<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัชรินทร์-กานต์กนิษฐ์ เสนอกมธ.กิจการเด็กฯเยียวยาเด็กหญิงถูกครูทำร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2563 นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ และนางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมนำเรื่องการเยียวยา เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่ถูกคุณครูประจำชั้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ใช้ไม้ตีศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บฟกช้ำมีอาการเลือดคั่งและขวัญผวา เข้าเสนอต่อที่ประชุม กมธ.กิจการเด็กฯ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง แม้ทางโรงเรียนจะมีบทลงโทษไล่ครู คนดังกล่าวออกแล้วก็ตาม เพราะถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อจิตใจ และพัฒนาการของเด็ก ที่ไม่สามารถให้จบลงได้แค่กระบวนการลงโทษผู้กระทำผิดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในมาตรา 22 ระบุไว้ ว่า การปฎิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และในมาตรา 26 (1) ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใด กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกาย และจิตใจของเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะได้เสนอทางกมธ.กิจการเด็ก จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหารือถึงแนวทางการเยียวยา ทั้งที่เป็นตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงิน เนื่องจากสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแก่เด็ก ที่เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเรื่องละเมิดตามมาตรา 420 ในกรณีที่ทำให้เด็กได้รับอันตรายแก่กาย ชีวิต อนามัย และจิตใจ ซึ่งเรื่องนี้เด็กมีอาการขวัญผวา อาจจะต้องได้รับการเยียวยาทางจิตใจ ซึ่งถือว่าเป็นค่าสินไหมทดแทน ที่ไม่ใช่ตัวเงิน เพราะค่าเสียหายต่อจิตใจ นั้นไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเลข จำนวนเงินได้ จึงถือเป็นค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงิน เรียกตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70281849288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 ส.ส.สาวกทม.​ ลุยรณรงค์ความปลอดภัยสตรี​ &#039;บ้านไม่ใช่เวทีมวย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย 62 - น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ และน.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ได้ร่วมกันผลักดันด้านความปลอดภัยของสตรี รวมถึงการยุติความรุนแรงในครอบครัว เด็ก เยาวชน และสตรี โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มีความตระหนักรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยน.ส.พัชรินทร์​ กล่าวว่า ผู้หญิงได้รับการยอมรับทั้งในด้านอาชีพ และสิทธิต่างๆ แต่ด้วยสรีระของผู้หญิง ที่ทำให้มีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อได้มากกว่า ดังนั้น​ ความปลอดภัยของผู้หญิงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่จะต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล ในขณะเดียวกัน​ ภาครัฐก็ต้องมีส่วนในการดูแลพื้นที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง กล้องวงจรปิด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาปรับใช้เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาได้เข้าร่วมโครงการ &amp;quot;ปักหมุด จุดเผือก&amp;quot; ภายใต้โครงการเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชน นำไปปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดจากภัยคุกคามทางเพศ โดยเริ่มต้นจากสะพานเขียว เขตปทุมวัน เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งพื้นที่จุดเสี่ยงอันตราย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรับฟังข้อปัญหาข้อร้องเรียนต่าง ๆ จุดบอดจุดเสี่ยง รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.กานต์กนิษฐ์ กล่าวว่า​ เชิญชวนและรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งสตรีและเด็ก ซึ่งที่ผ่านมาเราได้มีการศึกษา รับฟังข้อเสนอแนะจากหลายๆ ภาคส่วน ในประเด็นของปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงและเด็ก ในฐานะที่เป็นโฆษกกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเชื้อชาติพันธ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศ น้อมรับในทุกข้อเสนอแนะ โดยจะนำประเด็นดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ UN ได้ประกาศให้เป็น &amp;ldquo;วันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล&amp;rdquo; รวมทั้งมีมติครม. ประกาศให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงาต่อสตรีและเด็ก โดยจะดำเนินการตลอดเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้สังคมได้มีความตระหนัก และร่วมป้องกันขจัดความรุนแรงต่อเด็กและสตรีให้หมดสิ้นไป โดยมีการติดริบบิ้นสีขาว นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้ชายติดเพื่อแสงถึงการ่วมต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อสตรี โดยการไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรี แต่ปัจจุบันได้ใช้สัญลักษณ์นี้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพื่อเป็นการร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ไม่เป็นเพียงเฉพาะเหยื่อที่ได้รับความรุนแรงเท่านั้น แต่เมื่อได้รับความรุนแรง ก็จดจำและเรียนรู้ความรุนแรง ทำให้อาจเป็นผู้ที่ใช้ความรุนแรงในอนาคต ดังนั้นเรามาช่วยกันสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่ามองว่าไม่ใช่เรื่องของเรา และช่วยกันป้องกันปัญหาความรุนแรงโดยเริ่มจากตัวของเราเอง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50938</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, ความรุนแรง, ผู้หญิง, พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ส.ส.กทม., สตรี, เด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191123/image_big_5dd8eaf25c376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดหัวโขนลงพื้นที่ 3รมต.อ้างเข้าใจบทบาทดี ดูดลูกกำนันเซียะซํ้า&#039;เป๊าะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3 รัฐมนตรีพลังประชารัฐเดินสายการเมืองแล้ว ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมรับฟังปัญหา &amp;nbsp;ชี้มาในฐานะพรรคถอดหัวโขน รมต.แล้ว ยันเข้าใจบทบาทตัวเองดี &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; ลั่นมีแผนเดินสายวันหยุดอีก เผยเหตุ &amp;ldquo;โพธิพิพิธ&amp;rdquo; ยกครัวมาซบเพราะผู้ใหญ่อ้างจะช่วยเหลือเหมือนกรณี &amp;ldquo;กำนันเป๊าะ&amp;rdquo; หากปักธงเมืองกาญจน์ยกจังหวัด มาร์ครู้ปัญหาแต่ไม่ขอพูดมาก พื้นที่สระบุรีเดือด &amp;ldquo;อดิเรกสาร&amp;rdquo; มึนดูดจนพื้นที่ทับซ้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ถือเป็นครั้งแรกที่ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลงพื้นที่ระดมสมองและรับฟังปัญหาที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งนายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหาร พปชร.และประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยมได้จัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค พปชร.ได้เยี่ยมชมซุ้มต่างๆ ที่นำมาแสดงและได้ทดลองนวดแผนไทยด้วย ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมว่า ขอทำความเข้าใจวันนี้ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี แต่มาในนาม พปชร. จึงอยากให้ทุกคนสบายใจ ไม่ได้มีหัวโขนติดมา โดยอยากมาฟังพี่น้องประชาชนจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้สู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย เพราะสิ่งเหล่านี้หากได้ทำจะช่วยพี่น้องประชาชน ช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศ ช่วยคนข้างล่างได้มีโอกาส นี่คือสิ่งที่ตั้งใจมา&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในวงหารือเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ กว่า 200 คนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และส่ง 3 รัฐมนตรีเข้ารับฟัง โดยมีตัวแทนผู้นำชุมชนแสดงความเห็นทีละคน ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของรัฐบาล พร้อมขอบคุณรัฐมนตรีที่ใช้แนวทางประชารัฐแก้ไขปัญหาให้ชุมชน ทั้งนี้นายภานุมาศ แก้วนอก &amp;nbsp;ตัวแทนชาวนาจาก จ.นครราชสีมา เรียกร้องให้เร่งทำพื้นที่ภาคอีสานเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตข้าว &amp;nbsp;โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งหาก พปชร.ผลักดันจริงจัง เชื่อว่านายอุตตมจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน &amp;nbsp;และ พปชร.จะได้ใจคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด นอกจากนี้ตัวแทนยังเรียกร้องให้ปลดหนี้เกษตรกร, ทำให้ชาวนามีเงินเดือน 3,000 บาทต่อครอบครัว และส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยววิถีชุมชน รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งจากตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอุตตมกล่าวว่า ยินดีที่ประชาชนตื่นตัว ตื่นรู้ว่าอยากได้ประเทศและคนที่ขึ้นมาดูแลบริหารประเทศอย่างไร การพูดคุยวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการเมืองต่อไปในอนาคต และทุกเรื่องวันนี้จะรับไปดำเนินการเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังวงหารือเสร็จสิ้น นายชวนได้ร้องเพลงอยากให้ความรักที่แต่งขึ้นเอง พร้อมแต่งกลอนพลังใจ ก่อนระบุว่าชุมชนไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเราอยู่ ประเทศไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเรา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรีและผู้บริหารพรรค พปชร. หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าไม่ควรใช้ที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมืองว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสวันหยุดมารับฟังประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรีเข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ตอบว่าไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆ เป็นการหาเสียงล่วงหน้านั้น ยืนยันไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่ากลัวกระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบช้ำนั้นเพราะไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำย่อมลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังมากที่สุด และเวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีให้ดีที่สุด โดยจะยุติบทบาทรัฐมนตรีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายอุตตมกล่าวว่า มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่จะมาทำงานให้ชาติ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นคนไทยทำอะไรดีๆ เพื่อประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มารับฟัง และไม่ใช่มาในนามพรรคการเมืองหรือมานำเสนอนโยบาย เพราะพรรคยังไม่เกิด ซึ่งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความเห็นประชาชนนั้น เบื้องต้นเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่เพิ่มเติมช่วงวันหยุดราชการ เพื่อนำประเด็นที่ได้จากการพูดคุยไปใช้ในการทำนโยบายในอนาคต ส่วนจะลงพื้นที่ไหนหรือจังหวัดนอกพื้นที่ กทม.หรือไม่ ขอพิจารณาตามโอกาสอีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงการดึงตัวอดีต ส.ส.พรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม นายอุตตมกล่าวว่า เป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค แต่กลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ &amp;nbsp;แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าล่าสุดพบว่ามี 3 อดีตสมาชิกสภากรุงเทพ (ส.ก.) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มาร่วมฟังความเห็นครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเปิดตัวเข้าร่วมหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็น ส่วนกรณี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นั้น มีการส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มี ส.ก.ของพรรค ปชป.ที่มีข่าวว่าได้ย้ายมาสังกัด พปชร. 3 คน ได้แก่ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต ส.ก.พระนคร, &amp;nbsp;นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต ส.ก.คลองเตย และนางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต ส.ก.ดอนเมืองมาร่วมด้วย โดยนางกรณิศระบุว่าการตัดสินใจย้ายจาก ปชป.ไม่ใช่เพราะคำชวนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ &amp;nbsp;รองเลขาธิการนายกฯ แต่ตัดสินใจเอง หลังจากเห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรค และไม่ทราบว่าจะมี ส.ก.ปชป.ย้ายมาสังกัดอีกหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึง 3 รัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชนที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมว่า เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นไม่ใช่แค่ 100% แต่เป็น &amp;nbsp;10,000% เพราะเอาเปรียบตั้งแต่คิดตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ชวนคนเข้าไปในทำเนียบฯ เอาเปรียบมาเป็นปีแล้ว ครั้งนี้จะเอาเปรียบอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร หากไม่อาย สังคมจะต้องมองเรื่องนี้ให้ละเอียด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ท่านไม่ได้มาจากฐานของประชาชน แล้วยังเอาอำนาจที่มีอยู่ไปหาเสียงโดยอ้างประชาชน แล้วจะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร การจะไปบอกให้ 3 รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเป็นการสีซอเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่พบประชาชน แต่อ้างว่าไม่ได้สวมหัวโขนรัฐมนตรีนั้น ความเป็นจริงคนเป็นรัฐมนตรีแล้วมีอำนาจบริหารถึงอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธการเป็นรัฐมนตรีได้ จึงถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ถูกแช่แข็งไม่ให้เคลื่อนไหวอย่างยิ่ง ถ้าอยากแข่งขันกันแฟร์ๆ คสช.ก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับนโยบายสร้างความปรองดองให้คนในชาติ เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองขัดแย้งมานาน &amp;nbsp;แต่พอจะมีการเลือกตั้ง การสร้างความปรองดองกลายเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เพราะเริ่มสาดโคลนใส่กันทันที อยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นการแข่งขันกันทางนโยบาย และหยุดความขัดแย้งไว้ก่อน เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้พี่น้องประชาชน
&amp;quot;การเลือกตั้งก็สู้กันด้วยนโยบาย แพ้ชนะแล้วจบ เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ถ้าหากปล่อยไปเช่นนี้หลังเลือกตั้งประเทศก็คงจะมีความขัดแย้งอีก&amp;quot; โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวในกรณีการย้ายพรรคอีก โดยเฉพาะกรณีนายธรรมวิชญ์ และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ บุตรชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปชป.จะย้ายไปพรรค พปชร. โดยมีรายงานแจ้งว่ามีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ซึ่งนายประชาถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่านนางเขมพร ต่างใจเย็น หรือซ้อเขม ภรรยากำนันเซียะที่หลบหนีไปด้วย โดยประสานงานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะผู้ใหญ่ใน พปชร.ตั้งเป้าต้องปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้ในลักษณะเดียวกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะที่ได้รับการพักโทษไปก่อนหน้านี้ และกลุ่มพรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม จะเข้าซบ พปชร. ซึ่งลูกชายกำนันเซียะต้องย้ายพรรค โดยได้แจ้งให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ปชป.ที่ทั้งสองให้ความเคารพรับทราบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานแจ้งอีกว่า พปชร.ยังมีความพยายามที่จะดูดอดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปชป.อีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยมีซ้อเขมเป็นผู้ประสานงาน และขอร้องเพื่อช่วยกำนันเซียะกลับไทยเร็วขึ้น เนื่องจากมีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องได้ยกจังหวัด&amp;nbsp;
นายปารเมศยอมรับว่าถูกทาบทามจากผู้มีอำนาจหลายด้าน ทั้งตำรวจ ทหาร และผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่ พปชร.เพื่อพัฒนาจังหวัดในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายฉัตรพันธ์กล่าวว่า มีการทาบทามให้ไปสังกัด พปชร.จริง แต่จะยืนหยัดอยู่กับ ปชป.ต่อ &amp;nbsp;เนื่องจาก ปชป.ให้โอกาสได้เกิดทางการเมือง&amp;nbsp;
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้า ปชป.กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีต ส.ส.กาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีต ส.ส.ของพรรคไปสังกัด พปชร.อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำ พปชร.ทาบทาม น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย อดีต ส.ส.สระบุรี ปชป.มาร่วมงาน จนอาจส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เลือกตั้งสระบุรีเขต 1 ว่า ถ้าเป็นจริงจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องมีฐานเสียงตรงข้ามกันมาตลอด ซึ่งบางทีคนในพรรคอาจไม่เข้าใจตรงนี้ลึกซึ้ง และได้วางตัวทีมงานลงแทนในเขตนี้ไว้นานแล้ว คือนายปริญญา วันทา ที่ปรึกษา อบจ.สระบุรี และเคยพานายปริญญาไปพบผู้ใหญ่ในพรรค &amp;nbsp;รวมถึงให้ความเห็นชอบแล้วด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนเเปลงอะไร แกนนำพรรคต้องมาบอกกล่าวให้รับทราบก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าไม่ควรพูดเรื่องการเมืองในทำเนียบฯ ว่า ทำเนียบฯ เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน หากจะแยกแยะไม่ให้พูดเรื่องการเมืองอาจเป็นเรื่องยาก แทนที่ กกต.จะไปจับตาตรงนั้น อยากให้ กกต.ไปจับตาในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกัน ล่าสุดวันที่ 14 ต.ค.ได้รับแจ้งจากอดีต ส.ส.ของพรรคในพื้นที่ จ.พะเยา ว่าตัวแทนพรรค พปชร.มีการแนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชร.เขต 1 จ.พะเยา โดยจัดให้มีการชุมนุมของประชาชนและผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.หรือไม่ ตรงนี้อยากให้ กกต.เข้าไปตรวจสอบด้วย หากพรรคการเมืองหนึ่งทำได้ แต่อีกพรรคทำไม่ได้ จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พท.กล่าวถึงกรณีนายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส. นครพนม เขต 4 ย้ายไปอยู่ พปชร.และทำให้ตนเองอาสามาลงเขตดังกล่าวแทนว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหาประชาชน แต่มีทหารสองนายนอกเครื่องแบบตามประกบถึงในห้องประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีทหารชั้นผู้น้อยได้รับคำสั่งเช่นนี้ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัด ซึ่งน่าจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขออนุญาตฝากท่านผู้บังคับบัญชา ควรมอบหมายภารกิจให้ถูกต้องกับหน้าที่ของทหาร ผมหวังที่จะเห็นทหารที่ลงตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศขณะนี้ได้กลับกรมกอง บ้านเมืองมิได้มีภัยคุกคามใดๆ &amp;nbsp;เลย ตรงกันข้ามถ้าทหารยังอยู่ตามตำบลหมู่บ้านในช่วงเวลานี้ จะถูกสังคมกล่าวหาว่าบล็กพรรคการเมืองอื่น แต่ปล่อยพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล การเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม อันจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นประเทศถดถอย จึงขอฝากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม&amp;quot; นายชวลิตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19990</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกนุช กลิ่นสังข์, กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, กอบศักดิ์ ภูตระกูล, กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ธนกร วังบุญคงชนะ, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร, วรชัย เหมะ, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สมคิด เชื้อคง, สามารถ แก้วมีชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc49eed68fbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลังประชารัฐ&#039; ดูดรัวๆ  3 อดีตสก.หญิงประชาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มีการปรากฎตัวอย่างเป็นทางการของ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวว่าได้ย้ายสังกัดไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 คน ได้แก่ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีตส.ก.พระนคร, นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีตส.ก.คลองเตย และ นางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีตส.ก.ดอนเมือง ได้ร่วมเปิดตัวในงานดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางกรณิศ ให้สัมภาษณ์ยืนยันถึงการตัดสินใจย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ใช่เพราะคำชวนของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตนเอง หลังจากที่เห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการทำงานในท้องถิ่น กว่า 12 ปี เป็น ส.ก. จำนวน 2 สมัย เห็นชัดเจนว่าแนวทางที่ท้องถิ่นควรต้องขับเคลื่อนมีประเด็นใดบ้าง ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรคอีกครั้ง ส่วนหลังจากนี้จะมี ส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์ย้ายสังกัดอีกหรือไม่ยังไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจโดยสมัครใจของแต่ละบุคคล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19949</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกนุช กลิ่นสังข์, กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, พปชร., พลังดูด, พลังประชารัฐ, อดีตสก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc43d858ba95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
