<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังทอมโหด ศาลให้ประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจพหลโยธินยื่นฝากขังทอมตื้บแฟนสาหัส อายเอากระดาษปิดหน้า ศาลให้ประกัน 1.2 แสน นัดรายงานตัว 11 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ควบคุมตัว น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1678/2561 ลงวันที่ 23 ก.ค.2561 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสฯ กรณีใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ศีรษะแฟนสาว, เตะ และจับศีรษะกระแทกพื้น มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-5 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการถูกควบคุมตัวมาฝากขังนั้น เมื่อลงจากรถคุมตัวผู้ต้องหา น.ส.กาญจนา ซึ่งสวมหน้ากากอนามัย ได้ใช้กระดาษขาว A4 ปิดคลุมใบหน้ามิดชิด ก่อนจะเดินอย่างรวดเร็วไปยังห้องเวรชี้ (ห้องควบคุม) ชั้น 1 ใต้ถุนอาคารศาลอาญา ขณะที่ระหว่างนั้นมีกลุ่มประชาชนที่มารอญาติในคดีอื่นก็ให้ความสนใจมายืนมุงดูกัน โดยจับกลุ่มพูดคุยส่งเสียงวิจารณ์กันว่า ทำเขาแล้วก็มาปิดหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2561 เวลาตีหนึ่งเศษ ระหว่างที่ผู้ต้องหาและ น.ส.พิมพ์พิไล ปักษี ผู้กล่าวหา ที่คบหากับผู้ต้องหา จะเดินทางกลับจากการดื่มสังสรรค์ที่ห้องพักเพื่อน อาคารชุดเอส พี เพลส ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9-13 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ก็เกิดมีปากเสียงกันกับผู้ต้องหาที่ชั้นล่าง และเมื่อมาถึงชั้นล่างของอาคาร ผู้ต้องหาก็ได้ทำร้ายร่างกาย น.ส.พิมพ์พิไล จนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณกระดูกกะโหลกศีรษะ, บริเวณตาขวาแตกมีเลือดออกใต้เยื่อบุตาข้างขวา, ศีรษะบวมฟกช้ำ, บริเวณใบหน้ามีอาการบวมและแผลถลอก ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้นำตัว น.ส.พิมพ์พิไลส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ กระทั่ง น.ส.พิมพ์พิไลมีอาการดีขึ้น จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพร้อมขอออกหมายจับผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.00 น.เศษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย แล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และได้แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-200,000 บาท โดยทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมารดาของ น.ส.กาญจนาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว น.ส.กาญจนา ตีราคาประกัน 120,000 บาท ไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ และให้มารายงานตัวต่อศาลอาญาในวันที่ 11 ก.ย.นี้ เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา สินประเสริฐ, พิมพ์พิไล ปักษี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b587f000e591.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับทอมโหดอ้างเมา ทำแผน-รอฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมตัวสาวทอมทำแผนทำร้ายแฟนสาวเจ็บหนัก อ้างเมา หลังก่อคดีหนีไปกบดานที่บ้านเกิดสุโขทัย แต่ไม่รอด ชาวบ้านฮือตะโกนด่าทอ ตำรวจเตรียมส่งฝากขังต่อศาล 25 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน ได้นำตัว น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ สาวทอม ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย น.ส.พิมพิไล ปักษี แฟนสาวจนได้รับาดเจ็บสาหัส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เอพีเพลส ซอยรัชดา 36 แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. หลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ติดตามจับกุมได้ขณะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเกิด อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ได้มีประชาชนจำนวนมากมารอดูโฉมหน้าสาวทอม พร้อมตะโกนด่าทอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังประมาณ 20 นาย กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งใช้เชือกกั้นที่หน้าอพาร์ตเมนต์ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ตัวอาคาร เพื่อความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ จุดแรกในการทำแผนขณะที่ น.ส.กาญจนา และ น.ส.พิมพิไล ทะเลาะกันที่ลานจอดรถใต้อาคาร ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ใบหน้าและเตะซ้ำหลายครั้ง ส่วนจุดที่ 2 บริเวณหน้าประตูทางเข้าตัวอาคาร ที่ผู้ต้องหาลงจากรถจักรยานยนต์มาตบซ้ำก่อนจะขี่รถหลบหนีไป การทำแผนครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ จากนั้นตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างเกิดจากความมึนเมาสุรา หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะว่ามีสารเสพติดหรือไม่ และจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันที่ &amp;nbsp;25 ก.ค. ช่วงเช้า พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุที่ต้องคัดค้านเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะดูจากคลิปแล้วมีการข่มขู่ผู้เสียหาย และเกรงว่าจะหลบหนี เพราะพฤติกรรมหลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปต่างจังหวัด เข้าข้อกฎหมายในการคัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต้องออกหมายจับ ไม่ออกหมายเรียก เพราะหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้รับแจ้งได้มาตรวจที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้ต้องหา พบเพียงผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจึงให้หน่วยกู้ภัยนำตัวส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ เนื่องจาก น.ส.พิมพิไลได้รับบาดเจ็บมาก หลังจากนั้นผู้เสียหายได้มาที่ สน. แต่ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและยังไม่มีหมายจับ แต่หลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความ ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขอใบรับรองแพทย์ ขอออกหมายจับ เมื่อได้หมายจับจึงให้ฝ่ายสืบสวนประสานพื้นที่เข้าทำการจับกุม ส่วนที่ต้องตรวจสอบสารเสพติดเนื่องจากเขาอ้างเมา แต่จะเมาอะไรไม่ทราบ จึงต้องตรวจ ถ้าพบสารเสพติดต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ล่าสุดแจ้งเพียงข้อหาเดียวคือทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ โทษจำคุก 6-10 ปี เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอารมณ์ ถ้าใช้สติใจเย็นหน่อยคงไม่เกิดขึ้น จึงฝากไปยังประชาชนขอให้ใช้สติอย่าใช้อารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ในส่วนพยานแวดล้อมที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ เท่าที่มีการพูดคุย จากการซักถามเบื้องต้น พยานก็พยายามทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี รปภ.ก็ได้มาห้าม และโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนหญิงสาวชุดดำในคลิปให้แฟนถ่ายคลิป แล้วมาช่วยพูดทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนคนที่อยู่ข้างในอาคารไม่มีคีย์การ์ดออกมา พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุยังไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 374
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.พิมพิไล หรือน้องฟาง ผู้เสียหายถูกแฟนสาวทอมทำร้ายร่างกาย มารับเงินเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม โดยมีนายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนายวรวุฒิ อรุณศิริวัฒนา หัวหน้าประชาสัมพันธ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มารับเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนน้องฟาง แพทย์ตรวจพบมีอาการใบหน้าซีกขวาชา และกระดูกเบ้าตาแตก อยู่ระหว่างพักรักษาตัวที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยมีนัดผ่าตัดเส้นประสาทตาในวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งจะต้องรอผลการผ่าตัดและอาการข้างเคียงอื่นๆ ว่าจะต้องพักรักษาตัวกี่วัน จะต้องรอใบรับรองแพทย์ออกมาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจ่ายเงินเยียวยาจะให้เงินเยียวยาตามสภาพของผู้เสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา สินประเสริฐ, ปวีณา หงสกุล, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พิมพิไล ปักษี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b5731efd01bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมตัวสาวทอมทำแผนกระทืบแฟนสาวสาหัส อ้างเพราะเมา!ตร.หิ้วตรวจฉี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.ค.61 -&amp;nbsp; ที่สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.สมพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิาทธิ์ ผู้บังคับการนครบาล&amp;nbsp;2 (ผบก.น.2)&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน ได้นำตัว น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ สาวทอม ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย น.ส.พิมพิไล ปักษี แฟนสาวจนได้รับาดเจ็บสาหัส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เอพีเพลส ซอยรัชดา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;แยก9&amp;nbsp;แขวงจันเกษม เขตจตุจักร กทม.หลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ติดตามจับกุมได้ขณะหลบหนีไปอยู่ทีบ้านเกิด อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เมื่อช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ได้มีประชาชนจำนวนมากมารอดูโฉมหน้าสาวทอม พร้อมตะโกนด่าทอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นายกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งใช้เชือกกั้นที่หน้าอพาทเม้นไม่ให้สื่อมวลชนที่เข้าไปในพื้นที่ตัวอาคาร เพื่อความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ จุดแรกในการทำแผนขณะที่ น.ส.กาญจนา และ น.ส.พิมพิไล ทะเลาะกันลานจอดรถใต้อาคาร ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้หมวกกันน๊อคฟาดที่ใบหน้าและเตะซ้ำหลายครั้ง ส่วนจุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บริเวณหน้าประตูทางเข้าตัวอาคารที่ลงจากรถ จยย.มาตบซ้ำ ก่อนจะขังบรถหลบหนีไป การทำแผนครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาทีจึงแล้วเสร็จก่อนรีบนำตัวกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง พล.ต.ต.สมพงษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างเกิดจากการมึนเมาสุรา หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะว่ามีสารเสพติดหรือไม่อย่างไร และจะนำตัวไปฝากขังพรุ่งนี้ (&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ค.) ช่วงเช้าพร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุที่ต้องคัดค้านเนื่องจากเกลรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะดูจากคลิปแล้วมีการข่มขู่ผู้เสียหาย และเกรงว่าจะหลบหลนีเพราะพฤติกรรมหลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปต่างจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าข้อกฎหมายในการคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ต้องออกหมายจับไม่ออกหมายเรียกเพราะ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้รับแจ้งได้มาตรวจที่เกิดเหตุไม่พบผู้ต้องหาพบเพียงผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจึงให้หน่วยกู้ภัยนำตัวส่ง รพ.พระมงกุฏแจ้งวัฒนะ เนื่องจาก น.ส.พิมพิไล ได้รับบาดเจ็บมาก แต่หลังจากนั้นผู้เสียหายได้มาที่ สน.แต่ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและยังไม่มีหมายจับ แต่หลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความได้รวบรวามพยานหลักฐานขอใบรับรองแพทย์ขอออกหมายจับ เมื่อได้หมายจับจึงให้ฝ่ายสืบสวนประสานพื้นที่เข้าทำการจับกุม ส่วนที่ต้องตรวจสอบสารเสพติดเนื่องจากเขาอ้างเมา แต่จะเมาอะไรไม่ทราบจึงต้องตรวจถ้าพบสารเสพติดต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ล่าสุดแจ้งเพียงข้อหาเดียวคือทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บโทษจำคุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอารมณ์ ถ้าใช้สติใจเย็นหน่อยคงไม่เกิดขึ้นจึงฝากไปยังประชาชนขอให้ใช้สติอย่าใช้อารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.เปิดเผยต่อว่า ส่วนพยานแวดล้อมที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือเท่าที่มีการพูดคุย จากการซักถามเบื้องต้นพยานก็พยายามทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี รปภ.ก็ได้มาห้ามโทรแจ้งตำรวจ ส่วนหญิงสาวชุดดำในคลิปให้แฟนถ่ายคลิปให้แล้วมาช่วยพูดทำให้สถาการณ์ดีขึ้น ส่วนคนมที่อยู่ข้างในไม่มีคีการ์ดออกมา พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุยังไม่เข้าข่าย ม.374&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14005</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา สินประเสริฐ, พล.ต.ต.สมพงษ์  ชิงดวง, สน.พหลโยธิน, สาวทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56c1de0e735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับทอมสุดโหด กันน็อกฟาดแฟนยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 01.00 น.เศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ น.ส.พิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 2.5 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าว
อีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 ก.ค.นี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Thikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า &amp;quot;ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแม่ของ น.ส.พิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ น.ส.พิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. นางปวีณาได้นำตัว น.ส.พิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.46 น.ของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.พิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทร.มาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13886</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thikampron Kaain, กาญจนา สินประเสริฐ, ปวีณา หงสกุล, พิมพ์พิไล ปักษี, รพ.มงกุฎวัฒนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองโซอู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b548acfcf377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
