<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก26ปีพ่อเลี้ยงฆ่าทารกหมอนกดจนสิ้นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจำคุกพ่อเลี้ยงโหด 26 ปี เมายาบ้ารำคาญเสียงร้องลูกเลี้ยงวัยแค่ 6 เดือน ใช้หมอนกดทับร่างจนขาดใจตายไปต่อหน้า เมียกลับเข้าบ้านรู้เรื่อง รักผัวมากกว่าลูก ช่วยซ่อนเร้นศพนำไปทิ้งในที่รกร้าง ต้องคำพิพากษาก่อนหน้านี้ จำคุก 2 ปี 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 เมษายนนี้ ที่ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีความผิดต่อชีวิตหมายเลขดำ อย.4011/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายวิทวัส หรือกัส จิตธโนปจัย อายุ 23 ปี พ่อเลี้ยงโหดใช้หมอนทับลูกเลี้ยงจนสิ้นใจ ก่อนนำศพใส่ตะกร้าไปทิ้งปากซอยย่านห้วยขวาง เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 199, 288, 366/3 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ย.2561 เวลากลางคืน จำเลยจับเด็กทารกชายวัย 6 เดือนพลิกคว่ำหน้าลงกับพื้นเตียงแล้วนำผ้าห่มห่อคลุมร่างไว้ ก่อนนำหมอนวางทับผ้านวม แล้วนอนหนุนกดทับร่างเด็กทารกที่อยู่ใต้ผ้าห่มนาน 30 นาที โดยมีเจตนาฆ่าเด็กทารก จนถึงแก่ความตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ จากนั้นจำเลยกับ น.ส.กาญจนา ทศสว่าง มารดาของเด็กทารก ซึ่งแยกดำเนินคดี ได้ร่วมกันเคลื่อนย้ายศพ โดยนำศพใส่ตะกร้าเสื้อผ้า มีเสื้อผ้าวางปิดบังศพไว้ แล้วนำไปทิ้งบริเวณที่ดินรกร้าง ริมถนนประชาอุทิศ ซอยรัชดานิเวศน์ แยก 5 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. เพื่อปิดบังการตาย นอกจากนี้ยังพบว่าจำเลยได้เสพเมตแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า โดยใช้ไฟลนแล้วสูดดมควันเข้าร่างกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยให้การรับสารภาพ และถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศาลเบิกตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพว่าวันเกิดเหตุจำเลยอยู่กับผู้ตายเพียง 2 คนในห้องเช่า โดยผู้ตายร้องไห้เสียงดัง จำเลยเกิดความรำคาญ จึงใช้ผ้าห่มกดทับร่างของผู้ตายจนเสียชีวิตแล้ว เมื่อมารดาของผู้ตายกลับมาจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ก่อนจะนำศพไปทิ้งยังที่ดินรกร้าง ริมถนนประชาอุทิศ ซอยรัชดานิเวศน์ แยก 5&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์มี น.ส.กาญจนา เทศสว่าง มารดาของผู้ตายเบิกความเป็นพยานสอดคล้องกับคำรับสารภาพของจำเลย จึงเชื่อว่าคำให้การเป็นความจริง ไม่ใช่เพื่อปัดความผิด ประกอบกับผลตรวจศพของแพทย์ระบุว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ สอดคล้องกับคำรับสารภาพของจำเลย ซึ่งหากจำเลยไม่ได้กระทำผิดคงไม่ทราบถึงสาเหตุการตาย พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานซ่อนเร้นศพ จำคุก 2 ปี และเสพเมตแอมเฟตามีนจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานฆ่าผู้อื่น จากจำคุกตลอดชีวิตเปลี่ยนเป็นโทษจำคุก 50 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 25 ปี, ฐานซ่อนเร้นศพ จำคุก 1 ปี และฐานเสพเมตแอมเฟตามีนจำคุก 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยไว้ทั้งสิ้น 26 ปี 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส.กาญจนา เทศสว่าง มารดาของผู้ตาย ถูกฟ้องแยกอีกสำนวนหนึ่ง เป็นคดีหมายเลขดำ อย.3635/2561 ในข้อหาช่วยให้ผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นฯ, ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย และโดยไม่มีเหตุอันสมควร, เสพเมตแอมเฟตามีนโดยผิดกฎหมาย โดยศาลได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีผิดฐานช่วยให้ผู้อื่นได้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหายฯ จำคุก 4 ปี, ฐานเสพเมตแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34313</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา เทศสว่าง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbf189f10786.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพิพากษาจำคุก 26 ปี 3 เดือน พ่อเลี้ยงโหดฆ่าลูกเลี้ยงวัย 6 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย. 62 -&amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีความผิดต่อชีวิตหมายเลขดำ อย.4011/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายวิทวัส หรือกัส จิตธโนปจัย อายุ 23 ปี พ่อเลี้ยงโหดใช้หมอนทับลูกเลี้ยงจนสิ้นใจ ก่อนนำศพใส่ตะกร้าไปทิ้งปากซอยย่านห้วยขวาง เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 199, 288, 366/3 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2561 เวลากลางคืน จำเลยจับเด็กทารกชายวัย 6 เดือนพลิกคว่ำหน้าลงกับพื้นเตียงแล้วนำผ้าห่มห่อคลุมร่างไว้ก่อนนำหมอนวางทับผ้านวมแล้วนอนหนุนกดทับร่างเด็กทารกที่อยู่ใต้ผ้าห่มนาน 30 นาทีโดยมีเจตนาฆ่าเด็กทารก จนถึงแก่ความตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ จากนั้นจำเลยกับ น.ส.กาญจนา ทศสว่าง มารดาของเด็กทารก&amp;nbsp; ซึ่งแยกดำเนินคดี ได้ร่วมกันเคลื่อนย้ายศพโดยนำศพใส่ตะกร้าเสื้อผ้ามีเสื้อผ้าวางปิดบังศพไว้แล้วนำไปทิ้งบริเวณที่ดินรกร้าง ริม ถ.ประชาอุทิศ ซ.รัชดานิเวศน์ แยก 5 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. เพื่อปิดบังการตาย นอกจากนี้ยังพบว่า จำเลยจำเลยได้เสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้าโดยใช้ไฟลนแล้วสูดดมควันเข้าร่างกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยให้การรับสารภาพ และถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศาลเบิกตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพว่าวันเกิดเหตุจำเลยอยู่กับผู้ตายเพียง 2 คนในห้องเช่า โดยผู้ตายร้องไห้เสียงดัง จำเลยเกิดความรำคาญ จึงใช้ผ้าห่มกดทับร่างของผู้ตายจนเสียชีวิตแล้ว เมื่อมารดาของผู้ตายกลับมาจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ก่อนจะนำศพไปทิ้งที่ ที่ดินรกร้าง ริม ถ.ประชาอุทิศ ซ.รัชดานิเวศน์ แยก 5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์มี น.ส.กาญจนา เทศสว่าง มารดาของผู้ตายเบิกความเป็นพยานสอดคล้องกับคำรับสารภาพของจำเลย จึงเชื่อว่าคำให้การของเป็นความจริง ไม่ใช่เพื่อปัดความผิด ประกอบกับผลตรวจศพของแพทย์ระบุว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ สอดคล้องกับคำรับสารภาพของจำเลย ซึ่งหากจำเลยไม่ได้กระทำผิด คงไม่ทราบถึงสาเหตุการตาย พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานซ่อนเร้นศพ จำคุก 2 ปี และเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานฆ่าผู้อื่น จากจำคุกตลอดชีวิตเปลี่ยนเป็นโทษ จำคุก 50 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 25 ปี ,ฐานซ่อนเร้นศพ จำคุก 1 ปี และฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก จำเลยไว้ทั้งสิ้น 26 ปี 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส.กาญจนา เทศสว่าง มารดาของผู้ตาย ถูกฟ้องแยกอีกสำนวนหนึ่ง เป็นคดีหมายเลขดำ อย.3635/2561 ในข้อหา ช่วยให้ผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นฯ, ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย และโดยไม่มีเหตุอันสมควร, เสพเมทแอมเฟตามีนโดยผิดกฎหมาย โดยศาลได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีผิดฐานช่วยให้ผู้อื่นได้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ฯ จำคุก 4 ปี, ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6&amp;nbsp; จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34265</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา เทศสว่าง, คดีข่มขืนกระทำชำเรา, พ่อเลี้ยงโหด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe9c5821973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
