<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 23:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 23:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวยได้ไม่ใส่&quot;งาช้าง&quot; กลยุทธ์ต่อต้านลักลอบค้าสัตว์ป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;photo credit: Salvatore Amato/USAID Wildlife Asia &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานวิจัยการบริโภคผลิตภัณฑ์จากช้างและเสือในประเทศไทยของ USAID Wildlife Asia ที่จัดทำในปี พ.ศ.2561 พบว่ามีผู้ที่เป็นเจ้าของครอบครองและใช้ผลิตภัณฑ์งาช้างอยู่ประมาณ 500,000 คน สิ่งที่น่าวิตกกังวลคือ ยังมีคนไทยอีกประมาณ 750,000 คน ที่ตั้งใจจะซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างในอนาคต และอีกกว่า 2.5 ล้านคน ที่ยังคิดว่าการเป็นเจ้าของและใช้งาช้างนั้นเป็นที่ยอมรับในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดผู้บริโภคงาช้างกลุ่มหลักในประเทศไทย คือกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการซื้องาช้างเป็นเครื่องประดับ เป็นไอเทมเสริมทำให้การแต่งตัวสะดุดตามากขึ้น เพราะคิดว่าใส่งาช้างแล้วดูแพง ใส่แล้วสวยเป๊ะปัง ทำให้ดูสูงส่ง เสริมสร้างบุคลิกภาพ ยิ่งได้เครื่องประดับงาช้างออกแบบดีๆ มีสไตล์ ก็อยากลงทุนซื้อสักชิ้นเก็บไว้ใส่งานสำคัญ เพราะงาช้างมีมูลค่า เป็นของหายาก ควรค่าแก่การสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;credit: Freeland &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความนิยมเครื่องประดับงาช้างของคนไทย โดยเฉพาะผู้หญิง ทำให้ตลาดงาช้างในบ้านเราไม่เคยซบเซา เหตุนี้ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (U.S. Agency for International Development-USAID) ผ่านโครงการ USAID Wildlife Asia และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดตัวแคมเปญ &amp;ldquo;สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา-Beautiful Without Ivory&amp;rdquo; ที่โรงแรมอนันตรา สยาม เมื่อวันก่อน เป้าหมายใหญ่เพื่อสื่อสารกับผู้ที่ต้องการซื้อและใช้เครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง เพราะเห็นว่าสวยงาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แคมเปญใหม่นี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างกระแสความนิยมในเรื่องความสวยงามหรือไลฟ์สไตล์ความสวยแบบใหม่ที่ชักชวนให้สังคมช่วยกันปฏิเสธการใช้งาช้างเป็นเครื่องประดับ พร้อมชี้ให้เห็นว่าเครื่องประดับจากงาช้างไม่สวยงามและไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม มีการรวมพลังยับยั้งผู้หญิงจากการซื้อและสวมใส่เครื่องประดับงาช้าง รวมถึงลดการยอมรับทางสังคมที่มีต่อผลิตภัณฑ์งาช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในงานได้เน้นถึงความสำคัญของข้อความรณรงค์หลัก &amp;ldquo;สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;งาช้างไม่ใช่ของสวยงามและไม่เป็นที่ยอมรับ&amp;rdquo; ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านวิดีโอความยาว 45 วินาที โดยมีผู้มีชื่อเสียงด้านแฟชั่นและความงาม 5 คน ซึ่งมีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบและนักแสดงชื่อดัง ซึ่งช่วยเหลืองานสังคมในหลายๆ ด้าน, พิชญา สุนทรญาณกิจ หรือ &amp;#39;เชฟแพม&amp;#39; เชฟรุ่นใหม่ที่ได้รับรางวัลสุดยอดเชฟหลายรายการในระดับสากล, จริยดี สเป็นเซอร์ พิธีกรและนักธุรกิจ, แพรวัชร ชมิด ผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 และวฤณ จรุงวัฒน์ ช่างภาพและผู้ผลิตคอนเทนต์ ทั้งยังเป็นบล็อกเกอร์ทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงคนอื่นๆ ผ่านตัวตนของเธอ ทั้งเรื่องความสวยงาม การเดินทางหรืองานออกแบบ หญิงเก่งทั้ง 5 คนนี้ถือเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ประกอบอาชีพหลากหลาย แต่มีความเชื่อในเรื่องคุณค่าของความสวยที่แท้จริงในแบบเดียวกันคือ สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซินดี้ บิชอพ หนึ่งในแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์รณรงค์ &amp;ldquo;สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการแนะนำวิดีโอแอนิเมชั่นความยาว 60 วินาที ที่จัดทำขึ้นเพื่อรณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวซื้อผลิตภัณฑ์ที่ระลึกและของฝากจากงาช้าง วิดีโอชุดนี้ โครงการ USAID Wildlife Asia ผลิตร่วมกับมูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอเลเฟนท์ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation) ของไมเนอร์ กรุ๊ป โดยวิดีโอนี้จะนำไปเผยแพร่ผ่านทางช่องรายการของเครือโรงแรมอนันตรา บอกกล่าวให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าการนำงาช้างเข้าและออกจากประเทศไทยนั้นผิดกฎหมายด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ กล่าวว่า ช้างเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทย เป็นที่มาแห่งความภาคภูมิใจ และยังมีบทบาทสำคัญที่เป็นมรดกตกทอดมาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย แต่พวกเราต่างรู้ว่าช้างกำลังถูกคุกคาม มูลค่าของงาช้างผิดกฎหมายในประเทศไทยนั้นมีจำนวนหลายสิบล้านดอลลาร์ ซึ่งงาช้างเหล่านี้ถูกแกะสลักเป็นของตกแต่งต่างๆ รวมทั้งนำมาทำเป็นเครื่องประดับ งานในวันนี้จึงเป็นการเปิดตัวแคมเปญ 2 แคมเปญ ที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยหยุดการค้างาช้างในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แคมเปญนี้ท้าทาย ถือเป็นการหยุดเทรนด์แฟชั่นเครื่องประดับจากงาช้าง และหวังจะสร้างบรรทัดฐานทางสังคมใหม่ เพราะนอกจากเรื่องสวยๆ งามๆ แล้ว งาช้างยังเกี่ยวข้องกับเรื่องความเชื่อด้วย เอเลนอรา เดอ กุซมาน หัวหน้ากลุ่มรณรงค์เพื่อลดความต้องการบริโภคสัตว์ป่า โครงการ USAID Wildlife Asia กล่าวว่า งานวิจัยผู้บริโภคในประเทศไทยของ USAID Wildlife Asia พบว่า ผู้ที่ต้องการงาช้างเพื่อความสวยงาม โดยทั่วไปแล้วเป็นผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเมืองอายุ 30 ปี หรือมากกว่านั้น และเป็นกลุ่มผู้หญิงที่มีการศึกษา สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียได้ ส่วนใหญ่แต่งงานแล้ว มีลูกและครอบครัวที่สมดุล มีอาชีพการงานที่มั่นคง มักจะเป็นพนักงานออฟฟิศหรือเจ้าของธุรกิจ มักติดตามแนวโน้มแฟชั่นล่าสุด ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจวางแผนซื้อผลิตภัณฑ์จากงาช้างล่วงหน้า แต่จะซื้อเมื่อเจอสินค้าที่สวยงามสะดุดตา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; แคมเปญนี้เราต้องการกระตุ้นให้ผู้หญิงปฏิเสธเครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง เพราะงาช้างไม่ใช่สิ่งสวยงาม และการนำมาสวมใส่ก็ไม่ได้เป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่ยอมรับได้อีกต่อไป เรามีจุดมุ่งหมายหวังสร้างค่านิยมในไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ไม่ต้องใช้งาช้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หัวหน้ากลุ่มรณรงค์เพื่อลดความต้องการบริโภคสัตว์ป่าบอกว่า เป้าหมายคือต้องการช่วยต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 23 พันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยอาชญากรรมค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่มีมูลค่าสูงติดอันดับ 4 ของโลก รองจากยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการขายอาวุธ หนึ่งในกลยุทธ์หลักของโครงการคือ การลดความต้องการของผู้บริโภคงาช้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมที่มีการซื้อขายกันอย่างผิดกฎหมายทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะมุ่งไปสู่การรณรงค์ผลิตภัณฑ์จากเสือ เพราะผู้คนมองว่าเสือและงาช้างเป็นเครื่องรางที่นำมาซึ่งความโชคดี เชื่อในพลังทางไสยศาสตร์ เชื่อในพลังทางการแพทย์ คาดหวังว่าจะสามารถออกแคมเปญในอนาคตอันใกล้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;credit: Freeland &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ซินดี้ บิชอพ หนึ่งในแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์รณรงค์ กล่าวว่า ร่วมแคมเปญนี้ เพราะต้องการสื่อสารกับกลุ่มผู้หญิงเป็นหลัก ว่าการสวมใส่งาช้างนั้นไม่เป็นที่นิยมและไม่เป็นที่ยอมรับแล้วในสังคม มีตัวเลือกอื่นๆ อีกมากมายที่ใส่แล้วสวยงาม เป็นที่ยอมรับ และมีความยั่งยืนกว่า ในฐานะผู้หญิง เราต้องหยุดการใช้เครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สามารถลดงาช้างได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แพรวัชร ชมิด สาวงามเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ รณรงค์เปลี่ยนทัศนคติผิดๆ ใส่งาช้างแล้วดูแพง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวงามเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 แพรวัชร ชมิด แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์รณรงค์แคมเปญนี้ กล่าวว่า ผู้หญิงที่คิดว่าใส่งาช้างแล้วดูแพง ใส่แล้วเป็นที่ยอมรับ อยากให้เปลี่ยนความคิด มันไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้ เห็นว่าการสร้างบรรทัดฐานทางสังคมที่ปฏิเสธการใช้งาช้างหรือเครื่องประดับจากงาช้าง จะช่วยลดความต้องการและลดการยอมรับการนำงาช้างมาใช้ในไทยได้มาก เมื่อไม่มีความต้องการเหล่านี้ การค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายก็จะยุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแคมเปญ &amp;ldquo;สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา-Beautiful Without Ivory&amp;rdquo; ประชาชนสามารถช่วยกันเผยแพร่ข้อความรณรงค์ &amp;ldquo;สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;งาช้างไม่ใช่ของสวยงามและไม่เป็นที่ยอมรับ&amp;rdquo; ด้วยการลงชื่อที่ www.beautifulwithoutivory.org&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47467</URL_LINK>
                <HASHTAG>Beautiful Without Ivory, Freeland, USAID Wildlife Asia, การค้างาช้าง, ซินดี้ บิชอพ, ลักลอบค้าสัตว์ป่า, สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา, เครื่องประดับงาช้าง, แพรวัชร ชมิด, โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d9a0dbaef794.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดศูนย์ปราบปรามค้างาช้าง! &#039;เฉลิมเกียรติ&#039; โชว์ยึดของกลางพันล้านก่อนเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;(รอง ผบ.ตร.) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง (ศชง.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช,&amp;nbsp;กรมศุลกากร,&amp;nbsp;กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ,&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์,กรมการปกครอง,&amp;nbsp;บริษัทท่าอากาศยานไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แถลงการประกาศผลสำเร็จปลดออกบัญชีไซเตสปราบปรามค้างาช้างผิดกฎหมายพร้อมปิดศูนย์ ศชง.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมาย ที่ใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในขนส่งลำเลียง ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยติดอันดับประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้างาช้างผิดกฎหมายในกลุ่มประเทศที่มีความน่ากังวลอย่างยิ่ง (Primary Concern)&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่รุนแรง&amp;nbsp; จนเกือบได้รับบทลงโทษระงับการค้าสินค้าที่เกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)&amp;nbsp;ทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย (Revised Thailand National Ivory Action Plan)เพื่อเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)&amp;nbsp;และได้กำหนดให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ให้เป็นรูปธรรม โดยมอบหมายภารกิจให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนการดำเนินการในหมวดการกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ศชง.ตร.เปิดเผยต่อว่า ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;เป็นต้นมา ได้มีการดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจังทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีมาตรการเน้นหนักคือการออกฎหมายควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามซื้อขาย และไม่สนับสนุน ทลายเครือข่ายแบบถอนรากถอนโคน นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้กับนายทุน ผู้ร่วมขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจับกุมผู้กระทำความผิดในภาพรวมของ ศชง.ตร. นับตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและตรวจยึดของกลางเป็นงาช้างได้&amp;nbsp;44&amp;nbsp;คดี รวมงาช้าง&amp;nbsp;4,492&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;1,657&amp;nbsp;กิ่ง รวม&amp;nbsp;2,186&amp;nbsp;รายการ น้ำหนัก&amp;nbsp;9,901.82&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;990,182,000บาท เมื่อผลงานบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ผมในฐานะ ผอ.ศชง.ตร.และจะเกษียนอายุราชการวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย.นี้ จึงต้องมีการปิดศูนย์ดังกล่าว แต่ถ้า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต้องการให้มีดำเนินการที่ต่อเนื่องในการปราบปรามการค้างาช้าง ก็สามารถมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาเข้ามาสานต่องานได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวขาน ได้รับการมอบหมายให้เข้ามาดูแลการปราบปรามงาช้าง ได้รับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลการจับกุมเป็นที่น่าพอใจผู้ลักลอบค้างาช้างทั้งในและต่างประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด และได้รับการปลดออกจากบัญชีไซเตส จนได้รับฉายาว่าเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;มือปราบไซเตส&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;ldquo;มือปราบงาช้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44557</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้างาช้าง, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, มือปราบงาช้าง, มือปราบไซเตส, ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d675bf345823.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หยุด&quot;ไทย&quot;เป็นทางผ่านค้างาช้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สิ่งมีชีวิตหลายชนิดในโลกตั้งแต่ในท้องทะเล จนถึงป่าใหญ่ นับวันมีความเสี่ยงลดลง ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของป่า หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่แย่ไปกว่านั้นคือการถูกทำร้ายด้วยฝีมือของมนุษย์&amp;nbsp; โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ช้าง&amp;rdquo; เป็นสัตว์ป่า อีกหนึ่งชนิดที่ถูกมนุษย์ทำร้ายด้วยการ ฆ่าถลกหนัง ถอดงาทั้งกิ่ง เพื่อนำไปทำเครื่องประดับหายาก ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่มีการนำงามาได้จากช้างที่เสียชีวิตไปแล้วเท่านั้น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนช้างป่าที่ถูกฆ่ามีจำนวนมากถึงหลักหมื่นตัวในแต่ละปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) องค์กรที่มีเป้าหมายหลักเพื่อยุติการค้าสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าแบบผิดกฎหมาย จึงได้จัดโครงการรณรงค์ &amp;ldquo;ไอวอรี่ ฟรี (Ivory Free)&amp;rdquo; ในหลายประเทศโดยมีบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกกว่า 100 คนร่วมเผยแพร่ข้อความรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหา การฆ่าและค้าสัตว์แบบผิดกฎหมาย ผ่านสโลแกน &amp;quot;หยุดซื้อ หยุดฆ่า&amp;quot; โดยทำงานในเอเชียเป็นหลักในประเทศที่ยังมีความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าสูง เช่นจีน ฮ่องกง และไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับในประเทศไทยไวล์ดเอด ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ รณรงค์ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้างโดยการเปิดตัวโฆษณา &amp;ldquo;เพลงช้าง&amp;rdquo; ที่มีใหม่ ดาวิกา โฮเน่ นักแสดงผู้มีชื่อเสียงเป็นทูตโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจอห์น เบเกอร์ ผู้อำนวยการโครงการรณรงค์ องค์กรไวล์ดเอด เผยว่า งาช้างมีคุณสมบัติทางเคมีไม่ต่างอะไรกับฟันของมนุษย์แต่รู้หรือไม่ว่าการได้มาของงาช้างต้องแลกกับชีวิตของช้างที่ต้องถูกฆ่าอย่างโหดร้าย ซึ่งเราไม่อยากให้คนรุ่นใหม่ๆ ต้องมารับฟังเรื่องเศร้าว่าช้างตัวสุดท้ายตายหมดไปจากโลกเพราะความต้องการที่ไม่จำเป็นของมนุษย์ จากผลสำรวจต่างๆ แสดงว่าปัจจุบันอัตราการลดลงของประชากรช้างแอฟริกาอยู่ที่ร้อยละ 8 ต่อปี หรือมีช้างแอฟริกามากถึง 33,000 ตัวที่ถูกฆ่าเอางา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเฉลี่ยช้างที่ถูกฆ่าประมาณวันละ 96 ตัวต่อวัน ถูกฆ่า 1 ตัวต่อ 15 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมามีการพบซากช้างป่ามากถึง 90 ตัวถูกฆ่าเพื่อเอางาที่บอตสวานา ขณะที่องค์กร Elephant Family&amp;nbsp; เปิดเผยในรายงานล่าสุดเมื่อเดือนเม.ย.ว่าการฆ่าช้างถลกหนังในประเทศเมียนมาร์ เพื่อป้อนตลาดอาชญากรรมข้ามชาติในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้น รายงานอ้างข้อมูลของกรมป่าไม้เมียนมาร์อีกว่าในปี 2553 พบซากช้าง 4 ตัว ปี 2556 พบช้างถูกฆ่า 26 ตัว และในปี 2559 จำนวนช้างที่ถูกฆ่าอยู่ที่ 61 ตัว ส่วนเมื่อปีที่แล้วข้อมูลของรัฐบาลเมียนมาร์ระบุว่าอยู่ที่ 59 ตัว แต่การคาดการณ์จากหลายแหล่งประเมินว่าจำนวนที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้ โดยสาเหตุการตายส่วนใหญ่เกิดจากการฆ่าช้างเพื่อเอาชิ้นส่วนเช่นกัน โดยวิธีการทำให้ช้างตายก่อนที่จะถลกหนัง คือการยิงลูกดอกอาบยาพิษให้ช้างตายช้าๆ อย่างทรมาน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ทำให้รู้ว่าตราบใดที่ยังมีความต้องการและการยอมรับในการใช้ผลิตภัณฑ์งาช้างอยู่ในสังคม ประชากรช้างทั่วโลกก็ยังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ข้อมูลของไวล์ดเอด ยังระบุอีกว่า การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือมากกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ประชากรสัตว์ป่าหลายชนิดทั่วโลกลดลงเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการปราบปรามการค้ายาเสพติด ความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าได้ ทุกๆ ปี เงินจำนวนหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐถูกนำไปใช้ในการพิทักษ์สัตว์ป่าที่อาศัยตามธรรมชาติ แต่แทบจะไม่ได้มีการสนับสนุนงบประมาณเพื่อลดความต้องการซื้อและบริโภคซากชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์สัตว์ป่า และเป็นเหตุให้เกิดโครงการที่มีการรณรงค์ลดความต้องการผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าจึงได้ดำเนินโครงการ Ivory Free Thailand ที่มีเป้าหมายรณรงค์ให้คนไทยหยุดซื้อหยุดใช้และหยุดรับผลิตภัณฑ์งาช้างเป็นของขวัญมาตั้งแต่ปี 2559 และล่าสุด ระดมดาราและผู้มีอิทธิพลทางสังคมของไทยกว่า 100 คนร่วมแสดงจุดยืนไม่เอางาไม่ฆ่าช้างเพื่อเป็นพลังในการยุติการฆ่าช้างเอางาเมื่อเดือนก.ย. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการโครงการรณรงค์ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า จากที่เคยรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ ตอนนี้ประเทศจีนซึ่งเคยเป็นตลาดค้างาช้างผิดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ออกกฎหมายปิดตลาดค้างาช้างอย่างสมบูรณ์มีไปตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนที่ฮ่องกงสภาบัญญัติฮ่องกงได้ทำการทบทวนร่างแผนดำเนินการปิดตลาดค้างาช้างของรัฐบาลแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศว่ากำลังพิจารณาแผนการปิดตลาดค้างาช้างในประเทศอย่างสมบูรณ์ ส่วนทางไต้หวันกำลังทบทวนตัวบทกฎหมายและดำเนินการปราบปรามผู้ค้างาช้างผิดกฎหมายเช่นกัน และเตรียมประกาศปิดตลาดค้างาช้างให้ได้ภายในปี 2563 ส่วนประเทศเวียดนามเอง ก็ได้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ป่ารวมถึงงาช้างให้เข้มงวดขึ้นทั้งเพิ่มอัตราค่าปรับและบทลงโทษซึ่งและสหรัฐอเมริกาก็ได้เริ่มกระบวนการยุติการซื้อขายงาช้างในประเทศแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทยก็ยังมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องผ่านโฆษณา ที่ได้ทูตด้านช้างมามาช่วยรณรงค์ ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง หากคนไทยรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดจากการซื้อการขายผลิตภัณฑ์เท่าไหร่พวกเขาก็จะไม่อยากเกี่ยวข้องกับเบื้องหลังการค้าอันโหดร้ายมากเท่านั้น การได้รับการสนับสนุนจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐเอกชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อที่จะทำให้การไม่เอางาไม่ฆ่าช้างเป็นวิถีใหม่ของคนในสังคม ร่วมกันเปลี่ยนมุมมองที่มีต่องาช้างและปกป้องชาวโลกไปด้วยกัน เพราะหยุดซื้อคือหยุดฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อยากให้ทุกคนตระหนักว่า ความผูกพันของลูกช้างกับแม่ช้างเป็นความผูกพันที่ใกล้ชิดไม่ต่างจากมนุษย์ แม่ช้างใช้เวลาอุ้มท้องกว่า 22 เดือนหรือเกือบ 2 ปีและยังต้องใช้เวลานานกว่า 2 ถึง 4 ปีในการเตรียมความพร้อมร่างกายเพื่อจะมีลูกสัก 1 ตัวโดยนับเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับการเพิ่มประชากรช้างแต่มนุษย์กลับใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีฆ่าชีวิตพวกเขา &amp;rdquo; นายจอห์น กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ช้างเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทย การอนุรักษ์และปกป้องช้าง ถือเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน สถานการณ์ช้างในไทยตอนนี้โชคดีที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นปีละ 8% โดยช้างป่ามีประมาณ 3,300 ตัว และช้างบ้านมีประมาณ 3,300 ตัวเท่ากัน แสดงให้เห็นว่าเรายังคงอนุรักษ์และปกป้องช้างได้ดีอยู่ ส่วนเรื่องของการค้าขายงาช้างในไทยที่ถือเป็นประเทศค้าขายอันดับต้นๆ ที่ผ่านมารัฐบาลได้เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงออกพระราชบัญญัติงาช้างเพื่อควบคุมการค้างาช้างมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2558 ไทยออกพระราชบัญญัติงาช้างเพื่อควบคุมตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายที่มาจากช้างบ้านของไทยที่เป็นช้างเอเชียเท่านั้น และรัฐบาลยังได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ. ศ. 2535 กำหนดให้ช้างแอฟริกาเป็นหนึ่งในสัตว์คุ้มครองของไทย มีผลห้ามทำการซื้อขายหรือครอบครองงาช้างแอฟริกา และปรากฏว่าตั้งแต่พระราชบัญญัติงาช้างมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบันมีร้านค้างาช้าง 47% หรือจำนวน 100 ร้าน จาก 215 ร้านได้แจ้งยกเลิกการค้างาช้างด้วยความสมัครใจ นับจนถึงกลางปี 2560 และมีการซื้อขายงาช้างถูกกฎหมายที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ลดลงไปร้อยละ 58 เปรียบเทียบกับกลางปี 2559 นอกจากนี้ผู้ค้างาช้างที่มีใบอนุญาตในกรุงเทพต่างรายงานว่าไม่มีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างเพิ่มเติมจากผู้ครอบครอง งาช้างรายอื่นเลยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทยมุ่งมั่นในการปราบปรามการค้างาช้างผิดกฎหมายมาโดยตลอด การบังคับใช้กฎหมายและการลดความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้างจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันไปเพื่อให้การปราบปรามได้ผลมากที่สุด แต่ที่น่าห่วงคือไทยเป็นประเทศทางผ่าน หากมีการค้างาช้างในประเทศใกล้เคียง ก็อาจจะมีการมาถึงประเทศไทย ตรงนี้จะยุติยังไง ก็หวังว่าความร่วมมือกับองค์กรในครั้งนี้จะเป็นการยืนยันเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของไทยที่จะปกป้องช้างไทย อนาคตความเป็นไปได้ของการยกเลิกค้าขายงาช้างในไทยไปเลยอาจต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร เพราะเรื่องค้าขายงาช้างเป็นเรื่องที่อยู่ในบ้านเรามานาน แต่ก็เชื่อว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ความคิดความเชื่อคนไทยก็จะเปลี่ยนไปตาม ตอนนี้คนสนใจงาช้างน่าจะมีไม่ถึง 10% แล้ว&amp;rdquo; นายปิ่นสักก์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านดาวิกา โฮร์เน่ ในฐานะทูตโครงการ กล่าวว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญและเป็นที่รักของคนไทยมาโดยตลอด ทุกๆคนรวมทั้งตนเองยังเกิดและเติบโตมากับเพลงช้าง แต่มีหลายอย่างที่เรายังไม่เคยทราบถึงข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังชีวิตช้างเลย ว่ามีปัญหาอย่างไร เขาใช้ชีวิตอย่างลำบาก เมื่อถูกทำร้าย เขามีความรู้สึกเหมือนคน เพียงแต่พูดไม่ได้ค่านิยมของคนที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนช้างที่นิยมมอบให้แก่กันเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของการเสริมดวง ความสวยงามต่างๆ นานา ควรต้องหยุดได้แล้วเพราะเราอยู่ในยุคสมัยใหม่ การหาเครื่องประดับที่สวยงามปัจจุบันก็มีหลากหลายมากขึ้นด้วยโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งชิ้นส่วนสัตว์ ฉะนั้นเราควรหยุดซื้อ เพราะถ้าเราหยุดซื้อ ก็เหมือนว่าเราช่วยหยุดฆ่าด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับโฆษณารณรงค์ &amp;ldquo;เพลงช้าง&amp;rdquo; จะมีการเผยแพร่ในสื่อต่างๆ ทั้งประเภทบิลบอร์ด และทางโซเชียลมีเดีย สนามบินสุวรรณภูมิ และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19270</URL_LINK>
                <HASHTAG>free ivory, การค้างาช้าง, โครงการรณรงค์ องค์กรไวล์ดเอด, ใหม่ดาวิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb98e59d1f91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
