<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดทอท.ไม่สนเสียงค้าน อนุมัติก่อสร้างเทอมินัล 2 สุวรรณภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดทอท.ไฟเขียวสร้างอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ หลังไอเคโอยันทำตามแผนแม่บท เปิดช่องล้มประมูล &amp;lsquo;ดวงฤทธิ์&amp;rsquo; ส่อปรับแบบก่อสร้าง คาดรู้ผลเดือนนี้


นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) ทอท.ได้มีมติเห็นชอบโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ตามแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิฉบับล่าสุดของทอท. หลังจากนี้จะเร่งจัดประชุมผู้มีส่วนได้เสียในโครงการและผูเอกชนผู้ให้บริการในสนามบิน อาทิ คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน (Airline Operators Committee : AOC และ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(IATA) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปในประเด็นเรื่องรายละเอียดการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ว่าจะใช้ ลักษณะการก่อสร้างอาคารที่เป็นอิสระ (Stand-alone) มีชานชาลารับส่งผู้โดยสาร (Curb front)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือเป็นการก่อสร้างเป็นอาคารเชื่อมกับพื้นที่อาคาร Concourse A&amp;nbsp; หลังเดิม คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อได้ข้อสรุปแล้วต้องกลับมาดูแบบของ กลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก-อีเอ็มเอส-เอ็มเอชพีเอ็ม-เอ็มเอสอี-เออาร์เจ หรือ &amp;#39;กลุ่มดวงฤทธิ์&amp;#39; ซึ่งชนะการประกวดราคาว่าตรงลักษณะการก่อสร้างหรือไม่ เช่น แม่แบบเป็นอาคารอิสระ แต่คณะผู้มีส่วนได้เสียอยากได้แบบอาคารเชื่อม ก็ต้องมีการปรับแบบดังนั้นหากปรับแบบแล้วมันแตกต่างจากของเดิมหรือวงเงินลงทุนเยอะขึ้น ก็ต้องล้มประมูลงานออกแบบเพื่อเปิดประมูลใหม่พร้อมกับเยียวยาค่าเสียหายให้กับผู้ชนะการประมูลในครั้งนี้


นายนิตินัยกล่าวต่อว่าสาเหตุที่บอร์ดทอท.มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการนี้เนื่องจากสามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้อย่างครบถ้วน เริ่มจากประเด็นเรื่องแผนแม่บทหลักนั้น ทอท.ได้ทำหนังสือสอบถามความเหมาะสมไปยัง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้รับคำตอบว่าการสร้างอาคารบริเวณดังกล่าวนั้นถูกต้องเป็นไปตามแผนแม่บทที่ ICAO ได้เคยศึกษาและแนะนำให้ดำเนินการไว้ ส่วนกรณีเรื่องความต้องการเร่งแผนสร้างอาคารใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสารที่ล้นสนามบินนั้น ICAO รับทราบว่าแผนแม่บทเดิมวางไว้ที่ 45 ล้านคนต่อปี แต่พอมาวันนี้ 64 ล้านคนต่อปี ผู้โดยสารล้นสนามบินนั้นเข้าใจแต่ก็เพียงแนะนำว่าให้จ้างที่ปรึกษาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นทอท.จึงเลือกใช้วิถึตั้งคณะกรรมการผู้มีส่วนได้เสียภายในสนามบินขึ้นมาเพื่อร่วมกันและได้ข้อสรุปว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างอาคานหลังใหม่จึงต้องเร่งจัดประชุมให้ได้ข้อสรุปแนวทางก่อสร้างภายในเดือนนี้ก่อนลงนามสัญญาต่อไป


นายนิตินัยกล่าวอีกว่าหลังจากนี้ทอท.จะเร่งเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อขอเร่งรัดการดำเนินงานโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตก วงเงิน 7 พันล้านบาทไปก่อนเพื่อรองรับตัวเลขการขยายตัวของนักท่องเที่ยวและลดความแออัดภายในสนามบิน

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ICAO, การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2, ขยายสนามบินสุวรรณภูมิ, นิตินัย ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละ!ปมเทอร์มินัล 2 &#039;ถ้าคนหน้างานรู้ดีที่สุด แล้วจะมี รมต.ไว้ทำไม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.61- ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีส.ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธาและจราจร โพตส์ข้อความเรื่อง &amp;quot;ปมเทอร์มินัล 2 ถ้าคนหน้างานรู้ดีที่สุด แล้วจะมี รมต.ไว้ทำไม? ระบุว่า &amp;quot;หลังจากผมได้ไปร่วมดีเบตบนเวทีสาธารณะ &amp;ldquo;กะเทาะเปลือกสุวรรณภูมิ&amp;rdquo; ที่สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 ก็คิดว่าจะหยุดเขียนบทความเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทในสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากปรากฏผลเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าผู้แทนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ไม่สามารถชี้แจงคำถามที่ผมและผู้ร่วมดีเบตถามให้เป็นที่กระจ่างชัดได้ ทำให้ผู้แทนองค์กรต่างๆ ถึง 12 องค์กร ในฐานะกรรมการกลางได้ลงมติคัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ 12-0 นับเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่มีผู้แทนจากหลายองค์กรมาร่วมฟังการดีเบตและมีมติเป็นเอกฉันท์ เหตุการณ์เช่นนี้ยากที่จะเกิดขึ้นถ้าผู้แทนเหล่านั้นไม่มีความห่วงใยในการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ อันที่จริง มีผู้แทนมาทั้งหมด 15 องค์กร แต่มีผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียง 12 องค์กร ไม่ใช้สิทธิ์ 3 องค์กร ประกอบด้วยหน่วยงานราชการ 2 องค์กร ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะคัดค้าน และอีกหนึ่งองค์กรคือสภาวิศวกรซึ่งได้ทำหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม ทอท.ยังมีความพยายามจะเดินหน้าก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทต่อไป โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากองค์กรต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้รับฟังการให้สัมภาษณ์ของ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำให้ผมจำเป็นต้องเขียนบทความเกี่ยวกับการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 อีกครั้ง นับเป็นบทความที่ 6 บทสัมภาษณ์ รมช.ไพรินทร์ฯ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกแบบเทอร์มินัล 2 ก็ทำมาสองครั้งแล้ว ใช้เวลามาจนถึงตอนนี้ ผมเข้าใจว่าเกือบสองปีนะครับ ก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่า ทำไมมาค้านเอาเมื่อปีที่ 2 หลังจากทราบชื่อว่า ใครได้รับการคัดเลือกแล้ว เรื่องนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการของทางการท่าอากาศยานพิจารณานะครับว่า แล้วแนวทางต่อไปที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรจะเป็นอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักข่าวถามต่อว่า &amp;ldquo;แล้วได้ฟังเหตุผลที่เขาค้านมั้ยครับ คิดว่ามีน้ำหนักอย่างไร&amp;rdquo; รมช.ไพรินทร์ฯ ตอบว่า &amp;ldquo;ได้ฟังครับ ก็ได้พูดถึงแผนแม่บทซึ่งทำเมื่อประมาณสัก 30 ปีเศษที่แล้ว ซึ่งต้องเข้าใจว่าปัจจุบันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปเยอะ สมัยนั้นไม่มีเครื่องใหญ่ๆ อย่าง 380 นะครับ ไม่มี Low Cost Airline แล้วสมัยนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะเปิดดอนเมืองออกมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรื่องนี้จริงๆ ผมคิดว่า คนที่เขาอยู่หน้างานก็จะรู้ดีที่สุดนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องจะรู้ได้ทันทีว่า รมช.ไพรินทร์ฯ ได้รับข้อมูลพื้นฐานไม่ถูกต้อง ผมในฐานะวิศวกรที่ร่วมวางแผนแม่บทสนามบินสุวรรณภูมิขอแย้งคำให้สัมภาษณ์ข้างต้นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รมช.ไพรินทร์ฯ มีความคิดว่าคนที่อยู่หน้างานรู้ดีที่สุด แต่ผมคิดว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีจะต้องรู้ไม่น้อยกว่าคนที่อยู่หน้างาน และจะต้องเข้าใจงานที่ตนกำกับดูแลอย่างถ่องแท้ มิฉะนั้นจะถูกหลอกได้ ถ้ารัฐมนตรีเชื่อถือคนที่อยู่หน้างานแบบเต็มร้อย แล้วจะมีรัฐมนตรีไว้ทำไม ไม่จำเป็นจะต้องมีรัฐมนตรีให้เปลืองเงินเดือน ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินการได้โดยข้าราชการประจำหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รมช.ไพรินทร์ฯ ไม่ควรตั้งข้อสงสัยผู้คัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนจาก 12 องค์กร ว่าเป็นเพราะได้ทราบชื่อผู้ชนะการประกวดแบบแล้วจึงคัดค้าน ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย ผมไม่สนใจว่าใครจะชนะหรือแพ้ เพราะเป็นเรื่องปลายเหตุ ผมมาให้ความสนใจเรื่องนี้เมื่อได้ตระหนักว่าเป็นการสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหามากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. แผนแม่บทฉบับแรกถูกจัดทำในปี พ.ศ.2536 หรือเป็นเวลา 25 ปีแล้ว ซึ่งผมได้ร่วมจัดทำด้วยในฐานะวิศวกรของบริษัท หลุยส์ เบอร์เจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ยังคงมีความทันสมัยเพราะมีการวางแผนกันมาอย่างรอบคอบ หาก ทอท.ก่อสร้างเทอร์มินัล 2 บนตำแหน่งตามแผนแม่บทซึ่งอยู่ด้านทิศใต้ของเทอร์มินัล 1 บนฝั่งถนนบางนา-ตราด จะทำให้เกิดความสมดุลในการใช้สนามบินทุกทิศทาง กล่าวคือด้านทิศเหนือจะสมดุลกับด้านทิศใต้ และด้านทิศตะวันออกจะสมดุลกับด้านทิศตะวันตก แต่ถ้า ทอท.ก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเทอร์มินัล 1 ซึ่งผิดแผนแม่บท นอกจากจะทำให้เกิดความไม่สมดุลในการใช้สนามบินแล้ว ยังจะทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกอีกด้วย เพราะต้องใช้รถไฟฟ้าไร้คนขับหรือเอพีเอ็มถึง 2 สาย ทั้งสายลอยฟ้าและสายใต้ดิน และที่สำคัญ จะไม่สามารถทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 30 ล้านคนต่อปีตามที่ ทอท.คุยไว้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. แม้ในสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องบินขนาดใหญ่ดังเช่น A380 ก็ตาม แต่แผนแม่บทได้เตรียมพื้นที่ที่สำหรับสร้างหลุมจอดสำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ไว้แล้ว โดย ทอท.สามารถเลือกสร้างหลุมจอดสำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้รอบอาคารเทียบเครื่องบินรอง (Satellite Terminal) ด้วยเหตุนี้ แผนแม่บทดังกล่าวจึงยังคงใช้งานได้อย่างดี ไม่ล้าสมัยไปตามกาลเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สมัยนั้นมีแนวคิดที่ใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิอยู่แล้ว กล่าวได้ว่ารัฐบาลในขณะนั้นใช้นโยบาย 2 สนามบิน (Dual Airports) ไม่ใช่ 1 สนามบิน (Single Airport) ซึ่งสอดคล้องกับรัฐบาลในปัจจุบันที่ใช้นโยบาย 2 สนามบิน และกำลังจะเปลี่ยนเป็น 3 สนามบิน (Triple Airports)โดยมีสนามบินอู่ตะเภามาร่วมด้วย และทั้งสามสนามบินจะถูกเชื่อมโยงด้วยรถไฟความเร็วสูง จึงไม่มีความจำเป็นที่ ทอท.จะต้องก่อสร้างเทอร์มินัลถึง 3 เทอร์มินัล แค่ 2 เทอร์มินัล ก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากผู้โดยสารจะกระจัดกระจาย ไม่กระจุกอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. แม้ในปัจจุบันมีสายการบินต้นทุนต่ำก็ตาม แต่สายการบินเหล่านี้ส่วนใหญ่ให้บริการที่สนามบินดอนเมือง จึงไม่มีความจำเป็นที่ ทอท.จะต้องก่อสร้างเทอร์มินัลเพิ่มขึ้นในสนามบินสุวรรณภูมิจาก 2 เทอร์มินัล ตามแผนแม่บท เป็น 3 เทอร์มินัล ตามแนวคิดของ ทอท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าเสียดายที่ รมช.ไพรินทร์ฯ ไม่ได้ไปร่วมฟังการดีเบต ถ้าได้ไปคงจะรู้ว่าการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงอย่างไร ผมขอแนะนำให้ รมช.ไพรินทร์ฯ หาคลิปการดีเบตมาฟังอย่างตั้งใจ อย่ารับฟังรายงานจาก ทอท.เพียงอย่างเดียว แล้วลองพยายามหาคำตอบให้ได้ว่าทำไม ทอท.จึงไม่ขยายเทอร์มินัล 1 ออกไปทั้งทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตกแทนการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท ทั้งๆ ที่การขยายเทอร์มินัล 1 มีข้อได้เปรียบดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ใช้เงินน้อยกว่าประมาณ 32,000 ล้านบาท กล่าวคือการขยายเทอร์มินัล 1 จะใช้เงินประมาณ 10,000 ล้านบาท ในขณะที่การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะใช้เงินประมาณ 42,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ใช้เวลาน้อยกว่า เพราะออกแบบเสร็จแล้วพร้อมที่จะก่อสร้าง ผ่านการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอแล้ว และที่สำคัญ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็อนุมัติแล้ว ในขณะที่เทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทยังไม่ได้ออกแบบ ยังไม่ผ่านอีไอเอ และครม.ยังไม่ได้อนุมัติ กล่าวโดยสรุป การขยายเทอร์มินัล 1 จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีครึ่งเท่านั้น แต่การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การขยายเทอร์มินัล 1 จะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 30 ล้านคนต่อปีแน่นอน แต่การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท โดยมีหลุมจอดประชิดอาคารเพียง 14 หลุม จะไม่สามารถทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีความจุเพิ่มขึ้น 30 ล้านคนต่อปีได้อย่างแน่นอน ผมแนะนำให้ รมช.ไพรินทร์ฯ ถามหารายการคำนวณจาก ทอท.ที่แสดงให้เห็นว่าหลุมจอดประชิดอาคาร 14 หลุม จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 30 ล้านคนต่อปี ได้จริงหรือ แล้วเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากให้ รมช.ไพรินทร์ฯ ได้ตระหนักว่า ในกรณีที่ ทอท.ต้องการเดินหน้าก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท จะก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย กล่าวคือด้านหน้าเทอร์มินัล 2 รถจะติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากมีพื้นที่เหลือหน้าเทอร์มินัล 2 น้อย ยากที่จะแก้ปัญหาจราจร ด้านหลังจะมีเครื่องบินติด เพราะมีพื้นที่เหลือน้อยเช่นเดียวกัน เปรียบเหมือนการสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในซอยเล็กๆ ซึ่งจะทำให้เกิด &amp;ldquo;วิกฤตจราจรอย่างหนัก&amp;rdquo; ที่สำคัญ ผู้โดยสารจะไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องใช้รถไฟฟ้าไร้คนขับหรือเอพีเอ็มถึง 2 สาย ทั้งสายลอยฟ้าและสายใต้ดิน หรืออาจจะต้องใช้ถึง 3 สาย ประกอบด้วยสายลอยฟ้า 2 สาย และสายใต้ดิน 1 สาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากให้ รมช.ไพรินทร์ฯ ทำใจให้เปิดกว้าง แล้วพิจารณาข้อมูลดังกล่าวข้างต้นด้วยใจเป็นธรรม แล้วลองหาหนังสือคัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทของกลุ่มบริษัทอีพีเอ็มซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ ทอท. ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2557 ถึง ทอท. และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 โดย ทอท.ทำการศึกษาเองซึ่งแล้วเสร็จภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 2-3 เดือนเท่านั้น หลังจากเลิกจ้างกลุ่มบริษัทอีพีเอ็มมาอ่านดูก็จะรู้ความจริงว่าทำไมองค์กรต่างๆ และผู้รู้หลายคน รวมทั้งที่ปรึกษาของ ทอท.จึงคัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท และทำไม ทอท.จึงต้องการผลักดันที่จะก่อสร้างให้ได้แบบ &amp;ldquo;หัวเดียวกระเทียมลีบ&amp;rdquo; ไม่สนใจใยดีต่อคำคัดค้านจากทุกสารทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีบางคนชอบอ้างว่าจะต้องเร่งก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทเพราะ ทอท.ล่าช้ามานานแล้ว จะทำให้เตรียมการไม่ทันที่จะรองรับผู้โดยสารซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี คำกล่าวอ้างนี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ในขณะที่การขยายเทอร์มินัล 1 จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีครึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุป การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะมีประโยชน์เพียงแค่ช่วยลดความแออัดของผู้โดยสารที่เทอร์มินัล 1 เท่านั้น แต่ไม่ช่วยทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีหลุมจอดเท่าเดิม อีกทั้งจะก่อให้เกิดปัญหามากมาย แล้วมันคุ้มกันหรือที่จะต้องใช้เงินถึง 42,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮ้อ! บ้านนี้ เมืองนี้ ช่างวังเวงจริงหนอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20770</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเทาะเปลือกสุวรรณภูมิ, การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2, ปมเทอร์มินัล 2, สามารถ ราชพลสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af91f431542b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สามารถ&quot;ชี้สร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่สองไม่ช่วยแก้แออัด ใช้เงินละลายแม่น้ำเสียเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สามารถ&amp;quot;ชี้สร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่สองส่งกลิ่น ส่อละลายเงิน 4 หมื่นล้านแต่ไม่แก้แออัด &amp;nbsp;แนะลงทุนหมื่นล้านรับได้ 30 ล้านคนเหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (TER2)ของสนามบินสุวรรณภูมินั้นมีความไม่ชอบมาพากลและท้ายที่สุดการลงทุนถึง 4.2 หมื่นล้านบาทจะไม่สามารถแก้ปัญหาความแออัดอีกทั้งยังทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเสียชื่อเสียงในฐานะเกทเวย์ของภูมิภาคอีกด้วย เนื่องจากหลักการขยายสนามบินนั้นต้องขยายพื้นที่ในเขตการบิน(Airside)และการขยายพื้นที่นอกเขตการบิน(Landside)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแต่การก่อสร้าง TER2 ในจุดดังกล่าวนั้นไม่มีการเพิ่มพื้นที่ Airside เพราะเป็นการใช้หลุมจอดเดิมที่มีอยู่แล้ว 14 หลุมจอด ทอท.คุยว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ถึง 30 ล้านคนปี แต่ผมเห็นว่าเป็นไปไม่ได้แน่ เพราะต้องอาศัยอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT1) ซึ่งจะรองรับได้ 15 ล้านคนต่อปีอย่างไรก็ตาม การใช้หลุมจอดของอาคารเทียบเครื่องบินรองจะทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกสบาย เพราะจะต้องใช้บริการรถไฟฟ้าไร้คนขับ (APM) จากTER2 ไปสู่อาคารผู้โดยสารปัจจุบัน ซึ่งเป็นAPMลอยฟ้า ต่อจากนั้นจะต้องเปลี่ยนไปใช้เอพีเอ็มใต้ดินจากเทอร์มินัล 1 ไปสู่อาคารเทียบเครื่องบินรองเพื่อรอขึ้นเครื่องต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่าคงไม่ต้องใช้เม็ดเงินหลายหมื่นล้านในการก่อสร้างอาคารใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน เพียงแค่เลือกใช้แนวทางขยายอาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกซึ่งจะสามารถรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปีโดยใช้เม็ดเงินเพียงแค่ 8,000-10,000 ล้านบาทและเป็นไปตามแผนแม่บท อีกทั้ง ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกมากกว่าเพราะสามารถใช้ APM เชื่อมต่อไปยังอาคาร SAT1 ได้เลย อีกทั้งยังใช้เวลาก่อสร้างน้อยกว่า ส่วนอาคารหลังที่ 2 นั้นให้ไปก่อสร้างฝั่งถนนบางนา-ตราด เพื่อแยกประเภทผู้โดยสารออกจากกันและแบ่งเบาปริมาณจราจรในเส้นทางเข้าสนามบินปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเชื่อม TER1 และ TER2 ด้วย APM ใต้ดินอยู่แล้วอีกด้วย&amp;quot;นายสามารถ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมองว่าสนามบินสุวรรณภูมิไม่จำเป็นต้องมีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 เพื่อรองรับผู้โดยสาร 150 ล้านคนต่อปีตามแผนแม่บทใหม่ของ ทอท.เนื่องจากรัฐบาลได้เปลี่ยนจากนโยบายสนามบินเดียวเป็นนโยบาย 2 สนามบิน (Dual Airports) และในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนเป็นนโยบาย 3 สนามบิน (Triple Airports) ซึ่งประกอบด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา โดยจะมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้ผู้โดยสารกระจายไปใช้ทั้งสนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภานอกเหนือจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเหตุนี้ สนามบินสุวรรณภูมิจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องมีถึง 3 เทอร์มินัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย (จำกัด)มหาชน หรือ ทอท.กล่าวว่าสาเหตุที่ก่อสร้างอาคารหลังที่สองบริเวณจุดดังกล่าวนั้นเพื่อเพิ่มจำนวนประตูเชื่อมเครื่องบิน (Contact Gate) และเพิ่มจุดรับกระเป๋าและจุดตม. จากเดิมที่ผู้โดยสารทุกคนจะต้องไปกระจุกอยู่ที่ด่านตม.และจุดรับกระเป๋าเพียงแห่งเดียวคือภายในอาคารปัจจุบันส่งผลให้เกิดปัญหาความแออัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนด้านการเลือกขยายอาคารฝั่งทิศตะวันตกแทนที่จะเป็นอาคารฝั่งทิศตะวันออกตามแผนเดิมนั้นเนื่องจากการขยายอาคารฝั่งตะวันออกจะทำลายทัศนียภาพและเอกลักษณ์อันสวยงามของอาคารผู้โดยสารปัจจุบันซึ่งลงทุนไปถึง 1 แสนล้านบาท อีกทั้งการขยายจุดังกล่าวนั้นยังมีระดับเพดานที่จำกัดเพียง 4-5 เมตรเนื่องจากต้องใช้แนวหลังคาเดียวกับอาคาร Concourse A เดิม อีกทั้งยังต้องก่อสร้างทางยกระดับเพื่อประชิดอาคารเพิ่มขึ้นซึ่งปัจจุบันพื้นที่แทบจะไม่เพียงพอก่อสร้างแล้ว นอกจากนี้จะต้องเจอผลกระทบจากรถขนส่งขนาดใหญ่ที่ต้องวิ่งเข้าและออกพื้นที่ก่อสร้างใกล้กับอาคารผู้โดยสารหลักซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมากกว่า 22,000 เที่ยวตลอดระยะเวลาก่อสร้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19645</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2, ขยายสนามบินสุวรรณภูมิ, สามารถ ราชพลสิทธิ์, ส่อละลายเงิน 4 หมื่นล้าน, ไม่แก้แออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af91f431542b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
