<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ครูตั้น” บรรยายพิเศษ วางเข็มทิศ ผู้บริหารระดับสูง ศธ. ขับเคลื่อน “การศึกษายกกำลังสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8มิ.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;quot;Roadmap การศึกษาไทย : การศึกษายกกำลังสอง&amp;quot; ว่า สำหรับการบรรยายพิเศษในครั้งนี้ มีข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เข้าร่วม เนื่องจากตนต้องการวางแผนการบริหารการศึกษาร่วมกับทุกคนใน ศธ.หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 พ้นวิกฤต ซึ่งระหว่างที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคเราได้ค้นพบแล้ว ว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในระบบการศึกษามีความจำเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากทุกฝ่ายใน ศธ.ช่วยกันทำระบบการศึกษามีกลไกที่แข็งแรงก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา ที่จะต้องผ่านท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆ ไปได้อย่างแน่นอน สำหรับการพลิกวิกฤตด้วยการสร้างโอกาสทางการศึกษานั้น ตนต้องการให้ผู้บริหาร ศธ.เข้าใจถึงแนวทางการทำงานร่วมกันก่อน &amp;nbsp;โดยเฉพาะการสร้างการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ เช่น โรงเรียนเพื่อความเป็นเลิศ และวิทยาลัยเพื่อความเป็นเลิศ เป็นต้น ดังนั้นการดำเนินการเรื่องการศึกษายกกำลังสองไม่ได้ยุ่งยาก แต่เป็นการนำเอาสิ่งที่มีการทำมาก่อนหน้านี้แล้วมาบูรณการร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมหวังว่าในอนาคตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและ ศธ.เอง จะเห็นภาพการศึกษายกกำลังสองจนนำไปสู่เป้าหมายการจัดการศึกษาที่ชัดเจนของแต่ละภาคส่วนได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้หวังว่าการศึกษายกกำลังสอง จะทำให้เราได้เห็นภาพการทำงานที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น เช่น การทำสื่อการเรียนรู้ด้วยการยกระดับประสบการณ์ผ่านสื่อผสมผสาน เป็นต้น อีกทั้งระบบการศึกษาจะต้องสร้างให้คนในประเทศได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม มีสื่อการเรียนรู้เท่ากับเด็กในเมือง แต่เรายังมีข้อจำกัดที่ยังไม่ก้าวผ่านในการแก้ปัญหาได้ &amp;nbsp;ดังนั้นเราต้องการระบบการศึกษาของเราให้แข็งแรง ดังนั้นหากเราสร้างการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศเราจึงต้องมองถึงโลกอนาคต ให้เด็กเข้าถึงดิจิทัลและทักษะโลกที่เปลี่ยนแปลงไป&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68132</URL_LINK>
                <HASHTAG>การขับเคลื่อนการศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddec2717d5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;เผยเจ็บปวดทุกครั้งเห็นปัญหาการศึกษา อย่างอาหารกลางวันเด็ก วอนผู้บริหารอย่านิ่งเฉย ควรช่วยขับเคลื่อน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่โรงแรมไดมอนพลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี - สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ (สพท.) โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า การขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปสู่อนาคตต้องมีการต่อยอดจากสิ่งที่ทุกคนได้ดำเนินการไว้อยู่แล้ว ซึ่งตนต้องการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขตร่วมมือกับตนในการต่อยอดและปรับปรุงการศึกษาไทย เพราะตนถือว่าเรื่องการศึกษาไทยจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ เพราะตนเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อเห็นปัญหาการศึกษา โดยเฉพาะโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ดังนั้นตนจึงไม่อยากให้ผู้บริหารยึดติดคิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหาร แต่ต้องไม่นิ่งเฉยกับปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องทำงานเชิงรุกคิดวางแผนติดตามและประเมินการบริหารจัดการอาหารกลางวันของโรงเรียนตัวเองด้วย แม้ปัญหาเรื่องอาหารกลางวันนักเรียนจะเกิดในจำนวนน้อยแต่ตนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารจะต้องใส่ใจปัญหาต่างๆให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนต้องการให้อยากให้ผู้บริหารทุกคนวางโครงสร้างการบริหารจัดการให้แก่คนทำงานในรุ่นต่อไปด้วย เพื่อให้การขับเคลื่อนการศึกษามีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโครงสร้าง ศธ.ในภูมิภาคทั้งการมีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ศึกษาธิการภูมิภาค (ศธภ.) และ สพท. ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ทำงานทับซ้อนกัน เช่น ขณะนี้มีปัญหาน้ำท่วม ตนจะต้องถามข้อมูลตัวเลขโรงเรียนได้รับผลกระทบจากหน่วยงานไหนได้บ้างที่จะรู้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้ จะต้องมีการปรับแก้ไขแน่นอน เพราะการตนที่ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะประสานงานกับหน่วยงานใด เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องคิดแล้วว่ากระบวนการนั้นต้องมีการพิจารณา เพื่อทำให้กระบวนการสามารถเดินไปข้างหน้า สร้างประสิทธิภาพได้ ปัญหามันแก้ได้ และขอให้มั่นใจว่าตนจะไม่ลิดรอนสิทธิ์ของใคร จะดูแลเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์เอาไว้ แต่กระบวนการอาจจะต้องเปลี่ยนไปบ้าง ดังนั้นจึงอาจจะมีบ้างช่วงเวลาที่โครงสร้างมีความผิดแปลกไปบ้าง แต่ระยะยาวอีก 2-3 ปีข้างหน้า ระบบก็จะเข้าที่ด้วยตัวมันเอง ดังนั้นเราต้องคำนึงถึงอนาคตเป็นที่ตั้ง สำหรับเรื่องงบประมานของ ศธ.เป็นที่ทราบกันดีว่า ศธ.ได้รับงบประมาณสูงสุดกว่ากระทรวงอื่นๆ แต่ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเม็ดเงินเหล่านี้หากทุกคนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษา เพราะงบประมาณคือส่วนหนึ่งของการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูและนักเรียนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก และมีหลายคนเฝ้ามองการทำงานของเราอยู่ ขณะเดียวกันเรื่องทุจริตของ ศธ.ก็มีจำนวนมากถึง 30-40 เรื่อง ซึ่งมันสะท้อนว่า การบริหารจัดการของเรายังไม่ดีพอ และเราจะต้องร่วมปิดช่องโหว่ในจุดนี้ให้ได้ ดังนั้นผมจึงขอให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมและเดินไปพร้อมกับในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู้ศตวรรษที่ 21 และใน 1-3 ปี เราจะต้องหาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกคนไม่อยากร่วมกันทำงานผมก็ทิ้งทุกคนแน่นอน อย่าคิดว่าผมจะมาอยู่ในตำแหน่งนี้แค่ไม่กี่เดือน แต่ผมจะอยู่ให้นานที่สุด เพราะผมผูกพันกับการศึกษาไทยและจะแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างเต็มที่&amp;quot;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44992</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การศึกษาไทย, #สพท., การขับเคลื่อนการศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ปัญหาการศึกษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f6bb1e8141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
