออกฤทธิ์จากกัญชา (CHT) ใช้ในการรักษาโรค ผลิตยา ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ เราจึงผลักดันเรื่องนี้ และหากทำได้อย่างดีก็จะมีประโยชน์ในการสร้างเศรษฐกิจต่อบ้านเมือง ขณะที่พืชกัญชงเราก็สามารถไปทำเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมต่างๆได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเรื่องส่วนผสมอาหาร เครื่องสำอางต่างๆ และสามารถขยายผลไปเป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้าต่างๆ นี่คือขั้นตอนต่อไปที่เราจะทำ แต่ต้องเริ่มจากทางการแพทย์ก่อน เพื่อให้เห็นว่ามันไม่มีโทษอะไรมากมาย ภายใต้ปริมาณที่จำกัด ต้องเริ่มตัวอย่างให้คนเห็น และสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนั้นได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แนวคิดที่จะให้ปลูกบ้านละ 6 ต้นนั้น จะสามารถควบคุมได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมเราถึงคุมเหล้า เบียร์ บุหรี่ได้ ทำไมเราถึงรู้ว่าต้องกินยาพารา ครั้งละ 1 เม็ด ทำไมไม่กินทีเดียว 20 เม็ด ใช่หรือไม่ มันต้องอยู่ที่การให้ความเข้าใจของผู้ปกครอง ต้องช่วยกันดูแลลูกหลาน ทั้งนี้ในส่วนของกัญชานั้นพบว่ามีการออกฤทธิ์ที่ดีที่สุดกับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป และจะต้องมีกฎหมายด้วยว่าใครอายุต่ำกว่า21 ปี ไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งการควบคุมดูแลก็เหมือนกับการที่ห้ามเด็กไม่ให้สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เบียร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การจะครอบครองต้องมีการแจ้งอย่างเป็นทางการ ยังไม่สามารถซื้อขายกันได้อย่างเสรี ทั้งนี้ ตนพึ่งเข้ามาทำงานจะให้เสร็จทุกอย่างเลยคงเป็นไปไม่ได้ ต้องปลดล็อกทีละล็อก กฎหมายห้ามไว้เยอะแยะ ต้องประสานไปที่หน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42281</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาเพื่อการแพทย์, กัญชาเสรี, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d3fb3ed869d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิตประกาศจุดยืนพร้อมเข้าร่วมวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของอ.เดชา ศิริภัทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12เม.ย.62-ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat เผยแพร่แถลงการาณ์ ม. รังสิต แสดงจุดยืนพร้อมเข้าร่วมวิจัยการใช้กัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของ อ.เดชา ศิริภัทร มีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม อ.เดชา ศิริภัทร ผู้ที่แจกเมล็ดกัญชา ต้นกัญชา และน้ำมันกัญชาให้กับผู้ป่วยฟรี โดยยังอยู่ในช่วงเวลาไม่เกิน ๙๐ วันที่มีการเปิดโอกาสให้มีการลงทะเบียนนิรโทษกรรมผู้ยื่นขอครอบครองกัญชานั้น ต่อมามีข่าวปรากฏจากเจ้าหน้าที่รัฐกล่าวหาว่า อ.เดชา ศิริภัทร ไม่ได้เป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะผลิตและครอบครองกัญชาได้ตาม มาตรา ๒๖/๕ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ ทางสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ขอแสดงจุดยืนดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เนื่องด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดบทเฉพาะกาลเอาไว้ในมาตรา ๒๒ ว่า &amp;quot;ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ เฉพาะกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษสำหรับการกระทำนั้น&amp;quot; โดยมาตรา ๒๒ (๑) บัญญัติว่า หากเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๖/๕ จะต้องยื่นขออนุญาตครอบครองต่อคณะกรรมการอาหารและยาภายในไม่เกิน ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) บังคับใช้ คือไม่เกินวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็จะสามารถครอบครองได้โดยไม่ต้องรับผิด และหากกรณีไม่ได้รับอนุญาตก็ให้ยาเสพติดให้โทษนั้นตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขหรือให้ทำลายเท่านั้นโดยไม่ต้องรับโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว ในมาตรา ๒๒ (๒) บัญญัติก็ยังเปิดช่องให้ผู้ป่วยที่ยื่นขออนุญาตครอบครองและปฏิบัตตามหลักเกณฑ์ได้ยื่นขออนุญาตเช่นกันด้วย และหากสมมุติว่าในกรณีที่ผู้ยื่นขอไม่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๖/๕ และไม่ใช่ผู้ป่วย แต่มายื่นคำขอในเวลา ๙๐ วัน ก็ให้ยาเสพติดให้โทษดังกล่าวตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขหรือให้ทำลายโดยไม่ต้องรับโทษเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทางสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต พิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้าจับกุมทีมงานยึดของกลางของ อาจารย์เดชา ศิริภัทร ทั้งๆที่เป็นประโยชน์เพื่อการแพทย์นั้น ยังอยู่ในช่วงกรอบเวลา ๙๐ วันตามกฎหมายที่จะนิรโทษกรรมได้ การเข้าจับกุมดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติต่อบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๒ ของ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. กรณีการแจกเมล็ดกัญชา ต้นกัญชา หรือน้ำมันกัญชา ของ อ.เดชา ศิริภัทร ให้กับผู้ป่วยฟรีนั้น เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการผูกขาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของผู้ป่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาโดยใช้กัญชาได้ ทั้งนี้ได้มีการลงทะเบียนจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมาก จึงย่อมแสดงให้เห็นว่าในกรณีดังกล่าวนี้เป็นไปเพื่อหลักมนุษยธรรมเพื่อผู้ป่วยและเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่การทำลายล้าง จับกุม กวาดล้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าจับกุมและกวาดล้างในกลุ่มประชาชนที่แจกฟรีเพื่อผู้ป่วยโดยที่ไม่ใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้า ย่อมทำให้ประชาชนยิ่งหวาดระแวงถึงวัตถุประสงค์การเชิญชวนให้ประชาชนยื่นขอลงทะเบียนในการครอบครองกัญชาใน ๙๐ วันนั้น ว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยให้มีสิทธิได้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนเมื่อพ้นเวลา ๙๐ วันไปแล้ว หรือเมื่อพ้นเวลา ๙๐ วันไปแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐจะกวาดล้าง ทำลาย จับกุมประชาชนที่พึ่งพาตัวเองได้ ให้มาซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ของกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งที่อาจมาพร้อมกับสิทธิบัตร ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดพันธุ์ เทคโนโลยีเครื่องมืออุปกรณ์วิธีการเพาะปลูก วิธีการสกัด น้ำมันสกัด ฯลฯ ความหวาดระแวงต่อหลักประกันสิทธิในการใช้กัญชาต่อเนื่องหลัง ๙๐ วันของช่วงเวลานิรโทษกรรมนี้ ปรากฏผลเป็นหลักฐานโดยมีผู้ยื่นคำขออนุญาตครอบครองเพียง ๘๐๐ กว่าคน จากคนโทรศัพท์สอบถามกว่า ๘,๐๐๐ คน อีกทั้งยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ไม่มาติดต่อและแอบใช้กัญชาใต้ดินต่อไป แสดงให้เห็นว่าในขณะนี้ผู้ป่วยและผู้ครอบครองจำนวนมากที่แอบใช้กัญชาเพื่อประโยช์ทางการแพทย์ขาดความไว้วางใจต่อการดำเนินการของภาครัฐอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าจับกุมทีมงาน อ.เดชา ศิริภัทร และคณะในครั้งนี้ โดยที่ภาครัฐไม่ได้มีทางออกหรือหลักประกันว่าผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาฟรีอยู่นั้นจะมีสภาพอย่างไร จะหาผลิตกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ต่อเนื่องได้อย่างไร และรัฐก็ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อมาทดแทนแต่ประการใดด้วย ย่อมเป็นการบีบให้ผู้ป่วยต้องไปหาซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาใต้ดินที่มีการขายอยู่จำนวนมาก ซึ่งยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ความปลอดภัยและการปนเปื้อนได้เมื่อเทียบกับการที่เครือข่ายผู้ป่วยปลูกเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองโดยไม่มีการขายเพื่อประโยชน์ทางการค้า การเข้าจับกุมดังกล่าวจึงย่อมเกิดโทษต่อผู้ป่วยและสังคมมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต เห็นว่ารัฐควรส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้และสามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์ทางกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างแท้จริง อันจะเป็นการป้องกันมิให้ประชาชนต้องใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาใต้ดินซึ่งไม่มีองค์กรใดจะมาตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยได้ ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของภาครัฐ อันเป็นหลักประกันว่าจะไม่ให้เกิดการผูกขาดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งผ่านการดำเนินการผูกขาดของภาครัฐ ดังที่ประชาชนมีความหวาดระแวงแต่เดิมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสุขภาพไทย ได้มีโอกาสส่งตัวแทนเข้าฝึกอบรม โดยสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ส่งทีมงานแพทย์แผนไทยประยุกต์ ได้เข้าฝึกอบรมร่วมกับ อ.เดชา ศิริภัทร ก่อนหน้านี้แล้ว มีความเห็นว่าปริมาณการใช้น้ำมันกัญชาของทีมงาน อ.เดชา ศิริภัทรนั้น ได้ใช้ปริมาณน้ำมันกัญชาต่ำมากคือเพียงร้อยละ ๓ เท่านั้น เพื่อเน้นในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ไม่ให้มีอาการมึนเมา ในขณะเดียวกันผู้ที่จะมีสิทธิใช้ผลิตภัณฑ์กัญชานั้น จะต้องผ่านการฝึกอบรมโดยเน้นใช้ปริมาณน้อยๆเพื่อความปลอดภัยเป็นหลักเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยจริงจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะมีคุณค่าและจะมีประโยชน์ในการพัฒนาการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ให้กับประชาชนจำนวนมากอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต มีความยินดีที่เริ่มสถาบันการศึกษาและภาครัฐได้ประกาศเข้าร่วมงานวิจัยกับการทำงานของ อ.เดชา ศิริภัทรแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ร่วมกับวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โดยความเห็นชอบของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีในฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองเพื่อวิจัยได้ตาม มาตรา ๒๖/๕ (๒) ของ พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมูลนิธิสุขภาพไทย ร่วมกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ มีความยินดีที่จะร่วมวิจัยเก็บข้อมูลการดำเนินงานของ อ.เดชา ศิริภัทร และยินดีที่จะดำเนินการให้ อ.เดชา ศิริภัทร และทีมงานอยู่ในฐานะผู้ร่วมวิจัยตามมาตรา ๒๖/๕ (๒) ในโครงการดังกล่าวนี้ตามเจตนารมณ์เพื่อมิให้เกิดการผูกขาด อันจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อประชาชนโดยภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สำหรับประชาชนอย่างแท้จริง สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ขอสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายทั้งปวงที่จะเป็นอุปสรรคการเข้าถึงการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของประชาชนได้จริงในทางปฏิบัติ และไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และเห็นว่าพืชสมุนไพรดังกล่าวนี้ได้ทยอยมีการจดสิทธบัตรจากต่างชาติจำนวนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในพืชสมุนไพรดังกล่าวให้ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นการทั่วไปอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย
มหาวิทยาลัยรังสิต
๑๑ เมษายน ๒๕๖๒&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาเพื่อการแพทย์, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์., นายเดชา ศิริภัทร, มหาวิทยาลัยรังสิต, สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e4162a18ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.ณรงค์&#039;จัดหนักคสช.สร้างวาทกรรมเพื่อครองอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ตวัดลิ้นสมคบทุนผูกขาดสามานย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12เม.ย.62-รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;nbsp;วาทกรรมเพื่อครองอำนาจของรัฏฐาธิปัตย์ตวัดลิ้น มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะบุคคลผู้กุมอาวุธ เมื่อถึงจังหวะที่รอคอย ก็ปฏิบัติการทำรัฐประหาร พร้อมกับสร้างวาทกรรมเพื่อยกเหตุผลสร้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจ แต่เมื่อเวลาล่วงเลย หลายๆอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่พูด แต่เพื่อจะครองอำนาจต่อไป ก็ต้องสร้างวาทกรรมใหม่ๆ เพื่อหาเหตุผลให้ตนได้ครองอำนาจ จึงเหมาะสมทีเราจะเรียกว่า &amp;quot;รัฏฐาธิปัตย์ตวัดลิ้น&amp;quot; ดังจจะเห็นได้จากเหตุการณ์ต่อไปนี้:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) บอกว่าทำรัฐประหารเพื่อความสงบและสร้างความปรองดอง ขจัดความขัดแย้ง แต่ความเป็นจริงที่เห็นได้คือเกิดความสงบจากการประท้วงจริง เพราะรัฐใช้อำนาจเผด็จการบังคับ ลดเสรีภาพของบุคคลในหลานส่วน แต่ไม่อาจขจัดความขัดแย้ง และไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ เพราะผู้ทำรัฐประหารกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง และความขัดแย้งดูจะบานปลายไปเรื่อยๆ ความขัดแย้งระหว่างเหลืองกับแดง เปลี่ยนเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้ประกาศตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตยที่ต่อต้านคณะรัฐประหารที่ถูกเรียกว่าเป็นฝ่ายเผด็จการ และมันกำลังเพิ่มดีกรีความขัดแย้งจากวาทกรรมของผู้กุมอำนาจรัฐ ว่า &amp;quot;พวกซ้ายจัด ดัดจริต คอมมูนิสต์ล้มสถาบัน&amp;quot; ซึ่งเป็นวาทกรรมยุคหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซ้ายจัดคืออะไร? มีหรือไม่? ถ้ามีจริง ก็ต้องมีขวาจัดด้วยสิ! คอมมูนิสต์คือใคร? เลวร้ายอย่างไร? ประเทศจีนปกครองด้วยพรรคคอมมูนิสต์ใช่หรือไม่? แล้วทำไมผู้มีอำนาจรัฐในคณะรัฐประหารบางคน จึงชื่นชมยกย่องจีน เอาใจจีนยังกับบิดาบังเกิดเกล้า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอมมูนิสต์ล้มสถาบัน ผู้พูดเคยศึกษาหรือไม่ว่า สถาบันกษัตริย์ในโลกนี้ส่วนใหญ่ถูกล้มโดยมหาอำนาจและคณะทหารในประเทศนั้นๆ ที่ถูกล้มโดยคอมมูนิสต์มีเพียง 2-3 ประเทศเท่านั้น แม้แต่ในจีนเองกลุ่มอำนาจที่ล้มสถาบันกษัตริย์คือพวก
&amp;quot;ก๊กมินตั๋ง&amp;quot; ไม่ใช่พรรคคอมมูนิสต์ ดังนั้น การสร้างวาทกรรม ซ้ายจัด ดัดจริต คอมมูนิสต์ล้มสถาบัน มันคือวาทกรรมเพื่ออำนาจของพวกตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) บอกว่าทำรัฐประหารเพื่อปราบคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการคอร์รัปชันของนักการเมือง แต่ความจริงกลับเป็นว่า ความไม่โปร่งใสในสังคมไทยภายใต้อำนาจของคณะรัฐประหาร มีมากขึ้นกว่ายุคก่อนเสียอีก เพราะองค์กรจัดอันดับความโปร่งใสระหว่างประเทศพบว่า คะแนนเต็มความโปร่งใส 100 คะแนน ประเทศไทยได้เพียง 36 คะแนน เท่านั้น ตอบได้ไหมว่าความไม่โปร่งใสนี้ ไม่เกี่ยวกับการคอร์รัปชัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) บอกว่าทำรัฐประหารเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่ความจริงกลับเป็นว่า ประเทศไทยภายใต้อำนาจของคณะรัฐประหาร มีความเหลื่อมล้ำระดับแนวหน้าสุดของโลก เพราะองค์กรจัดลำดับความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศพบว่า ในปี 2560 ประชากร 1% ของประเทศไทย ครอบครองรายได้และทรัพย์สิน 68% ของประเทศ เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนหน้า ที่ประชากร 1% ของประเทศครองทรัพย์สินและรายได้ 58% ของประเทศ นี่พูดเฉพาะรายได้และทรัพย์สิน ยังไม่ได้พูดถึงความเหลื่อมล้ำเรื่องอำนาจ เรื่องสิทธิและโอกาส เรื่องความเป็นธรรมในสังคม ของคนชั้นบนและคนชั้นล่าง ที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) คณะรัฐประหารประณามนักการเมืองว่าเป็นพวกเลว คอร์รัปชันทำลายชาติ ต้องขจัดให้หมดไป แต่ครั้นพวกของตนจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ก็กลับไปกวาดต้อนบรรด่นักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเลว มาร่วมพรรค บ้างก็เป็นผ้นำพรรค บ้างก็เป็นนายทุนพรรค บ้างก็เป็นพันธมิตรมาจัดตั้งรัฐบาล แล้วก็ยกย่องนับถือกันว่า เป็นคนดี มีคุณธรรม เหมาะจะเป็นผู้บริหารประเทศ เฮ้อ! ตวัดลิ้นกันแบบนี้แหละ ใครจะทำไม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) เมือผู้นำรัฐประหารต้องการใช้อำนาจรัฐ ต้องการใช้งบประมาณของรัฐ ก็ประกาศว่าผู้นำของพวกตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่พอถึงคราวเลือกตั้งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องวางตัวเป็นกลาง ก็กลับบอกว่าผู้นำของตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐจึงเลือกข้างได้ ต่อมาเมือบริษัทต่างชาติจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหลายหมื่นล้าน เพราะไปใช้อำนาจสั่งปิดบริษัทเขา พวกนักกฎหมายของคณะรัฐประหารก็บอกว่า ผู้นำของพวกตนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกคำสั่งในนามตัวแทนของรัฐ เพราะฉะนั้น ถ้าต้องจ่ายค่าเสียหายก็ต้องใช้เงินของรัฐ ดูวิธีตวัดลิ้นของพวกนี้สิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) คณะรัฐประหารในฐานะผู้ครองอำนาจรัฐ ประกาศผ่อนปรนเรื่องกัญชา เพื่อถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เพื่อนำไปใช้ทางการแพทย์ โดยประกาศนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ครอบครองกัญชาเพื่อรักษาผู้ป่วยและเพื่อการค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ และได้กำหนดเวลาให้ผู้ครอบครอง ไปแจ้งขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 19 พ.ค. 2562 ในการณ์นี้ คุณ เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ปัญญาชนอิสระ ผู้มีอันจะกิน แต่ได้เสียสละทำงานช่วยเหลือชาวนาด้านการพัฒนาและอนุรักษ์พันธ์ข้าวมายาวนาน เป็นที่ยอมรับยกย่องของสังคม ในด้านภูมิปัญญาและความเสียสละทุ่มเท คุณเดชาได้ศึกษาทดลองค้นคว้าผลิตน้ำมันกัญชารักษาผู้ป่วย ทั้งโรคมะเร็ง โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน ฯลฯ และได้ขอให้วัดทีพิจิตรและที่สุพรรณ เป็นสถานที่แจกจ่ายโดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ นับเป็นคุณอันใหญ่หลวง ที่คุณเดชาได้ช่วยผู้ป่วยต่างๆ ที่หมดหวังจากการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณเดชาได้เตรียมการที่จะไปแจ้งขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่เนื่องจากมีธุระบางประการต้องเดินทางไปประเทศลาว จึงยังไม่ได้ไปแจ้ง เพราะเห็นว่ายังมีเวลาอีกเดือนกว่าที่จะไปแจ้งได้ แต่ปรากฎว่ากลไกของรัฐ ภายใต้อำนาจรัฐประหาร พากันยกโขยงไปจับกุมบุคลากรของมูลนิธิข้าวขวัญ กวาดเก็บต้นอ่อนกัญชาที่เพาะอยู่ในกระถาง ผู้บุกคันจับ ไม่แสดงตัวตนและสิทธิอำนาจในการตรวจค้น แถมเมื่อจะประกันตัวผู้ถูกจับกุม ก็เรียกค่าประกัน 500,000 บาท ยิ่งกว่าค่าประกันตัวอาชญากรร้ายแรง ทั้งๆที่เขาคือผู้กอบกู้ชีวิตคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เหล้าเบียร์บุหรี่ คณะรัฐประหารปล่อยให้ผลิตขายได้เสรี ไม่เว้นวันพระสันบุญ บุหรี่สร้างโรคภัยและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินไปมามายเท่าไร? เหล้าเป็นเหตุของการบาดเจ็บล้มตายไปปีละเท่าไร? สงกรานต์และปีใหม่คนตายเพราะเหล้าปีละเท่าไร? สงกรานต์ปีนี้จะตายกันเพราะเหล้าอีกเท่าไร? คิดแต่จะลงโทษคนดื่มเหล้า เคยคิดจะควบคุมคนผลิตและคนขายเหล้าบ้างใหม? คิดแต่จะลงโทษคนผลิตกัญชาเพื่อช่วยชีวิตคน เคยคิดที่จะลงโทษคนผลิตและคนขายเหล้าทีเป็นต้นตอของการทำลายชีวิตคนบ้างไหม? เห็นมีแต่ส่งเสริมกัน จับมือกัน หาประโชน์ร่วมกัน นี่มันเป็นคณะรัฐประหารที่เอื้อประโยชน์แก่ทุนสามานย์ชัดๆ ไปดูที่สิงคโปร์สิ วันหยุด วันบุญ วันเทศกาล เขาห้ามขายเหล้า เขาควบคุมทั้งด้านอุปสงค์(ผู้ดื่ม)และผู้ผลิตผู้ขาย(ด้านอุปทาน) ตัวอย่างดีๆอย่างนี้ทำไมไม่นำมาใช้ละ? คณะรัฐประหารบอกว่าต้องการลดความเหลื่อมล้ำ แต่เหตุใดจึงให้สิทธิ์เสรีแก่พวกเพชฆาตเจ้าของเหล้า มากกว่าผู้ใจบุญผลิตน้ำมันกัญชาช่วยชีวิตคน พวกท่านเป็นพวกมารหรือพวกเทพ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์เชิงประจักษ์ที่กล่าวมา เราจึงขอให้สมญานามพวกท่านว่าเป็นพวก &amp;quot;รัฏฐาธิปัตย์ตวัดลิ้น&amp;quot; แถดิ้นเพื่อครองอำนาจ สมคบทุนผูกขาดและทุนสามานย์ เอวัง!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาเพื่อการแพทย์, ความเหลื่อมล้ำ, ซ้ายจัดดัดจริต, ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, ทุนผูกขาดสามานย์, รัฐฏฐาธิปัตย ์, วาทกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cafeb00d9d7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนวิน&#039;มาเองติดแฮชแท็ก&#039;saveเดชา&#039;ค้านตร.บุกจับผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.62 - เฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;quot;ลุงเนวิน&amp;quot; ได้โพสต์ ข้อความหัวข้อ &amp;quot;รวมพลังรักษาภูมิปัญญาไทย&amp;quot;กัญชาเพื่อการแพทย์&amp;quot; โดยมีเนื้อหาว่าข่าวการจับกุมเจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และยึดต้นกัญชา 200 ต้น พร้อมทั้งอุปกรณ์การสกัดน้ำมันกัญชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามข่าวอ้างว่าเป็นของ คุณเดชา ศิริภัทร กรรมการบริหารมูลนิธิ ที่ใช้ผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ แจกให้แก่ประชาชนเพื่อรักษาโรค และจะเรียกคุณเดชา มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้าน รวมทั้ง การใช้กัญชารักษาโรคตามภูมิปัญญาไทย ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีมากว่า 300 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีความเห็นว่าการจับกุม ยึดทำลายต้นกัญชา และ อุปกรณ์การผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ เช่นนี้ เป็นการทำลายภูมิปัญญาไทย เป็นการปิดกั้นการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนี้ มีงานวิจัยทางการแพทย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวนมาก ยืนยันว่ากัญชาเป็นพืชที่มีคุณค่าทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายประเทศในโลก รวมทั้งประเทศไทย อนุญาตให้มีการผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งองค์การอนามัยโลก ได้ทำการศึกษาวิจัย และระบุว่าสารสกัดในกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่มีสรรพคุณรักษาโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ทั่วโลก กำลังตื่นตัว ศึกษาวิจัยการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ แต่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพการปลูกกัญชาดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นเกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ อย่างหลากหลาย มายาวนาน กลับมีการจับกุม ดำเนินคดีกับประชาชนผู้ทำการศึกษาวิจัยการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ อย่างเข้มงวด โดยไม่เปลี่ยนมุมมองต่อกัญชา และก้าวไม่ทันโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดใช้วิจารณญาณในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม รู้เท่าทันและศึกษาองค์ความรู้ใหม่ เกี่ยวกับกัญชาเพื่อการแพทย์ &amp;nbsp;เพื่อที่จะไม่เป็นการทำลายภูมิปัญญาไทย และองค์ความรู้ที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานกว่า 300 ปี ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ที่ประเมินค่ามิได้ของคนไทย ทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ให้กำลังใจคุณเดชา ศิริภัทร และทุกท่านที่ทำการศึกษาวิจัยการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนการศึกษาวิจัย &amp;nbsp;และให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียกร้องให้คนไทยช่วยกันรวมพลัง เพื่อปกป้องรักษากัญชาเพื่อการแพทย์ ของภาคประชาชน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทย ที่ต้องเผยแพร่อย่างกว้างขวาง และป้องกันการผูกขาดกัญชาเพื่อการแพทย์ เพื่อประโยชน์กลุ่มธุกิจ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากจะบอกเจ้าหน้าที่ทุกคน ว่า วันใดที่คุณมีคนในครอบครัว หรือญาติพี่น้อง เป็นผู้ป่วย ที่ต้องใช้กัญชารักษาอาการของโรค วันนั้น คุณจะรู้และเข้าใจสิ่งที่คุณเดชา ทำ ว่าเป็นการสร้างคุณูปการที่มีคุณค่าแก่ชีวิตมนุษย์ และเป็นการสร้างประโยชน์ ที่ยิ่งใหญ่ด้วยความกล้าหาญ กว่าคนทั่วไป จะพึงกระทำ คือ การอุทิศตน เพื่อผู้ป่วย อย่างแท้จริง แม้จะเสี่ยงต่อการสูญเสียอิสรภาพ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่พวกคุณ ไม่ใช่เพียงผู้ทำลายสิ่งที่คุณเดชา สร้าง แต่ยังทำลายความหวัง และ โอกาส ของผู้ป่วยจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากวันนี้ไป เราจะสู้ไปด้วยกันกัญชาไทย เพื่อคนไทย#saveเดชา#กัญชาเพื่อการแพทย์&amp;quot; เนวิน ชิดชอบ กล่าวผ่านเพจลุงเนวิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33106</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาเพื่อการแพทย์, เซฟเดชา, เนวิน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca84d7ad267a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
