<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรท.&#039;ดอดพบขุนคลังอ้อนคุมบาทแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย. 2563 นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยภายหลังการเข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ว่า ต้องการให้กระทรวงการคลังช่วยดูแลเรื่องเงินบาทที่ปัจจุบันปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดย สรท. อยากเห็นเงินบาททรงตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสม ที่ระดับ 31 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งจะและเอื้อกับผู้ประกอบการในภาคส่งออก โดยปัจจุบันเงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.30 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2564 เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 29-29.50 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ ถือว่าแข็งค่ามากสำหรับภาคส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หลายประเทศค่าเงินยังไม่แข็งค่าเท่านี้ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ต้องถึง 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเหมือนที่เคยขอไว้ แค่ประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก็จะส่งผลดีต่อผู้ส่งออกแล้ว
&amp;quot;นายอาคมเข้าใจ และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคส่งออกอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.ป ที่จะต้องดูแล ซึ่ง สรท. จะมีการไปหารือกับผู้ว่าการ ธปท. ในเรื่องนี้ด้วย&amp;quot; นางสาวกัญญาภัค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังขอให้ รมว.การคลัง ช่วยแก้ไขกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ให้กับภาคเอกชน ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจสำหรับการนำเข้า-ส่งออก และโลจิสติกส์ (NSW) ที่ในปัจจุบันยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ดีเพียงพอ ซึ่งรมว.การคลังรับปากจะเข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฎระเบียบที่ต้องการให้แก้ไข เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้า การลงทุนให้กับภาคเอกชน จะมีทั้งเรื่องโครงสร้างภาษี ความสะดวกในการยื่นแบบ ภง.ด.51 และพิธีการทางศุลกากรต่าง ๆ ที่ยังเป็นอุปสรรคเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างภาครัฐและเอกชนมีไม่มากพอจึงอยากให้ขยายให้มากขึ้น&amp;rdquo; นางสาวกัณญาภัค กล่าว
นางสาวกัณญาภัค กล่าวอีกว่า ต้องการให้กระทรวงการคลังสร้างความต่อเนื่องในการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ผ่านโครงการคนละครึ่งเพิ่มขึ้น เพราะเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีประโยชน์อย่างแท้จริง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณญาภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์, คุมค่าเงินบาท, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6245fe7355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
