<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นห่วงแทน สหรัฐชี้กัมพูชาไม่โปร่งใสให้จีนก่อสร้างที่ฐานทัพเรือเรียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐกล่าวหากัมพูชาว่าขาดความโปร่งใสกรณีการดำเนินการก่อสร้างของจีนที่ฐานทัพเรือขนาดใหญ่ที่สุดของกัมพูชา พร้อมเรียกร้องรัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยต่อประชาชนชาวกัมพูชาว่าจีนเข้ามีเกี่ยวข้องทางทหารมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า เมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (ซีซิส) เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่พวกเขากล่าวว่า เผยให้เห็นการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ 3 หลัง และการเริ่มตัดถนนสายใหม่ภายในฐานทัพเรือเรียมที่จังหวัดพระสีหนุของกัมพูชา ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน แชด โรเดอไมเออร์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกัมพูชา กล่าวในแถลงการณ์ว่า การแสดงตนทางทหารของต่างชาติที่ฐานทัพเรียมจะถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญของกัมพูชาและบั่นทอนความมั่นคงของภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลกัมพูชาไม่มีความโปร่งใสอย่างเต็มที่เกี่ยวกับเจตนา, ลักษณะ และขอบเขตของโครงการนี้ หรือบทบาทของกองทัพพีอาร์ซี ซึ่งก่อความวิตกกังวลเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของฐานทัพเรือแห่งนี้&amp;quot; เขากล่าวพาดพิงถึงกองทัพจีน &amp;quot;ชาวกัมพูชาสมควรได้รับรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่เรียม และควรมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงทางทหารประเภทนี้ ซึ่งส่งผลในระยะยาวต่อประเทศของพวกเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เกิดความบาดหมางในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับกัมพูชา สืบเนื่องจากสหรัฐกล่าวหาพรรครัฐบาลของนายกฯ ฮุน เซน ว่าปราบปรามฝ่ายค้าน และความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 1 ปีก่อน กัมพูชาเผยว่าได้รื้อถอนสิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างด้วยทุนของสหรัฐภายในฐานทัพเรือแห่งนี้ เพื่อเปิดให้มีการขยายต่อเติม ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า กัมพูชาปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านั้นที่จะบูรณะซ่อมแซมฐานทัพเรือแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฮุน เซน ยืนกรานปฏิเสธรายงานที่บอกว่ากัมพูชามีแผนจะอนุญาตให้จีนวางกำลังทางทหารที่ฐานทัพแห่งนี้ หากเป็นเช่นนั้นจะถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญสำหรับจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สหรัฐอวดธงมานานหลายสิบปี ผ่านการตั้งฐานทัพในอดีต หรือการฝึกทหารร่วมกับหลายประเทศ เช่นไทยและฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ยืนยันอีกครั้งว่า การก่อสร้างของจีนที่ฐานทัพเรียมเป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือด้านการพัฒนา จีนไม่ได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานทางทหารของจีนเอง และกัมพูชาจะเปิดกว้างสำหรับทุกประเทศที่ต้องการใช้งานเมื่อการบูรณะก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119683</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, จีน, ฐานทัพเรือเรียม, รัฐบาลสหรัฐ, ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166f7c78d8cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลบครหา &#039;ฮุน เซน&#039;สั่งแก้กม.ห้ามคนสองสัญชาตินั่งเก้าอี้นายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา มีคำสั่งให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อห้ามบุคคลที่ถือสัญชาติอื่นด้วย ดำรงตำแหน่งระดับสูงของประเทศ รวมถึงนายกรัฐมนตรี หลังจากการ์เดียนรายงานว่าตัวเขาเป็นคนหนึ่งที่มีพาสปอร์ตไซปรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ฮุน เซน โพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กของเขาเมื่อวันพุธที่ 6 ตุลาคมว่า เขาได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการแก้ไขกฎหมายประเด็นดังกล่าว โดยเห็นว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, ประธานวุฒิสภา, ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานศาลรัฐธรรมนูญ ควรต้องเป็นผู้ที่ถือสัญชาติกัมพูชาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น &amp;quot;เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อชาติ และหลีกเลี่ยงการแทรกแซงจากต่างชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของผู้นำกัมพูชาที่ครองอำนาจมานับแต่ปี 2522 มีออกมาไม่กี่วันหลังจากเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (ไอซีไอเจ) เผยแพร่รายงานเอกสารลับ &amp;quot;แพนโดราเปเปอร์ส&amp;quot; ที่เปิดโปงผู้นำประเทศ, นักการเมือง และบุคคลมีชื่อเสียงและอิทธิพลจากทั่วโลก ที่เกี่ยวพันกับการปิดบังการถือครองทรัพย์สินในต่างแดน โดยหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษซึ่งร่วมอยู่ในเครือข่ายไอซีไอเจด้วย รายงานว่า ฮุน เซน ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ไม่ใช่ชาวยุโรปหลายพันคนที่ถือหนังสือเดินทางของไซปรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธข้อมูลนี้เมื่อวันพุธว่า รายงานของการ์เดียนไม่เป็นความจริง และนายกฯ ฮุน เซน มีสัญชาติกัมพูชาเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ถือสองสัญชาติ, นายกรัฐมนตรีฮุน เซน, พาสปอร์ตไซปรัส, แพนโดราเปเปอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d678f24679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาพระติดโควิดระนาว กัมพูชาสั่งยกเลิกเทศกาลเซ่นไหว้บรรพบุรุษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา สั่งยกเลิกเทศกาลเซ่นไหว้บรรพบุรุษ &amp;quot;ปจุมแบน&amp;quot; ประจำปีนี้แล้ว หลังจากเริ่มต้นมาได้แค่ 3 วัน สาเหตุจากพบพระภิกษุในกรุงพนมเปญติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วเกือบ 50 รูป ระบุจำเป็นต้องยกเลิกเทศกาลเพื่อควบคุมโรคเพราะกัมพูชากำลังเตรียมแผนเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวกัมพูชาเซ่นไหว้บรรพบุรุษระหว่างเทศกาลปจุมแบนที่วัดพนมเปญ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กันยายนว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซน มีคำสั่งเมื่อคืนวันพฤหัสบดีให้ยกเลิกเทศกาลไหว้บรรพบุรุษ หรือปจุมแบน ประจำปีนี้แล้ว โดยให้จัดถึงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากพบว่าพระภิกษุเกือบ 50 รูปในกรุงพนมเปญติดไวรัส และเจ้าหน้าที่สั่งการให้ล็อกดาวน์วัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปกติ เทศกาลปจุมแบนในแต่ละปีจะจัดนาน 2 สัปดาห์ โดยปีนี้เริ่มต้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่รัฐบาลสั่งให้ปิดเทศกาลก่อนกำหนด นายกฯ ฮุน เซนกล่าวว่า จำเป็นต้องยกเลิกงานเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเปิดโรงเรียนอีกครั้งและกำลังมีแผนจะเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้กัมพูชามีผู้ติดเชื้อมากกว่า 105,000 คน เสียชีวิตเกือบ 2,200 คน แต่กระทรวงสาธารณสุขคุยว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่เกิน 98% ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการระบาดของโควิด-19 เริ่มเปิดเรียนเมื่อสัปดาห์แล้ว และฮุน เซน กล่าวว่า เขากำลังพิจารณาโครงการนำร่อง ที่จะอนุญาตให้นักเดินทางจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเข้าประเทศได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117758</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, เซ่นไหว้บรรพบุรุษ, เทศกาลปจุมแบน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614dc3790f12f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยก่อนเลย กัมพูชาเริ่มฉีดซิโนแวคให้เด็กอายุตั้งแต่6ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กัมพูชาเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนแวคให้เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ขวบแล้วเมื่อวันศุกร์ ถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลกจะยังไม่ให้การอนุมัติใช้งานวัคซีนกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปีก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายน กล่าวว่า โครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของกัมพูชาได้รับคำชมเชยว่าดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาเผยว่า ถึงขณะนี้มีประชากรวัยผู้ใหญ่เกินร้อยละ 98 ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส เทียบกับประเทศในภูมิภาคนี้ อัตราการฉีดวัคซีนของกัมพูชาเป็นรองเพียงสิงคโปร์ โดยราว 72% ของประชากร 16 ล้านคน ฉีดครบ 2 โดสแล้ว ซึ่งเร็วกว่าของเพื่อนบ้านอย่างไทยและเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด กัมพูชาขยายการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเด็กด้วย โดยเด็กที่ได้ประเดิมการฉีดวัคซีนซิโนแวคโชว์ต่อหน้าสื่อมวลชนที่กรุงพนมเปญเมื่อวันศุกร์ รวมถึงหลานของนายกฯ ฮุน เซน และลูกหลานของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ฮุน เซน กล่าวว่า กัมพูชาจำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้เด็กเล็กด้วย เพราะเราต้องก้าวนำหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนนี้ กัมพูชาจะฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 6-12 ปีคนละ 2 โดส โดยใช้วัคซีนซิโนแวคจากจีน และจะฉีดเข็มที่ 3 ต่อไปในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนซิโนแวคได้รับการอนุมัติสำหรับการใช้กับผู้ใหญ่ในมากกว่า 50 ประเทศ แต่จีนอนุมัติให้ใช้กับเด็กได้ด้วย แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะยังไม่แน่ใจว่าสมควรใช้วัคซีนนี้กับเด็กหรือไม่ และองค์การอนามัยโลกกล่าวเรียกร้องประเทศต่างๆ ให้ชะลอการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี โดยกล่าวว่าจำเป็นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้วัคซีนชนิดต่างๆ กับเด็ก ก่อนจะให้คำแนะนำทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชาใช้วัคซีนซิโนแวค และซิโนฟาร์ม จากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจากอังกฤษ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจากสหรัฐด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาทั่วโลกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของซิโนแวคต่อเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 17
ปีเริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยทำการวิจัยกับเด็กและวัยรุ่น 14,000 คนในแอฟริกาใต้, ชิลี, เคนยา, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุน เซน กล่าวว่า กัมพูชามีหน้าที่ต้องปกป้องชีวิตของประชาชน และเปิดเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางโรงเรียนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำเริ่มเปิดการเรียนอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ฮุน เซนกล่าวด้วยว่า เขากำลังพิจารณาโครงการนำร่องเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งผู้มาเยือนจะได้รับยกเว้นจากการกักตัว 14 วันในโรงแรม แต่จะต้องอยู่เฉพาะจังหวัดนั้นๆ อย่างน้อย 7 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117045</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ6ปี, ซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61449322395f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เขียว สัมพัน&#039;อดีตผู้นำเขมรแดงคนสุดท้าย อุทธรณ์คำตัดสินฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดิ้นเฮือกสุดท้าย &amp;quot;เขียว สัมพัน&amp;quot; อดีตผู้นำเขมรแดงคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ต่อศาลพิเศษคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อวันจันทร์ เพื่อให้กลับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2561 อ้างการไต่สวนไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่าเขาทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขียว สัมพัน ขึ้นศาลเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 (Photo by Mark Peters/ECCC via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการพิเศษในศาลแห่งกัมพูชา (อีซีซีซี) ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุนและใช้งบประมาณถึง 300 ล้านดอลลาร์ มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตอดีตประธานาธิบดีเขมรแดงรายนี้ ในความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมเชื้อสายจามและชาวเวียดนาม และฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียว สัมพัน เป็นหนึ่งใน 3 อดีตผู้นำระบอบเขมรแดงที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี 2518-2522 ที่ถูกดำเนินคดีและถูกตัดสินว่ามีความผิด คนอื่นๆ เสียชีวิตระหว่างรอการพิจารณาคดีหรือก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่า มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตมากถึง 2 ล้านคนในช่วงที่ระบอบนิยมเหมาสุดโต่งปกครองประเทศ ทั้งการตายจากการอดอาหาร, โดนทารุณทรมาน, ใช้แรงงานหนัก, ป่วย, โดนทุบตีจนตายหรือโดนฆ่าระหว่างการสังหารหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า ทีมทนายความของเขียว สัมพัน ยื่นข้อโต้แย้งต่อศาลว่า คำพิพากษาเมื่อปี 2561 ไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอต่อการตัดสินว่าเขามีความผิด ศาลใช้วิธีการคัดเลือกฟังคำให้การของพยาน และไม่ได้ให้น้ำหนักอย่างเพียงพอต่อหลักฐานที่เป็นประโยชน์ทางคดีของจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังอ้างอีกว่า ศาลตัดสินว่าเขียว สัมพัน มีความผิดโดยใช้เกณฑ์ทางกฎหมายที่เจ้าตัวไม่รู้จักเมื่อ 40 กว่าปีก่อนที่เกิดอาชญากรรมที่เขาถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กง สัม ออน ทนายความของอดีตผู้นำเขมรแดง กล่าวต่อคณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดว่า คำตัดสินเขียว สัมพัน ไม่มีผลทางกฎหมาย และควรเป็นโมฆะ เนื่องจากลูกความของเขาถูกปฏิเสธสิทธิในการได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียว สัมพัน ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เช่นเดียวกับนวน เจีย พี่ใหญ่หมายเลข 2 ของเขมรแดง แต่นวน เจีย เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำคนอื่น ได้แก่ พล พต เสียชีวิตก่อนที่จะถูกพิจารณาคดีเมื่อปี 2541 ส่วนเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และเอียง ธิริต ภรรยาของเขา ก็เสียชีวิตก่อนถูกนำตัวขึ้นศาลเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลกำหนดการไต่สวนคำอุทธรณ์ของเขียว สัมพัน ถึงวันพฤหัสบดีนี้ และคาดว่า เขียว สัมพัน จะขึ้นให้การด้วยช่วงท้ายของการไต่สวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, คณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา, คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, อดีตผู้นำเขมรแดง, อุทธรณ์คำตัดสิน, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a7e2cef9de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮิวแมนไรต์วอตช์ออกรายงานโจมตีเขื่อนกัมพูชาทุนจีนสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ระบุเมื่อวันอังคารว่า เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ของกัมพูชาที่ได้ทุนสนับสนุนก้อนโตจากรัฐบาลจีน ได้ทำลายชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านหลายหมื่นคน และยังผลิตไฟฟ้าไม่ได้ตามเป้าหมายที่เคยคุยไว้ ด้านโฆษกรัฐบาลกัมพูชาโต้กล่าวหาไม่มีเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ขณะอยู่ระหว่างก่อสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 (Photo by Sion Ang/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ในจังหวัดสตึงแตรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำกำลังผลิต 400 เมกะวัตต์ ก่อกระแสต่อต้านมายาวนานก่อนที่เขื่อนนี้จะเริ่มเปิดใช้งานเมื่อเดือนธันวาคม 2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญการประมงเคยเตือนว่า เขื่อนนี้กั้นขวางการบรรจบกันของแม่น้ำเซซานและแม่น้ำซเรย์ปก ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง จะทำให้พันธุ์ปลาต่างๆ จำนวนมากสูญหายไปจากแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของฮิวแมนไรท์วอตช์ ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 10 สิงหาคม ได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ชาวบ้านราว 60 คนในชุมชนต่างๆ นานกว่า 2 ปี ชี้ว่า เขื่อนนี้ทำให้ชาวบ้านหลายหมื่นคนที่อาศัยอยู่ต้นน้ำและตลอดเส้นทางของแม่น้ำ สูญเสียรายได้ไปมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการฝ่ายเรียกร้องสิทธิ์ภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรต์วอตช์และเป็นผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ทำลายชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนชาวพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชนส่วนน้อยในกัมพูชา ซึ่งเคยอาศัยกันเป็นชุมชนและส่วนใหญ่ใช้ชีวิตพอเพียงด้วยการหาปลา, เก็บของป่าและทำเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางการกัมพูชาจำเป็นต้องทบทวนอย่างเร่งด่วนเรื่องการจ่ายเงินชดเชย, การตั้งรกรากใหม่ และวิธีการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านจากโครงการนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบรอัน เอย์เลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและน้ำในแม่น้ำโขง กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยว่าเขื่อนนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อปัญหาใหญ่ๆ ที่แม่น้ำโขงกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และจำเป็นต้องวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสูญเสียที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกัมพูชาเดินหน้าสร้างเขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ซึ่งทำให้ต้องอพยพชาวบ้านราว 5,000 คน โดยหวังว่า เขื่อนนี้จะผลิตไฟฟ้าราว 1 ใน 6 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละปี ตามคำสัญญาของบริษัท ไชน่าหัวเหนิง กรุ๊ป ผู้ก่อสร้างเขื่อน แต่รายงานฮิวแมนไรต์วอตช์ชี้ว่า เขื่อนนี้ผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่านั้นมาก โดยผลิตได้เพียง 1 ใน 3 จากระดับการผลิตที่เคยระบุไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวปกป้องโครงการนี้ว่า เขื่อนนี้ให้ผลด้านบวกเป็นส่วนใหญ่ และชาวบ้านที่ถูกย้ายถิ่นฐานนั้น พวกเขาได้บ้านใหม่, มีที่ดินทำกิน และมีไฟฟ้าใช้ &amp;quot;คำกล่าวหาพวกนี้ไม่มีเหตุมีผล พวกเขาไม่ได้ดูประสบการณ์ของกัมพูชา และสถานที่ตั้งแห่งใหม่นั้นก็มีทำเลที่ดีกว่าของเก่า&amp;quot; เขาโจมตีรายงานกลุ่มสิทธิจากนิวยอร์กกลุ่มนี้ และว่า รัฐบาลกัมพูชายังคงเฝ้าสังเกตผลกระทบต่อหมู่บ้านโดยรอบอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ซึ่งมีรายงานระบุว่าจีนใช้ทุนก่อสร้าง 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,100 ล้านบาท) เป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่มแถบและเส้นทางของจีน ที่เป็นโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งทางทะเล, รถไฟ และถนน ทั่วเอเชีย, แอฟริกา และยุโรป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เขื่อนทุนจีนสร้าง, เขื่อนเซซานตอนล้าง2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112926ad4bb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฮุน เซน&#039;รับสภาพ โครงการสูบน้ำมันอ่าวไทย&#039;ล้มเหลว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ประกาศชัดเมื่อวันอาทิตย์ว่า ความพยายามสูบน้ำมันของกัมพูชาจากอ่าวไทยนั้น &amp;quot;ล้มเหลว&amp;quot; หลังบริษัทจากสิงคโปร์ที่ได้สัมปทานเริ่มการขุดเจาะเมื่อ 8 เดือนที่แล้วกำลังมีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชาเคยประกาศข่าวใหญ่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่าสามารถสูบน้ำมันขึ้นมาจากแท่นขุดเจาะในน่านน้ำของกัมพูชาภายในอ่าวไทย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่ามีน้ำมันอยู่จำนวนมาก แต่การดำเนินการดังกล่าว ที่นำโดยบริษัท คริสเอ็นเนอร์ยี่ จากสิงคโปร์ ใกล้พังครืน หลังจากบริษัทนี้ไม่สามารถชำระหนี้และได้ยื่นฟ้องชำระบัญชีเมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม เราประกาศสูบน้ำมันหยดแรกได้ บางทีตอนนี้มันเป็นความล้มเหลว&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายกฯ ฮุน เซน เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสเอ็นเนอร์ยี่เคยคาดการณ์อัตราการผลิตน้ำมันระดับสูงสุดที่ 7,500 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งยังน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับของเวียดนามและไทย ฮุน เซน กล่าวว่า ถึงที่สุดแล้วมีน้ำมันถูกสูบขึ้นมาได้วันละ 1,000 บาร์เรล แต่ตอนนี้บริษัทนี้ล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำกัมพูชายังกล่าวหาบริษัทสำรวจและขุดเจาะน้ำมันจากสิงคโปร์แห่งนี้ด้วยว่า &amp;quot;หนีไปพร้อมกับเรือน้ำมัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราป้องกันไม่ทัน พวกเขาหนีไปพร้อมกับน้ำมัน&amp;quot; นายกฯ ฮุน เซน กล่าวหาโดยไม่ได้อธิบายรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะยื่นขอชำระบัญชี คริสเอ็นเนอร์ยี่ถือหุ้น 95% ของการดำเนินการนี้ หุ้นที่เหลือเป็นของรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งคาดหวังว่าจะก่อรายได้จำนวนมหาศาล โดยเคยประเมินไว้เมื่อปี 2560 ว่ากัมพูชาจะได้ค่าสัมปทานและภาษีจากเฟสแรกของโครงการนี้อย่างน้อย 500 ล้านดอลลาร์ อันนำไปสู่ข้อวิตกด้วยว่า ประเทศยากจนที่มีอันดับความโปร่งใสต่ำแห่งนี้ จะจัดการกับขุมทรัพย์ใหม่นี้อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, คริสเอ็นเนอร์ยี่, สูบน้ำมันจากอ่าวไทย, ฮุน เซน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6106b3ee40037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
