<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมาก ปริญ&#039;หวิดทำสนามบิน&#039;กัมพูชา&#039;แตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระแสทนายสาธิตจากละครคลื่นชีวิต กำลังฟีเวอร์สุดๆ ที่ประเทศกัมพูชา พอมีข่าวว่าพระเอกหนุ่ม หมาก-ปริญ สุภารัตน์ &amp;nbsp;จะเดินทางมาโชว์ตัวในงานอีเว้นท์ของแบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อดัง ที่ศูนย์การค้า Aeon Mall Sen Sok City ใจกลางเมืองพนมเปญ งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับแห่กันมาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งต้องบอกว่าตั้งแต่หนุ่มหมากก้าวเท้าแตะเข้ามาในสนามบินนานาชาติพนมเปญ เสียงกรี๊ดก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ทำเอาพระเอกซุปเปอร์สตาร์ไทยตกใจ บวกกับซาบซึ้งใจ ที่แฟนๆ ชาวเขมรกว่า 300 ชีวิตให้ความสนใจมารอรับล้นทะลักสนามบิน แถมยังพากันมะรุมมะตุ้มรุมรักหนักมาก ชนิดที่ว่ากองทัพบอดี้การ์ดก็แทบกันไม่อยู่ เท่านั้นไม่พอในงานอีเว้นท์เสียงกรี๊ดและเสียงตะโกนเรียกชื่อหมาก ก็ดังลั่นห้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แฟนคลับชาวกัมพูชาน่ารักมากครับ ให้การต้อนรับผมอย่างอบอุ่น คือที่สนามบิน มากันแน่นมากเลย ส่วนที่งานก็คนเยอะมากเหมือนกัน มองไปทางไหน ก็มีแต่คนๆๆๆ เยอะแยะไปหมด เสียงกรี๊ดดังมาก ผมนี่หูอื้อเลย แทบไม่ได้ยินเสียงพิธีกรในงาน เซอร์ไพรส์ครับ ไม่คิดเลยว่าแฟนๆ ที่นี่ให้การต้อนรับผมอบอุ่นขนาดนี้ ประทับใจ และก็รู้สึกขอบคุณมากๆ ดีใจที่มีคนรักในตัวละครทนายสาธิตที่ผมแสดง และรักในตัวตนของผมมากมายขนาดนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในการทำงาน หายเหนื่อยเลยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพุชา, คลื่นชีวิต, ช่อง 3, ทนายสาธิต, ละคร, สนามบิน, สนามบินนานาชาติพนมเปญ, หมาก ปริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b389004b7bb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดประตูขยายการค้าชายแดน เน้นเมืองรองของเขมร-ลาว-พม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ในปี 2561 กรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2560 ที่มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85% โดยกรมฯ จะเร่งขยายการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียน ซึ่งจะมุ่งบุกเจาะตลาดเมืองรองเพิ่มมากขึ้น ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการบุกเจาะตลาดใหม่ๆ ซึ่งกรมฯ จะเน้นการขยายตลาดการค้าการลงทุนไปยัง CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เป็นพิเศษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงเมืองรองในมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยมีแผนที่จะผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำการค้า การลงทุนกับเมืองรองเป้าหมาย ผลักดันการตั้งจุดกระจายสินค้า การจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจรุ่นใหม่ของไทยกับ CLMV การจัดคณะผู้แทนไปเยือนเมืองรอง และการจัดมหกรรมการค้าชายแดน 4 ภูมิภาค เพื่อกระตุ้นการค้าขายและการบริโภคสินค้าไทย อาทิ โครงการ YEN-D Frontier การเจรจาจับคู่ธุรกิจ งานธงฟ้าสินค้าราคาประหยัด โดยด้านกัมพูชา จัดที่ จ.สระแก้ว วันที่ 25 มี.ค.-1 เม.ย.2561 ด้านเมียนมา จัดที่ จ.กาญจนบุรี เดือน เม.ย.2561 ด้านมาเลเซีย จัดที่ จ.สงขลา วันที่ 19-22 ก.ค.2561 และด้านสปป.ลาว จัดที่ จ.หนองคาย เดือน ก.ค.2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนั้น อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ยังเปิดเผยว่า การส่งออกข้าวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงต้นเดือนมี.ค.2561 มีปริมาณ 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.17% มูลค่า 999 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.13% ซึ่งถือเป็นทิศทางการส่งออกที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสั่งซื้อข้าวไทยที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น และยังมีการส่งมอบข้าวให้กับรัฐบาลจีนภายใต้สัญญาการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของแสนตันที่ 5 ที่ได้มีการตกลงซื้อขายกันได้แล้ว รวมทั้งมีคำสั่งซื้อข้าวจากการเปิดประมูลนำเข้าข้าวของรัฐบาลต่างประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่จะมีการเปิดประมูลนำเข้าข้าวข้าวแบบรัฐต่อเอกชน (จีทูพี) ปริมาณ 2.5 แสนตันภายในเดือนมี.ค.นี้ คาดว่าการส่งออกไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันใจว่าปีนี้ การส่งออกข้าวจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 9.5 ล้านตัน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4851</URL_LINK>
                <HASHTAG>CLMV, กัมพุชา, ค้าขายชายแดน, พม่า, ลาว, อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, เมืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6ae52acafe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2018 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาครวญเสียใจ โดนสหรัฐหั่นเงินช่วยเหลือ อ้างประชาธิปไตยถดถอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวประกาศตัดลดความช่วยเหลือแก่หลายโครงการของกัมพูชามูลค่า 8.3 ล้านดอลลาร์ เป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์เพื่อประท้วงการปราบปรามฝ่ายค้าน ด้านโฆษกรัฐบาลเขมรโอดครวญเสียใจกับการตัดสินใจที่ไม่เคารพกัน ยันประชาธิปไตยยังสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นายกฯ ฮุน เซน ลงคะแนนเลือก ส.ว. เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ของทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังตัดหรือลดงบประมาณสนับสนุนกัมพูชา ทั้งของกรมสรรพากร, รัฐบาลท้องถิ่น และกองทัพ คำแถลงอ้างเหตุผลว่า การถดถอยของประชาธิปไตยในกัมพูชาขณะนี้สร้างความห่วงกังวลอย่างยิ่ง รวมทั้งการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของประชาชนกัมพูชาอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งว่า การตัดความช่วยเหลือครั้งนี้น่าจะมีมูลค่าประมาณ 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 267 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำเนียบขาวเคยกล่าวไว้ว่า สหรัฐได้ให้เงินสนับสนุนแก่กัมพูชาแล้วมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์
และสหรัฐยังจะคงให้เงินสนับสนุนโครงการอื่นๆ ที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชาโดยตรงต่อไป อาทิ การส่งเสริมสุขภาพ, การเกษตร, การกำจัดกับระเบิดตกค้าง และภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลของนายกฯ ฮุน เซน เดินหน้าปราบปรามสื่อ, ภาคประชาสังคม และฝ่ายค้าน อย่างแข็งขันตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปกลางปีนี้ ซึ่งฮุน เซน ประกาศจะครองอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกม สุขะ ผู้นำพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ยังถูกจับกุมดำเนินคดีฐานพยายามโค่นล้มรัฐบาลด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐ และต่อมาศาลยังสั่งยุบพรรคซีเอ็นอาร์พีตามคำร้องขอของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร ศาลยังสั่งให้ยึดที่ทำการพรรคซีเอ็นอาร์พี เพื่อนำเงินมาชดใช้ค่าเสียหายแก่ฮุน เซน ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันพุธ พาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวกับรอยเตอร์ว่า รัฐบาลกัมพูชาเสียใจและตกใจกับการตัดสินใจของสหรัฐที่ &amp;quot;ไม่เคารพ&amp;quot; และ &amp;quot;ไม่ซื่อสัตย์&amp;quot; ต่อกัมพูชา ถึงกระนั้น กัมพูชาก็ภาคภูมิใจที่ได้รักษาและสืบสานประชาธิปไตยต่อไปอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของพรรคการเมืองที่โดนยุบพรรคไปแล้ว&amp;quot; เขากล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4059</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพุชา, ตัดเงินช่วยเหลือ, ทำเนียบขาว, ประชาธิปไตย, ปราบปรามฝ่ายค้าน, ปราบปรามสื่อ, สหรัฐ, ฮุน เซน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180228/image_big_5a968e58be4ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2018 23:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่าทางตันโรงไฟฟ้าถ่านหินเล็งขอซื้อจากกัมพูชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; งานเสวนาเรื่อง&amp;quot;ผ่าทางตัน : โรงไฟฟ้าถ่านหิน&amp;quot; นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ระบุว่าการที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายให้เลื่อนการดำเนินงานโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และเทพา ไปอีก 3 ปี ถือว่ายังไม่ล่าช้าเกินไป เพราะยังมีไฟฟ้าให้ใช้เพียงพอต่อความต้องการของภาคใต้ไปอีก 2-3 ปี หากได้ผลสรุปภายในระยะ 3 ปี และสามารถดำเนินการได้เลย จะไม่มีปัญหากับไฟฟ้าในภาคใต้ แต่ยังมีความกังวลอยู่ว่า หากในช่วงเวลาภายใน 3 ปี มีการเปลี่ยนคณะรัฐบาลชุดใหม่ หรือ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนใหม่ จะทำให้นโยบายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่ายหินเปลี่ยนไป จะต้องมาทบทวนแผนใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การดำเนินงานของรัฐบาลเบื้องต้น ต้องมีการคิดใหม่ทำใหม่ ปรับการบวนการพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตั้งแต่แรก เปิดโอกาสให้เสนอสถานที่หรือโครงการที่สอดคล้องกับรัฐบาล รวมทั้งให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดสิทธิประโยชน์ ตอบแทนหรือมาตรการดูแลผลกระทบ ขณะที่การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ควรจะให้หน่วยงานที่เป็นกลางมาดำเนินงานแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายบรรพต แสงเขียว รองประธานบริษัท เกาะกง ยูนิลิตี้ จำกัด กล่าวว่าทางบริษัทมีแผนที่จะร่วมทุนกับ Norinco International จากประเทศจีนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศกัมพูชา กำลังการผลิต 4,000 เมกะวัตต์ เพื่อส่งขายให้กับภาคใต้ของประเทศไทยในราคา 2.67 บาทต่อหน่วย ในระยะสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 30 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางกระทวงพลังงานของกัมพูชาได้ส่งหนังสือมาทางรัฐบาลไทยแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2560 เพื่อดำเนินการส่งไฟมาที่ไทย ซึ่งยังรอคำตอบจากรัฐบาลไทยอยู่ ซึ่งหากได้รับความชัดเจน บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งมายังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกระจายสู่จังหวัดในภาคใต้ผ่านสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยคาดว่าในปี 2567 จะนำร่องส่งไฟฟ้าได้ 1,000 เมกะวัตต์ และทยอยเพิ่มกำลังการผลิตจนครบ 3,800 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2648</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพุชา, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7b29dd855cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2018 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2018 22:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาออกกฎหมายห้ามหมิ่นพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลกัมพูชาอนุมัติกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฉบับแรกของประเทศ กำหนดโทษจำคุก 5 ปีผู้ที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ ขณะกลุ่มสิทธิห่วงว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานผู้ที่ขัดแย้งกับรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯฮุน เซน (ซ้าย) ฟังเจ้าหน้าที่กระซิบกระซาบ ขณะเดินทางถึงกรุงนิวเดลีเพื่อร่วมประชุมอาเซียนซัมมิต เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า สถาบันกษัตริย์ของกัมพูชาซึ่งโดยส่วนใหญ่มีบทบาทในเชิงสัญลักษณ์ ไม่เคยได้รับการยกเว้นจากการถูกวิจารณ์มายาวนานหลายทศวรรษ แต่ขณะนี้การวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ของกัมพูชาเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาแล้ว เมื่อคณะรัฐมนตรีกัมพูชาซึ่งนายกฯ ฮุน เซน นั่งเป็นประธานการประชุม ได้ลงมติให้การรับรองกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาย สีพัน โฆษกรัฐบาล เขียนลงเฟซบุ๊กว่า กฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งห้ามการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้รับการบรรจุไว้ในกฎหมายอาญา เพื่อธำรงรักษาและปกป้องชื่อเสียงและพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์จะมีโทษตั้งแต่จำคุก 1-5 ปี และปรับอีก 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันกษัตริย์ของกัมพูชาเสื่อมอำนาจลงอย่างมาก ภายใต้อำนาจปกครองกว่า 33 ปีของนายกฯ ฮุน เซน ผู้นำเผด็จการอำนาจนิยม ฮุน เซน ยังมุ่งหมายจะครองอำนาจต่อไปอีกในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคมนี้ และได้เดินหน้าปราบปรามฝ่ายต่อต้านและศัตรูของเขา จับกุมหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและทำให้พรรคนี้ถูกยุบ อดีตสมาชิกพรรคหลายคนต้องหนีไปลี้ภัยในต่างแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กษัตริย์นโรดม สีหมุนี ซึ่งขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2547 ถูกมองว่าเป็นองค์ประมุขในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น พระจริยวัตรที่เรียบง่ายของพระองค์แตกต่างอย่างชัดเจนกับพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระราชบิดา ที่ทรงมีความทะเยอทะยานทางการเมือง และมักทรงโต้แย้งกับนายกฯ ฮุน เซน อย่างเปิดเผย ก่อนที่จะทรงสละราชสมบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กษัตริย์สีหมุนีทรงได้รับความเคารพจากพสกนิกรชาวกัมพูชาอย่างมาก และทรงได้รับการยกสถานะอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักรณรงค์เพื่อสิทธิกล่าวเตือนกันว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้น่าจะถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมืองในประเทศนี้ ซึ่งระบบศาลถูกตำหนิอย่างกว้างขวางว่าโอนเอียงเข้าข้างฮุน เซน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิงส์ลีย์ แอบบอต จากคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล กล่าวว่า มีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่กฎหมายนี้จะเข้าไปเติมคลังแสงกฎหมายที่รัฐบาลกัมพูชาใช้สำหรับปิดปากผู้ที่ไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะรัฐมนตรีกัมพูชายังได้อนุมัติการแก้ไขกฎหมายหลายมาตรา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวาง &amp;quot;การแทรกแซงจากต่างแดน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2316</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพุชา, ฮุน เซน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a748996854ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
