<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้อมพลทหารโคม่า ปั๊มหัวใจ-ช้ำทั้งตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติร้องหลานชายทหารเกณฑ์ถูกซ้อมในค่ายทหาร ก่อนถูกหามเข้าห้องไอซียู รพ.อานันทมหิดล หมอเผยโอกาสรอดแค่ 30% หัวใจหยุดเต้น 2-3 ครั้งต้องปั๊มช่วย ผบ.ทบ.แจงเป็นเรื่องพลทหารทะเลาะกันเอง ยันระบบซ่อมไม่มีอีกแล้ว ด้าน ผบ.กองพันเผยสั่งขังคนทำผิดพร้อมพาญาติเข้าแจ้งความ แต่ยอมรับดูแลลูกน้องไม่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;บิ๊กเกรียน&amp;quot; เปิดเผยว่า นายคชา พะชะ อายุ 22 ปี เป็นทหารเกณฑ์ ถูกทหารรุ่นพี่ 3 คนซ้อมในค่าย อาการปางตาย ถูกส่งตัวด่วนเข้าห้องไอซียู รพ.อานันทมหิดล จ.ลพบุรี เมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค. โดยแม่ของพลทหารคชาเล่าว่า มีเพื่อนทหารแอบโทร.มาบอกว่าลูกชายถูกทหารรุ่นพี่ทำร้าย จึงติดต่อไปยังผู้บังคับบัญชา ทราบว่าได้ควบคุมตัวทหารที่ทำร้ายไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.กาญจนาภรณ์ สีหะวงค์ น้าสาวของนายคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี&amp;nbsp;ให้รายละเอียดว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์ติดต่อนางรุ่งฤดู สีหะวงค์ อายุ 45 ปี แม่พลทหารคชา ว่าลูกชายถูกนำส่ง รพ.อานันทมหิดล เนื่องจากมีอาการน็อกระหว่างออกไปซ้อม หลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งว่า พลฯ คชาหัวใจหยุดเต้น ซึ่งแพทย์ได้ปั๊มหัวใจมา 15 นาทีแล้ว ญาติจะอนุญาตให้ปั๊มหัวใจต่อหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดเหตุซี่โครงหักได้ จึงได้แจ้งไปว่าให้ปั๊มจนกว่าหัวใจจะเต้น จากนั้นทุกคนก็เดินทางจากบ้านพักใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ไปยัง รพ.ถึงราว 6 โมงเช้า พบว่าพลฯ คชาอยู่ในห้องไอซียูและใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์แจ้งว่าโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้แม่ทำใจ ถ้าฟื้นขึ้นมาอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะสมองขาดออกซิเจนนาน เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นไป 2-3 ครั้ง ตอนมาถึงโรงพยาบาลก็มีอาการไตวายด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กาญจนาภรณ์กล่าวว่า ในช่วงสายได้มีนายทหารยศพันโทโทรศัพท์ติดต่อมา ยอมรับว่าหลานชายไม่ได้น็อกไปเอง แต่มีพลทหารรุ่นพี่ 3 คนทำการซ่อม และได้จับทั้ง 3 คนขังคุกทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินคดีอะไร เบื้องต้นทั้ง 3 คนรับสารภาพว่าซ่อมรุ่นน้องจริง นายทหารคนดังกล่าวยังบอกว่าจะรักษาและดูแลเต็มที่ แต่ไม่อยากให้เป็นข่าว หลังจากนั้นญาติจึงได้พลิกร่างพลฯ คชา พบว่าบริเวณหน้าอกและเอวมีรอยช้ำบวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้าของพลฯ คชายังระบุว่า เวลาต่อมาได้มีทหารมาที่ห้องไอซียู ห้ามทุกคนถ่ายภาพพลฯ คชา และจนถึงขณะนี้ อาการของ พลฯ คชายังทรงตัว ทำให้ครอบครัวร้อนใจอยากย้ายโรงพยาบาล แต่ก็มีนายทหารพยายามเกลี้ยกล่อมให้อยู่ต่อ ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และเร่งรัดพาหลานชายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพลฯ คชา มีภรรยาแล้ว มีลูกสาว 1 คน และขณะนี้ภรรยากำลังตั้งท้องคนที่ 2 เข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ใช่เป็นการซ่อม เท่าที่ทราบเป็นการวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันและบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าระบบซ่อมต่างๆ ไม่มีแล้ว อาจจะเป็นไปได้คนอยู่ด้วยกันทุกวันอาจทะเลาะเบาะแว้งชกต่อยกัน เป็นเรื่องเฉพาะตัวซึ่งหน่วยก็ดำเนินการไปแล้ว ส่วนกรณีญาติไปร้องนายกรัฐมนตรีนั้น ตนจะตรวจสอบรายละเอียดให้ ไม่ต้องกังวล เรื่องเหล่านี้เป็นนโยบาย เรื่องการซ่อม การทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมาอาจจะมีบ้างที่มีความขัดแย้งในกลุ่มทหารด้วยกันเอง แต่ถ้าใครผิดก็ดำเนินการทั้งวินัยและอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ท.มลชัย ยิ้มอยู่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก็ได้นำพลทหารคชาส่งโรงพยาบาล ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ ส่วนผู้ที่กระทำความผิด คือพลทหารด้วยกันเอง 3 นาย ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับกองพันก็ไม่ได้ปิดบังความผิดตั้งแต่ต้น ซึ่งสามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา โดยขณะนี้การดำเนินการทางวินัยได้สั่งลงโทษพลทหารทั้ง 3 นายไปแล้ว รวมถึงนายสิบเวรที่กำกับดูแลพลทหารเหล่านั้นด้วย ส่วนโทษทางอาญาเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ได้พาครอบครัวไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี เรียบร้อยแล้ว และครอบครัวของพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้เจอตัวลูกชายของเขาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พลทหารทั้ง 3 นายได้สารภาพว่าเป็นผู้กระทำ โดยเป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันเอง สิ่งที่ดำเนินการที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง และครอบครัวพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ขอบคุณที่ดูแลลูกชายเขาเป็นอย่างดี แต่ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับกองพันก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าดูแลลูกน้องไม่ดี&amp;quot; พ.ท.มลชัยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16033</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนาภรณ์ สีหะวงค์, คชา พะชะ, พ.ท.มลชัย ยิ้มอยู่, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7eb2e7cdfa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
