<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ร่วมมือ กัลฟ์ ลงนาม MOU ศึกษาและพัฒนาธุรกิจระบบไฟฟ้าและการบริหารจัดการพลังงาน ต่อยอดวิถีชีวิตเมืองมหานคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2564) นายวีรวัจน์ บัวทอง รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมกันพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและการบริหารจัดการพลังงาน โดยเน้นในเรื่อง ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ระบบจัดการพลังงานในอาคาร (Building Energy Management System: BEMS) ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ (District Cooling) และการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าผ่าน Energy Trading Platform เพื่อตอบสนองต่อความต้องการผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์เทรนด์พลังงานแห่งอนาคต ณ ห้อง Auditorium อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ คลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นในการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจ และประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ควบคู่กับการใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนวิถีชีวิตเมืองมหานคร จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการด้านพลังงาน ในการศึกษาแนวทางในการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เช่น ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการพลังงาน ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสในการร่วมกันพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่จะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ และที่สำคัญเป็นการสร้างประโยชน์ด้านการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการศึกษาแนวทางในการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับการให้บริการที่มีความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานทุกรูปแบบให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เมืองมหานครต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทางกัลฟ์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก MEA ให้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับการเติบโตทางธุรกิจของกัลฟ์ที่มุ่งแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยกัลฟ์มีความพร้อมทั้งเรื่องเทคโนโลยี เงินทุน และบุคลากร ตลอดจนซัพพลายเออร์ที่บริษัทฯ มีพันธมิตรอยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า จึงพร้อมลงทุนและพัฒนานวัตกรรมพลังงานที่รองรับยุคแห่ง Energy Disruption ซึ่งทางภาครัฐสนับสนุนการผลิตพลังงานสะอาด การอนุรักษ์พลังงาน และธุรกิจพลังงานระบบดิจิทัล เพื่อยกระดับและส่งเสริมเสถียรภาพทางไฟฟ้าของประเทศให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงทางพลังงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94270</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energize smart living, Energy for city life, MEA, กัลฟ์, การไฟฟ้านครหลวง (MEA), พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ลงนาม MOU</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6037aa42143a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GULF ปลื้มนักลงทุนแห่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนล้น 1.26 เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 2563 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตรา 10 ต่อ 1 โดยเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่จำนวน 1,066.65 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท รวม 1,066.65 ล้านบาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 30 บาท และได้เปิดจองซื้อเมื่อวันที่ 14-18 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เมื่อครบระยะเวลาในการใช้สิทธิจองซื้อหุ้น พบว่า ผู้ถือหุ้นให้ความสนใจในการใช้สิทธิจองหุ้นเพิ่มทุนของ GULF เป็นจำนวนมาก โดยมีความต้องการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนสูงกว่าที่จำนวนหุ้นที่จัดสรรถึง 1.26 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ว่ามีศักยภาพการเติบโตสูง รวมถึงแผนธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีกลยุทธ์ชัดเจน ทั้งนี้ ภายหลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าว จะทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 10,666.5 ล้านบาท เป็น 11,733.15 ล้านบาท

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF* กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญตามแผนการเพิ่มทุนแล้วจำนวนประมาณ 32,000 ล้านบาท เพื่อไปลงทุนในโครงการที่อยู่ในแผนงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศเวียดนาม โครงการพลังงานลมในประเทศเยอรมนี โครงการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค รวมถึงแผนการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งบริษัทฯ มองโอกาสในการขยายธุรกิจไปในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และภูมิภาคอื่น ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์, ขายหุ้นกู้, ยอดจองทะลุเป้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd63189d4b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  กัลฟ์เปิดเดินเครื่อ2โรงไฟฟ้าเวีนยดนามลั่นพร้อมขยายลงทุนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลฟ์ ร่วมกับ ทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม) เปิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 และ TTCIZ-02 &amp;nbsp;ณ จังหวัด เต็ย นินห์ ประเทศเวียดนาม อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศพร้อมขยายการลงทุนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 และ TTCIZ-02 ณ จังหวัดเต็ยนินห์ ประเทศเวียดนาม &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;บริษัทได้ร่วมกับทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม)เพื่อก่อสร้างดรงไฟฟ้าดังลก่าวล่าสุด ได้ทำการจ่ายไฟเข้าระบบให้การไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) เป็นที่เรียบร้อยในเดือนมี.ค.และเม.ย.นที่ผ่านมาตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 ในประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 68.8 เมกะวัตต์ ได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้แก่ การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 6 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ถือหุ้นทางอ้อม ผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd. อยู่ 49%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ขณะที่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-02 ซึ่ง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd (GIH) อยู่ 90% ร่วมกับ Than Thanh Cong Group (TTC Group) โครงการดังกล่าวมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 50 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนามเป็นระยะเวลา 20 ปี ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ให้กับ การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 19 เมษายน 2562
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสารัชถ์กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลแห่งประเทศเวียดนามได้มีนโยบายการเพิ่มการใช้พลังงานพลังงานหมุนเวียนและตั้งเป้าหมายให้พลังงานทดแทนเป็น 5% ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2563 บริษัทในฐานะผู้ผลิตพลังงานชั้นนำแห่งประเทศไทย จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานของกัลฟ์ที่มุ่งเน้นที่การพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;เนื่องจากโครงการพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนราว85.45 ตันต่อปี ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสาเหตุของภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังตระหนักในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น โครงการความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานเช่นทีทีซีกรุ๊ปจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนาม และหวังว่าโครงการดังกล่าวจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคและการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตร่วมกันต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์, ทีทีซี กรุ๊ป (เวียดนาม), บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), ประเทศเวียดนาม, สารัชถ์ รัตนาวะดี, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b45d40b0ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง!จับตาโละบอร์ดกกพ.เอื้อเอกชนยักษ์พลังงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตาโละบอร์ด กกพ. ตามวาระกฎหมายครบ 3 ปี ต้องเลือกคนใหม่ ด้าน&amp;quot;พรเทพ&amp;quot; โต้ ถามกฤษฎีกาแล้วไม่จำเป็นต้องจับสลากออกหลังกรรมการชุดแรกทำแล้ว

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวในการปรับเปลี่ยนตัวคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน&amp;nbsp; (กกพ.) โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุม กกพ.และแจ้งให้ทราบถึงนโยบายในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ว่า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กกพ.กำหนด เมื่อครบ 3 ปี จะต้องปรับเปลี่ยนคณะกรรมการอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง อีกทั้งใกล้ที่จะมีการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจึงต้องการให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยตามกระบวนการ

&amp;quot;การดำเนินงานเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวงการธุรกิจพลังงาน โยงใยผลประโยชน์ของเอกชนบางราย เพราะก่อนหน้านี้ กกพ.ไม่ยอมอนุมัติคำขอใบอนุญาตเป็นผุ้มีสิทธินำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี มาขายในประเทศให้แก่บริษัทที่ประกอบธุรกิจพลังงานรายหนึ่ง ซึ่งความสนิทสนมกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลเป็นพิเศษ จึงอาศัยความสนิทสนมปั่นหัวผู้มีอำนาจในรัฐบาล จนนำมาซึ่งยุทธศาสตร์เปลี่ยนตัวคณะกรรมการ&amp;quot;แหล่งข่าวกล่าว

นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธาน กกพ. กล่าวว่าจากกรณีดังกล่าวทาง กกพ. ได้มีการสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตีความ และได้รับคำตอบว่าตามกฎหมายที่กำหนดให้กรรมการเมื่อครบวาระ 3 ปี จะให้มีการจับสลากออกเพื่อเปลี่ยนคนใหม่ แต่การปฏิบัติดังกล่าวคณะกรรมการชุดแรกที่มาดำรงตำแหน่งได้ดำเนินการไปแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จำต้องจับสลากใหม่ในชุดนี้ รวมถึงได้แจ้งรายละเอียดไปยังพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในเวลานั้น ซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างไร

&amp;ldquo;เรารู้ตัวว่ามาตามคำสั่ง คสช.ไม่ได้มาตามกฎหมาย ถ้ามีนโยบายเปลี่ยนแปลงก็พร้อม เพราะเราไม่ได้ทำอะไรขัดนโยบาย&amp;rdquo;นายพรเทพ กล่าว

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจะยุบหรือไม่ยุบ กกพ.เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว แต่ตามหลักการ กกพ.ควรจะมีวาระตาม พ.ร.บ.ที่กำหนดไว้ 3 ปีแล้วควรจะลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้ชุดใหม่มาปฏิบัติงานที่มีความสร้างสรรค์

&amp;quot;ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมายังไม่พบว่า กกพ.ชุดนี้มีการออกกฏระเบียบใหม่ที่ส่งเสริมและการพัฒนาไฟฟ้า และกัลฟ์ฯ เป็นหนึ่งในเอกชนที่ฟ้องร้องต่อ กกพ. เราฟ้องเยอะมาก&amp;quot; นายสารัชถ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13813</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กัลฟ์, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), วิษณุ  เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b227f4a20908.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกจี้เร่งแก้ปัญหาไฟฟ้าดับ อนุมัติกฟผ.ลงทุนสร้างสายส่งกว่า7พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;quot;นายก&amp;quot; สั่งกระทรวงพลังงานดูแลเหตุไฟดับ หากเกิดซ้ำรอยให้ตัดไฟเป็นโซนเน้นที่เกิดผลกระทบน้อยก่อน ด้าน ครม. ไฟเขียว กฟผ. สร้างสายส่งรองรับโรงไฟฟ้ากัลฟ์ 5 พันเมกฯ อนุมัติวงเงิน 7.25 พันล้านบาท&amp;quot;เด็มโก้ &amp;quot;จ่อประมูลงานกฟผ.กว่าหมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ประชุม ได้สั่งการให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เร่งไปศึกษาและหาทางแก้ไขหลังจากเกิดเหตุไฟฟ้าดับเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 641 ที่ผ่านมา โดยให้หาแนววิธีแก้ไขหากเกิดเหตุการณ์อีกครั้ง ซึ่งอยากให้พิจารณาตัดไฟฟ้าเป็นโซน ในพื้นที่ ๆ มีผลกระทบน้อยที่สุด อย่างเช่นในส่วนของที่อยู่อาศัย หรือไม่ใช้พื่นที่ภาคอุตสาหกรรมหรือบริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. ยังมีมติเห็นชอบให้กฟผ. ดำเนินการสร้างระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ 3 รองรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ ของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) โดยอนุมัติเงินก่อสร้างทั้งโครงการจำนวน 7,250 ล้านบาท โดยภายในปีนี้จะใช้เงินจำนวน 153 ล้านบาทดำเนินการ ซึ่งเป็นโครงการตามแผนเดิม ที่จะจ่ายไฟเข้าระบบในปี 2564-2569 ซึ่งรัฐบาลจะรับซื้อไฟฟ้าจากทั้ง 2 บริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ในพื้นที่ดังกล่าวที่มีสถานีไฟฟ้าปลวกแดง ไม่สามารถรับกำลังไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 5,000 เมกะวัตต์ได้ จึงต้องขยายสถานีย่อยอีก 2 แห่ง โดยจะมีการสร้างสายส่ง 500 กิโลโวลต์ เพื่อส่งไปยังสถานีไฟฟ้าฉะเชิงเทรา 2 ระยะทาง 90 กิโลเมตร เพื่อไปบริหารใช้ในพื้นที่ภาคตะวันออก และกทม. อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวนั้น กฟผ.จะพิจารณาแหล่งเงินทุนจากหลายแหล่ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เด็มโก้ (DEMCO) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะยื่นประมูลงานติดตั้งสายส่ง และสถานีไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีมูลค่าโครงการออกสู่ตลาดประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี จากมูลค่าโครงการรวมทั้งหมดที่จะเปิดประมูลประมาณ 50,000 - 60,000 ล้านบาทภายในระยะเวลา 5 ปี และงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง รวมถึงงานระบบสายไฟเบอร์ออปติค ธุรกิจสื่อสาร รวมมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10751</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, กัลฟ์, ครม., พลังงาน, ไฟฟ้าดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b150b64c25a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
