<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;รับห่วงม็อบกระทบใช้จ่ายปลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 2563 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส&amp;nbsp;3/2563&amp;nbsp;จะฟื้นตัวจากไตรมาส&amp;nbsp;2/2563&amp;nbsp;ที่ติดลบ&amp;nbsp;12.2%&amp;nbsp;โดยการขยายตัวจะหดตัวลดลง และไม่ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หลักแน่นอน แม้ว่าจะมีปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายตัวที่ยังหดตัวอยู่ แต่ก็เป็นการหดตัวที่ลดลง ซึ่ง ธปท.&amp;nbsp;จะติดตามว่าแรงส่งนี้จะมีความต่อเนื่องไปถึงไตรมาส&amp;nbsp;4/2563&amp;nbsp;หรือไม่ ถ้ายังไม่มีปัจจัยอะไรสะดุดเศรษฐกิจก็จะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงในระยะต่อไปที่ต้องติดตาม


&amp;ldquo;ตอนนี้การบริโภคภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่กำลังซื้อยังมีความเปราะบาง ถ้ามีอะไรมากระทบก็จะหดตัวลงไปอีก ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองก็จะเป็นตัวสร้างความกังวลให้กำลังซื้อของภาคเอกชนสะดุด แต่ขณะนี้ถ้ามองจากแรงส่งในช่วงที่ผ่านมาการบริโภคก็ยังขยายตัวต่อไปได้&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว


นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส&amp;nbsp;3/2563&amp;nbsp;ที่ปรับดีขึ้นมาจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระยะเวลาเดียวกันปีก่อน หลังจากหดตัวสูงในไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการประกาศวันหยุดยาวพิเศษชดเชยวันสงกรานต์ และปัจจัยรายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญในการพยุงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ


ทั้งนี้ ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวยังคงหดตัวสูงจากผลของมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงตามอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ส่วนตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นบ้าง แต่ยังคงเปราะบาง ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากการส่งออกทองคำเป็นสำคัญ


สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย. 2563&amp;nbsp;ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาเป็นปกติในหลายภาคส่วน และจากปัจจัยชั่วคราวเรื่องวันหยุดยาวพิเศษ รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งเบิกจ่ายในช่วงปลายปีงบประมาณ โดยรายจ่ายประจำกลับมาขยายตัวตามการเบิกจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการหลังจากหดตัวต่อเนื่องในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนก่อน ขณะที่ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจมีรายจ่ายลงทุนที่ขยายตัวสูงขึ้น

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนกลับมาทรงตัว หลังจากหดตัวต่อเนื่อง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนติดต่อกัน โดยได้รับผลดีจากการประกาศวันหยุดยาวพิเศษชดเชยวันสงกรานต์ที่เลื่อนมาจากเดือน เม.ย.&amp;nbsp;และปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อที่ทยอยปรับดีขึ้นตามรายได้ของครัวเรือนทั้งในและนอกภาคเกษตร ส่วนภาคการส่งออกหดที่&amp;nbsp;4.2%&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมการส่งออกทองคำ มูลค่าการส่งออกหดตัวที่&amp;nbsp;3.7%&amp;nbsp;ปรับตัวดีขึ้นจากที่หดตัวถึง&amp;nbsp;13.6%&amp;nbsp;ในเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าในเกือบทุกหมวด สอดคล้องกับอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กลับมาขยายตัวได้ ขณะที่ยานยนต์และชิ้นส่วนหดตัวน้อยลง ส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้า หดตัวที่&amp;nbsp;8.1%&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลงตามการผลิตที่ปรับดีขึ้นในเกือบทุกหมวดสินค้า สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกและการใช้จ่ายในประเทศ และมีผลของฐานต่ำในปีก่อนในหมวดการผลิตยานยนต์และปิโตรเลียม ส่วนเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน หดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยฟื้นตัว รวมทั้งทิศทางความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยังหดตัวสูงต่อเนื่องจากระยะเดียวกันของปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่าประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงาน จากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ลดลงเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงเล็กน้อย ด้านตลาดแรงงานปรับดีขึ้นบ้างแต่ยังเปราะบาง ส่วนหนึ่งสะท้อนจากจำนวนผู้หยุดงานชั่วคราวตามมาตรา&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ที่ลดลง แต่สัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานในระบบประกันสังคมยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากเดือนก่อน ตามมูลค่าการส่งออกทองคำที่น้อยลง

&amp;ldquo;ยังต้องจับตามาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน และต้องจับตาเรื่องการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ในต่างประเทศ ต้องดูว่าจะรุนแรงแค่ไหน และมาตรการจัดการว่าจะควบคุมได้ดีแค่ไหน หากดูแลไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออก&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82341</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, การก่อม็อบ, ธปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d585596c51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ปูดมีการแก้เกมการเมืองด้วยความคิดใช้ไฟดับไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ส.ค.63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol มีเนื้อหาดังนี้
เป็นอันว่า ความคิดใช้ไฟดับไฟ กำลังขับเคลื่อนเดินหน้าไป!!!
ความคิดไทยฆ่าไทย กำลังโหมกันใหญ่
คงคิดว่า
1จะแก้เกมการเมืองเรื่องคว่ำงบประมาณได้
2 จะแก้ปัญหาม็อบลุกลามทั่วแผ่นดินได้
3 จะไปสู่ที่หมายคือการรัฐประหาร!!!
แน่ใจนะว่าคิดถูกต้อง!!!!
ดูดาวเดือนดินฟ้าอากาศในเวลานี้สิ
ก็จะทราบได้ว่าความคิดชนิดนี้สอดคล้องกันหรือไม่!!!!!
ขอบอกให้ทราบทั่วกันว่าประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีความจงรักภักดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้!!!!
จงคุมกำลังตั้งมั่น*****
สถาบันปลอดภัย
ประเทศไทยมั่นคง
ประชาชนมั่งคั่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75779</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อม็อบ, จงรักภักดี, นายไพศาล พืชมงคล, ไฟดับไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6a78f7680ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทอน&quot;สวมบทโหรทำนายปี 63 มีม็อบแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค. 2563 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนตื่นเต้นมาก มีประชาชนมากมายมาร่วมงาน จนไม่สามารถระบุได้ว่ามีจำนวนเท่าไร แสดงให้เห็นว่า วันนี้พี่น้องประชาชนตื่นตัว และเข้าใจสถานการณ์การเมือง และเข้าใจว่ามีลุง ที่เป็นตัวฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เอาไว้ จึงมาแสดงพลังของประชาชนร่วมกัน ณ ที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่มาวันนี้การส่งสัญญาณอะไรไปยังรัฐบาล ธนาธร ระบุ ตนอยากส่งสัญญาณว่า ตนและ พรรคอนาคตใหม่ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประขาชนท้ต้องการเห็นความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลง ของประเทศไทย ซึ่งมีแต่การที่ประชาชนรวมพลังกันเท่านั้น ที่เราจะสามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ดังนั้นเราจึงมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระแสธารของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่คือเสียงของประชาชนที่บอกว่าเราไม่พอใจ กับการสืบทอดอำนาจของคสช. เราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องการประชาธิปไตยกลับคืนมา นี่คือจิตวิญญาณของคนที่ไม่ยอมจำนนต่อเผด็จการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่านอกจากกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในฐานะแกนนำจัดแฟลชม็อบ จะมีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อีกหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า เชื่อว่า ปี 63 เราจะเห็นการชุมนุมของประชาชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตย กลุ่มที่ต้องการเห็นรธน.ฉบับใหม่ ที่เป็นของประชาชน กลุ่มเรียกร้องปัญหาที่ดินและประมง เราคงได้เห็นการชุมนุมของประชาชนออกมามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นในปี 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนายธนาธรจะตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษ ว่า ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ผมคิดว่านี่ก้าวแรกของการกลับสู่ประชาธิปไตยของประเทศไทย คือ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป เพื่อเปิดประตูให้ประชาธิปไตยกลับคืนมา ผมพูดกับประชาชนที่มาร่วมงานวันนี้ว่า นี่คือช่วงเวลาแห่งการยืนหยัดต่อสู้ เวลาที่เราต้องทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมภูมิใจมากกับคนไทย ที่พวกเขาต้องการปกป้อง อนาคตของเด็กๆในประเทศนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการจัดงาน เดินเชียร์ลุง ที่สวนลุมพินี นายธนาธร กล่าวว่า ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ว่ามีคนมาเท่าไร ผมไม่ได้อยู่ในจุดที่ให้คอมเมนต์เรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนตระหนักรู้ถึงความเป็นเผด็จการที่เกิดขึ้น สถานการณ์การเมืองตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความกลมเกลียวร่วมกัน แสดงให้เห็นว่า เวลาของเผด็จการกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวต่อว่า สิ่งที่เราเห็นในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเผด็จการที่ยังหลงเหลืออยู่ ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากจัดงานวิ่งไล่ลุง ในต่างจังหวัดกลับถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ คุกคาม เข้าไปเยี่ยมบ้าน กดดันให้งดจัดงาน กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่ปชต. แต่คือซากเดนของเผด็จการ ที่ยังหลงเหบือในประเทศ ตนขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยุติการข่มขู่คุกคามประชาชนที่ลุกขึ้นมาแสดงสิทธิเรียกร้องปชต. ตนขอเชิญชวน ประชาชนทุกคนจงกล้าหาญ ต่อสู้กับอำนาจอยุติธรรม เขาต้องการให้เรากลัว ถ้าเรากลัวก็จะเข้าทางพวกเขา ถ้าเรากลัว การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นจริง และไม่มีทางได้สังคมที่ดีกว่านี้ขึ้นมา ตนขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ และพล.อ.ประยุทธ์ ขอให้เลิกข่มขู่ประชาชน ที่มีสังคมประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ให้มีการแสดงความคิดและความเชื่ออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กิจกรรมฯดังกล่าว จะเป็นจุดเริ่มต้นการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ม็อบมีมานานแล้ว ซึ่งปลายปี62 ก็มีทั้งม็อบประมง สมัชชาคนจน ดังนั้น สิทธิในกาแสดงออกของประชาชนในที่สาธารณะ อย่างสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง เป็นสิทธิอันชอบธรรมของระบบประชาธิปไตย.อย่าไปกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว จะนำไปสู่ความตึงเครียดทางการเมืองหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ตนคิดว่า การรวมตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสังคมที่เป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีการพิจารณาตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21ม.ค.นี้ นายธนาธร กล่าวว่า อย่างที่เราบอกเสมอ จิตวิญญาณของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และความยุติธรรมก็ยังคงมีอยู่ ดังนั้นการยุบพรรคฯไม่ช่วยอะไร ตนอยากให้เผด็จกาทราบว่าวิธีเดียวที่จะทำได้คือการปล่อยให้ประขาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54340</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อม็อบ, ชุมนุมการเมือง, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, วิ่งไล่ลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1a722896fad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;หวั่นก่อม็อบขัดแย้งหนักกว่าเดิมย้อนถามกว่าจะได้รธน.บอบช้ำเท่าไหร่เชื่อรัฐบาลอยู่ครบเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ธ.ค.62-ที่ร้านโกลเด้น เพลส นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563​ ว่า เรื่องเศรษฐกิจในปีหน้า​ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบทั้งภายในและนอกประเทศมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่เมื่อร่าง​ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านสภาฯ​ และใช้ได้ในช่วงต้นปี 63​ ก็จะเบาใจได้ ส่วนการที่ประเทศอังกฤษจะแยกตัวจากสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจมาถึงไทยด้วย ซึ่งเรามีรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจที่จะช่วยกันทำงาน​ ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่อย่าทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ทำให้ประเทศชาติชะงักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ​ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กังวลลัทธิชังชาติ จะเป็นชนวนขัดแย้งในอนาคตขึ้นอีกหรือไม่​ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า ประชาชนพบกับปัญหามามากแล้ว อยากให้แสดงความเห็นต่างและวิจารณ์ในภาควิชาการมากกว่า และไม่เห็นด้วยที่จะมารวมเป็นกลุ่มก้อนและก่อม็อบที่จะทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ เรามีประสบการณ์มาแล้ว และมีหลายคนถูกจองจำ​ ถามว่าได้ประโยชน์อะไร ขอว่าอะไรที่จะทำให้ขัดแย้งอย่าไปทำตาม​ ต้องคิดว่ากว่าจะได้รัฐธรรมนูญกลับคืนมาต้องต่อสู้และบอบช้ำกันเท่าไหร่​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำพรรคพลังประชารัฐ​ กล่าวถึงเสียงส.ส.ของรัฐบาลที่ยังปริ่มน้ำ​ ว่า​ อาจต้องพบปะพูดคุยกันมากขึ้นก่อนที่จะพิจารณาญัตติสำคัญ​ และเมื่อมีเสียงที่ปริ่มน้ำก็เป็นธรรมดาที่จะเห็นงูเห่าเกิดขึ้นมาได้ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็เคยเกิดขึ้น​ ยกตัวอย่างการเมืองในสหรัฐอเมริกาที่จะมีการถอดถอนประธานาธิบดี​ ซึ่งก็อาจจะมีงูเห่า​ เป็นเรื่องคณิตศาสตร์​ เพื่อนฝูงต่างพรรคก็อาจช่วยกัน​ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่เลย​ มีเกิดขึ้นมาตลอดในทุกรัฐบาลในอดีต​ ส่วนที่มีการขับไล่​ ส.ส.ออกจากพรรค​ อาจส่งผลให้เสียงของรัฐบาลที่ปริ่มน้ำอาจสมบูรณ์ขึ้นจากเดิม​พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเป็นรัฐบาลผสมนโยบายจะต้องมาแลกเปลี่ยนกัน ก็อาจทำนโยบายของแต่ละพรรคไม่ได้​ 100​ เปอร์เซ็นต์​ แต่หากทำเต็มที่แล้ว​ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจโดยประชาสัมพันธ์ผลงานที่ทำไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือปัญหาต่างๆ จะเป็นผลให้เกิดการปรับครม.ตามมาหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การปรับครม.ไม่น่าตกใจ​ เพราะเป็นไปตามสถานการณ์ และปรับเพื่อเติม​ในส่วนที่คิดว่าการทำงานยังไม่แน่น​ แต่ไม่รู้ว่านายกฯคิดอย่างไร​ ซึ่งในประเพณีปฏิบัติก่อนหรือหลังการอภิปราย​ ผู้บริหารสูงสุดจะมองเห็นถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของการทำงาน​ไปตามสถานการณ์​ แต่คงไม่ใช่สาเหตุ​ เพราะถูกอภิปราย​ หรือมีกิจกรรมการทางการเมืองอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่า​ รัฐบาลจะอยู่ครบ​ 4​ ปีหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสูตรตายตัวไม่ได้​ และมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะอยู่ครบเทอม และหากเลือกตั้งบ่อยก็อาจบอบช้ำไปด้วย จึงควรใช้เวลานี้ทำประโยชน์กับประชาชน​ ส่วนฝ่ายค้านก็ยังไม่อยากเลือกตั้งใหม่​ เพราะจะได้มีเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งผู้บริหารอาจจะอยากอยู่นานหรือไม่นานได้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนิด้าโพล​ สำรวจความเห็นประชาชนเรื่องนายกรัฐมนตรีในใจ​ พบว่า​ นายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่​ ​มีคะแนนเป็นอันดับ​ 1​ ส่วนพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ อันดับ​ 2​ ถือว่านายกฯอยู่ในช่วงขาลงหรือไม่​ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า​ ไม่หรอก​ เพราะโพลส่วนใหญ่ที่สำรวจในช่วงที่รัฐบาลบริหารงาน​ส่วนใหญ่นายกฯไม่ค่อยได้เป็นที่หนึ่ง​ และโพลก็อาจจะถามในกลุ่มเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง​ เช่น​ ไปทำในกลุ่มที่สนับสนุนนายธนาธร​ ก็อาจจะได้ความนิยมเยอะ​ แต่ถ้าเป็นโพลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ​ ถามทีละ​ 5-6 หมื่นคนจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง​ แต่ถ้าถามถึง​ 300-400​ คน​ แล้วมาชี้ว่าเป็นความคิดเห็นของคนทั้งประเทศไม่ได้​ เรื่องนี้คงไม่มีปัญหาอะไร​ และตนเคารพในสิทธิการทำโพลและคำวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53529</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อม็อบ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, ปรับครม., ลัทธิชังชาติ, เศรษฐกิจปี63, เสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191230/image_big_5e09882359bfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
