<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ดีอีเอส&#039;ลุยถก &#039;อีสปอร์ต&#039; กระทบเยาวชนเป็นปัญหาสังคมหรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกรรมาธิการฯ ในสัปดาห์หน้าว่า ในการประชุมมีวาระพิจารณาที่สำคัญคือข้อร้องเรียนของเครือข่ายคุ้มครองปกป้องเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ 80 กว่าองค์กร เพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงจากการใช้สื่อออนไลน์เพื่อเล่นเกมส์ ที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยขอให้สนับสนุนและผลักดันให้มีกฎหมายการกำกับดูแลเกม และการประกอบกิจการเกมเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยกรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง รวมทั้งนายกสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ด้วย กรรมาธิการฯ เราเข้าใจถึงความห่วงใยของเครือข่ายเด็กและเยาวชน และเข้าใจในมุมของผู้อยู่ในวงการเกมหรือเรียกว่าอีสปอร์ต แน่นอนว่าสิ่งที่เราจะต้องมีการหารือร่วมกัน คือ มาตรการควบคุมเกม ที่จะต้องมีการพูดคุยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบให้รอบด้านที่สุด เพื่อเป็นทางออกร่วมกันของทุกฝ่ายในการพิทักษ์เด็กเยาวชน และส่งเสริมเกมกีฬาอีสปอร์ตให้เติบโตอย่างถูกต้องในแนวทางที่ดีถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัลยา กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจการทำงานของกรรมาธิการฯ ในการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อหาทางออกร่วมกัน กรรมาธิการฯ ไม่ได้ต้องการจะไปจำกัดสิทธิต่างๆ ในการเล่นเกม แต่เราต้องการทำให้เกิดแนวทางการสนับสนุนอีสปอร์ต เพื่อการกีฬาและเศรษฐกิจที่ถูกต้อง ให้เยาวชนหรือคนเล่นเกมได้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ไม่เป็นอันตรายหรือทำให้เด็กๆ เสียคน ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกีดกันอีสปอร์ต แต่ตรงนี้จำเป็นต้องได้คนที่เข้าใจและรู้จริง ทั้งเรื่องอีสปอร์ตและเรื่องเยาวชน เข้ามาช่วยกันให้ข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอีสปอร์ตให้เป็นกีฬา ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนได้เล่นเกมอย่างเป็นประโยชน์ ไม่กระทบต่อเด็กๆ ทั้งในเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต หรือผลลบต่อการพัฒนาสติปัญญา ไม่ให้เป็นปัญหาสังคม ที่สำคัญหากเราส่งเสริมอย่างถูกต้องจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมากในอุตสาหกรรมอีสปอร์ต ที่ในระดับนานาชาติกำลังเติบโตอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องการออกเป็นกฎหมายหรือไม่ต้องถามทุกฝ่ายให้รอบครอบก่อน ซึ่งเราอยากให้ทางสมาคมอีสปอร์ต ได้มีการกำกับดูแลควบคุมกันเองก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางสังคม แต่หากไม่สามารถควบคุมได้จริงๆ การออกกฎหมายถึงจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ในการประชุมครั้งนี้คงยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการออกกฎหมาย เราเพียงแค่อยากรู้ว่าทางสมาคมอีสปอร์ต มีมาตรการควบคุมอย่างไรบ้าง&amp;quot; น.ส.กัลยา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70549</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ดีอีเอส, กัลยา รุ่งวิจิตรชัย, อีสปอร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01686738b2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ดีอีเอส&#039;ชงยกเครื่องระบบไอทีรัฐสภารับ&#039;New Normal&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) เปิดเผยว่า สถานการณ์วิกฤตไวรัสโควิด-19 ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นว่าการทำงานหลายๆ อย่างของสมาชิกรัฐสภา และเจ้าหน้าที่สภาต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง สภาต้องนำวิธีการทำงานใหม่ๆ เข้ามาเพื่ออนาคต เพราะที่ผ่านมาเราต้องยอมรับความจริงว่าการประชุมต่างๆ เช่น คณะกมธ. หลายคณะ ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประชุมและติดต่อสื่อสาร เช่น วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ รวมถึงการบันทึกการประชุมที่เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเรื่องต่างๆ เหล่านี้ควรต้องเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องศึกษาพิจารณาต่อไป เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าสถานการณ์ต่างๆ หรือภัยคุกคามจะเปลี่ยนไปในวันไหน ส.ส.หลายคนต้องลงพื้นที่ อยู่ในต่างจังหวัด การจะเดินทางเข้ามาเพื่อประชุมอาจเดินทางไม่ได้ ไม่สะดวกหรือเกิดความล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการประชุม การปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อเป็นการรองรับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ ในอนาคตด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้สภาควรมีระบบแบ็คอัพข้อมูลสำรองไว้ในกรณีภาวะฉุกเฉินหรือระบบล่ม ทำเป็นศูนย์ข้อมูลแบ็คอัพ สามารถกู้ข้อมูลได้ในกรณีที่ข้อมูลหาย หรือที่เรียกกันว่า Data Recovery แต่วันนี้ทางสภายังไม่มีความพร้อม ดังนั้นทางกมธ.ดีอีเอส จะประชุมเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาระบบต่อสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธาน กมธ.ดีอีเอส กล่าวว่า วันนี้ระบบการทำงานต่างๆ ของรัฐสภา ต้องมีการอัพเกรดและอัพเดทให้เท่าทันโลกอนาคต เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ การทำงานภายในสภาโดยเฉพาะการประชุม คณะกมธ.ชุดต่างๆ ต้องมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด เราต้องรักษาระยะห่าง และไม่มีการรวมคนจำนวนมากไว้ในห้อง ระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์จึงเข้ามามีบาทบาทเป็นอย่างมากในการทำงานของกมธ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสภาควรต้องพัฒนาระบบต่างๆ เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ระบบโทรคมนาคม ระบบไอทีต่างๆ ของสภาให้รองรับการทำงานในระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย ที่สำคัญคือจะต้องมีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber security) ด้วย ซึ่งหากเราลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยให้การทำงานของทั้ง ส.ส. ส.ว. จะง่ายขึ้น ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้รวดเร็วขึ้น วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นเราต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.จิรศิลป์ จยาวรรณ จากภาควิชาวิศวกรรมอิเล็คทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า การพัฒนาระบบไอทีของสภาเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อม ทั้งระบบกาประชุม Teleconference ระบบการเก็บข้อมูลData Recovery แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้ระบบการรักษาความปลอดภัยของสภาในภาพรวมคือทั้งที่เป็นกายภาพ (Physical security) และ ข้อมูล (Information) โดยการรักษาความปลอดภัยในด้านข้อมูล เช่น การรักษาความลับ ความสมบูรณ์ของข้อมูล ความง่ายในการเรียกใช้ข้อมูลและความเป็นเอกภาพของข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ความสำคัญและความท้าทายที่การทำงานของระบบความปลอดภัยของข้อมูลในรัฐสภาที่กำลังดำเนินการอยู่คือ BCP (Business Continuity Plan) หรือDRP (Disaster Recovery Plan) เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งใหม่แต่ระบบการทำงานต้องมีความต่อเนื่อง BCP จึงเป็นแผนสำคัญที่ขาดไม่ได้ และระบบข้อมูลของรัฐสภามีความสำคัญระดับประเทศจึงจำเป็นต้องมีแผนจัดเก็บข้อมูลสำรองในมาตรฐานที่ดีและปลอดภัยพร้อมดำเนินการได้ทันทีที่ระบบหลักล่มหรือเกิดปัญหา&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมีประเด็น ที่น่าสนใจ คือ ในระยะอันใกล้ควรมีการประยุกต์ใช้ IOT และ AI&amp;nbsp; เข้ามาช่วยในการดำเนินงาน รวมถึงเทคโนโลยี 5G ก็เป็นสิ่งที่รัฐสภาควรให้ความสนใจและให้ความสำคัญในการนำมาประยุกต์ หรือปรับปรุงทั้งในเรื่องของ การติดต่อสื่อสาร การสร้างโครงข่ายเฉพาะ (Local 5G) เพื่อการบริหารความปลอดภัย และเป็นช่องทางในการติดต่อเฉพาะกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66853</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ดีอีเอส, กัลยา รุ่งวิจิตรชัย, พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, สภา, ไอที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb3410c56a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 00:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เศรษฐพงค์” ตามงานโครงสร้างพื้นฐาน 5G แนะปรับระบบการศึกษา เพิ่มทักษะ-ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รองรับงาน Automation ในอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกมธ.ดีอีเอส นำโดยน.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการฯ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมาธิการฯ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้เข้ารับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับ กสทช. โดยมี พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภายหลังการหารือระหว่างกมธ.ดีอีเอสกับกสทช. น.ส.กัลยา ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้กมธ.ดีอีเอส ได้ฟังความก้าวหน้าในการดำเนินการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและโทรคมนาคม รวมถึงการจัดโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยที่ประชุมหารือถึงการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ตตามแนวชายขอบ หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) การให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะประจำหมู่บ้าน (USO net) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยทางกรรมาธิการฯ ได้แนะนำให้ กสทช. ต้องใช้ความรอบคอบระมัดระวังในการตรวจรับงานจาก ทีโอที เนื่องจากที่ผ่านมาทางกมธ.ดีอีเอส ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินโครงการดังกล่าวที่จังหวัดหนองคาย ทำให้เห็นว่าโครงการมีประโยชน์ อาจยังมีความไม่สมบูรณ์ในบางจุด และดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ดังนั้นจึงได้มีการเสนอประเด็นให้ขึ้นแบล็คลิส กับบริษัท ทีโอที ไม่ให้เข้าร่วมในการในการประมูลใหม่ ซึ่งทาง กสทช. ก็ได้ตอบรับและเห็นว่าไม่น่าจะให้ทีโอทีเข้าประมูลใหม่ได้ แล้วการประมูลที่อาจจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2563 จะต้องดำเนินการให้เกิดกับประชาชนสูงสุด โดยเปิดให้บริษัทที่มีความพร้อมให้เข้ามาแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ช่วยสร้างประโยชน์ด้านการศึกษาออนไลน์ การสาธารณสุขทางไกล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางกรรมาธิการฯ เห็นความสำคัญของโครงการ USO net จึงได้กำชับในเรื่องการวางแผนดำเนินโครงการดังกล่าว ให้ต่อเนื่อง และทำให้สมบูรณ์ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ จึงจะรอช้าไม่ได้&amp;rdquo; ประธานกมธ.ดีอีเอส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ทาง กมธ.ดีอีเอส โดยเฉพาะท่านสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาฯ ได้ให้ความสนใจในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ที่จะรองรับเทคโนโลยี 5G ในอนาคต ซึ่ง 5G จะเกิดประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการศึกษาที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป เพื่อที่จะรองรับระบบ Automation ต่างๆ ซึ่งเป็นรูปแบบของงานใหม่ที่จะเข้ามาแทนรูปแบบงานเดิม ทำให้ระบบการศึกษาจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เท่าทันกับงานที่เปลี่ยนไป กรรมาธิการฯ จึงได้แนะนำให้ กสทช. ได้ใช้กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) หรือกองทุนอื่นๆที่รัฐมี ให้ทุ่มไปที่การพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มทักษะให้กับแรงงานให้ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดแรงงานของโลกอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการในรูปแบบให้มีปริญญาบัตร แต่ดำเนินในลักษณะเพิ่มทักษะแบบเฉพาะเจาะจง สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ต้องทำอย่างเร่งด่วน เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลไป ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง&amp;rdquo; รองประธานกมธ.อีดีเอส กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52300</URL_LINK>
                <HASHTAG>.  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, 5G, กสทช., กัลยา รุ่งวิจิตรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1294631285.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กมธ.ดีอีเอส” เชิญ “กสทช.-ทีโอที” แจงโครงการ “เน็ตประชารัฐ” หลังไม่เสร็จตามกำหนด “กัลยา” จี้ “กสทช.-กระทรวงดีอีเอส” เร่งทำโครงการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตปชช. เล็ง ลงพื้นที่อีสานทดสอบเน็ตชายขอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอีเอส โดยได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มาชี้แจงกรณีการดำเนินโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ทุรกันดาร (เน็ตประชารัฐ) หลังจากเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 62 เป็นวันสิ้นสุดตามกรอบเวลาที่บริษัททีโอทีขอขยายเวลามาจาก 27 ก.ย.61 ที่ผ่านมา แต่ยังมีหลายพื้นที่ติดตั้งไม่เสร็จ และกสทช. ได้มีการยกเลิกสัญญากับบริษัททีโอทีฯ ไปแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานกรรมาธิการ ดีอีเอส แถลงว่า ทางตัวแทนของ กสทช. ได้มาชี้แจงถึงโครงการเน็ตประชารัฐว่าจะมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างไร หลังจากที่ยกเลิกสัญญากับบริษัท ทีโอทีฯ ทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างรอตรวจรับงานที่ บ.ทีโอที ทำไว้ว่ามีความคืบหน้าแค่ไหนอย่างไร เหลืองานอีกมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจะมีการเปิดประมูลรับผู้ดำเนินการรายใหม่ ซึ่งกสทช. คาดว่าภายในเดือนเมษายนปี 2563 จะสามารถเปิดประมูลได้ ทั้งนี้ทางกรรมาธิการฯ เรามีความาห่วงใยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทำให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกลต้องเสียโอกาส การได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่จะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดโลกด้วยการทำธุรกิจออนไลน์หรืออีคอมเมอร์ซ บริการทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงกับนโยบาย Telemedicine หรือการแพทย์ทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และจะเป็นประโยชน์ด้านการศึกษาที่เด็กๆ สามารถหาความรู้หรือเรียนออนไลน์ได้ ที่สำคัญคือมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ที่จะพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกมธ.ดีอีเอส กล่าวว่า ทางกรรมาธิการฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะการดำเนินโครงการไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดมีผลกระทบต่อประชาชนผู้รอใช้บริการ ดังนั้นทางกมธ.ดีอีเอส จึงได้กำชับไปยัง กสทช. และฝากไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส เร่งดำเนินการให้โครงการเน็ตประชารัฐสำเร็จโดยเร็ว เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ ซึ่งทางกรรมาธิการฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยมีพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกมธ.อีดีเอส ในฐานะเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จะได้ทำหน้าที่ในการติดตามและรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ ทราบต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางกมธ.ดีอีเอส มีแผนที่จะลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบ ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย และหนองบัวลำภู ทั้งนี้กรรมธิการฯ​ ต้องการที่จะไปสัมผัสพื้นที่จริงที่มีการติดตั้งจุดปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต ว่าสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพหรือไม่ ความเร็วเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ตอบโจทย์ของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการดังกล่าวในอนาคตอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา รุ่งวิจิตรชัย, การสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ดีอีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcbe6f67306a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานกมธ.ดีอี&#039;สั่งแก้ไขสถานีมือถือล่มในพื้นที่น้ำท่วม 1,391 จุดเรียบร้อยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.62 - นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกมธ.ดีอี กล่าวถึงการประชุม กมธ.ดีอี เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการดีอี ได้มีการติดตามและรับทราบผลการดำเนินงานเกี่ยวกับสถานการณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคอีสาน เนื่องจากทราบว่าได้เกิดความเสียหายของสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากผลกระทบจากพายุฝน ทำให้ระบบไฟฟ้าที่จ่ายเข้าสู่สถานีขัดข้อง โดยมีจำนวนถึง 1,391 สถานี ที่ได้รับความเสียหาย โดยกมธ.ดีอี ได้แจ้งไปยัง กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์ทุกราย ให้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ซึ่งทั้งกสทช. และผู้ให้บริการรายงานผลต่อกมธ. ว่าได้ดำเนินการตรวจสอบ และซ่อมแซม ระบบที่ขัดข้องให้สามารถกลับมาใช้การได้ตามปกติเรียบร้อยหมดแล้ว

ด้าน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกมธ.ดีอี กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว ตนได้เสนอให้กมธ. ผลักดันในการวางโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเฉพาะ เพื่อประสิทธิภาพในการสื่อสารส่งข้อมูลได้รวดเร็วถูกต้อง จะช่วยระวังป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากตนเห็นว่าประเทศไทยเรายังไม่มีระบบโครงข่ายการสื่อสารฯดังกล่าวเป็นการเฉพาะ จึงได้เสนอให้กมธ. ได้ร่วมผลักดันเรื่องนี้ ซึ่งท่านประธานกมธ. ก็เห็นด้วยให้กมธ. ควรมีส่วนร่วมผลักดันให้เกิดระบบดังกล่าว เพราะประเทศไทยเราจะเจอภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ โดยตลอด ซึ่งการวางระบบโครงข่ายนี้ จะช่วยให้ตอบสนองต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารภัยได้ทันท่วงที

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ท่านประธานกมธ.ดีอี ยังได้มอบหมายให้ตนเดินหน้าต่อเนื่องในการศึกษาเกี่ยวกับการโจมตีระบบโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยอาจจะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมารับผิดชอบดูแลโดยตรง เนื่องจากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีการโจมตีดังกล่าวในหลายประเทศ มีการโจมตีระบบควบคุมการบินในสนามบิน โจมตีระบบการสื่อสารโทรคมนาคมของหลายประเทศ รวมถึงการโจมตีด้วยโดรนผ่านระบบไซเบอร์ ซึ่งมีข่าวว่ามีการใช้โดรนโจมตีบ่อน้ำมันในประเทศซาอุฯ และที่สำคัญมีข่าวว่าประเทศไทยตกเป็นหนึ่งเป้าหมายที่อาจถูกโจมตีเช่นกัน กมธ.ดีอี จึงได้แจ้งไปยัง กสทช.และผู้ให้บริการทุกราย ได้คอยติดตามตรวจสอบ ระวังป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น จะทำหน้าที่ในการหามาตรการป้องกัน โดยเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ กมธ.จะต้องติดตามและช่วยผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กมช. โดยเร็ว ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

&amp;ldquo;ผมต้องการชี้ให้เห็นว่ากรรมการชุดนี้มีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นจึงควรเร่งตั้ง กมช. และองค์กรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะล่าช้าไม่ได้ เนื่องจากไทยก็เป็นประเทศที่อาจถูกโจมตีด้วย ซึ่งกรรมการดังกล่าวมีภารกิจหน้าที่โดยตรงในการระวังป้องกันการโจมตีไซเบอร์ จะทำให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเข้มแข็งปลอดภัยจากการถูกโจมตี&amp;rdquo; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46117</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา รุ่งวิจิตรชัย, เศรษฐพงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d830b9e9f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
