<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กระตุกต่อมจริยธรรมสื่อเสนอข่าว&#039;โอ-วรุฒ&#039;ควรเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์ อย่าคิดขายข่าวจนละทิ้งความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.61-&amp;nbsp; นายจักร์กฤษ เพิ่มพูน กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&amp;nbsp; โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ Self censorship และการเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์:-จากรณีการเสียชีวิตของ โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกชื่อดัง ที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวลักษณะซ้ำเติมผู้เสียชีวิตจนสร้างความไม่พอใจแก่ญาติและเพื่อนๆ
&amp;nbsp;
โดยนายจักรกฤษ ระบุว่า เมื่อผมทดลองให้หัวข่าวเป็นตัวอย่าง ในห้องเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานนี้ โดยเป็นหัวข่าวที่ให้น้ำหนักกับบางเรื่องราวในชีวิต ของคุณโอ วรุฒ วรธรรม ที่ทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่ราบรื่นมากนัก น่ายินดี ที่เด็กรุ่นใหม่ ทักท้วง และตั้งคำถามว่าหัวข่าวเช่นนั้น เป็นละเมิดจริยธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนสอนหนังสือ ที่รู้ว่า เราพอจะมีความหวังได้ว่า นักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่จะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบ ไม่เห็นความทุกข์ ของคนอื่นเป็นข่าวที่ขายได้ ไม่ซ้ำเติมชะตากรรมของผู้สูญเสีย และเมื่อเขาเข้าสู่การงาน เขาจะรู้จัก Self censorship โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นจริง การตระหนักรู้ถึงความทุกข์โศกของคนอื่น ระมัดระวังและคิดได้ว่า หากคุณโอ เป็นลูก เป็นหลานเรา เราคงไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตของเขามาทำซ้ำอีก การให้เกียรติผู้ที่ยังอยู่ และการให้ความเคารพในสิทธิของผู้วายชนม์ คือคุณลักษณะของสื่อที่ดี และอาจไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องจริยธรรมก็ได้ เพราะมันคือความรู้สึกพื้นฐานความเป็นมนุษย์นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในภาวะแห่งการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่หากสื่อคิดแต่จะขายข่าว ละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่ควรให้การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น เราจะเป็นสื่อที่มีเกียรติและเป็นสื่อที่สังคมให้การยอมรับได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17542</URL_LINK>
                <HASHTAG>Self censorship, การควบคุมจริยธรรมสื่อ, นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล, สภาการหนังสือพิมพ์, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โอ วรุฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b0fcb1f9d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กระตุกต่อมจริยธรรมสื่อเสนอข่าว&#039;โอ-วรุฒ&#039;ควรเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์ อย่าคิดขายข่าวจนละทิ้งความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.61-&amp;nbsp; นายจักร์กฤษ เพิ่มพูน กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&amp;nbsp; โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ Self censorship และการเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์:-จากรณีการเสียชีวิตของ โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกชื่อดัง ที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวลักษณะซ้ำเติมผู้เสียชีวิตจนสร้างความไม่พอใจแก่ญาติและเพื่อนๆ
&amp;nbsp;
โดยนายจักรกฤษ ระบุว่า เมื่อผมทดลองให้หัวข่าวเป็นตัวอย่าง ในห้องเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานนี้ โดยเป็นหัวข่าวที่ให้น้ำหนักกับบางเรื่องราวในชีวิต ของคุณโอ วรุฒ วรธรรม ที่ทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่ราบรื่นมากนัก น่ายินดี ที่เด็กรุ่นใหม่ ทักท้วง และตั้งคำถามว่าหัวข่าวเช่นนั้น เป็นละเมิดจริยธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนสอนหนังสือ ที่รู้ว่า เราพอจะมีความหวังได้ว่า นักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่จะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบ ไม่เห็นความทุกข์ ของคนอื่นเป็นข่าวที่ขายได้ ไม่ซ้ำเติมชะตากรรมของผู้สูญเสีย และเมื่อเขาเข้าสู่การงาน เขาจะรู้จัก Self censorship โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นจริง การตระหนักรู้ถึงความทุกข์โศกของคนอื่น ระมัดระวังและคิดได้ว่า หากคุณโอ เป็นลูก เป็นหลานเรา เราคงไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตของเขามาทำซ้ำอีก การให้เกียรติผู้ที่ยังอยู่ และการให้ความเคารพในสิทธิของผู้วายชนม์ คือคุณลักษณะของสื่อที่ดี และอาจไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องจริยธรรมก็ได้ เพราะมันคือความรู้สึกพื้นฐานความเป็นมนุษย์นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในภาวะแห่งการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่หากสื่อคิดแต่จะขายข่าว ละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่ควรให้การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น เราจะเป็นสื่อที่มีเกียรติและเป็นสื่อที่สังคมให้การยอมรับได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17541</URL_LINK>
                <HASHTAG>Self censorship, การควบคุมจริยธรรมสื่อ, นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล, สภาการหนังสือพิมพ์, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โอ วรุฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b0fcb1f9d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละแผนปฏิรูปสื่อ เจ้ากี้เจ้าการกำกับจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แผนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำโดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกาศใช้แล้วตั้งแต่ 6 เมษายนเป็นต้นมา และอาจไม่สอดคล้องกับแถลงการณ์วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกในวันที่ 3 พ.ค.นี้ ที่มุ่งเน้น ทวงคืนเสรีภาพสื่อ ปลดล็อกคำสั่ง คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากแผนปฏิรูปนี้มีความพิลึกพิลั่นอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปที่ 2 ว่าด้วย แนวทางการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ กำหนดเป้าหมายรวมไว้ประการหนึ่งว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมุ่งเน้นการสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทำหน้าที่ของสื่อบนความรับผิดชอบกับการกำกับที่มีความชอบธรรม และการใช้พื้นที่ดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ ดำรงรักษาเสรีภาพของการแสดงออกการรับรู้ของประชาชน ด้วยความเชื่อว่าเสรีภาพของการสื่อสารคือเสรีภาพของประชาชนตามแนวทางของประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยระบุตัวชี้วัดไว้ที่การประกาศใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อมวลชนบังคับใช้ และคู่มือมาตรฐานกลางทางด้านจริยธรรมของวิชาชีพสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ในแผนปฏิรูปสื่อได้กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการไว้ว่าภายในปี 2561 จะตรา พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนออกมาให้มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยวางขั้นตอนดังนี้ ภายในเดือนมิถุนายนจัดตั้งคณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วยตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกา, ตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อ, ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ, ตัวแทนภาควิชาการด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือนกรกฎาคม-กันยายน นำเสนอร่างกฎหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ตรวจเพื่อนำเสนอ ครม.อนุมัติหลักการ ในเดือนตุลาคม-ธันวาคม นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อ สนช.พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ พ.ร.บ.ประกาศใช้การก่อเกิดคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนก็จะตามมา ทำหน้าที่กำกับดูแลสื่อโดยมีมาตรการลงโทษองค์กรสื่อและสื่อที่เข้มข้นขึ้น อีกทั้งให้กำหนดมาตรฐานกลางทางด้านจริยธรรมของสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาดูกันว่าแผนปฏิรูปสื่อมีความพิลึกพิลั่นอย่างไร เริ่มต้นกันที่การปฏิรูปสื่อที่เริ่มกันมาตั้งแต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เสนอแนวทางการปฏิรูปสื่อไปให้นายกฯ โดยเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนไปพร้อม เมื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เข้ามาแทนที่ ก็ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนให้ตัวแทนภาครัฐเข้ามาร่วมถึง&amp;nbsp; 4 คน ทำให้องค์กรสื่อต่อต้านอย่างรุนแรงกล่าวหาว่าเป็นร่างกฎหมายกดหัวสื่อ และได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ใช้ชื่อเดิมไปให้นายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงปัจจุบันคณะกรรมการปฏิรูปสื่อยกเลิกของเดิมทั้งหมด เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ แล้วให้เริ่มต้นยกร่างกันใหม่ ด้วยการตั้งคณะทำงานมาจัดทำและรับฟังความเห็นกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่านั้นไม่พอในแผนยังมีมาตรฐานกลางทางด้านจริยธรรมสื่อผนวกเข้าไปด้วย ทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ขององค์กรวิชาชีพสื่อจัดทำกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่มีการคุ้มครองเสรีภาพสื่อ มีแต่การกำกับควบคุมดูแล ทั้งที่องค์กรสื่อถูกจำกัดเสรีภาพไว้ด้วยกฎหมายไม่เป็นธรรมหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์,&amp;nbsp; ประกาศ&amp;nbsp; คสช.ฉบับที่ 97/2557, ประกาศ คสช.ฉบับที่ 103/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 (ข้อ 5)&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉพาะประเด็นการควบคุมจริยธรรมสื่อเรื่องเดียวที่จะทำกฎหมายออกมา และการทำพิมพ์เขียวมาตรฐานทางจริยธรรมของสื่อไว้พร้อมสรรพ ก็หนักหนาเกินกว่าที่องค์กรสื่อจะยอมรับได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์กรสื่อยังไม่ลืมเหตุการณ์รวมพลังคัดค้านประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42&amp;nbsp; หรือ ปร.42 มรดกของคณะรัฐประหารที่จำกัดเสรีภาพมาตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2519 กว่ารัฐสภาจะยกเลิกประกาศนี้ก็เข้าปลายปี 2533 กินเวลานานถึง 13-14 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจาก คสช.เข้ามามีอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ถึงวันนี้เวลาที่ผ่านไป 4 ปี ภาษีประชาชนถูกใช้ไปเท่าไรกับการปฏิรูปสื่อ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายก็วนเวียนซ้ำซากอยู่กับการจำกัดเสรีภาพสื่อ โดยอ้างว่านี่คือการปฏิรูป นี่คือแผนที่จะนำมาบังคับให้สื่อต้องปฏิบัติตาม ด้วยข้ออ้างว่าต้องควบคุมจริยธรรมสื่อให้อยู่หมัดเพื่อได้คุณภาพมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าสงสัยว่าในคณะกรรมการปฏิรูปก็มีสื่ออาวุโสหลายคนเข้าไปอยู่ แล้วเหตุไฉนจึงเขียนแผนปฏิรูปสื่อออกมาแบบนี้!&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8130</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การควบคุมจริยธรรมสื่อ, การใช้พื้นที่ดิจิทัล, ความพิลึกพิลั่น, ทวงคืนเสรีภาพสื่อ, ปลดล็อกคำสั่ง คสช., พ.ร.บ.คุ้มครองเสรีภาพ, แผนปฏิรูป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5deed404aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
