<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GULF โชว์กำไรไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 158% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค. 2564 - รายงานข่าวจากบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 2,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,465 ล้านบาท หรือคิดเป็น 158% จากไตรมาส 1 ปี 2563 โดยสาเหตุหลักมาจากรับรู้รายได้เงินปันผลจาก INTUCH จำนวน 683 ล้านบาท , รับรู้ผลกำไรของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล Borkum Riffgrund 2 (BKR2) ในประเทศเยอรมนี จำนวน 400 ล้านบาทตามสัดส่วนการถือหุ้น 50% และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท ปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด (PTT NGD) จำนวน 52 ล้านบาทจากการที่ GULF เข้าไปลงทุนในสัดส่วน 40% ในเดือนธ.ค. 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มโรงไฟฟ้า 12 SPP ภายใต้กลุ่ม GMP เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังรับรู้กำไรเต็มไตรมาสของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลกัลฟ์ จะนะ กรีน (GCG) เทียบกับปีก่อนที่รับรู้เพียง 1 เดือน นับจากวันเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 มี.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในไตรมาส 1/64 บริษัทฯ มีรายได้รวม &amp;nbsp;9,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จาก 7,639 ล้านบาทใน &amp;nbsp;ไตรมาส 1 ปี 2563 จากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล BKR2 ที่เยอรมนี จำนวน 1,629 ล้านบาท และรายได้เงินปันผลจาก INTUCH จำนวน 683 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายในไตรมาส 1/74 เท่ากับ 33% เพิ่มขึ้นจาก 24% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอย่างมีสาระสำคัญ ในขณะที่อัตรากำไร (EBITDA) เท่ากับ 51.7% เพิ่มขึ้นจาก 37.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เท่ากับ 1,632 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 413 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงที่ลดลงจากอัตราแลกเปลี่ยน ของการแปลงค่าเงินกู้ยืมสกุลดอลลาร์สหรัฐ โดยรายการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดและผลประกอบการของบริษัทฯ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปี 2564 บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ จากโครงการโรงไฟฟ้าที่จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้แก่ โครงการ GSRC หน่วยที่ 1 และ 2 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 1,325 เมกะวัตต์ โดยหน่วยที่ 1 (662.5 เมกะวัตต์) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 และหน่วยที่ 2 มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2564, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลที่ประเทศเวียดนาม (Mekong Wind) ระยะที่ 1-3 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 128 เมกะวัตต์ จะเริ่มทยอยจำหน่ายไฟฟ้าระหว่างไตรมาส 2-3 ปีนี้ และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ประเทศโอมาน (DIPWP) จำนวน 326 เมกะวัตต์ ระยะที่ 1 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 40 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปีนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 7,903 เมกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102937</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์, ผลดำเนินงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e677d6ae4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กัลฟ์&#039;ควัก2หมื่นล้านร่วมลงทุนซื้อโรงไฟฟ้าลมในเยอรมนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2563 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท) เรื่องการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 464.8 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเยอรมนี โดย Gulf International Holding Pte. Ltd. หรือ GIH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับกลุ่ม Global Infrastructure Partners หรือ GIP เพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของ Borkum Riffgrund 2 Investor Holding GmbH, Frankfurt am Main, Germany หรือ BKR2 Holding ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 50% ในโครงการ Borkum Riffgrund 2 Offshore Wind Farm GmbH &amp;amp; Co. oHG หรือ โครงการ BKR2 ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 548 &amp;ndash; 558 ล้านยูโร หรือประมาณ 19,219 &amp;ndash; 19,570 ล้านบาท โดยส่วนที่เหลืออีก 50% ถือหุ้นโดยบริษัทในกลุ่ม ?rsted A/S สัญญามีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ BKR2 เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล กำลังผลิต 464.8 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในทะเลเหนือ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมนี ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และสัญญาบำรุงรักษา กับกลุ่มบริษัท ?rsted เป็นระยะเวลา 20 ปี จากวันที่เปิดดำเนินการ อัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบต้นทุนแท้จริงรับประกันโดยรัฐบาลประเทศเยอรมนี เป็นระยะเวลา 9.5 ปี หลังจากเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ มีการรับประกันราคาขั้นต่ำ สำหรับปีที่ 9.5 &amp;ndash; 20 จึงส่งผลให้โครงการดังกล่าวมีเสถียรภาพทางรายได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของโครงการ BKR2 ที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการขยายธุรกิจไปยังพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการ BKR2 มีผู้ร่วมทุนที่แข็งแกร่งอย่าง &amp;Oslash;rsted ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานลมในทะเล โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลติดตั้งทั่วโลกรวม 6.8 กิกะวัตต์ และอีก 3.1 กิกะวัตต์ ที่จะสร้างเสร็จภายในปี 2565 ในหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ประเทศเยอรมนี ประเทศเดนมาร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้ &amp;Oslash;rsted ยังมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวกว่า 25 ปี และเป็นผู้ดำเนินโครงการ BKR2 ซึ่งจะทำให้สามารถร่วมงานด้วยกันต่อไปเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ อีกทั้งเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในระดับสากลอีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้และกำไรได้ทันทีหลังจากการโอนหุ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้และกำไรของบริษัทฯ ให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์, ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล, โครงการ BKR2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f04082369587.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 22:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GULF ยันโควิดไม่กระทบ ชี้ไตรมาส 1 กำไรเพิ่มขึ้น 38%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 2563 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 มีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) 925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2562 (QoQ) และเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน (YoY) จากการที่โครงการ IPP ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าหนองแซง (GNS) และ โรงไฟฟ้าอุทัย (GUT) รวม 3,200 เมกะวัตต์ ได้รับค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) มากขึ้น ประกอบกับกลุ่ม SPP ทั้งหมดสามารถขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติลดต่ำลง จาก 282 บาท / ล้านบีทียู ในไตรมาส 1 ปี 2562 เป็น 267 บาท / ล้านบีทียู ในไตรมาส 1 ปี 2563 ในขณะที่ค่า Ft เท่าเดิม ทำให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2563 ยังมีการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการเปิดดำเนินการของ SPP 12 โครงการ เมื่อเทียบกับ 10 โครงการในไตรมาส 1 ปี 2562 และจากการรับรู้เต็มไตรมาสของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนาม จำนวน 2 โครงการ อีกทั้ง รับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล กัลฟ์ จะนะ กรีน ที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2563 มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) เท่ากับ 2,726 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 249 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับ 2,477 เมกะวัตต์ในไตรมาส 1 ปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงาน โดย IPP ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่โรงไฟฟ้าศรีราชา (GSRC) และโรงไฟฟ้าปลวกแดง (GPD) รวม 5,300 เมกะวัตต์ มีกำหนดที่จะเปิดดำเนินการตามแผนระหว่างปี 2564 ถึง 2567 โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง ซึ่งเป็น IPP ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ จะเริ่มก่อสร้างในปี 2564 และมีกำหนดเปิดดำเนินการตามแผนในปี 2567 และ 2568 โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ ซึ่งเป็น IPP ขนาด 540 เมกะวัตต์ จะเริ่มก่อสร้างในปี 2567 และมีกำหนดเปิดดำเนินการตามแผนในปี 2570 โดยหลังจากที่ทุกโครงการเปิดดำเนินการแล้ว กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 7,781 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 (ท่าเทียบเรือ F) มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ ด้านโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) คาดว่าจะมีการลงนามสัญญา PPP ในเดือนมิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจาก COVID-19 ในภาพรวมทั้งปี บริษัทฯ คาดว่าจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ประมาณ 90% ขายให้ กฟผ. มีเพียงแค่ 10% ที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรม โดยในไตรมาส 1 ปี 2563 ลูกค้าอุตสาหกรรมโดยรวมยังไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และบริษัทฯ ยังมีรายได้จากการไฟฟ้าให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนอีกด้วย นอกจากนี้ ลูกค้าอุตสาหกรรมยังมีการกระจายตัวอยู่ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและบริษัทฯ ยังมีการขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม เฟส 1 ขนาด 30 เมกะวัตต์ ที่เวียดนาม ได้มีการเลื่อนกำหนดการเปิดดำเนินการจากสิ้นปี 2563 ไปเป็นพฤษภาคม 2564 เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องการเดินทางของผู้รับเหมาจากประเทศจีนช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา ทั้งนี้โครงการยังคงได้รับค่าไฟฟ้าในอัตรา 9.8 เซนต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ &amp;ndash; ชั่วโมง (c/kWh) ตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสในการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะใช้กระแสเงินสด รวมถึงการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน หรือการออกหุ้นกู้ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจดังกล่าว โดยมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ประมาณ 10,000 ล้านบาทกลางปีนี้ เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ 1.51 เท่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์, ผลประกอบการไตรมาส 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd63189d4b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PTT จับมือGULF ชิงแหลมฉบังเฟส 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทท.เผย เอกชนยื่นซอง 2 กลุ่ม PTTผนึกGULF ร่วมชิงโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 (ท่าเทียบเรือ F) ลุ้นตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;29 มี.ค. 62 - รายงานข่าวจาก การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) &amp;nbsp;แจ้งว่าเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 . กทท. เปิดรับซองเอกสารประกวดราคา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 (ท่าเทียบเรือ F) ณ ห้องโถงนิทรรศการ ศูนย์สวัสดิการ ทลฉ. &amp;nbsp; หลังจากที่ประกาศขายเอกสารการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 เมื่อวันที่ 28 มกราคม &amp;nbsp;&amp;ndash; 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา โดยมีเอกชนสนใจเข้าร่วมซื้อซองประกวดราคา จำนวนทั้งสิ้น 34 ราย และมีบริษัทเอกชนยื่นซองเสนอราคาประกอบด้วย (Consortium) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบว่าในเวลา 09.00 &amp;ndash; 12.00 น มีเอกชน 2 กลุ่มยื่นซอง ประกอบด้วย 1. กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย &amp;nbsp;PTT Tank Terminal Co.,Ltd. (บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) , Gulf Energy Development Pub Co.,Ltd. (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ) , บริษัท China Harbour Engineering Commpany Limited &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;กลุ่มกิจการร่วมค้า NPC ประกอบด้วย Associate Infinity Co.,Ltd. (บริษัท แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด) , Nattalin Co.,Ltd. (บริษัท นทลิน จำกัด) , Prema Marine Pub Co.,Ltd. (บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) ) , PHS Organic Healing.Ltd. ( บริษัท พีเอชเอส ออแกนิค ฮิลลิ่ง จำกัด) , China Railway Construction Corporation Limmited &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการนี้ กทท. จะประชุมพิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐานคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ &amp;nbsp; ในเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32513</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC, กลุ่มกิจการร่วมค้า NPC, กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180707/image_mid_5b401fdfc2ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PTT จับมือGULF ชิงแหลมฉบังเฟส 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทท.เผย เอกชนยื่นซอง 2 กลุ่ม PTTผนึกGULF ร่วมชิงโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 (ท่าเทียบเรือ F) ลุ้นตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;29 มี.ค. 62 - รายงานข่าวจาก การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) &amp;nbsp;แจ้งว่าเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 . กทท. เปิดรับซองเอกสารประกวดราคา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 (ท่าเทียบเรือ F) ณ ห้องโถงนิทรรศการ ศูนย์สวัสดิการ ทลฉ. &amp;nbsp; หลังจากที่ประกาศขายเอกสารการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 เมื่อวันที่ 28 มกราคม &amp;nbsp;&amp;ndash; 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา โดยมีเอกชนสนใจเข้าร่วมซื้อซองประกวดราคา จำนวนทั้งสิ้น 34 ราย และมีบริษัทเอกชนยื่นซองเสนอราคาประกอบด้วย (Consortium) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบว่าในเวลา 09.00 &amp;ndash; 12.00 น มีเอกชน 2 กลุ่มยื่นซอง ประกอบด้วย 1. กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย &amp;nbsp;PTT Tank Terminal Co.,Ltd. (บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) , Gulf Energy Development Pub Co.,Ltd. (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ) , บริษัท China Harbour Engineering Commpany Limited &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;กลุ่มกิจการร่วมค้า NPC ประกอบด้วย Associate Infinity Co.,Ltd. (บริษัท แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด) , Nattalin Co.,Ltd. (บริษัท นทลิน จำกัด) , Prema Marine Pub Co.,Ltd. (บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) ) , PHS Organic Healing.Ltd. ( บริษัท พีเอชเอส ออแกนิค ฮิลลิ่ง จำกัด) , China Railway Construction Corporation Limmited &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการนี้ กทท. จะประชุมพิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐานคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ &amp;nbsp; ในเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32512</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC, กลุ่มกิจการร่วมค้า NPC, กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180707/image_mid_5b401fdfc2ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
