<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุ๊กตาพูดได้คลายเหงาผู้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP : ไอแทป) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญภายใต้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการชนชราแห่งอนาคต&amp;rdquo; จากบริษัท FABLAB ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้กับการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP ของผู้ประกอบการร้านมัลลิกา กิ๊ฟชอป จ.สุพรรณบุรี ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบ Internet of Things หรือ IoT มาปรับใช้กับตุ๊กตาอัดเสียง ทำให้ได้โปรแกรมต้นแบบระบบอัดเสียงภายในตุ๊กตา ซึ่งเป็นสินค้าแฮนด์เมด เย็บมือ และเป็น niche market หรือตลาดเฉพาะกลุ่มสำหรับช่วยคลายเหงาและเป็นเพื่อนแก่ผู้สูงอายุ หนุนเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP ของ SME หยิบเอาโอกาสความท้าทายในเรื่องสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มาสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP บนฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ บริษัท แชสซีพลัสอินฟิล จำกัด (FABLAB Thailand) ผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP สวทช. เปิดเผยว่า &amp;ldquo;โครงการชนชราแห่งอนาคต&amp;rdquo; ที่ดำเนินการโดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP สวทช. และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ มีส่วนที่ช่วยจุดประกายหรือไอเดียให้กับผู้ประกอบการได้มีโอกาสแปลงแนวคิดและข้อมูลที่มีสู่ต้นแบบ เพื่อนำไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมาย หรือเห็นประเด็นอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม โดยทิศทางของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย ก่อน COVID-19 มีทิศทางชะลอตัวเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ตลอดจนไม่มีปัจจัยสนับสนุนในแง่โครงสร้างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการจับตลาดในกลุ่มการให้บริการ (การดูแล-รับส่ง) &amp;nbsp;อสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือนวัตกรรมเฉพาะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในกลุ่มที่พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมากจะอิงไปทางกลุ่ม Health-Wellness มากกว่าเฉพาะเจาะจงไปที่กลุ่มผู้สูงวัย และการพัฒนาในกลุ่มเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) หรือ &amp;ldquo;อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง&amp;rdquo; จะเป็นที่ต้องการและได้รับความสนใจมากขึ้น โดยระบบ IoT จะกลายมาเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานทั้งในฝั่งของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ด้วยความสามารถใหม่ๆ ที่แก้ไขปัญหาเดิมๆ ของระบบ IoT อย่างครอบคลุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประกอบการในโครงการชนชราแห่งอนาคต นางสาวมัลลิกา สงเคราะห์ เจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ OTOP จากร้านมัลลิกา กิ๊ฟชอป เปิดเผยว่า ตุ๊กตาแบรนด์ Mullika เป็นงานแฮนด์เมดผลิตภัณฑ์ OTOP ของชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ออกแบบตัดเย็บจากผ้าหลากหลายชนิด เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ เป็นต้น ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย มีเอกลักษณ์ ฝีมือตัดเย็บอันประณีต ทำให้ตุ๊กตา Mullika มีหลากหลายรูปแบบและประเภทที่เน้นเอกลักษณ์ คุณค่า และภูมิปัญญา จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือ มีการออกแบบที่ร่วมสมัย และประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลายตามความต้องการ ไม่ว่าจะใช้ตกแต่งบ้าน ตกแต่งรถ เป็นของเล่นเด็ก หรือของขวัญของฝาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจุดเริ่มต้นของการขอรับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากโปรแกรม ITAP สวทช. มาจากความต้องการพัฒนาระบบอัดเสียงภายในตัวตุ๊กตาที่สามารถบันทึกเสียงบุคคลในบ้านเพื่อแจ้งเวลา แจ้งเตือน และโต้ตอบพื้นฐาน และในอนาคตสามารถที่จะใช้เป็นอุปกรณ์สื่อสารระยะไกลภายในครอบครัวผ่านเทคโนโลยีระบบ IoT เพื่อพัฒนาตุ๊กตาให้สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ช่วยคลายความเหงา ตลอดจนสร้างแรงจูงใจในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงวัย ด้วยเหตุนี้จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการชนชราแห่งอนาคต เพื่อมุ่งหวังพัฒนาระบบอัดเสียงภายในตัวตุ๊กตาดังกล่าว โดยได้นำเทคโนโลยีระบบ IoT มาใช้ และผนวกเข้ากับผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองกับความต้องการด้านจิตใจและร่างกายของผู้สูงอายุให้ได้มากที่สุด ผลที่ได้คือ สามารถพัฒนาโปรแกรมต้นแบบระบบอัดเสียงภายในตุ๊กตา ที่สามารถบันทึกเสียงบุคคลในบ้านเพื่อแจ้งเวลา แจ้งเตือน ตามความคาดหวัง และมีความเป็นไปได้ที่จะใช้ IOT เข้ามาช่วยต่อยอดให้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะการโต้ตอบระยะไกลทั้งภายในและภายนอกประเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดหวังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69501</URL_LINK>
                <HASHTAG>FabLab Thailand, กัลยา โกวิทวิสิทธิ์, คุณภาพชีวิต, บริษัท แชสซีพลัสอินฟิล จำกัด, มัลลิกา กิ๊ฟชอป, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1e0f275235.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนธุรกิจนวัตกรรมเพื่อผู้สูงวัย ตอบสนอง&quot;ชนชราแห่งอนาคต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) และบริษัท แชสซีพลัสอินฟิล จำกัด (FabLab Thailand) ลงนามความร่วมมือในโครงการ &amp;ldquo;การสนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)&amp;rdquo; ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ชนชราแห่งอนาคต : การพัฒนานวัตกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ประกอบการสังคม&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมผู้สูงอายุและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งระบบทั่วประเทศ ในการเป็นผู้ประกอบการ SME INNOVATION ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร ผู้อำนวยการโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ของ สวทช. กล่าวว่า สวทช. โดยโปรแกรม ITAP ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ SME มาอย่างต่อเนื่อง โดยในการดำเนินโครงการชนชราแห่งอนาคตนี้ ITAP ได้สนับสนุน SME ตั้งแต่การเก็บและรวบรวมข้อมูล การวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค การวิเคราะห์ผลและสังเคราะห์ข้อมูล จนถึงการทำต้นแบบสิ่งใหม่ เพื่อให้เกิดการทำธุรกิจในเชิงอุตสาหกรรมในที่สุด โดยสนับสนุนทุนในการพัฒนานวัตกรรมด้วยวงเงินสูงสุด 400,000 บาทต่อโครงการ เพื่อเป็นกลไลช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการ SME ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ สวทช.มุ่งเน้นขยายโอกาสในการส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมผู้สูงอายุ อาทิ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สูงอายุ การพัฒนาสินค้าบริการเพื่อผู้สูงอายุ การพัฒนาเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันต่างๆ บนมือถือสำหรับสังคมผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดครอบคลุมกลุ่มธุรกิจ SME จำนวนมาก โครงการนี้ สวทช.จึงมีความร่วมมือกับ FabLab Thailand ในฐานะที่ปรึกษาสำหรับกลุ่มธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ รองรับการพัฒนาโครงการต่างๆ และความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุน สร้างโอกาสให้ SME เข้าถึงองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเป็นแหล่งทุนสนับสนุน SME รวมถึงจะจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการพัฒนาโครงการเพื่อขอรับทุนตามหลักเกณฑ์ และการให้ความรู้ด้านการพัฒนาโครงการเพื่อธุรกิจผู้สูงอายุด้วยที่ SCB Business Center สาขาเซ็นทรัลเวิลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวอรุณี บุญเกิด ผู้อำนวยการ SME Value Partner ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะช่วยผู้ประกอบการ SME ให้เกิดความยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพสามารถแข่งขันได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงในการขายและการทำตลาดให้กับสินค้ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเช่นกัน ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้อประโยชน์แก่ SME จำเป็นต้องมีพันธมิตรในการร่วมส่งเสริมสนับสนุน โดยพันธมิตรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้เข้ามาร่วมกันครั้งนี้คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัท บริษัท แชสซีพลัสอินฟิล จำกัด เพื่อร่วมกันสร้างปัจจัยเอื้อให้ SME เข้าถึงการส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีง่ายขึ้น และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนให้แก่ผู้ประกอบการ SME กลุ่มที่มีการใช้ INNOVATION ให้มีขีดความสามารถในการพัฒนากิจการยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แชสซีพลัสอินฟิล จำกัด (FabLab Thailand) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่จะช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสและความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุที่กำลังมาถึง ผ่านการวิจัยเชิงประยุกต์ การเข้าถึงแหล่งข้อมูล และการเชื่อมโยงกับเครือข่ายสังคม (Social Connectivity) ที่เอื้อต่อการสร้างโอกาสใหม่ในการนำไปสู่ช่องทางทางธุรกิจสินค้าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มใหม่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของนักธุรกิจที่ต้องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อชนชราแห่งอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18945</URL_LINK>
                <HASHTAG>FabLab Thailand, SCB Business Center, SME, กัลยา โกวิทวิสิทธิ์, คุณภาพชีวิต, รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร, อรุณี บุญเกิด, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb36dc73755e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
