<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล​ฟุ้งสัญญาณการค้า-การลงทุนของประเทศเริ่มฟื้น​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2562 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงโอกาสทีเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างประเทศ และการขยายตลาดการค้าในระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาคมีความชัดเจนมากขึ้น ดังเห็นได้จากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา การมาเยือนของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีนำไปสู่การลงนามระหว่างรัฐบาล 6 ฉบับ ประกอบด้วยความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การขนส่งคมนาคม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ตามด้วยระหว่างสัปดาห์ก็เป็นวาระของการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของกลุ่มประเทศอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ &amp;nbsp;ซึ่งวาระหลักคือการพยายามแก้ไขข้อขัดแย้งเพื่อบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรืออาร์เซ็ปที่อาจเกิดขึ้นปลายปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ได้มีการลงนามในข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์และชิ้นส่วนของอาเซียน รวมถึงข้อตกลงว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรับปรุง ยังมีข้อตกลงร่วมอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเจตนารมย์ร่วมเช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าแบบไร้รอยต่อ การเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมยุค4.0 การปรับปรุงข้อบทว่าด้วยระเบียบวิธีปฏิบัติด้านนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า มากไปกว่านั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมไปเปิดการเจรจาการค้ากับอินเดียช่วงปลายเดือนนี้ มีเป้าหมายขยายการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น &amp;nbsp;ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง มากไปกว่านั้นทางกระทรวงฯกำลังดำเนินการฟื้นฟูความตกลง FTA ไทย-สหภาพยุโรป และเตรียมเข้าร่วมการตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเอเซียแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ครม.เศรษฐกิจได้เห็นชอบแพ็กเกจเร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิตสืบเนื่องจาการผลกระทบสงครามการค้า(จีน-สหรัฐ) ซึ่งประกอบด้วยหลายด้าน เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงการที่มีเงินลงทุนจริงอย่างน้อย 1,000ล้านบาท การแก้กฏระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การอนุญาตให้นักลงทุนนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่เข้าข่าย Advanced Technologyไปลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ มากไปกว่านั้น ครม.เศรษฐกิจยังให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เตรียมจัดหาพื้นที่รองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติแต่ละประเทศโดยเฉพาะ (จีน เกาหลี ไต้หวัน) ซึ่งทั้งหมดนี้จะเสนอให้ครม.พิจารณาในวันอังคารที่10 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า การดำเนินการในรอบสัปดาห์เป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเปิดช่องทางและวางรากฐานเพื่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;รัฐบาลได้เร่งเดินหน้าในทุกทางที่จะเพิ่มโอกาสของประเทศทั้งด้านการค้าและการลงทุน และสิ่งที่ได้ทำควบคู่กันไปคือการพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพสอดคล้องกับอุตสาหกรรมในยุค4.0 และส่งเสริมเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการดำเนินงานของหลายกระทรวงร่วมมือกัน ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงศึกษา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนและเอกชนติดตามนโยบายและมาตรการต่างๆของรัฐบาลเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาส และใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45254</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้า, การลงทุน, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d6511e00841a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> VNG ปรับโมเดลธุรกิจปั้นวู้ดสมิตรรุกค้าปลีกไทยดัยรายได้ทะลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;VNG ปรับโมเดลธุรกิจ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวนจากปัญหาสงครามการค้า ปั้น &amp;ldquo;วนชัย วู้ดสมิตร&amp;rdquo; พัฒนาสินค้าใหม่ พร้อมเจาะค้าปลีกจับมือ&amp;ldquo;ไดนาสตี้&amp;rdquo; เจาะตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ประเดิม20 สาขาแรกในปีนี้ &amp;nbsp;มั่นใจ ปี65 รายได้พุ่งแตะ 2 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 62- นายวรรธนะ เจริญนวรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (VNG) เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ กระทบการค้าขายทั่วโลก และบริษัท เนื่องจากยอดขายกว่า 80% มาจากการส่งออก ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดทุน ดังนั้นเพื่อให้สอดคลองกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงบริษัทจึงได้ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ &amp;nbsp;คาดหลังจากแล้วเสร็จสมบูรณ์จะส่งผลให้บริษัทมีรายได้อยู่ที่ระดับ 20,000 ล้านบาทในปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโมเดลธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ จะเพิ่มการขายสินค้าในประเทศเป็น 50% จากเดิมที่มีเพียง 20% โดยยอดขายประเทศไทย 50% พร้อมพัฒนาสินค้าใหม่ และเจาะตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น โดยการจัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท วนชัย วู้ดสมิธ จำกัด เพื่อจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;วนชัย วู้ดสมิตร&amp;rdquo; &amp;nbsp; และจับมือกับกลุ่มไดนาสตี้ &amp;nbsp; ผู้จำหน่ายกระเบื้องเซรามิค&amp;nbsp;เบื้องต้นจะวางจำหน่ายสินค้าของบริษัทใน 20 สาขา จากนั้นจะขยายออกไปทั่วประเทศ และภายในสิ้นปี 2564 จะมี 60 สาขา พร้อมมีการขายออนไลน์ และภายในปี 2566 จะมี 100 สาขาทั่วประเทศไทย ตั้งเป้ามียอดขายในปี 2562 นี้มียอดขาย 300 ล้านบาท และคาดว่าภายในปี 2564 จะมียอดขาย 4,000 ล้านบาท และภายในปี 2566 ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; VNG ยังได้จัดตั้งบริษัทฯใหม่เพื่อเข้ามาบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ จะเห็นความชัดเจนในปีนี้เพื่อรองรับการสเติบโตของวนชัย วู้ดสมิตร และการขายสินค้าภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่กับการลดต้นทุนและช่วยให้วนชัย กรุ๊ป สามารถบริการลูกค้าผู้บริโภคทั่วประเทศได้ดีสมบูรณ์&amp;quot;นายวรรธนะกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรรธนะกล่าวถึงความคืบหน้าโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัทว่า ขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;โดยใช้วัตถุดิบก็คือเศษเปลือกไม้ที่เหลือจากการผลิตในโรงงาน และรากไม้ที่เหลือจากโค่นไม้ยางพาราที่หมดอายุ &amp;nbsp;มาเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ยังได้เริ่มใช้พลังงานไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์ &amp;nbsp; ที่โรงงานสระบุรีแล้วในปีนี้ &amp;nbsp;มีกำลังการผลิต 3.5 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมากเช่นกัน และ จะดำเนินโครงการ ที่โรงงานชลบุรี และ สุราษฎร์ธานี ก็จะใช้โ,ล่าร์เซลล์เช่นกัน &amp;nbsp;ต่อไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37732</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้า, จีน, บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), วรรธนะ เจริญนวรัตน์, สงครามการค้า, สหรัฐ, ส่งออก, โมเดลธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf76e90a2628.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ ดันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยลุยต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
กระทรวงพาณิชย์ ชูอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ประกาศศักยภาพ 3 กลุ่มธุรกิจเด่นในต่างประเทศในเดือนมีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;19 มี.ค. 62 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม โดยประมาณการว่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในปี 2561 จะมีมูลค่ารวม 2.6 หมื่นล้านบาท กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงกำหนดดำเนินโครงการส่งเสริมตลาดธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์และธุรกิจเกี่ยวเนื่องสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะเมืองสร้างสรรค์ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นอีกช่องทางที่สำคัญในการสร้างโอกาสทางค้าระหว่างประเทศให้กับผู้ประกอบการไทย โดยในปีนี้กรมจะนำผู้ประกอบการซอฟต์แวร์เกม จำนวน 7 บริษัท เข้าร่วมงาน Game Connection America 2019 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 &amp;ndash; 22 มีนาคม 2562 ณ &amp;nbsp;เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในงานเจรจาธุรกิจเกมที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีผู้เข้าร่วมงานแต่ละครั้งกว่า 3,000 ราย 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งการเข้าร่วมงานจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับประกอบการไทยในการเจรจาธุรกิจแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการในต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของธุรกิจบันเทิง กรมได้บูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงวัฒนธรรม และกรมการท่องเที่ยว นำผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิงไทย 22 ราย ประกอบด้วย 4 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์และแอนิเมชั่น กลุ่มบริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กลุ่มผู้ผลิตรายการ และละครโทรทัศน์ และกลุ่มผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เข้าร่วมงานแสดงสินค้า Hong Kong International Film &amp;amp; TV Market 2019 (FILMART) ระหว่างวันที่ 18 &amp;ndash; 21 มีนาคม 2562 ณ เมืองฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และกลุ่มธุรกิจโฆษณา ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมมือกับสมาคมโฆษณาเอเชียแปซิฟิก นำผู้ประกอบการธุรกิจโฆษณา จำนวน 7 ราย เข้าร่วมงานมหกรรมโฆษณาเอเชียแปซิฟิก (ADFEST 2019) งานอีเว้นท์ระดับนานาชาติสำหรับธุรกิจนี้ เพื่อส่งเสริมการขยายเครือข่ายทางการค้าให้กว้างขวางมากขึ้น รวมถึงเพื่อแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมโฆษณาไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล โดยกำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 20 &amp;ndash; 23 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมพีช (Pattaya Exhibition and Convention Hall : PEACH) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31718</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, การค้า, บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์, อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90a1949cde0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ เล็งถกภาครัฐ-เอกชน ผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์ เตรียมข้อมูลแจง &amp;quot;ยูเอสทีอาร์&amp;quot; ขอยกเว้นไม่เก็บภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียมจากไทย พร้อมเจรจาตลาดหมู ยันขณะนี้ยังไม่นำเข้า รอศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคก่อน คาด 8 เดือนรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย. 61 นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ และสอบถามผลกระทบที่ภาคเอกชนจะได้รับจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมถึงกรณีที่สหรัฐฯประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียมจากทั่วโลก รวมถึงไทย นอกจากนี้ ยังจะเป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อนำไปชี้แจงกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ในระหว่างที่เดินทางเยือนสหรัฐฯในช่วงกลางเดือนก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินทางไปยังสหรัฐในครั้งนี้ เพื่อเป็นการรับฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะได้รับผบกระทบอย่างไร และจะถือโอกาสย้ำกับยูเอสทีอาร์ว่า ไทยทำการค้ากับสหรัฐฯอย่างตรงไปตรงมา และยุติธรรม &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะขอร้องให้สหรัฐฯยกเว้นการเก็บภาษีเหล็ก และอะลูมิเนียม ขณะเดียวกัน จะชี้แจงในประเด็นที่สหรัฐฯเร่งรัดให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐฯ ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยง และการที่ยูเอสทีอาร์อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อร้องเรียนจากสภาผู้ผลิตสุกรแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ขอให้ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการศึกษาว่า การบริโภคหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างจะส่งผลกระบต่อร่างกายหรือไม่ อย่างไร ต้องมีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ให้สหรัฐฯเห็น ซึ่งต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือนนับจากที่ 2 ประเทศได้หารือเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้า และการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) ที่สหรัฐฯ เมื่อเดือเม.ย.61 หากผลพิสูจน์ของไทยออกมาว่า คนไทยกินหมูมีสารเร่งเนื้อแดงแล้วไม่เกิดอันตราย ก็จะพิจารณาเปิดตลาดให้ แต่ขณะนี้ ยังเปิดตลาดไม่ได้ เพราะไทยมีกฎหมายห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงปศุสัตว์ และห้ามตกค้างในอาหารโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12078</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้า, จีน, ชุติมา บุณยประภัศร, พาณิชย์, ภาครัฐ, ยูเอสทีอาร์, สงคราม, สงครามการค้า, สหรัฐ, อลูมิเนียม, เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa4a1697d599.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาเม.ย.พาณิชย็ลุยจัดระเบียบรถเร่ขายสินค้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย็ เล็งจัดระเบียบรถเร่ขายสินค้า หวังสร้างมาตรฐานและปรับรูปแบบให้ทันสมัย คาดเริ่มเดินหน้าดครงการภายในเดือนเม.ย.นี้ พร้อมแจง ผลตรวจสอบบิ๊กซี ทำรถเร่ขายสินค้า ยังไม่พบทำผิดกฎหมาย แต่พร้อมใช้พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าเข้าไปดูแล หากมีการร้องเรียนเข้ามา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 61- นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กระทรวงพาณ์ชย์ มีแผนที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย รวมถึงผู้ประกอบการรถเร่ที่ขายของตามชุมชนต่างๆ เช่น รถกระบะจำหน่ายอาหารสด รถกระบะจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าไปดูแลให้เกิดการรวมกลุ่ม และประสานตลาดสดในการจำหน่ายสินค้าประเภทผัก และผลไม้ ราคาถูก และประสานผู้ผลิต ร้านค้าส่ง เพื่อขายสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับรถเร่รายย่อยในราคาถูกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะเร่งปรับรูปแบบรถเร่ให้มีมาตรฐาน มีหน้าตาที่ดูทันสมัย เพื่อดึงดูดลูกค้าด้วย อย่างไรก็ตามการส่งเสริมรถเร่นั้น &amp;nbsp;จะดำเนินการเหมือนกับการส่งเสริมรถฟู้ดทรัค ที่จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ โดยจะมีการสร้างรูปแบบให้มีมาตรฐาน จากนั้นจะให้หน่วยงานกระทรวงพาณิชย์เข้าไปช่วยเหลือ คาดว่าจะเริ่มได้ภายในเดือนเม.ย.นี้ 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรรัตน์กล่าวถึงกรณีที่ ห้างบิ๊กซีจัดทำรถกระบะเร่ (รถพุ่มพวง) ขายสินค้าตามชุมชนว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบตามหลักการบิ๊กซีสามารถกระทำได้ เพราะหากพิจารณาภายใต้กฎหมายที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดูแลสามารถดำเนินการได้และไม่ต้องขออนุญาต เนื่องจากเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และไม่ได้เป็นการขยายสาขาเพิ่ม ยกเว้นอาจจะผิดกฎหมายอื่น เช่น การใช้รถยนต์ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องดูแล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กซี ได้ชี้แจง แล่วว่า เป็นเพียงโครงการนำร่อง ดำเนินการเพียงบางจังหวัด &amp;nbsp;และยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆ กับบิ๊กซี เพราะยังไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ถ้าหากมีการร้องเรียนเข้ามา ก็จะดูแลให้ โดยสามารถใช้พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 เข้าไปจัดการได้ ทั้งการใช้อำนาจเหนือตลาด การประกอบธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6010</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้า, ทันสมัย, บิ๊กซี, พาณิชย์, มาตรฐาน, รถเร่, สินค้า, แข่งขัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c7b5ec2276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
