<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ชูส่งออกความหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;ความหวัง ส่งออกไทย ในมรสุมโควิด&amp;rdquo; ว่า ที่ผ่านมา ไทยไม่ได้พึ่งพาเศรษฐกิจขาเดียวในการนำรายได้เข้าประเทศ แต่อย่างน้อยที่สุด 2 ขา คือ การท่องเที่ยว และการส่งออก เมื่อขาหนึ่งเดี้ยง เศรษฐกิจไทยก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อไรอีกขาหนึ่งซ่อมเสร็จ สถานการณ์เอื้ออำนวย จะยิ่งไปโลด โดยก่อนโควิด-19 ท่องเที่ยวทำรายได้เข้าประเทศ 11.33% ของจีดีพี การส่งออกประมาณ 45% รวมเป็น 66% ที่ขับเคลื่อนประเทศ แต่ปัจจุบันท่องเที่ยวเหลือแค่ 1.87% ส่งออกแทนที่จะแย่ไปด้วย แต่เป็น 50.83% ส่งออกบวกท่องเที่ยวกลายเป็น 52% ยังไม่ถึงกับเลวร้าย เป็นตัวเลขที่อยากให้เห็นภาพ ดังนั้น การส่งออกยังคงเป็นความหวังในการฟื้นเศรษฐกิจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การส่งออกปี 2564 มีการเติบโตชัดเจน เป็นบวกตั้งแต่มี.ค. ที่ 7% เม.ย. บวก 11% พ.ค.บวก 41% และมิ.ย. บวก 43% เป็นนิวไฮต์ใหม่ เดือนก.ค.บวก 20% คาดว่าส.ค.จะบวกน้อยกว่านี้ เพราะผลกระทบโควิด-19 และล็อกดาวน์ กระทบภาคการผลิต โรงงานบางแห่งปิดตัว หรือปิดการผลิตบางส่วน การขนส่งโลจิสติกส์ข้ามจังหวัดข้ามประเทศมีความเข้มงวด แต่เชื่อว่ายังเป็นบวกอยู่ ส่วนภาพรวม 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) เพิ่ม 16.2% โต 4 เท่าของเป้าที่กำหนดไว้ที่ 4% และทั้งปีก็จะยังเป็นบวกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออก ได้ใช้การขับเคลื่อนโดยรัฐหนุน เอกชนนำ เอกชนเป็นพระเอกเป็นกองหน้า ยิงประตู รัฐเป็นกองหลังคอยสนับสนุน และได้ตั้ง กรอ.พาณิชย์ จับมือกันแก้ปัญหาการส่งออก และขับเคลื่อนการส่งออก ซึ่งที่ผ่านมา ได้แก้ปัญหาเชิงรุกชัดเจน เช่น การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ การเปิดให้เรือใหญ่ขนาด 300-400 เมตรเข้ามาเทียบท่า นำตู้เข้ามาช่วยส่งออก การแก้ไขปัญหาส่งออกรถยนต์ไปเวียดนาม ที่มีการทำข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ทำให้ไม่ต้องตรวจทุกล็อต การแก้ปัญหาค่าระวางเรือแพง ได้ผลักดันให้ SMEs รวมตัวกันซื้อ แต่ติดปัญหาออเดอร์เป็นความลับ จึงทำไม่ได้ จึงขอให้ช่วยลดค่าธรรมเนียมที่ท่าเรือแทน ซึ่งต้องแก้ต่อไป ส่วนเรือที่เข้ามารับสินค้า หากเอาตู้เข้ามาแล้ววางไว้ที่ท่าเรือในไทย เอาสินค้าไทยขึ้น ทำไม่ได้ หรือประเทศใกล้เคียงอยากเอาของมาขึ้นที่แหลงฉบัง แล้วให้เรือใหญ่มารับ ก็ทำไม่ได้ เพราะติดขัดระเบียบ ก็ต้องหาทางแก้เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลาง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องต้นทุนกระป๋องแพง เพราะเหล็กนำเข้าแพง และไทยเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) วิธีแก้ คือ ลดภาษีลง เพื่อให้เข้ามาง่ายขึ้น มาขายในราคาถูกลง ต้นทุนกระป๋องที่ใช้ในการผลิตถูกลง ก็จะแข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งกำลังดำเนินการช่วยเหลืออยู่ เพราะการส่งออกอาหารกระป๋องเกือบ 3% ของยอดส่งออกทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการส่งออก ด้วยการตั้งทีมเซลส์แมนจังหวัดและเซลส์แมนประเทศ และในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีกิจกรรมอีกอย่างน้อย 130 กิจกรรม ที่จะนำมาใช้ขับเคลื่อนการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะจะมีผลกระทบต่อการส่งออก คือ การกีดกันการค้าในรูปแบบที่ไม่ใช่ภาษีจะรุนแรงขึ้น และมีรายการเพิ่มขึ้น เช่น ด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม เป็นต้น และที่มาใหม่ต่อไปนี้ สินค้าและประเทศไหนผลิตให้เกิดคาร์บอนทำโลกร้อน จะเก็บภาษีคาร์บอน โดยสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มแล้วภายใน 2 ปี จะเก็บภาษีคาร์บอนนำเข้าสินค้าไปยังอียูในสินค้า 5 รายการ ได้แก่ 1.เหล็ก 2.อะลูมิเนียม 3.ซีเมนต์ 4.ไฟฟ้า 5.ปุ๋ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ต้องติดตามสถานการณ์โลก อย่างสหรัฐฯ กับอังกฤษ และออสเตรเลีย จับมือกันตั้งไตรภาคีเพื่อความมั่นคงในอินโดแปซิฟิก มีนัยสำคัญ คือ สหรัฐฯ จะช่วยออสเตรเลียผลิตเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเดิมออสเตรเลียซื้อจากฝรั่งเศส จึงต้องติดตามต่อไป เพราะมีการเอาการเมืองมามัดติดกับการค้า โดยไทยต้องวางจุดยืนว่าจะอยู่ตรงไหน ซึ่งได้แสดงท่าทีไปว่าต้องจับมือกับอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง รวมทั้งต้องศึกษาความตกลงและกติกาการค้าให้ลึก ทั้ง FTA Mini FTA และ RCEP เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้า และต้องติดตามใกล้ชิดกรณีจีนขอสมัครเป็นสมาชิก CPTPP เพราะอาจกระทบไทย จากการที่จีนเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทย เมื่อจีนปรับมาตรฐานการส่งออก สินค้าไปจีนต้องภายใต้มาตรฐานใหม่ ต้องติดตาม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117552</URL_LINK>
                <HASHTAG>การกระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5ad5db2dce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ขึ้นภาคเหนือ 17 จังหวัด มอบโฉนดคืน 192 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 &amp;nbsp;- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานมอบโฉนดที่ดินคืนให้แก่เกษตรกรภาคเหนือ 17จังหวัด โดยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่โรงแรมอิมพิเรียลโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ โดยนายจุรินทร์ได้มอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรจำนวน 5 ราย และแจกโฉนดแก่เกษตรกร 192 รายจาก 16 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 307 แปลงเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ นอกจากนั้นยังได้มอบนโยบายให้กับอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดภาคเหนือ 320 คนจาก 17 จังหวัดด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ไปทำงานภารกิจด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและฟื้นฟูพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรซึ่งเป็นภารกิจหลัก &amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยินดีกับเกษตรกรที่ได้โฉนดคืนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ภายหลังจากการเป็นหนี้และถูกยึดที่ดินทำกินเพื่อนับหนึ่งใหม่ให้กับชีวิต &amp;nbsp;และการเดินงานก็ได้ตั้งอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูประจำจังหวัดครบทั้งหมดแล้ว 77 จังหวัดแล้วรวมภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัดให้ไปปฏิบัติภารกิจ 2 เรื่อง 1.แก้หนี้ให้กับสมาชิกกองทุนที่มาขึ้นทะเบียน 2.มีหน้าที่ฟื้นฟูให้สามารถทำการเกษตรและประกอบอาชีพเกี่ยวเนื่องกับการเกษตรให้มีความยั่งยืนต่อไปได้ โดยมีเงื่อนไข 2 ข้คือเมื่อได้ที่ดินคืนมาแล้วจะต้องไม่เป็นหนี้อีกและจะต้องยอมให้มีการทำแผนฟื้นฟูควบคู่กันไปฟื้นฟูอาชีพเพื่อให้ยังชีพเพื่อตนเองและครอบครัวและชำระหนี้คืนกองทุนได้ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้กองทุนมีงบประมาณเตรียมไว้ให้แล้ว 458 ล้านบาท โดยอนุกรรมการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือมีหน้าที่ช่วยจัดทำและกลั่นกรองว่าให้แผนงานโครงการฟื้นฟูนั้นจะเห็นชอบกับโครงการควรจะเป็นอย่างไรขอให้อนุกรรมการทุกท่านได้ทำหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและขอให้ &amp;ldquo;ทำได้ไว ทำได้จริง&amp;rdquo; และกองทุนฟื้นฟูส่วนกลางได้ตั้งงบประมาน เพื่อจัดการหนี้โดยการอนุมัติแล้ว 1,328 ล้านบาท สำหรับงบปี 63&amp;nbsp;
และจัดมา 1,000 ล้านบาท สำหรับการจัดการหนี้โดยเฉพาะ ต้องไปปลดปัญหาให้กับเกษตรกร โดยเกษตรกรขณะนี้ที่มาขึ้นทะเบียนหนี้มีประมาณ 500,000 ราย มี 765,000 สัญญา รวมมูลหนี้ที่เราต้องช่วยกันแก้ 111,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า แนวโน้มจะไปมุ่งเน้นเรื่องการผลิตให้เราผลิตสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพให้ดีที่สุด โดยใช้วิสัยทัศน์ของรัฐบาลเรื่อง&amp;rdquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; เป็นนโยบายที่ให้ผู้ผลิตผลิตแล้วพาณิชย์เป็นฝ่ายขายก็จะไม่บรรลุเป้าหมาย ภายใต้หลักคิดสำคัญคือการใช้ ตลาดนำการผลิต และจะให้กองทุนฟื้นฟูร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และคณะอนุกรรมการนี้ช่วยพัฒนาให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนด้านการผลิตแล้วนำมาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ด้านการตลาดให้ผลิตตามความต้องการตลาด รูปธรรมที่จะเกิดคือ พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด จะเข้ามาเป็นหนึ่งในอนุกรรมการจังหวัดของกองทุนฟื้นฟู ทำงานร่วมกันติดขัดตรงไหน พาณิชย์จะเข้าไปช่วยจะมีช่องทางตลาดช่วยจัดการ ตัวอย่างเช่น เมื่อวานนี้ได้ดำเนินงาน เคาน์เตอร์เทรด ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างจังหวัดได้ยอดขาย 3,244 ล้านบาท เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า หลังจากรองนายกฯจุรินทร์ เข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการฯ ได้มีนโยบายแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดโดยได้ออกระเบียบว่าด้วยการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบโดยเกษตรกรต้องทำแผนเพื่อฟื้นฟูก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดการหนี้
และได้มีการอนุมัติการชำระหนี้แทนเกษตรกร แล้ว 452 ราย เงินชำระหนี้แทน 332 ล้านบาท นอกจากนี้ คณะกรรมการฯยังออกมาตรการให้เกษตรกรยังไม่ต้องจ่ายเงินในการชำระดอกเบี้ยหรือค่าบริการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันนี้ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์มีคณะทำงานร่วมด้วย เช่น นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการ รักษาการ เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ร่วมกับคณะผู้บริหารและกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การกระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f4a281d1cde7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
