<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรท. มั่นใจส่งออกฟื้นปรับเป้าเหลือติดลบ 7%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย. 2563 น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก ปรับคาดการณ์การส่งออกของไทยปี 63 ดีขึ้นมาเป็นหดตัวเหลือ -7% จากก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ที่ -8% (กรอบ -10 ถึง -8%) เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์การส่งออกเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้ สรท.ประเมินว่าการส่งออกไทยปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าโลกเริ่มฟื้นตัว ซึ่งเห็นได้จากการปรับประมาณการเศรษฐกิจทั่วโลกที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากช่วงต้นปี เช่น IMF, World Bank รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศจีนและสหรัฐ, ทิศทางการส่งออกไทยกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยกลุ่มสินค้าที่กลับมาขยายตัวได้ต่อเนื่อง เช่น ผัก-ผลไม้แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป, อาหารสำเร็จรูป, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้ากลุ่ม work from home ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจในภาค real sector ที่เริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในทวีปยุโรป ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, International Logistics จากปัญหาขาดแคลนระวางเรือและตู้คอนเทนเนอร์สำหรับบรรจุสินค้าในหลายเส้นทาง, เงินบาทที่ทรงตัวอยู่ในระดับแข็งค่า จากแนวโน้มการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณชะลอการฟื้นตัว และแรงกดดันภายนอกจากความไม่แน่นอนของสหรัฐฯ ในการออกมาตรการกระตุ้นทางการคลัง, การนำเข้าที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทุนที่มีแนวโน้มการกลับมาฟื้นตัวค่อนข้างยาก และอาจชะลอตัวอย่างนี้ไปจนถึงต้นปี 64 เป็นอย่างน้อย ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของการส่งออกในระยะถัดไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6245fe7355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงครามการค้าซัดส่งออกไทยติดลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค. 2562 นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ว่า ยังคงมีความผันผวนจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนเข้ามาลงในอาเซียนมากยิ่งขึ้น โดยมีการลงทุน FDI มากที่สุดในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเยีย มาเลเซีย ไทย และ สิงคโปร์ ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการย้ายฐานการผลิตเนื่องจากจีนถูกกีดกันการค้าสหรัฐ ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีน รวมถึงผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐต้องย้ายฐานการผลิตไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ ลง 0.25% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 2-2.25% โดยให้เหตุผลต่อความความกังวลของเศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสหรับและส่งสัญญาณว่าจะปรับลดลงไปมากกว่านี้ถ้ามีความจำเป็น ขณะเดียวกันยังเชื่อว่าการปรับลดดอกเบี้ยจะช่วยดันเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% จากเดิมอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.8% ซึ่งคาดว่าในอนาคตอาจจะทำให้เกิดสงครามทางการเงินก็เป็นได้&amp;rdquo;นางสาวกัณญภัค กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ค่าเงินทั่วโลก สรท.มองว่ายังคงผันผวนตามภาวะของเศรษฐกิจโลกที่เกิดผลกระทบจากสงครามการค้า เช่น สหรัฐ จีน ที่มีค่าเงินลดลง เป็นต้น ในส่วนของ ไทย มีค่าเงินแข็งค่าขึ้น โดยสถานการณ์ค่าเงินบาทในเดือน ก.ค. มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าและมีการเคลื่อนไหวในระดับที่ผันผวนเกือบทั้งเดือนระหว่าง 30.57-30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ &amp;nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการส่งออกของไทยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา สรท.เข้าหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาวิกฤตค่าเงินบาทต่อภาคการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเรื่องร้องขอซึ่งทาง สรท.ได้เสนอต่อ ธปท. ให้ช่วยแก้ไขปัญหาหรือออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือ ได้แก่ ด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดย 1.ขอให้ดำเนินนโนบายในการป้องการไหลเข้าของเงินทุนที่มาเก็งกำไระยะสั้น 2.ขอให้ ธปท. จัดให้มีการโฆษก และ/หรือข้อมูลผ่านช่องทางออไนลน์เพื่อให้ข้อมูลทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงและเป็นปัจจุบัน ด้าน ต้นทุนการเงิน ประกอบด้วย 1.ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและควบคุมส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ 2.สนับสนุนเอสเอ็มอี ในการทำประกันค่าเงิน และ 3.ขอให้เปิดเผยข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายเงินตราล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการส่งออกของไทยในเดือน มิ.ย.ปี 2562 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 21,409.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 2.15% หรือคิดเป็น 676,838 ล้านบาท หดตัว 2.9% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 18,197 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 9.4% คิดเป็น 583,094 ล้านบาท หดตัว 10.2% ส่งผลให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) มีมูลค่า 122,971 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 2.9% คิดเป็น 3,881,308 ล้านบาท หดตัว 2.7% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 119,027 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 2.4% อย่างไรก็ตามในปี 2562 นี้ สรท.คาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยจะมีติดลบ 1%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42913</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.), ส่งออกไทยติดลบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6245fe7355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรท.ปรับเป้าส่งออกไทยเหลือ 1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงครามการค้ากระทบหนัง สรท.ปรับเป้าการส่งออกไทยปี 62 อยู่ที่ 1% จากเดิมคาดหวัง 5% พร้อมเผยภาพรวมการส่งออกช่วง 4 เดือน &amp;nbsp;มีมูลค่า 80,543 ล้านดอลลาร์สหรัญ หดตัว -1.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 มิ.ย 62 น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ในปี 2562 นี้ สรท.คาดการณ์ว่าการส่งของไทยจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ประมาณ 1% จากประมาณการณ์เดิมที่ 5% โดยมีปัจจัยบวกจากผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมเริ่มมีการปรับตัวเพื่อเลี่ยงผกระทบจากสงครามการค้าโดยการมองหาตลาดใหม่ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้ออกนโยบาย Speed and Strategy เพื่อรับมือกับสงครามการค้า และ สหรัฐ มีการเลือกการปรับขึ้นภาษีรถยนต์จากทุกรประเทศทั่วโลกออกไป 180 วัน และมีการเร่งเจรจากับยุโรปและญี่ปุ่นเพื่อขยายตลาดให้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของปัจจัยลบที่มีความเสี่ยงต่อภาคการส่งออก คือ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทำให้กระทบกำลังซื้อ สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก ประเมินว่าการค้าโลกเริ่มชะลอตัวลงชัดเจน ขณะที่ความยืดเยื้อของสงครามการค้าและการปรับขึ้นภาษีรองที่ 4 ส่งผลกระทบต่อการหาช่องทางระบายสินค้าไปยังประเทศที่สามแทน รวมถึงการมาตรการทางการค้าที่สหรัฐดำเนินกับประเทศอื่น ส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลกรวมถึงยังส่งกระทบต่อการตัดสินใจในการเพิ่มการลงทุน และ ปัญหากฏระเบียบที่ไม่เอื้อต่อสถาการณ์การส่งออกที่อาจเป็นโอกาสของสินค้าไทยส่งเข้าไปทดแทนตลาดจีนและสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการส่งออกในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา &amp;nbsp;ไทยมีการส่งออกมีมูลค่ารวม 80,543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว -1.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปแบบเงินบาทที่ 2,540,822 ล้านบาท หดตัว -1.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 79,993 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว -1.1% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่า 2,562,336 ล้านบาท หดตัว -0.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 549.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขาดดุล -21,513 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37608</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์, สงครามการค้า, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.), ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6245fe7355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรท.คงเป้าส่งออกเติบโตทั้งปี 9% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท.เผยสถานการณ์ส่งออก เดือน ส.ค.ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 18 ส่งผลให้การส่งออก 8 เดือน มีมูลค่ารวม 169,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 10.% พร้อมคงเป้าส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ต.ค. 61 นางสาว กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงภาพรวมการส่งออกในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมามีมูลค่า 22,794 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 18 ที่ 6.7% การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 755,232 ล้านบาท ขยายตัว 6.1%ในขณะที่ การนำเข้ามีมูลค่า 23,383 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 22.8% และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 784,848 ล้านบาท ขยายตัว 22.2% ส่วนการส่งออกในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.) มีการส่งออกรวมมูลค่า 169,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 10.0%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวที่ 4.1% โดย ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, เครื่องดื่ม และข้าวที่มีการขยายตัวในหลายตลาด แต่กลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวคือ ยางพารา และน้ำตาลทราย ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ยังคงขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ที่ 5.8% กลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัวในระดับสูง ได้แก่ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และกลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวได้แก่ ทองคำ และกลุ่มอุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์ ไดโอด
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามการส่งออกของไทยในเดือนส.ค. ยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดอาเซียนและ CLMV รวมถึงการส่งออกไปอินเดียและเอเชียใต้ยังขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกไปจีนชะลอลงเล็กน้อยที่ 2.3% ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น สหรัฐและสหภาพยุโรป ยังคงขยายตัว 3.2% โดยการส่งออกไปญี่ปุ่นขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าและสหรัฐฯ กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม สรท.ยังคงคาดการณ์เติบโตทั้งปี 9%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์, ผลไม้, ผัก, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย, สรท., สินค้าเกษตร, ส่งออก, แปรรูป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb5c34bed91f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
