<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ป้องนาฬิกาหรูเรื่องเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ป้อง &amp;quot;ป้อม&amp;quot; นาฬิกาหรูเรื่องเล็ก &amp;nbsp;ไม่เกี่ยวดัชนีโปร่งใสไทยร่วง อ้างมาจากสถานะรัฐบาล &amp;nbsp;ดีเอสไอล่าตัว &amp;quot;พ่อศิธา&amp;quot; หนีคดีฟอกเงินกรุงไทย ยังไม่พบร่องรอยเลขาฯ หญิงอ้อกับสามี คาดใช้พาสปอร์ตสัญชาติอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ประกาศค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2018 ของประเทศไทยได้ 36 คะแนน อยู่ลำดับที่ 99 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ลดลงจากปีก่อนที่ได้ 37 คะแนน อยู่อันดับที่ 96 ของโลก ว่ารัฐบาลไม่ต้องวางมาตรการอะไรเพิ่มเติม เพราะวางไว้หมดแล้ว เพียงแต่มาดูว่าที่อันดับตกลง ตกตรงไหนอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เขามองอยู่คือการเป็นรัฐบาลแบบนี้ จะตรวจสอบได้หรือตรวจสอบไม่ได้ แต่ตนเห็นว่าตรวจสอบได้ทุกองค์กร เมื่อเขาตรวจสอบผลออกมา &amp;quot;อย่างไรก็ต้องยอมรับกันบ้าง หากตรวจสอบแล้วไม่ยอมรับกันเลย เพราะผลสอบไม่เข้าข้าง เวลาตรวจสอบตัวเองไม่มีปัญหาก็ชอบ แต่บางอย่างเมื่อตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหาก็บอกว่าไม่เป็นธรรม คนที่ตรวจสอบเขาก็ทำงานไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปประเมินอีกทางหนึ่ง ผมเองไม่ได้ทำประโยชน์อะไรของตัวเองสักอย่าง อย่างน้อยคะแนนผมก็เต็มตรงนี้ ให้ผมไหม&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งที่อันดับของไทยตกลง เป็นผลมาจากกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และกลาโหม หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;โอ๊ย มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วเขาตัดสินมาหรือยัง เมื่อตัดสินแล้วก็จบ ให้จบๆ ไปเป็นเรื่องๆ บ้าง แล้วคดีใหญ่ๆ บางคดีมันก็จบไม่ใช่หรือ ทั้งๆ ที่ขัดแย้งต่อสายตาประชาชน มันก็จบใช่หรือไม่ ของไอ้คนหนีคดีก็หลายเรื่องก็จบ ทำไมไม่ดูตรงนู้น เชื่อมั่นกันหน่อยสิ ดูหลักฐานแนวทางที่เขาตรวจสอบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;นโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาทุจริต ทั้งหมดต้องกล้าแสดงออก กล้าแจ้งความ ไม่ต้องกลัว เราจะไปกลัวคนไม่ดีทำไม แต่คนดีๆ กลับไม่กลัว และไม่ต้องมากลัวตนทั้งสิ้น เพราะทำให้พวกท่านคนจน ทั้งนี้ อย่าให้ใครมาใช้ประโยชน์จากความบริสุทธิ์ใสซื่อของท่านไปเป็นประโยชน์ทางการเมืองโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีสำนักงานอัยการสูงสุดเตรียมประสานให้ดีเอสไอติดตามตัว นายมานพ ทิวารี ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับเครือกฤษดามหานครว่า หลังได้รับหนังสือประสานความร่วมมืออย่างป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุด จะส่งเรื่องให้ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวนายมานพ ซึ่งได้รับการประกันตัวในชั้นการสอบสวนของอัยการ โดยข้อมูลเบื้องต้นปรากฏว่า นายมานพขออนุญาตเดินทางไปเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าหลังเดินทางออกนอกประเทศแล้ว นายมานพได้กลับเข้ามาในประเทศไทยบ้างหรือไม่ หากไม่เคยกลับเข้าประเทศไทยเลย ดีเอสไอจะร้องขอให้ศาลอนุมัติหมายจับและเริ่มกระบวนการขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีดีเอสไอยังกล่าวถึงการติดตามตัวนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาอีก 2 ราย ในคดีฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยว่า ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างติดตามตัว แต่ปรากฏข้อมูลครั้งสุดท้ายว่านางกาญจนาภาและนายวันชัย ซึ่งได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวนของอัยการได้ออกเดินทางจากไทยไปยังเกาะฮ่องกง จากนั้นก็ไม่ปรากฏร่องรอยใดๆ อีก คาดว่าบุคคลทั้ง 2 เปลี่ยนไปใช้พาสปอร์ตสัญชาติอื่นทำให้ติดตามตัวไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28031</URL_LINK>
                <HASHTAG>Transparency International, กาญจนาภา หงษ์เหิน, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5301228ddfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการนัดฟ้อง&#039;มานพ ทิวารี&#039;คดีกรุงไทย30ม.ค.นี้ ส่วน&#039;โอ๊ค&#039;ต้องรายงานตัวศาล26มี.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงรอส่งตัวฟ้องนายมานพ ทิวารี บิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินรับโอนเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ธ.กรุงไทยฯ กับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ ว่า หลังจากที่คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องนายมานพ พร้อมกับนางกาญจนาภา หงษ์เหิน (เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) และนายวันชัย หงษ์เหิน (สามีของนางกาญจนาภา) ซึ่งในส่วนของนายมานพนั้น ให้มาพบกับอัยการในวันที่ 29 พ.ย. 2561 เพื่อจะยื่นฟ้อง แต่ขณะเดียวกันนั้นนายมานพ ก็ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด แต่คณะทำงานอัยการพิจารณาแล้วก็มีความเห็นยืนยันสั่งฟ้อง โดยอัยการกำหนดนัดให้นายมานพมาพบในวันที่ 30 ม.ค. 2562 เวลา 10.00 น. เพื่อจะนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งอัยการได้แจ้งด้วยว่าหากไม่มาพบตามเวลาที่นัดหมายก็จะพิจารณาให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการตามขั้นตอนขอออกหมายจับที่จะติดตามตัวมาฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนางกาญจนาภาและนายวันชัย (อัยการมีคำสั่งให้ฟ้องข้อหาร่วมฟอกเงินและสมคบฟอกเงินในการรับโอนเช็คจำนวน 26 ล้านบาท) ก่อนหน้านี้ทางคณะทำงานอัยการฯ ก็แจ้งให้ดีเอสไอติดตามตัวทั้งสองมาฟ้องแล้ว ซึ่งมีการให้ออกหมายจับทั้งสองแล้ว ก็ต้องรอการติดตามหาตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาส่งฟ้องศาลภายในอายุความต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีสมคบฟอกเงินที่เกี่ยวกับการโอนและรับโอนเงินซึ่งเกี่ยวข้องการทุจริตปล่อยกู้ของ ธ.กรุงไทยฯ กับเครือข่ายธุรกิจกฤษดามหานครนั้น ก่อนหน้านี้อัยการได้ยื่นฟ้องไปแล้ว 2 สำนวน สำนวนแรกส่วนของผู้โอน คือกลุ่มธุรกิจกฤษดามหานคร ซึ่งได้ยื่นฟ้องนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 79 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับพวกรวม 6 คนต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2561 เป็นคดีหมายเลขดำ อท.214/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯ มาตรา 4, 5, 9, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จากกรณีระหว่างวันที่ 11 ก.ย. 2546 &amp;ndash; ธ.ค. 2547 เมื่อมีการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ผู้เสียหายให้กับ บมจ.กฤษดามหานครและบริษัทในเครือโดยมิชอบแล้ว จำเลยกับพวกอีกหลายคนสมคบกันฟอกเงินที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ จำนวน 10,400,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสี่ร้อยล้านบาท) นั้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนายวิชัย ผู้บริหารกฤษดามหานคร ก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนวนที่ 2 กลุ่มรับโอนเงิน ที่ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร (บุตรชายคนโตอายุ 38 ปี ของนายทักษิณ) ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 ฐานสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 ซึ่งศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.245/2561 และได้นัดตรวจเอกสารหลักฐานต่อเนื่องในเดือน ม.ค. 2562 &amp;ndash; เม.ย. 2562 โดยจะนัดตรวจหลักฐานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ขณะที่นายพานทองแท้ได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนที่มีข่าวว่านายพานทองแท้เตรียมจะเดินทางไปร่วมการแต่งงานของน้องสาวคนเล็ก น.ส.แพทองธาร หรืออุ๊งอิ๊ง ที่ต่างประเทศ ในเดือน มี.ค. 2562 นี้ ทีมทนายความก็ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง แล้วเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้นายพานทองแท้ จำเลย เดินทางออกนอกประเทศ โดยนายพานทองแท้ มีกำหนดที่จะต้องเดินทางกลับมารายงานตัวต่อศาลภายในวันที่ 26 มี.ค.นี้ หลังจากเดินทางไปร่วมงานแต่งงานดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนาภา หงษ์เหิน, คดีกรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, ฟอกเงิน, มานพ ทิวารี, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd867cda883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ออกหมายจับ&#039;กาญจนาภา-วันชัย&#039;หนีคดีฟอกเงินกรุงไทยดีเอสไอพบเผ่นไปฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 61- พ.ต.อ.ไพสิฐ&amp;nbsp; วงศ์เมือง&amp;nbsp; อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่12 พ.ย.ที่ผ่านมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อนุมัติหมายจับนางกาญจนาภา&amp;nbsp; หงษ์เหิน&amp;nbsp; เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย&amp;nbsp; หงส์เหิน&amp;nbsp; ผู้ต้องหาคดีความผิดฐานฟอกเงินในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)ให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังผู้ต้องหาไม่เดินทางเข้ารับฟังคำสั่งฟ้องของอัยการตามนัดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการตรวจสอบของดีเอสไอพบว่าหลังจากมีการส่งสำนวนพร้อมผู้ต้องหาให้อัยการไปเมื่อวันที่ 25 ก.ค. และอัยการได้ปล่อยตัวโดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขประกันตัว&amp;nbsp; ต่อมาในเดือนต.ค.ก็พบว่าบุคคลทั้งสองได้เดินทางออกนอกประเทศปลายทางคือเกาะฮ่องกง&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นการเป็นการเดินทางออกนอกประเทศก่อนกำหนดนัดที่อัยการนัดมาฟังคำสั่งฟ้อง&amp;nbsp; โดยหลังจากนี้ดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบประเทศปลายทางว่าหลังจากฮ่องกงแล้วได้เดินทางยังประเทศใดอีกเพื่อให้ทราบถิ่นที่อยู่และส่งเรื่องอัยการสูงสุดประสานเพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน&amp;nbsp; กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย&amp;nbsp; ทั้งนี้ อายุความคดีดังกล่าวจะไม่ขาดลงในเดือนม.ค. 62 เนื่องจากเป็นคดีที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;nbsp; ทำให้คดีไม่มีอายุความแม้ผู้ต้องหาหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)กล่าวโทษให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับนางเกศินี&amp;nbsp; จิปิภพ&amp;nbsp; นางกาญจนาภา&amp;nbsp; หงส์เหิน&amp;nbsp; นายวันชัย&amp;nbsp; หงส์เหิน&amp;nbsp; และนายพานทองแท้&amp;nbsp; ชินวัตร&amp;nbsp; ในความผิดฐานฟอกเงินและโดยดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการซึ่งมีการนัดฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่าน แต่ปรากฏว่านางกาญจนาภา&amp;nbsp; และนายวันชัย&amp;nbsp; ไม่เดินทางมาตามกำหนดนัดโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp; พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 จึงขอให้ดีเอสไอดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหาทั้งสองโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนต่อมาพบว่าบุคคลทั้งสองได้เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.&amp;nbsp; และเนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯเมื่อมีพฤติการณ์หลบหนี ดีเอสไอจึงยื่นคำขอต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯเพื่อให้ออกหมายจับ กระทั่งนำไปสู่ออกหมายจับเลขที่&amp;nbsp; จ.115/2561 ลงวันที่ 12 พ.ย. 61 ให้จับตัวนางกาญจนาภา&amp;nbsp; และหมายจับเลขที่ จ.116/2561 ลงวันที่ 12 พ.ย. 61ให้จับนายวันชัย มาดำเนินคดีตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22089</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษดามหานคร, กาญจนาภา หงษ์เหิน, คดีฟอกเงินกรุงไทย, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พานทองแท้ ชินวัตร, ศาลอาญาทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd989d420572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีดีเอสไอลั่นขอหมายจับหาก&#039;เลขาฯหญิงอ้อ&#039;มีพฤติการณ์หลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 61 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีอัยการจะประสานให้ดีเอสไอติดตามตัว นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายวันชัย หงษ์เหิน สามี ผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงินเกี่ยวกับการโอนและรับโอนเงิน 26 ล้านบาท ที่ได้จากการทุจริตอนุมัติสินเชื่อจากกรุงไทยฯให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร&amp;nbsp; มาให้อัยการเพื่อนำตัวส่งฟ้อง ภายหลังวันนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ไม่มาพบอัยการตามนัดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องว่า ขั้นตอนการดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหา ดีเอสไอต้องรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีมาให้อัยการส่งฟ้อง เพราะที่ผ่านมาได้ส่งตัว 2 คนให้พนักงานอัยการไปแล้ว แต่หากไม่พบตัวหรือมีพฤติการณ์หลบหนีจะขอให้ศาลอนุมัติหมายจับต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าบุคคลทั้งสองยังอยู่ในประเทศหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาได้รับการประสานจากผู้ต้องหาว่าจะมาฟังคำสั่งในชั้นอัยการและจะใช้สิทธิ์ต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กาญจนาภา หงษ์เหิน, ดีเอสไอ, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd989d420572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายจับเบิร์ธเดย์แม้ว ศาลแจกใบที่5ฉลอง69ปี ส่งฟ้อง&#039;โอ๊ค&#039;โกงกรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉลองวันเกิด &amp;quot;น.ช.ทักษิณ&amp;quot; ศาลฎีกาฯ ออกหมายจับใบที่ 5 คดีทุจริตหวยบนดิน นัดตรวจหลักฐาน 14 พ.ย. &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; ส่งความเห็นฟ้อง &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; &amp;nbsp;พร้อมอดีตเลขาฯ พจมาน-สามีคดีฟอกเงิน ธ.กรุงไทย ให้อัยการนัดสั่งคดีครั้งแรก 5 ก.ย.นี้ สมุนแม้วถึงลอนดอนแล้ว รอถกนายใหญ่แก้เกมพลังดูด &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ประชดคงจะโดนล้อมจับ นปช.สกลฯ เย้ยสามมิตรเดินสายทาบเสื้อแดงแค่การตลาด &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; สั่งทนายแจงไม่เคยฮุบเงินค่าทนายเสื้อแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 25 กรกฎาคม องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดํา อม.1/2551 ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าเป็นคู่ความแทน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ในความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 90, 91, 147, 152, 153, 154 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 และ 11 กรณีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยบนดิน) หลัง ป.ป.ช.ยื่นรื้อฟื้นคดีตามกฎหมายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ป.ป.ช.โจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ กรณีหากไม่สามารถจับกุมได้ภายใน 3 เดือน ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องทำต่อหน้าจำเลยได้ แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยในการต่อสู้คดี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง ให้โจทก์ติดตามผลการจับกุมพร้อมรายงานให้ศาลรับทราบ ส่วนที่จำเลยไม่มาศาลในการพิจารณาครั้งแรก ให้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 33 วรรคสาม จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 14 พ.ย.2561 เวลา 14.00 น. โดยให้โจทก์ยื่นบัญชีพยานหลักฐานก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่า 14 วัน และให้ส่งหมายแจ้งให้จำเลยทราบ หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหมายจับให้มาฟังพิจารณาคดีที่ศาลออกให้ดังกล่าว ถือเป็นหมายจับใหม่ใบที่ 5 เนื่องจากเป็นการเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายใหม่ โดยที่หมายจับใบเดิมในคดีนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งยกเลิกและยังไม่ถือว่าหมดอายุความ ในคดีที่อัยการสูงสุดและ ป.ป.ช. ในฐานะโจทก์ยื่นฟ้องคดี และยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีลับหลังจำเลยตามกฎหมายใหม่ ประกอบด้วย คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย, คดีทุจริตการปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์, คดีออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต และคดีฟื้นฟูกิจการทีพีไอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้พานางกาญจนาภา หงษ์เหิน ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 23, นายวันชัย หงษ์เหิน ซึ่งเป็นสามีของนางกาญจนาภา และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของคุณหญิงพจมาน และนายทักษิณ เป็นผู้ต้องหาที่ 2-4 คดีร่วมกันฟอกเงิน พร้อมสำนวนเอกสารหลักฐานหลายลังใหญ่ และความเห็นควรฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานครโดยมิชอบ ซึ่งมีธุรกรรมการเงินจำนวน 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท เข้าไปยังกลุ่ม และความเห็นควรไม่ฟ้องนางเกศินี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 1 มาส่งให้อัยการ ณ สำนักงานอธิบดีอัยการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาและมีความเห็นสั่งคดีต่อไป
&amp;quot;โอ๊ค&amp;quot;เหน็บจะโดนล้อมจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า หลังจากอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้รับสำนวนคดีทั้งหมดพร้อมตัวผู้ต้องหาแล้ว ก็ได้นัดให้นางกาญจนาภา, นายวันชัย และนายพานทองแท้ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาทั้งสามคนที่มารายงานตัววันนี้มาพบอัยการ เพื่อรับทราบความเห็นในการสั่งคดีครั้งแรกในวันที่ 5 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งผู้ต้องหาก็จะต้องเดินทางมารายงานตัวทุกครั้งตามนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพฤติการณ์ตรวจสอบการฟอกเงินที่เกี่ยวกับการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยฯ นั้น ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ส่งสำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกลุ่มอื่นมาให้อัยการแล้ว ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนและการร้องขอความเป็นธรรมที่ผู้ต้องหายื่นเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของกลุ่มนางกาญจนาภา และนายพานทองแท้ ที่ส่งสำนวนกล่าวหาฟอกเงินให้อัยการในวันนี้ ถือเป็นสำนวนที่ 2 แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมแต่อย่างใด โดยส่วนที่ดีเอสไอมีความเห็นควรไม่ฟ้องนางเกศินีนั้น อัยการก็จะได้พิจารณาต่อไป ซึ่งหากภายหลังอัยการพิจารณาแล้วจะมีคำสั่งให้ฟ้อง ก็จะแจ้งให้นำตัวนางเกศินีมาส่งให้อัยการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับงานวันเกิด 69 ปี วันที่ 26 ก.ค.ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มีบรรดาแกนนำพรรคคนสนิทเดินทางไปหลายคน ทั้งระดับแกนนำพรรค คนในครอบครัว และกลุ่มอดีต ส.ส.ระดับแกนนำโซนภูมิภาค อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวและแกนนำพรรค, นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ รวมทั้งบุตรสาว 2 คน เอม-พินทองทา ชินวัตร อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่เดินทางไปกับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ โดยคณะแกนนำพรรคและกลุ่มอดีต ส.ส.ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนแล้ว และรอพบปะกับนายทักษิณ ที่จะจัดงานเลี้ยงขอบคุณต่อคณะที่เดินทางไปในช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ค. คาดว่าจะมีการพูดคุย วิเคราะห์ถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะประเด็นส.ส.ย้ายพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า คณะคนที่เดินทางไปนั้น ไม่มีบุคคลจากคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยไปด้วย เนื่องจากป้องกันประเด็นข้อกฎหมาย หากถูกตรวจสอบพบว่าไปหรือจับภาพได้ อาจจะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาเชื่อมโยงนำไปสู่ประเด็นการร้องให้มีการยุบพรรคได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอินสตาแกรม น.ส.แพทองธาร ได้ลงรูปภาพจำนวนมาก โดยมีภาพแห่งความสุข ทั้งการเตรียมชุดวิวาห์ และภาพขณะถูกแฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงาน โดยมีบรรดาเซเลบ ดาราคนดัง เข้ามากดไลค์แสดงความยินดีร่วมอวยพรจำนวนมาก อาทิ กาละแมร์-น.ส.พัชรศรี เบญจมาศ พิธีกรฝีปากกล้า, วีเจวุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ดารานักแสดงชื่อดัง, ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา ดารานางร้ายสุดแซบ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ได้โพสต์อินสตาแกรม พร้อมกับนำภาพข่าวจากเว็บไซต์บางแห่งที่ระบุ หิ้วโอ๊ค-พานทองแท้ ส่งอัยการฟ้องคดีฟอกเงินกรุงไทย โดยนายพานทองแท้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมว่า หิ้วเลยหรอครับ เมื่อเช้ายังแค่คุมตัวอยู่เลย อีกสักพักคงจะล้อมจับแล้วสินะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพราหมณ์ศักดิ์ระพี พรหมชาติ ประธาน นปช.สกลนคร กล่าวว่า จากกระแสข่าวนายภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกกลุ่มสามมิตร เดินสายทาบทามแนวร่วมคนเสื้อแดงหลายจังหวัด และไปพูดคุยกับนายถนอม สมผล ประธาน นปช.สกลนครนั้น เป็นไปด้วยความคลาดเคลื่อน นายถนอมเป็นเพียงแนวร่วมคนเสื้อแดงสกลนคร ที่เคยไปชุมนุมร่วมกับคนเสื้อแดงเท่านั้น ไม่ได้เป็นประธานคนเสื้อแดงสกลนคร โดยตนยังเป็นประธานนปช.สกลนคร นายถนอมเคยพยายามติดต่อให้พรรคเพื่อไทยส่งลงเป็นผู้สมัครเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แต่ขณะนั้นพื้นที่เต็ม ต่อมาการเลือกตั้งซ่อมปี 2557 ไปลงสมัครส.ส.สกลนคร พรรคชาติพัฒนา จากนั้นไม่ได้ร่วมงานมวลชนกับทางคนเสื้อแดงอีกเลย จนมามีข่าวจะไปร่วมงานการเมืองกับกลุ่มสามมิตรที่นายภิรมย์ไปเดินสายทาบทามคนเสื้อแดง เป็นแค่การตลาด และดึงได้แต่แนวร่วมเท่านั้น ไม่ได้เอาแกนนำระดับหัวไป โดยแกนนำเสื้อแดงคนสำคัญในภาคอีสาน ยังยืนยันอยู่กับคนเสื้อแดง สนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อไป
ทนายแดงปะทะแรมโบ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ทนายความคนเสื้อแดง และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ตนตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพื้นที่ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งใน จ.ร้อยเอ็ด ของพรรคเพื่อไทยเต็ม ที่มาร่วมงานพรรคอนาคตใหม่เพราะเห็นว่ามีนโยบาย มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร แกนนำคนเสื้อแดงร้อยเอ็ด และน้องชายนายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย และแกนนำ นปช.ส่วนกลาง ได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ และจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคอนาคตใหม่ จ.ร้อยเอ็ด เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ผมจะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่เคยไปพูดถึงต้นสังกัดเดิมในทางไม่ดี ไม่เหมือนกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ไปบอกว่า นปช. พรรคเพื่อไทย ไม่ดูแลนั้น ไม่ใช่ เพราะนายสุภรณ์เคยได้รับตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกฯ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สมัยการชุมนุมคนเสื้อแดง กรณีทุบรถนายอภิสิทธิ์ ในกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 2552 ผมเป็นหนึ่งในทีมทนาย ขณะนั้นมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้ฝากค่าทนายเกี่ยวกับเรื่องคดีมาให้ผม แทนที่จะต้องนำมาให้ทนายความ แต่กลับเก็บไว้เป็นของส่วนตัวเสียเอง นายสุภรณ์ไม่ใช่นักการเมืองที่มีคุณภาพหรืออุดมการณ์ เมื่อมีคนมาเสนออะไรให้ก็เปลี่ยนอุดมการณ์ แล้วยังหันมาให้ร้ายกับพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงในทางไม่ดีอีก&amp;quot; นายคารมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเทพปกรณ์ อินทรพัฒน์ ทนายความนายสุภรณ์ ตอบโต้ว่า นายคารมไม่เคยได้มาร่วมทำคดีดังกล่าว หลังเกิดเหตุชุมนุมทางการเมืองในกระทรวงมหาดไทยคราวนั้น พอเป็นคดีความนายสุภรณ์ได้ประสานตนให้ไปทำคดีว่าความให้ที่ระบุว่ามีการฝากเงินมาให้ แต่ไม่ได้นั้นก็ขออยากให้บอกออกมาเลยว่าใครฝากเงินมาให้ ขอให้ระบุให้ชัด แต่เราไม่อยากให้ราคา ไปเอาเรื่องเอาราว ไปตอแยด้วย คงจะไม่ไปฟ้องร้องอะไรทั้งนั้น เท่าที่รู้คดีความของนายสุภรณ์ เรื่องค่าทนาย นายสุภรณ์ควักจ่ายเองทั้งหมด ไม่มีการไประดมทุนมาจากใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีอาจมีการใช้อำนาจมาตรา 44 ยกยอดการทำไพรมารีโหวตออกไปว่า ในเมื่อกฎหมายลูกพรรคการเมือง เขียนมาจนมีผลบังคับใช้แล้ว ทุกคนยอมรับตามกติกา ถ้าจะใช้มาตรา 44 ด้วยข้ออ้างเพื่อมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจมีบางพรรคทำไม่ทันนั้น ตนว่าไม่ใช่ แต่ช่วยพรรคตั้งใหม่เพื่อหวังผลการเลือกตั้งจะให้เกิดประโยชน์กับพรรคที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ คำสั่ง คสช.ยังกดไว้ไม่ให้พรรคใหญ่ขยับ แต่กลุ่มสามมิตรลุยกันแหลก คุยกันแต่ละครั้งเกินห้าคนทั้งสิ้นแต่ไม่เป็นไร ตนว่าน่าเกลียดไป หากจะแก้กติกาตั้งใจช่วยพรรคใหม่ที่ประกาศชัดเจนว่าจะหนุน คสช.บริหารประเทศต่อ ขอให้อย่ารังแกพรรคเก่า อย่าสองมาตรฐาน ขอให้ใจกว้างกล้าปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตอนนี้ตนกำลังร่วมมือกับประชาชน ที่เคยออกมาเดินขบวนด้วยกัน มาต่อสู้กันเพื่อบ้านเมือง เรากำลังจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่จะเป็นพรรคการเมืองที่แท้จริงของประชาชน ไม่ใช่การเมืองเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของส่วนรวม แม้ว่าตนจะเป็นกำลังสำคัญในการจัดตั้งพรรค รปช. ตนก็จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ไม่เป็นหัวหน้าพรรค ไม่เป็นกรรมการพรรค และขอบอกพี่น้องประชาชนว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เป็นรัฐบาลแน่นอนหลังเลือกตั้ง ตนก็จะไม่รับตำแหน่งเป็นรองนายกฯ หรือเป็นรัฐมนตรีที่ไหนทั้งสิ้น เรียกว่าทำพรรคการเมืองคราวนี้ไม่ใช่ประโยชน์ตัวเอง ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม เนื่องจากอยู่ระหว่างการพักฟื้นอาการท้องเสียช่วงประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.อุบลราชธานี วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรอาการของท่านดีขึ้นแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพักฟื้นในบ้านพักตนเอง เนื่องจากระบบทางเดินอาหารยังไม่เป็นปกติ &amp;nbsp;แต่อาการไม่น่าเป็นห่วง ท่านดีขึ้นแล้ว แต่ต้องพักฟื้นก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนาภา หงษ์เหิน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คารม พลพรกลาง, ทักษิณ ชินวัตร, ประยุทธ เพชรคุณ, พราหมณ์ศักดิ์ระพี พรหมชาติ, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พินทองทา ชินวัตร, ภิรมย์ พลวิเศษ, วันชัย หงษ์เหิน, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสสระ สมชัย, เทพปกรณ์ อินทรพัฒน์, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, แพทองธาร ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b588d67670e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
