<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัวเตมาลาช่วยผู้อพยพเข้าเมือง126ชีวิตถูกทิ้งอยู่ในตู้สินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจกัวเตมาลาช่วยเหลือผู้อพยพเข้าเมือง 126 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวเฮติ ถูกทิ้งไว้ภายในตู้สินค้าบนรถพ่วงเมื่อวันเสาร์ ระหว่างทางไปยังเม็กซิโกเพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม อ้างคำแถลงของฮอร์เก อากีลาร์ โฆษกตำรวจกัวเตมาลา ว่าตำรวจตรวจพบผู้อพยพเข้าเมืองกลุ่มนี้เมื่อเช้ามืดวันเสาร์ หลังจากได้รับรายงานว่ามีรถพ่วงบรรทุกตู้สินค้าถูกจอดทิ้งไว้บนถนนระหว่างเมืองนวยวากอนเซปซีโอน และเมืองโกกาเลส ทางภาคใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้ยินเสียงร้องและเสียงเคาะดังจากภายในตู้คอนเทนเนอร์ เราเปิดประตูแล้วพบว่ามีคนที่ไม่มีเอกสารเข้าเมือง 126 คนอยู่ภายใน 106 คนมาจากเฮติ, 11 คนจากเนปาล และ 9 คนจากกานา&amp;quot; ตำรวจผู้นี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้พวกเขาถูกส่งไปยังศูนย์พักพิงของหน่วยตรวจคนเข้าเมืองกัวเตมาลาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายเดือนมานี้ ภูมิภาคอเมริกากลางเผชิญวิกฤติผู้อพยพเข้าเมืองจำนวนนับหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นชาวเฮติ ที่เดินทางฝ่าฟันอันตรายหวังไปให้ถึงเม็กซิโกเพื่อข้ามแดนเข้าสหรัฐ ข้อมูลจากสำนักงานอัยการปานามากล่าวว่า นับแต่ต้นปี 2564 มีผู้อพยพเข้าเมืองเสียชีวิตแล้วมากกว่า 50 คนขณะพยายามข้ามแนวป่าดาริเอนที่อยู่ชายแดนโคลอมเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานกล่าวว่า มีผู้อพยพชาวเฮติมากกว่า 7,500 คน โดนสหรัฐอเมริกาเนรเทศในช่วงเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ โดยส่งพวกเขาขึ้นเที่ยวบินเหมาลำ 70 เที่ยวกลับเฮติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเม็กซิโกก็ส่งผู้อพยพชาวเฮติกลับกรุงปอร์โตแปรงซ์ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119318</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ชาวเฮติอพยพ, ตู้บรรทุกสินค้า, ผู้อพยพเข้าเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162b18d44f45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวกัวเตมาลาถูกเนรเทศจากสหรัฐติดโควิดกลับมาด้วย 32 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขกัวเตมาลาระบุ ผู้อพยพชาวกัวเตมาลาที่สหรัฐส่งตัวกลับทางเครื่องบินเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ถูกตรวจพบติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 32 ราย เผยสนามบินที่ส่งกลับมี ตม.อเมริกันติดเชื้อหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินของสหรัฐนำผู้อพยพชาวกัวเตมาลาที่โดนเนรเทศมาส่งที่สนามบินของกองทัพอากาศกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อานา ลูเซีย กูดิเอล โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกัวเตมาลา เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 18 เมษายนว่า จากการตรวจผู้อพยพชาวกัวเตมาลาที่โดนเนรเทศจากสหรัฐและเครื่องบินถึงกัวเตมาลาเมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 1 รายในวันเดียวกันนั้น แล้ววันศุกร์พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีก 12 ราย และในวันเสาร์พบเพิ่ม 19 ราย ส่วนเที่ยวบินผู้อพยพที่โดนเนรเทศจากสหรัฐเมื่อเดือนมีนาคม พบผู้ติดไวรัสโคโรนา 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันให้ทางการกัวเตมาลารับผู้อพยพที่โดนเนรเทศกลับประเทศ ถึงแม้มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าผู้อพยพที่กลับจากสหรัฐจะมีผู้ติดเชื้อไวรัสอยู่ด้วยและอาจนำไวรัสไปติดในชุมชนที่ห่างไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเครื่องบิน 2 เที่ยวบินที่นำตัวผู้อพยพชาวกัวเตมาลากลับจากสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว สำนักตรวจคนเข้าเมืองกัวเตมาลาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเที่ยวบินใดกันแน่ที่มีผู้โดยสารที่ติดไวรัส แต่บอกว่าเที่ยวบินหนึ่งมาจากเมืองอเล็กซานเดรีย รัฐลุยเซียนาทางใต้ของสหรัฐ ที่มีเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ไอซ์) ที่ทำงานที่สนามบินซึ่งใช้เป็นศูนย์กักกันผู้อพยพ ตรวจพบติดไวรัสโคโรนา 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐส่งทีมงานไปประเมินสถานการณ์ที่กัวเตมาลาและตรวจผู้อพยพที่ยังกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลว่ามีผู้ติดไวรัสโคโรนาอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกัวเตมาลามีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี ระงับเที่ยวบินที่เนรเทศผู้อพยพจากสหรัฐ หลังมีรายงานผู้อพยพที่ส่งตัวกลับจากสหรัฐติดไวรัสโคโรนาหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของไอซ์ยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่ติดไวรัสโคโรนา 30 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ 19 คนที่เมืองอเล็กซานเดรีย รัฐลุยเซียนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ช่วงเย็นวันอาทิตย์ กัวเตมาลามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 257 ราย เสียชีวิตแล้ว 7 ราย แต่ไม่ชัดเจนว่ารวมยอดที่ทางการกัวเตมาลาแถลงเมื่อวันเสาร์แล้วหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63637</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ติดไวรัสโคโรนา, เนรเทศจากสหรัฐ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9c3bb04baa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ตัดเงินช่วยเหลือ 3 ชาติอเมริกากลาง - ขู่ปิดพรมแดนเม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศตัดความช่วยเหลือเอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา และฮอนดูรัส ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตำหนิประเทศอเมริกากลางเหล่านี้ว่าไม่ดำเนินการสกัดกั้นคาราวานผู้อพยพลี้ภัย และยังขู่จะปิดพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดผ่านแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม กล่าวว่า ช่วงหลายวันมานี้มีผู้อพยพลี้ภัยจาก 3 ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางพยายามเดินทางเข้าสหรัฐผ่านชายแดนเม็กซิโกจำนวนเพิ่มมากขึ้น และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวโทษรัฐบาลเอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา และฮอนดูรัส ว่า &amp;quot;จัดตั้ง&amp;quot; คาราวานผู้อพยพขึ้นแล้วส่งขึ้นเหนือมายังสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังกล่าวหาเม็กซิโกด้วยว่า ล้มเหลวในการควบคุมการหลั่งไหลของผู้อพยพที่เข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย และขู่จะปิดชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก &amp;quot;สัปดาห์หน้า&amp;quot; ถ้าเม็กซิโกยังยังดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ หากสหรัฐปิดชายแดนจริง จะกระทบต่อผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามชายแดนเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะแรงงานและนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า กระทรวงได้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีด้วยการยุติโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ 3 ประเทศอเมริกากลาง ที่เรียกว่ากลุ่มสามเหลี่ยมตอนเหนือ และกระทรวงจะทำงานร่วมกับสภาคองเกรสเพื่อเดินหน้ากระบวนการดังกล่าว ซึ่งบอกเป็นนัยว่า รัฐบาลยังต้องขอการอนุมัติจากคองเกรส หากต้องการยุติความช่วยเหลือ ที่ประเมินว่ามีมูลค่าราว 700 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลเอลซัลวาดอร์กล่าวว่า เอลซัลวาดอร์พยายามยับยั้งขบวนของผู้อพยพแล้ว ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของฮอนดูรัสกล่าวตอบโต้เมื่อวันเสาร์ว่า นโยบายของสหรัฐนั้นขัดแย้งกันเอง แต่ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับสหรัฐนั้นแข็งแกร่ง, ใกล้ชิด และเป็นในเชิงบวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัสเมื่อวันเสาร์ เบโต โอรอร์ค ผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในนามตัวแทนพรรคเดโมแครต วิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองของทรัมป์ว่า เป็นการเมืองของการสร้างความหวาดกลัวและความแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ว.บ็อบ เมเนนเดซ กรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์จากเดโมแครต กล่าวว่า คำสั่งของทรัมป์เป็นคำประกาศที่มุทะลุ และเรียกร้องให้สมาชิกคองเกรสทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันคัดค้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ตัดความช่วยเหลือ, ปิดพรมแดน, สหรัฐ, อเมริกากลาง, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก, เอลซัลวาดอร์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c07a38bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัวเตมาลาล่าตีนผีขับรถบรรทุกชนแล้วหนี ขยี้ 18 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจกัวเตมาลากำลังตามล่าคนขับรถบรรทุกพุ่งชนชาวพื้นเมืองกัวเตมาลาเมื่อคืนวันพุธ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 คนแล้วขับรถหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานดับเพลิงยืนใกล้กับร่างผู้เสียชีวิตเหยื่อรถบรรทุกชนแล้วหนี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันพุธที่ 27 มีนาคมตามเวลาท้องถิ่น บริเวณถนนช่วงเข้าเมืองนาฮัวลา จังหวัดโซลาลา ทางตะวันตกของประเทศ ห่างจากกรุงกัวเตมาลาซิตีราว 160 กิโลเมตร เมืองนี้มีประชากรราว 65,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองชาวมายาเชื้อสายคิเช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซซิลิโอ ชากาจ์ โฆษกกรมดับเพลิงกัวเตมาลา เผยกับเอเอฟพีว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนทั้งหมด 18 คน ลดจากก่อนหน้านี้ที่มีรายงานว่า มีเสียชีวิตถึง 30 คน โดยมีเยาวชนเสียชีวิต 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 20 คน หลายรายอาการสาหัสส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นรายงานว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ชาวบ้านมามุงดูอุบัติเหตุรถชนแล้วหนีที่ทำให้ผู้นำชุมชนคนหนึ่งเสียชีวิต ซึ่งเขามีตำแหน่งเป็นประธานสภาพัฒนาเมืองและชนบทของรัฐด้วย จากนั้นรถบรรทุกกึ่งพ่วงคันหนึ่งที่ไม่ได้เปิดไฟหน้ารถก็ขับพุ่งชนกลุ่มชาวบ้าน และถนนบริเวณนั้นไม่มีไฟฟ้าริมถนน เป็นไปได้ว่าคนขับรถอาจไม่เห็นชาวบ้านจนทำให้ขับรถพุ่งชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลกัวเตมาลาประกาศไว้อาลัย 3 วัน ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ประธานาธิบดีจิมมี มอราเลส ของกัวเตมาลา ทวีตแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ และรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของเหยื่อทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ท้องถิ่นเผยแพร่ภาพร่างของผู้เสียชีวิตที่นอนเรียงกันอยู่บนถนน ขณะที่ญาติๆ ร้องไห้อยู่ข้างศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาโบล กาสติลโล โฆษกกรมตำรวจ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจกำลังตามจับคนขับรถบรรทุกรายนี้ ตอนแรกญาติของผู้เสียชีวิตไม่ยอมให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ยอมในที่สุดหลังเจรจากับผู้นำชุมชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ชนแล้วหนี, ล่าตีนผี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9ccfe7ae38b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาราวานฮอนดูรัสอพยพหลายพันคนมุ่งหน้าสู่ชายแดนสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้อพยพชาวฮอนดูรัสหลายพันคนที่ข้ามชายแดนที่เมืองซิวดัดอีดัลโกของเม็กซิโกได้เริ่มออกเดินทางต่อเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชายแดนสหรัฐ หลังจากทางการเม็กซิโกพยายามขัดขวางคาราวานนี้ไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาราวานผู้อพยพชาวฮอนดูรัสเคลื่อนไปตามถนนที่เชื่อมเมืองซิวดัดอีดัลโกกับเมืองตาปาชูลาของเม็กซิโก เพื่อมุ่งสู่ชายแดนสหรัฐ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทางการเม็กซิโกขัดขวางไม่ให้ &amp;quot;คาราวาน&amp;quot; ผู้อพยพเข้าเมืองชาวฮอนดูรัสข้ามชายแดนเข้าประเทศของตนผ่านสะพานข้ามแม่น้ำที่กั้นแบ่งระหว่างเม็กซิโกกับกัวเตมาลา เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ผู้อพยพหลายพันคนเหล่านี้ตัดสินใจปักหลักค้างแรมอยู่บนสะพาน แต่บางรายตัดสินใจใช้แพข้ามแม่น้ำสายนี้ขึ้นฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า คาราวานนี้ที่ข้ามแดนได้เริ่มออกเดินทางต่อแล้ว อารอน ฆัวเรซ ชายวัย 21 ปีที่เดินทางมาพร้อมภรรยาและลูกเล็ก ประกาศว่าไม่มีใครสามารถหยุดพวกตนได้ หลังจากที่สามารถฟันฝ่ามาถึงขนาดนี้ ซึ่งรวมถึงการข้ามแม่น้ำสายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาราวานผู้อพยพกลุ่มใหญ่ราว 2,000 คนออกเดินทางจากเมืองซันเปโดรซูลา ทางภาคเหนือของฮอนดูรัสห่างออกไป 700 กิโลเมตรเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ตามเสียงเรียกร้องของอดีต ส.ส.ชาวฮอนดูรัสที่ประกาศผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเช้าวันอาทิตย์ ผู้อพยพประมาณ 1,000 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก ติดค้างอยู่บนสะพานนี้ด้วยความหวังว่าจะข้ามชายแดนอย่างถูกกฎหมายจากกัวเตมาลาเข้าไปยังเม็กซิโก เพื่อเดินทางต่อไปยังสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อพยพชาวฮอนดูรัสรวมตัวกันอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำที่กั้นแบ่งพรมแดนระหว่างกัวเตมาลากับเม็กซิโกเมื่อวันเสาร์ แต่บางส่วนตัดสินใจลุยแม่น้ำข้ามแดน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันเสาร์ ลูอิส มานูเอล โลเปซ เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำกัวเตมาลากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้ผู้หญิงและเด็กหลายสิบคนเข้าเม็กซิโก โดยได้พาพวกเขาไปที่เมืองตาปาชูลา ห่างชายแดน 40 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเม็กซิโกโดนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันอย่างหนักว่าจะส่งทหารมาประจำชายแดนและปิดพรมแดน ทรัมป์อ้างว่าคาราวานกลุ่มนี้เป็นคาราวานการเมือง สัปดาห์ที่แล้วเขาขู่จะตัดความช่วยเหลือประเทศในภูมิภาคนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20406</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, คาราวานผู้อพยพ, ชายแดนสหรัฐ, ซิวดัดอีดัลโก, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc8fa2b82c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก 15 ปี อดีตรอง ปธน.หญิงกัวเตมาลา โกงงบ &#039;น้ำมหัศจรรย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลกัวตามาลาตัดสินจำคุกโรซานา บัลเดตติ อดีตรองประธานาธิบดีหญิง เป็นเวลา 15 ปี 6 เดือน เมื่อวันอังคาร ฐานยักยอกเงินโครงการกำจัดสิ่งปนเปื้อนในทะเลสาบมูลค่าเกือบ 600 ล้านบาท แต่ลงท้ายแค่น้ำเกลือใส่คลอรีน จนถูกเรียกขานว่าเป็นคดี &amp;quot;น้ำมหัศจรรย์&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โรซานา บัลเดตติ แถลงข่าวเมื่อครั้งยังเป็นรองประธานาธิบดีกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2558 เธอพ้นตำแหน่งพร้อมกับประธานาธิบดีออตโต เปเรซ ที่ถูกกล่าวหาพัวพันเครือข่ายรับสินบน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัลเดตติเป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของกัวเตมาลา โดยเป็นรองประธานาธิบดีของออตโต เปเรซ ที่อยู่ในตำแหน่งตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี 2558 ที่เขาโดนพลังมวลชนประท้วงขับไล่เนื่องจากพัวพันคำกล่าวหาคอร์รัปชัน จนทั้งคู่ต้องลาออกจากตำแหน่ง ทั้งเปเรซและบัลเดตติถูกคุมขังมานับแต่นั้น ระหว่างรอการพิจารณาคดีพัวพันเครือข่ายคอร์รัปชันที่เรียกขานกันว่า &amp;quot;ลา ลีเนีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ว่าคดีนี้ รองประธานาธิบดีบัลเดตติถูกกล่าวหาว่า ระหว่างปี 2557-2558 เธอเป็นหัวขบวนของกลุ่มเจ้าหน้าที่และผู้บริหารธุรกิจที่ยักยอกเงินภาษีของประเทศราว 2.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 82 ล้านบาท) เงินก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลค่า 18 ล้านดอลลาร์ (592 ล้านบาท) เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนในทะเลสาบอามาติตลัน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกัวเตมาลาซิตีทางใต้ 20 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรซานา บัลเดตติ ก่อนฟังคำพิพากษาที่ศาลในกรุงกัวเตมาลาซิตี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาปาโบล ฆีตูมุล กล่าวเมื่อวันอังคารว่า บัลเดตติตกลงว่าจ้างบริษัทอิสราเอลแห่งหนึ่งทำการกำจัดมลภาวะในทะเลสาบนี้ โดยข้อตกลงดังกล่าวนั้น มาริโอ น้องชายของเธอซึ่งไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลเป็นคนติดต่อเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สูตรเคมีที่อ้างว่าใช้ในการกำจัดสิ่งปนเปื้อนในทะเลสาบด้วยเงินจำนวนมหาศาลนี้ แท้จริงแล้วเป็นเพียงน้ำ, เกลือ และคลอรีน ผสมกัน ซึ่งใช้ไม่ได้ผล และทำให้เรื่องอื้อฉาวนี้ถูกขนานนามว่า &amp;quot;น้ำมหัศจรรย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาฆีตูมุลตัดสินลงโทษจำคุกบัลเดตติ 15 ปี 6 เดือน ฐานมีส่วนร่วมและเป็นผู้สั่งการเครือข่ายอาชญากรรมทำการฉ้อโกงรัฐกัวเตมาลา นอกจากนี้ยังมีจำเลยอีก 9 คน ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่หรือไม่ก็ผู้บริหารธุรกิจ รวมทั้งอูริ รอยต์แมน นักธุรกิจอิสราเอล ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี โดยมาริโอ น้องชายของบัลเดตติโดนตัดสินจำคุก 13 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของกัวเตมาลาต่างสรรเสริญคำพิพากษานี้ว่าสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในประเทศนี้ ที่คนรวยและคนมีอำนาจมักจะรอดพ้นจากการถูกลงโทษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19606</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, น้ำมหัศจรรย์, ลา ลีเนีย, อดีตรองประธานาธิบดีกัวเตมาลา, ออตโต เปเรซ, โรซานา บัลเดตติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbe011caf3ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยยังมีผู้สูญหายจากภูเขาไฟกัวเตมาลาปะทุอีกเกือบ 200 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เผยยอดผู้เสียชีวิตจากการปะทุของภูเขาไฟฟูเอโกในกัวเตมาลาเพิ่มเป็น 75 ศพ และยังมีผู้สูญหายเกือบ 200 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยค้นหาในหมู่บ้านซานมิเกลโลเตส ที่ถูกปกคลุมด้วยเถ้าภูเขาไฟในจังหวัดเอสกูอินตลา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซร์จิโอ กาบานาส ผู้อำนวยการศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งชาติกัวเตมาลาเผยเมื่อวันอังคารที่ 5 มิถุนายนว่า จากเหตุปะทุของภูเขาไฟฟูเอโก ความสูง 3,763 เมตร ตั้งแต่วันอาทิตย์ มียอดผู้สูญหายอยู่ที่ 192 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่หยุดการค้นหาจนกว่าจะพบเหยื่อภูเขาไฟรายสุดท้าย แต่เขายอมรับว่าโอกาสพบผู้รอดชีวิตเป็นไปได้น้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเผยว่า การค้นหาศพผู้เสียชีวิตตามหมู่บ้านต่างๆ บนภูเขาที่ถูกทำลายจากการปะทุของภูเขาไฟลูกนี้ดำเนินไปได้ช้ามาก เนื่องจากสภาพธรรมชาติของภูมิประเทศและการปะทุของภูเขาไฟทำให้มีโคลนเดือด, หินร้อนและเถ้าถ่านปกคลุมหมู่บ้านต่างๆ เต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากภูเขาไฟลูกนี้อยู่ที่ 75 ศพ โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติกัวเตเมลาเผยว่าผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นหญิงวัย 42 ปีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งเธอสูญเสียขา 2 ข้างและแขนหนึ่งข้างจากการปะทุของภูเขาไฟ และผู้ได้รับบาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 46 ราย โดยครึ่งหนึ่งอาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กัวเตมาลาเผยมีผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟลูกนี้มากกว่า 1.7 ล้านคน และ
ชาวบ้านกว่า 3,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟ โดยมาพักในศูนย์พักพิงในจังหวัดเอสกูอินตลา, ชิมัลเตนันโก และซากาเตเปเกซตั้งแต่วันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ฟูเอโก, ภูเขาไฟปะทุ, สูญหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17f0cc804a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
