<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางแผนบริหารฉีดวัคซีน  ก่อนกระจาย77จว.เดือนมิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัคซีนโควิด-19 ณ ขณะนี้เริ่มมีการทยอยส่งเข้ามาในประเทศไทยแล้ว โดยมุ่งหวังเพื่อลดการแพร่ระบาด และลดอัตราเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความรุนแรงของเชื้อ ซึ่งการบริหารจัดการที่รัฐบาลตั้งเป้าคือการปูพรมฉีดวัคซีน ที่ถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ยังคงเป้าหมายหลักคือ ประชากร 50 ล้านคน หรือ 70% จะต้องได้รับวัคซีนภายในปี 2564 ตามความสมัครใจ โดยมีการคาดการณ์ว่า วัคซีนเข็มแรกจะถูกฉีดภายใน มิ.ย.-ก.ย.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศปก.ศบค.) เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคเสนอแผนกระจายและการจัดการบริการวัคซีน ระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย. โดยมีสิ่งที่น่าสนใจหลายประเด็น ซึ่งในปัจจุบันไทยมีแผนเตรียมวัคซีนแล้ว 63 ล้านโดส อยู่ระหว่างจัดซื้อเพิ่ม 37 ล้านโดส รวมเป็นทั้งหมด 100 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับงบประมาณปี 2565 จะมีการจัดหาเพิ่มอีก 50 ล้านโดส ให้ครบ 150 ล้านโดส ตามเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการฉีดในระยะนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1.บุคลากรทางการแพทย์ 2.เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และ 3.กลุ่มอาชีพเสี่ยงภาครัฐและเอกชน เช่น บุคลากรทางการศึกษา, เจ้าหน้าที่บริการประชาชน, พนักงานขนส่งสาธารณะ, ผู้มีอาชีพหรือกิจการที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน เช่น ด้านสาธารณูปโภค อาหาร ยา ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งการบริหารจัดการวัคซีนประจำเดือน พ.ค.2564 จะมีวัคซีนทั้งหมด 2 ล้านโดส แบ่งเป็น ซิโนแวค 1.5 ล้านโดส และแอสตร้าเซนเนก้า 500,000 โดส สำหรับซิโนแวค 1.5 ล้านโดส มาถึงไทยทั้งหมด 2 ล็อต ซิโนแวค ล็อตแรก ได้มาเมื่อวันที่ 6 พ.ค. จำนวน 1 ล้านโดส โดยจัดส่งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. เพื่อกระจายให้มีการฉีดเข็มแรกในพื้นที่ 77 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีกลุ่มเป้าหมายดังนี้ นักเรียนศึกษาต่อต่างประเทศ นักการทูต 20,000 โดส, กทม. 100,000 โดส, ภูเก็ต 200,000 โดส, จังหวัดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 8 จังหวัด คือ กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ชลบุรี บุรีรัมย์ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ รวม 200,000 โดส จังหวัดอื่นๆ 67 จังหวัด 323,000 โดส, เจ้าหน้าที่สถานกักกันและราชทัณฑ์ 10,000 โดส, ตำรวจ 37,000 โดส, ทหาร 10,000 โดส และสำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาด 100,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซิโนแวค ล็อตที่ 2 ได้รับมาเมื่อวันที่ 14 พ.ค. จำนวน 500,000 โดส จัดส่งเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งเป็นการจัดสรรไปยังพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อฉีดวัคซีนเข็มแรกในพื้นที่ระบาด แบ่งเป็นการฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย 300,000 โดส และฉีดให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย 200,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนแอสตร้าเซนเนก้า 500,000 โดส ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ประเทศไทย คาดว่าจะจัดส่งได้วันที่ 21 พ.ค. โดยเป็นการจัดสรรไปยังพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อฉีดเข็มแรกในพื้นที่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกรมควบคุมโรคเสนอว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 500,000 โดส ควรบริหารจัดการโดยแบ่งเป็น การจัดสรรฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ในพื้นที่ 7 จังหวัด คือ กทม. สมุทรปราการ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และระนอง จำนวน 100,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนเข็มแรกแบ่งเป็น การบริหารนักการทูต องค์กรระหว่างประเทศ 20,000 โดส, กทม. 300,000 โดส และสำรองส่วนกลางสำหรับการตอบโต้การระบาด 80,000 โดส โดยกรมควบคุมโรคประเมินว่าในเดือน มิ.ย. จะมีวัคซีนเข้ามาอีก 6.8 ล้านโดส แบ่งเป็นซิโนแวค 1 ล้านโดส คาดว่าจะถึงไทย 22 พ.ค. และคาดว่าจะจัดส่งได้ช่วงต้นเดือน มิ.ย. ซึ่งจะเป็นการจัดสรรวัคซีนเข็มที่ 2 ในกลุ่มเป้าหมาย 77 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ แอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ประเทศไทย คาดว่าจะได้อีกจำนวน 5.8 ล้านโดส และจัดส่งได้ในเดือน มิ.ย. และจะเป็นการจัดสรรการฉีดเข็มแรกในพื้นที่ 77 จังหวัด แต่ยังคงเน้นพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่การระบาดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือน มิ.ย. จะมีแผนการปูพรมฉีดวัคซีนโควิดในพื้นที่ระบาด กทม.และปริมณฑล 3 รูปแบบ ที่แบ่งสัดส่วนดังนี้ นัดหมายผ่านแอปพลิเคชันหรือไลน์หมอพร้อม จำนวน 30% นัดหมายโดยตรงกับโรงพยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 50% และเปิดให้เดินเข้ารับวัคซีนแบบไม่ได้นัดหมาย หรือ walk in จำนวน 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งขั้นตอนการเข้ารับวัคซีนแบบ walk in จะต้องตรวจสอบสถานพยาบาลหรือจุดบริการฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาล โดยให้นำบัตรประชาชน หรือบัตรที่ราชการออกให้ หรือหนังสือเดินทาง จากนั้นให้แจ้งความประสงค์เข้ารับวัคซีน กรณีคิวเต็ม ให้เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนนัดหมายการฉีดวัคซีนในวันถัดไป ส่วนกรณีที่มีโรคประจำตัว ขอให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเป็นประจำเพื่อพิจารณาก่อนเข้ารับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกแนวทางที่จะทำให้การฉีดวัคซีนโควิดกระจายไปอย่างรวดเร็ว คือ การฉีดวัคซีนตามกลุ่มองค์กรต่างๆ ซึ่งกรมควบคุมโรคกำหนดแนวทางไว้ดังนี้ 1.ให้แต่ละจังหวัดสำรวจความต้องการวัคซีนของกลุ่มองค์กร เช่น ครู โรงงาน ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะ 2.ให้จังหวัดจัดบริการวัคซีนสำหรับองค์กรแบบปกติร่วมกับประชาชนทั่วไป หรือแบบกลุ่มองค์กรตามความเหมาะสม 3.หากหน่วยงานส่วนกลางส่งความต้องการวัคซีนมาที่กรมควบคุมโรค จะมีการจัดสรรวัคซีนให้ตามจังหวัดที่ตั้งหน่วยงาน และให้จังหวัดดำเนินการฉีดวัคซีนต่อไป และ 4.หากหน่วยงานต้องการจัดบริการร่วมกับภาคเอกชนหรือภาครัฐอื่นๆ กรมควบคุมโรคจะดำเนินการจัดสรรวัคซีนให้ ทั้งนี้ หน่วยงานจะต้องเตรียมทีมแพทย์ โรงพยาบาลที่รับผิดชอบ ผู้ประสานงาน และระบบข้อมูลตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องต้นเป็นแผนบริหารจัดการวัคซีนของกรมควบคุมโรค โดยหลังจากนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มเป้าหมาย-วิธีการกระจายวัคซีนเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปตามสถานการณ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, กางแผนบริหารฉีดวัคซีน  ก่อนกระจาย77จว.เดือนมิ.ย., เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3c143965a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
