<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริโภค“หอมแดง”ช่วยผู้สูงวัย บรรเทาอาการหวัดหนีปอดบวม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(บริโภคหอมแดงในรูปแบบของเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหาร จะช่วยบรรเทาอาการโรคหวัด อาทิ คัดจมูก และช่วยให้หายใจได้โล่งยิ่งขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หอมแดง&amp;rdquo; สมุนไพรลูกเล็ก แต่สรรพคุณมากมาย โดยเฉพาะหน้าฝนที่โรคหวัดมักถามหาผู้สูงอายุ และทำให้เกิดอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก งานนี้หอมแดงเป็นฮีโร่ที่ช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ดีไม่น้อย แม้ว่าหลายคนจะไม่ชอบบริโภค เนื่องจากรู้สึกแสบตาเวลาที่นำมาประกอบอาหาร หรืออาจทำให้เกิดกลิ่นตัวและกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ แต่ถ้าหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมในรูปแบบของการแต่งกลิ่น แต่งรสอาหาร นั่นจะทำให้ดีต่อสุขภาพได้ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(กัลยา กาลสัมฤทธิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กัลยา กาลสัมฤทธิ์ นักกำหนดอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;หอมแดงเป็นสมุนไพรเครื่องเทศที่ใช้ในการแต่งกลิ่นของอาหาร และหากใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ นั่นจึงทำให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักเป็นหวัดได้ค่อนข้างบ่อยในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ เนื่องจากสรรพคุณของหอมแดงที่ช่วยบรรเทาอาการหวัด โดยทำให้หายใจได้โล่งสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นจะช่วยลดอาการคัดจมูกได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญยังมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของ &amp;ldquo;แอนโทไซยานิน&amp;rdquo; ที่พบได้ในพืชสีแดง ป้องกันการเกิดโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง และเบาหวาน ตลอดจนความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคหอมแดงเจียวคู่ไก่ทอดบ่อยๆ อาจทำให้ได้รับไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกายมากกว่าประโยชน์จากสมุนไพรเครื่องเทศดังกล่าว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะมีข้อดี แต่การบริโภคหอมแดงก็มีข้อควรระวังเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ชอบรับประทานหัวหอมแดงเจียวคู่กับไก่ทอด ถ้ารับประทานมากไปก็จะได้ไขมันเข้าไปแทน นอกจากนี้ ผู้สูงวัยที่ป่วยโรคไตซึ่งมีโพแทสเซียมในร่างกายค่อนข้างสูง การบริโภคหัวหอมแดงในปริมาณที่สูง (ในหอมแดง 100 กรัม มีแร่ธาตุโพแทสเซียม 334 มิลลิกรัม หรือ 7%) จะทำให้โพแทสเซียมคั่ง และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ เนื่องจากธาตุดังกล่าวไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดปัญหากลิ่นปากและกลิ่นตัว เนื่องจากกลิ่นจะถูกขับออกมาทางรูขุมขน ที่สำคัญหากรับประทานหอมบ่อยๆ และเป็นประจำ จะทำให้ผมหงอกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งทำให้สายตาพร่ามัวได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสรุปแล้ว ผู้สูงวัยและคนทั่วไปควรบริโภคหอมแดงให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ในรูปแบบของอาหารประเภทเพื่อช่วยแต่งกลิ่นและแต่งรส อาทิ เมนูต้มยำ, ต้มโคล้งปลาแห้งใบมะขามอ่อน, แกงเผ็ดต่างๆ หรือใส่ในอาหารประเภทยำ ก็จะทำให้ผู้สูงวัยเจริญอาหารยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวกได้เป็นอย่างดี จากการบริโภคเป็นอาหาร หรือจะนำหอมแดงใส่น้ำร้อน และนำมาอังสูดดมเบาๆ ขณะเป็นโรคหวัด ก็ทำให้หายใจโล่งเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณตาคุณยายท่านไหนที่เริ่มเจ็บคอ ไอค่อกแค่ก และหายใจไม่สะดวกจากโรคหวัด หอมแดงถือเป็นตัวช่วยที่ดี จริงไหมค่ะ&amp;hellip;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12005</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา กาลสัมฤทธิ์, คุณภาพชีวิต, ต้มยำ, ต้มโคล้งปลาแห้งใบมะขามอ่อน, มะเร็ง, สมุนไพร, หลอดเลือดหัวใจ, หอมแดง, หอมแดงเจียว, เบาหวาน, แอนโทไซยานิน, โลกวัยเกษียณ, ไก่ทอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f97ea5f97e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับสมดุลร่างกายลดหวาน-เค็ม เทคนิคสู้หน้าร้อน-ต้านละอองฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กัลยา กาลสัมฤทธิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่ากันด้วยเรื่อง &amp;ldquo;อาหารปรับสมดุลผู้สูงอายุ&amp;rdquo; โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ไหนจะเรื่องการบริโภคอาหารช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งรสหวาน, มัน, เค็ม ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดและกระตุ้นให้โรคเรื้อรังอย่าง เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ทวีความรุนแรงแล้ว เมื่อวันปีใหม่ไทยผ่านพ้นไป การเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมและช่วยดูแลสุภาพที่ดี พูดให้ถูกคือการบริโภคอาหารเพื่อล้างพิษในทางแพทย์แผนปัจจุบันให้กับคุณตาคุณยายนับเป็นเรื่องที่สำคัญ งานนี้ กัลยา กาลสัมฤทธิ์ นักกำหนดอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เติมความสดชื่นด้วยผลไม้ตามฤดูกาลที่ไม่หวานมากอย่าง &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;แตงโมแช่เย็น&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากการบริโภคอาหารคลายร้อนอย่าง &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; แบบระมัดระวัง โดยการเลือกบริโภคเครื่องเคียงที่มีความเค็มและรสหวานให้น้อยลง ซดน้ำลอยดอกมะลิให้มากแล้ว หลักของการบริโภคอาหารในช่วงหน้าร้อนเพื่อปรับสมดุลให้ร่างกายจากการกินอาหารรสหวาน, มัน, เค็ม ในช่วงวันสำคัญที่ผ่านมา แนะนำว่าเริ่มจากการบริโภค &amp;ldquo;ผลไม้หน้าร้อน&amp;rdquo; อย่าง &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo;, &amp;ldquo;แตงโม&amp;rdquo;, &amp;ldquo;มะยงชิด&amp;rdquo; &amp;nbsp;หากต้องการให้ดีต่อสุขภาพสามารถปอกเปลือกและแช่เย็น เพื่อที่จะทำให้ร่างกายสดชื่น หรือรับประทานเพื่อลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย ก็เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกายจากความหวานธรรมชาติค่ะ ทั้งนี้ ผลไม้ตามฤดูกาลควรเลือกชนิดที่ไม่หวานจัดและมีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะ ก็จะช่วยเติมน้ำและดีสุขภาพคุณตาคุณยายทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;น้ำต้มใบเตย&amp;rdquo; ไม่ใส่น้ำตาล เครื่องดื่มเติมน้ำและสร้างความสดชื่นที่ดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุป่วยโรคเบาหวาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากใน 1 วันกำหนดให้ดื่มน้ำไม่ต่ำว่า 8-10 แก้ว แต่ทั้งนี้ ผู้สูงอายุมักจะไม่ค่อยชอบดื่มน้ำในช่วงอากาศร้อนจัด แนะนำให้ดื่ม &amp;ldquo;น้ำต้มใบเตย&amp;rdquo; โดยไม่จำต้องใส่น้ำตาล แต่ให้นำไปแช่เย็น และด้วยสรรพคุณของใบเตยเป็นยาเย็นและมีกลิ่นหอมชื่นใจ ก็สามารถกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ ดื่มน้ำได้มากขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญไม่เพียงเป็นการเติมน้ำและลดความร้อนในร่างกาย แต่ยังช่วยป้องกันการได้รับความหวานจากเครื่องดื่มรสหวานอีกด้วย ที่ลืมไม่ได้สำหรับคุณตาคุณยายที่ดื่มน้ำปั่น ซึ่งตัดรสชาติด้วยการเติมเกลือ ก็อาจส่งผลให้ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไต หรือโรคหัวใจ เกิดอาการกำเริบจากการได้รับโซเดียมหรือความเค็มในการปรุงเครื่องดื่มดังกล่าว ดังนั้นควรเปลี่ยนจากการเติมเกลือมาเป็นการใส่น้ำมะนาวแทน จะทำให้น้ำผลไม้ปั่นมีรสชาติอร่อยและกลมกล่อมยิ่งขึ้น และปลอดภัยต่อสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เพิ่มการขับถ่ายให้กับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องบดเคี้ยว ให้ดื่ม &amp;ldquo;น้ำแอปเปิลปั่นหวานน้อย&amp;rdquo; แบบไม่แยกกาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในรายของผู้สูงอายุที่มีปัญหาบดเคี้ยว แนะนำว่าให้ดื่ม &amp;ldquo;น้ำแอปเปิลปั่น&amp;rdquo; โดยการล้างผลไม้ให้สะอาด เลือกใช้ลูกขนาด 1 กำมือ (คิดง่ายๆ คือหั่นได้ 7-8 ชิ้นพอคำ) หั่นเป็นชิ้น จากนั้นเติมน้ำเปล่าและปั่นให้ละเอียด และดื่มโดยไม่ต้องแยกกาก ทั้งนี้ เพื่อช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ทำให้การขับถ่ายดียิ่งขึ้น และหากต้องการให้ดีต่อสุขภาพไม่จำเป็นเติมน้ำตาล หรือหากต้องการความหวาน ก็ให้ใส่น้อยที่สุด ตรงนี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุบริโภคน้ำผลไม้ปั่นที่ดีต่อสุขภาพได้ ทั้งนี้ คุณตาคุณยายยังสามารถดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำเย็นได้เช่นเดียวกัน แต่จะต้องไม่เย็นจัดจนเกินไป เพราะอาจทำให้เป็นหวัดในช่วงอากาศร้อนได้ ที่ลืมไม่ได้คือข้อควรระวังอย่างการ &amp;ldquo;ดื่มน้ำสุมนไพร&amp;rdquo; เช่น น้ำกระเจี๊ยบ, น้ำต้มใบย่านาง ที่บางครั้งอาจจะมีทั้งน้ำตาลและเกลือเป็นส่วนประกอบที่ช่วยชูรสชาติ ตรงนี้หากผู้สูงอายุป่วยโรคความดันโลหิตสูง หัวใจ โรคไต และเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เนื่องจากผู้ป่วยบางโรคอาจต้องหลีกเลี่ยงน้ำสมุนไพรที่กล่าวมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(&amp;ldquo;ต้มโคล้งใบมะขามอ่อน&amp;rdquo; เมนูปรับสมดุล-ล้างพิษ และป้องกันโรคหวัดในผู้สูงอายุช่วงครึ้มฟ้าครึ้มฝนในฤดูร้อน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยับมาที่การบริโภคอาหารปรับสมดุลในช่วงฝนพรำที่เกิดจากพายุฤดูร้อน หรือกลุ่ม &amp;ldquo;อาหารป้องกันไข้หัวลม&amp;rdquo; อย่าง &amp;ldquo;แกงเลียง&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ต้มโคล้งใบมะขามอ่อน&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ต้มจิ๋ว&amp;rdquo; (คล้ายกับต้มจืดและต้มยำรวมกัน ใส่มันเทศ หรือเนื้อสัตว์อย่าง เนื้อวัว, เนื้อหมู, ไก่) ซึ่งอาหารเหล่านี้จะมีหอมแดงและสมุนไพรรสเผ็ดร้อนอย่าง พริกไทย, กระชาย และโหระพา ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยป้องกันโรคหวัดให้กับผู้สูงอายุได้ค่อนข้างดีในช่วงอาการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ที่สำคัญอาหารดังกล่าวไม่มีส่วนผสมของกะทิและน้ำมัน จึงนับว่าช่วยเพิ่มการขับถ่าย และป้องกันการสะสมไขมันไปด้วยในตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา กาลสัมฤทธิ์, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ความดันสูง, คุณภาพชีวิต, ต้มโคล้งใบมะขามอ่อน, น้ำต้มใบเตย, น้ำแอปเปิลปั่น, ปัญหาบดเคี้ยว, อากาศเปลี่ยน, อาหารปรับสมดุลผู้สูงอายุ, โรคเบาหวาน, โรคเรื้อรัง, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad87c164f2de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน้าร้อนต้องกินอาหารปลอดภัย เทคนิคดูแลสุขภาพคนหลัก6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรซดน้ำกะทิขนมลอดช่องจนหมดถ้วย ให้เลือกกินเฉพาะเนื้อลอดช่อง เพื่อป้องกันโรคเบาหวานกำเริบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง ท้องเสีย อีกทั้งคุณตาคุณยายที่ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เนื่องจากเมนูในช่วงอุณหภูมิสูงส่วนใหญ่มักจะมีรสชาติหวานและเย็น ส่วนอาหารคาวนั้นก็มีไขมันสูง ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่ หรือแกงกะทิ หรืออาหารทอดที่ผ่านการตากแห้งต่างๆ ซึ่งให้ความเค็มสูง ทั้งนี้ การห้ามบริโภคอาหารที่กล่าวมาอย่างสิ้นเชิงก็อาจทำให้คนสูงอายุขาดสารอาหารได้ กัลยา กาลสัมฤทธิ์ นักกำหนดอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้มาแนะนำถึงการบริโภคอาหารอย่างถูกต้องในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กัลยา กาลสัมฤทธิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักกำหนดอาหารสาวให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;โดยทั่วไปแล้วผู้สูงอายุก็มักจะชื่นชอบการรับประทานขนมหวาน แต่เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้มีข้อควรระวังคือน้ำตาลสูง ซึ่งอาจกระตุ้นทั้งโรคเบาหวานที่เป็นอยู่ รวมถึงทำให้เป็นโรคอ้วนได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งหน้าร้อน เมนูของหวานก็มักจะมีน้ำเชื่อมและน้ำกะทิเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นลอดช่องกะทิใส่น้ำแข็ง, ลูกตาลลอยแก้ว, มะปรางลอยแก้ว,น้ำแข็งไส ฯลฯ หากผู้สูงอายุต้องการรับประทานอาหารกลุ่มนี้เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย แนะนำว่าเวลาที่รับประทานอย่าซดน้ำเชื่อมและน้ำกะทิจนหมดถ้วย ให้เน้นกินตัวเนื้อขนมให้มากกว่าน้ำ หรือถ้าเมนูขนมชนิดไหนที่สามารถตัดน้ำเชื่อมออกไปได้ก็ดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ ในส่วนของกลุ่มอาหารคาวที่มีไขมันสูงและบูดเสียง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ได้แก่ ข้าวมันไก่ หรือแกงกะทิ หากเลี่ยงได้ก็จะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลไม้ที่มาพร้อมกับหน้าร้อนอย่าง มะม่วง หรือทุเรียน ซึ่งมีความหวานค่อนข้างสูง หากคนสูงวัยอยากรับประทานแนะนำว่า ทุเรียน 1 เมล็ด ให้หั่นออกครึ่งหนึ่ง และรับประทานเพียงครึ่งเดียวใน 1 วัน หรือกินให้น้อยที่สุด นอกจากนี้มะม่วงสุกก็เช่นเดียวกัน ส่วนผลไม้สดชนิดอื่นที่ไม่หวานมากอย่าง แตงโม, กล้วยน้ำว้า, ฝรั่ง, ส้ม ฯลฯ ก็สามารถรับประทานได้ปกติ และถ้าจะให้ดีควรงดของหวานที่มาจากแช่อิ่ม กวน ตากแห้ง ซึ่งเป็นตัวเพิ่มน้ำตาลได้สูงกว่าผลไม้รสหวานบางชนิดเสียอีก ที่สำคัญยังทำให้ได้ความเค็มในปริมาณสูงจากผลไม้หมักดองเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เติมความหวานให้ร่างกายด้วยผลไม้ที่น้ำตาลไม่สูงมาก อีกทั้งทำให้สดชื่นในหน้าร้อนอย่าง แตงโม, ส้ม, กล้วยน้ำว้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่น้ำหวานใส่น้ำแข็งหรือน้ำปั่นก็ควรกินให้น้อย เพราะอย่าลืมน้ำแข็งที่ใช้ปรุงเมนูดังกล่าวอาจไม่สะอาดและปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุของการอาการท้องร่วงเสียได้ในที่สุด จึงแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าที่แช่เย็นจะดีกว่าน้ำหวาน เพราะจะทำให้สดชื่นและรักษาสุขภาพไปพร้อมๆ กัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5532</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา กาลสัมฤทธิ์, คุณภาพชีวิต, ผลไม้หมักดอง, โรคความดันโลหิตสูง, โรคท้องร่วง, โรคเบาหวาน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab2572705de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
