<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”ตะลึงค่ารักษาโรงพยาบาลเอกชนราคาต่างกัน 20,000% เตรียมเรียกหารือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 2563 นายประโยชน์ เพ็ญสุต&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ เตรียมจะหารือและขอข้อมูลจากแพทยสภา เกี่ยวกับกรอบราคาค่ารักษาและบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล หลังจากที่กรมฯ ได้นำค่าบริการของโรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 รายการ&amp;nbsp;ให้ประชาชนตรวจสอบราคาได้ผ่านคิวอาร์โค้ด และเว็บไซต์กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;www.dit.go.th&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบราคาค่าบริการ&amp;nbsp;เนื่องจากพบว่าค่ารักษาและบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งแตกต่างกันมาก เช่น ค่ารักษาประเภทเดียวกัน บางแห่งราคาต่ำมาก แต่บางแห่งคิดราคาสูงกว่ารายที่ต่ำมากถึง 2 หมื่นกว่าเปอร์เซ็นต์ โดยหากโรงพยาบาลเอกชนรายใดที่มีการค่าบริการทางการแพทย์ที่สูงเกินไป กรมฯ จะเชิญมาชี้แจงข้อมูลต่อไป แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับโรงพยาบาล เพราะบางรายอาจจะมีการลงทุนเรื่องเครื่องไม้ เครื่องมือ ที่ดีกว่า ซึ่งก็ต้องรับฟังด้วย

&amp;ldquo;ตอนนี้ กรมฯ ได้นำประกาศค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนขึ้นเว็บไซต์ไปแล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปดู เข้าไปเช็กราคา เพื่อเปรียบเทียบได้ ซึ่งราคาที่ปรากฏบนเว็บไซต์ จะเป็นราคาที่โรงพยาบาลเอกชนได้แจ้งราคาไว้กับกรมฯ เมื่อประชาชนเข้าไปใช้บริการ แล้วพบว่ามีราคาจริงสูงกว่าที่แจ้งไว้ ก็สามารถมาร้องเรียนที่กรมฯ ได้ และให้นำหลักฐานมาด้วย หากพบว่าเป็นคิดราคาสูงกว่าที่แจ้งไว้ กรมฯ จะดำเนินการตามกฎหมายกับโรงพยาบาลดังกล่าวทันที&amp;rdquo;

สำหรับรายละเอียดค่ารักษาพยาบาลที่ได้นำขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ เช่น&amp;nbsp;ค่าเตียงผู้ป่วยสามัญ ราคา 200-24,130 บาทต่อคืน&amp;nbsp;โดยราคายูเซป หรือราคาที่รัฐให้โรงพยาบาลเบิกกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตอยู่ที่&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ค่าตรวจฉุกเฉินการรักษา กรณีผู้ป่วยในครั้งแรกที่รับไว้ 100-4,200 บาท&amp;nbsp;โดยราคายูเซปที่ 500 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ค่าห้องผ่าตัดใหญ่ ชั่วโมงแรกราคา 300-16,000 บาท ราคายูแซปอยู่ที่ 2,400 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ค่าตรวจผู้ป่วยใน โดยการบริการระงับความรู้สึกแบบทั่วไป (จีเอ) ชั่วโมงแรก 200-45,000 บาท ราคายูเซฟอยู่ที่ 2,240 บาท

ส่วนหอผู้ป่วยวิกฤต หรือห้องดูแลผู้ป่วยหนัก เป็นพื้นที่พิเศษที่จัดไว้เพื่อรักษาดูแลอาการผู้ที่ป่วยหนัก หรือมีอาการสาหัสเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ราคา 200-14,950 บาท ราคายูเซปอยู่ที่ 1,600 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ค่าหมอเฉพาะทาง 80-12,000 บาท ราคายูเซปอยู่ที่ 300 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การถ่ายภาพเอ็กซเรย์ของไตและทางเดินปัสสาวะ และการฉีดสารทึบรังสี 360-16,750 บาท ราคายูเซป 1,920 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตรวจการตั้งครรภ์จากปัสสาวะ 65-1,050 บาท ราคายูเซป 150 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การตัดเอาเนื้อมะเร็งออกจากรอยโรคที่เต้านม ราคา 1,000-60,000 บาท ราคายูเซป 6,000 บาท

ขณะที่การเจาะน้ำไขสันหลังในการกู้ชีพ ปั๊มหัวใจ ซีพีอาร์ นวดหัวใจผ่านปอดกู้ชีพ หัวใจหยุดเต้น มีตั้งแต่ราคา 100 -50,000 บาท ราคายูเซปอยู่ที่ 520 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การตรวจสุขภาพของทารกมากกว่า 28 สัปดาห์ วิธีการตรวจจะใช้เข็มรัดที่หน้าท้องคุณแม่เพื่อฟ้งหัวใจของทารกและการบีบตัวของมดลูก และการดิ้นของทารก โดยจะวัดนาน 20-30 นาที ราคาตั้งแต่ 500-24,480 บาท ราคายูเซปอยู่ที่ 500 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การใช้เครื่องให้ความอบอุ่นชนิดแผ่รังสีแก่ทารก ตั้งแต่ 35-7,084 บาท&amp;nbsp;ราคายูเซป 845 บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การรักษาด้วยออกซิเจนความกดดันสูงเพื่อรักษาโรคที่เกิดจากการดำน้ำของทารก เช่น ตู้อบทารก แผ่รังสี ราคา 1,300-35,680 บาท ราคายูเซปอยู่ที่ 17,840 บาท และการตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยการฉีดยาเข้าหลอดเลือด ตั้งแต่ 20-3,000 บาท ราคายูเซปอยู่ที่ 50 บาท เป็นต้น
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59878</URL_LINK>
                <HASHTAG>การควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, โรงพยาบาลเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f15e7cb984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลย้ำไทยควบคุมราคายา-ค่ารักษา อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2562 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบมติสนับสนุนความโปร่งใสในตลาดยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของที่ประชุมใหญ่องค์การอนามัยโลกที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 62 ซึ่งกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกเผยแพร่ข้อมูลราคาจริงของยา และเวชภัณฑ์ เพิ่มความโปร่งใสด้านสิทธิบัตรยา และให้ฝ่ายเลขาธิการ WHO ติดตามผลของความโปร่งใสต่อราคาการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่า มติขององค์การอนามัยโลกสะท้อนให้เห็นว่า แนวทางต่าง ๆ ที่ไทยดำเนินการนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น การกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องแจ้งราคาซื้อ-ขายยา เวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ รวมทั้งประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบก่อนให้บริการ นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการในส่วนกลางและภูมิภาคเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการที่เกินความจำเป็นหรือคิดค่ารักษาสูงเกินสมควร ฯลฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่ามีโรงพยาบาลจำนวนหนึ่งที่ตั้งราคาค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ไว้สูงกว่าราคาเฉลี่ยถึงร้อยละ 300-16,000 โดยกระทรวงพาณิชย์จะเรียกหารือเพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 52 พ.ศ.2562 ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38056</URL_LINK>
                <HASHTAG>การควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, ควบคุมราคายา, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbed588784c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมรพ.เอกชน ชี้หากควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลจะทำให้ไม่มีศักยภาพแข่งขัน  วอนทบทวนดีๆก่อนนำเรื่องเข้าครม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62- ที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชน &amp;nbsp;มีการแถลงข่าวกรณีคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ (กกร.) มีมติยกระดับให้ค่ารักษาพยาบาลเป็นสินค้าควบคุม และเสนอต่อรมว.พาณิชย์ เพื่อเตรียมเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ โดยมี นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมฯ นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมฯ นอ.(พิเศษ) ไพศาล จันทรพิทักษ์ และนพ.สุรพงษ์ อำพันวงศ์ ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร่วมกันแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นพ.พงษ์พัฒน์ กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชน จัดเป็นโรงพยาบาลทางเลือก กรณีที่มีการระบุว่ายา ค่ารักษาในรพ.เอกชนมีราคาแพงนั้นเรียนว่าเป็นเพราะต้องมีการลงทุนในการให้บริการต่างๆ เองทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ที่ควบคุมเรื่องมาตรฐานสถานพยาบาล อาทิ หากเป็นรพ.ขนาดกี่เตียง จะต้องมีแพทย์ พยาบาล ห้องผ่าตัดรองรับจำนวนเท่าไหร่ ต้องมีเภสัชกรและมาตรฐานในการจัดเก็บยา นอกจากนี้ เรื่องการใช้ยาในรพ.ยังต้องมีการตรวจวินิจฉัยและการจ่ายยาให้เหมาะสมกับโรค ไม่ให้ยาตีกัน เป็นต้น ซึ่งต่างจากร้านขายยา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนที่รพ.เอกชนต้องออกเอง &amp;nbsp;ในขณะที่รพ.ของรัฐ เงินลงทุนต่างๆ รวมถึงค่าแพทย์ ค่าบุคลากรจะใช้เงินงบประมาณที่มาจากภาษีของพวกเราทั้งสิ้น นี่คือความแตกต่างในเรื่องของใบเสร็จ และการที่รพ.รัฐไม่ได้อยู่ภายใต้พ.ร.บ.สถานพยาบาลแบบเดียวกันนี้ ทำให้ใบเสร็จมีความแตกต่างกัน เชื่อว่าหากทุกรพ.ทั้งรัฐและเอกชนต่างอยู่ในกฎหมายเดียวกันก็จะทำให้เห็นภาพสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คำนวณง่าย เพราะมีใบเสร็จแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พงษ์พัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีค่าแพทย์ที่มีการระบุว่าเป็นอัตราสูงนั้นทุกอย่างนั้นเป็นเรตที่ถูกกำหนดโดยแพทยสภาทั้งสิ้น ไม่ได้มีการตั้งราคาเอง ไม่ได้เรียกเก็บเกินจากนี้ และล่าสุดทราบว่าทางแพทยสภาอยู่ระหว่างการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมแพทย์ฉบับ ทั้งนี้รพ.เอกชนเป็นรพ.ทางเลือกซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมาก อย่างปีที่แล้วมีผู้ป่วยนอกประมาณ 60 ล้านคน ผู้ป่วยในประมาณ 4 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 2 แสนล้านบาท และด้วยศักยภาพและมาตรฐานทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความนิยมสูงกว่าประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วยซ้ำ หากมีการควบคุมจะทำให้ไม่เอกชนไม่มีศักยภาพในการแข่งขัน ไม่เกิดการพัฒนา แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเอกชนไม่ช่วย เพราะที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือในการรักษาตามโครงการ โยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) ซึ่งค่ารักษาผู้ป่วยวิกฤติสีแดง ตรงนี้ถึงแม้ว่าจะได้ในอัตรา 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ก็ยินดีให้ความร่วมมือเพราะถือว่าช่วยเหลือผู้ป่วยซึ่งเราเข้าใจดีว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ในการประชุมด่วนร่วมกันระหว่างรมว.พาณิชย์ รพ.เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางที่ประชุมก็ได้รับฟังข้อมูลมากพอสมควร รวมถึงประเด็นที่รพ.เอกชนต้องอยู่ภายใต้พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งข้อกำหนดในนั้นทำให้เกิดต้นทุนค่ารักษา ค่ายาเพิ่มขึ้น ก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจดี คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบมาก การจะนำมติ กกร.เข้าครม.ต้องมีการคุยกันให้มากกว่านี้ จะเดินหน้า ถอยหลังอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนไทยทุกคนที่เกิดมาล้วนมีสิทธิการรักษาพยาบาลที่รัฐดูแลทุกคน 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งไม่ต้องจ่ายเงินเลยด้วยซ้ำ ถ้ารพ.แรกดูแลไม่ไหวก็มีระบบส่งต่อไปตามระดับของรพ.อยู่แล้ว การจะบอกว่าล้มละลายเพราะค่ารักษาแพงนั้นทำให้ตนงงมาก แต่ถ้าเลือกที่จะข้ามสิทธิก็ต้องรู้ว่ามีค่าใช้จ่ายอย่างไร ถ้าพูดเรื่องไม่พอใจคุณภาพของรพ.รัฐก็ต้องบอกให้มีการปรับปรุง&amp;rdquo;นพ.เฉลิม กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อนมีรพ.เอกชน มีอัตราค่ารักษาเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นบางรพ.เท่านั้น แต่ก็ต้องไปดูในรายละเอียดว่าเป็นเพราะมีการปรับบริการ ปรับการรักษา มีการนำเข้าเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียด เพราะแต่ละรพ. มีต้นทุนต่างกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26523</URL_LINK>
                <HASHTAG>การควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ (กกร.), นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมฯ, นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคม, นอ.(พิเศษ) ไพศาล จันทรพิทักษ์, พ.สุรพงษ์ อำพันวงศ์ ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน, สมาคมรพ.เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190114/image_mid_5c3c4f7405de4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
