<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ยิ้ม &#039;ค้าชายแดน&#039;คึกคักเดือน ก.ค. เติบโตทะลุ 40% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ส.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยกับ 7 ประเทศ แยกเป็นการค้าชายแดน 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา และการค้าผ่านแดน 3 ประเทศ คือ จีน เวียดนาม และสิงคโปร์ ตัวเลขเดือนก.ค.2564 มีมูลค่า 90,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.70% เป็นการค้าชายแดนมูลค่า 40,416 ล้านบาท เพิ่ม 10.55% และการค้าผ่านแดนมูลค่า 49,685 ล้านบาท เพิ่ม 83.84%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการค้ากับทุกประเทศเป็นบวกทุกตลาด ประเทศที่บวกสูงสุด คือ จีน เพิ่มขึ้น 126.64% สินค้าส่งออกผ่านแดนไปจีนที่บวกมากที่สุด คือ ผลไม้สดและผลไม้แห้ง เพิ่ม 348% มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท โดยเฉพาะทุเรียนมีมูลค่า 10,600 ล้านบาท มังคุด 4,700 ล้านบาท และลำไย 370 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนมาเลเซีย เพิ่ม 17.95% เมียนมา เพิ่ม 10.65% สปป.ลาว เพิ่ม 8.08% กัมพูชา เพิ่ม 5.12% เวียดนาม เพิ่ม 1.63% และสิงคโปร์ เพิ่ม 59.85%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยอดรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 591,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.88% เกินไปกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่3-6% (โดยปัจจุบันทำได้เกินเป้าหมายไปแล้ว หากเป็นเป้าขั้นต่ำที่ 3% จะโตเกินกว่าเป้ากว่า 12 เท่า และเป้าขั้นสูง 6% จะโตเกินกว่าเป้ากว่า 6 เท่า) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกเดือนก.ค.2564 เพิ่มสูงถึง 41.70% มาจากการทำงานร่วมกันอย่างหนักและต่อเนื่องของ กรอ.พาณิชย์ โดยที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ การเปิดจุดผ่านแดน ซึ่งด่านทั้งหมดมี 97 ด่าน เปิดแล้ว 44 ด่าน จากที่ปิดตัวไปเยอะตอนเจอโควิด-19 ใหม่ ๆ การแก้ปัญหาเชิงรุก เช่น แก้ปัญหาส่งออกติดขัด ทุเรียนและมังคุด ก่อนเข้าด่านจีนที่ด่านโหย่วอี้กวน ประสานเพิ่มช่องทางที่ด่านตงชิง ทำให้ขนส่งผลไม้คล่องตัวขึ้น แก้ปัญหาข่าวจีนระงับนำเข้าทุเรียน ที่ตรวจเจอโควิด-19 แต่สุดท้ายพบในตลาดจีน แก้ปัญหาลำไยเจอเพลี้ยแป้ง จนปัจจุบันจีนไม่ได้ระงับนำเข้า และปัจจุบันไม่ได้ระงับนำเข้าทั้งทุเรียนและลำไย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีนโยบายช่วยต่อลมหายใจให้กับ SMEs ส่งออก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำตัวเลขการส่งออกสินค้าข้ามแดนและชายแดน คือ โครงการ &amp;ldquo;จับคู่กู้เงิน&amp;rdquo;สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก โดยวันที่ 26 ส.ค.2564 EXIM Bank อนุมัติเงินกู้เงื่อนไขพิเศษให้ SMEs ส่งออกแล้ว 151 รายเป็นเงิน 618 ล้านบาท ช่วยให้เกิดสภาพคล่องในการทำตัวเลขส่งออกผ่านการค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และความต้องการสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้นเช่น สินค้า Work from Home และค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงโดยเฉลี่ย 10% ช่วยให้เราสามารถแข่งขันในตลาดเพื่อนบ้านหรือตลาดจีนได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่เป็นตัวถ่วงตัวเลขการค้าชายแดน เช่น สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งมาเลเซียเข้มงวดการนำเข้าสินค้าชายแดนผ่านไทย เพราะต้องควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำยางและส่งผลต่อราคาน้ำยางในประเทศไทย แต่ยางก้อนถ้วย ยังราคาดีมาก และดีกว่าหลายยุคที่ผ่านมา เพราะ 3-5 ปีที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 15 บาท แต่วันนี้ 24 บาท ราคาอาจหย่อนลงไปบ้าง และยังมีปัญหาระบบการขนส่งโลจิสติกส์ ทั้งการขนส่งข้ามจังหวัดที่มีอุปสรรคตอนข้ามจังหวัด และระบบการขนส่งข้ามประเทศ ที่ต้องแก้ปัญหาหน้างานตลอด ทั้งจากไทยไปสปป.ลาว และไปเวียดนาม เป็นต้น หรือรวมทั้งข้ามฝั่งไปเมียนมา เพราะสถานการณ์การเมืองในเมียนมาเป็นปัจจัยตัวที่ทำให้การค้าชายแดนไม่คล่องตัวอย่างในภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับด่านที่จะเร่งรัดเปิดต่อไปหลังจากเปิดไปแล้ว 44 ด่าน จาก 97 ด่าน ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเจรจากับจับมือกับเอกชนและจังหวัด ขณะนี้คืบหน้าใน 5 จังหวัด คือ เชียงราย เลย หนองคาย นครพนมและมุกดาหาร ซึ่งวันที่ 30 ก.ค.2564 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุม 3 ฝ่าย มีข้อสรุปว่าจะทำแผนในการเปิดด่านกับฝั่งสปป.ลาว เกือบเสร็จแล้วใน 5 จังหวัด ด่านปากแซง นาตาล ที่จ.อุบลราชธานี ที่ตนไปดูด่านด้วยตนเอง ประสานจังหวัดจัดงบประมาณทำทางลาดลงไป มีความคืบหน้าในการเจรจาอยู่ในขั้นตอนรายละเอียด คาดว่าน่าจะเป็นด่านแรก ๆ ที่จะสามารถเปิดด่านได้ ที่นราธิวาส ด่านตากใบ กับด่านบูเก๊ะตา จะเร่งรัดต่อไป โดยได้มอบอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศใช้โมเดลเดียวกับด่านชายแดน สปป.ลาว ประชุม 3 ฝ่าย คาดว่าสัปดาห์หน้าจะประชุมได้ เมื่อได้แผนเปิดแล้วจะเจรจากับมาเลเซียต่อไป แต่ทั้งนี้ ต้องคุยทั้ง 3 ฝ่าย เศรษฐกิจ สาธารณสุข และความมั่นคง ต้องคุยด้วยกันถึงจะเปิดด่านได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114707</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 เดือนแรกของปีนี้, การค้าชายแดน, ค้าผ่านแดน, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, เดือน ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612874fdc0a87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’เผยการค้าชายแดนและผ่านแดน 5 เดือนโต 29.15%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนเดือนพ.ค.2564 มีมูลค่าสูงถึง 150,858 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.38% และเมื่อแยกการค้าชายแดนกับการค้าผ่านแดนออกจากกัน เป็นการค้าชายแดนมูลค่า 75,695 ล้านบาท เพิ่ม 4.13% การค้าผ่านแดนมูลค่า 75,163 ล้านบาท เพิ่ม 7.45% และในช่วง 5 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-พ.ค.) การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 677,078 ล้านบาท เพิ่ม 29.15% และการค้าชายแดนอย่างเดียว มูลค่า 371,040 ล้านบาท เพิ่ม 19.85% การค้าผ่านแดนมูลค่า 306,038 ล้านบาท เพิ่ม 42.57%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ การค้าชายแดนแยกแต่ละประเทศ พบว่า มาเลเซียมีมูลค่า 134,474 ล้านบาท เพิ่ม 53% สปป.ลาว มูลค่า 87,369 ล้านบาท เพิ่ม 13.30% เมียนมา มูลค่า 78,833 ล้านบาท เพิ่ม 6.9% กัมพูชา มูลค่า 70,364 ล้านบาท ลดลง 0.68% ส่วนการค้าผ่านแดน จีนมีมูลค่า 140,406 ล้านบาท เพิ่ม 54.85% เป็นบวกเยอะมากเกินกว่า 50%&amp;nbsp;สิงคโปร์ มูลค่า 46,478 ล้านบาท เพิ่ม 28.74% เวียดนาม มูลค่า 28,586 ล้านบาท เพิ่ม 15.73%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การค้าเป็นบวก ก็คือ การจับมือทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนในรูป กรอ.พาณิชย์ โดยสามารถดำเนินการร่วมกันในการเร่งรัดการเปิดด่านจาก 97 ด่านที่ปิดลงไปเยอะ สามารถที่จะเปิดด่านได้ถึง 46 ด่าน และยังมีการเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาเชิงรุกในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อให้สินค้าที่จะข้ามแดนแต่ละประเทศสามารถผ่านไปได้โดยสะดวกรวดเร็วขึ้น แม้มีปัญหาอุปสรรคหลายประการ ก็สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี และยังได้รับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านเริ่มฟื้นตัว ทำให้มีความต้องการสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมการค้าหรือเร่งรัดตัวเลขการส่งออกผ่านการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน กระทรวงพาณิชย์จะเร่งเปิดด่านเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้มีเป้าหมาย 11 ด่าน ตั้งเป้าให้เปิดได้เร็วที่สุดภายใต้ข้อจำกัดของโควิด-19 เพื่อให้การค้าเดินหน้าต่อไปได้ โดยที่เป็นรูปธรรมที่สุดวันที่ 1 ก.ค.2564 ตนได้เรียนเชิญท่านทูตสปป.ลาวประจำประเทศไทย เข้ามาหารือที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาทางร่วมกันในการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-สปป.ลาวและการค้าผ่านแดนระหว่างไทย-ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีแผนที่จะลงพื้นที่ภาคอีสาน ช่วงวันที่ 9-11 ก.ค.2564 มีจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นต้น โดยที่จังหวัดอุบลราชธานี จะไปเร่งรัดการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เร่งรัดการเปิดด่านปากแซงนาตาล และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นที่ด่านช่องเม็ก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จะเร่งจับมือกับภาคเอกชนในนาม กรอ.พาณิชย์ ขจัดปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเชิงรุกโดยเร็ว กำหนดจัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ส่งออกรายย่อย โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอีหรือไมโครเอสเอ็มอี ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือแหล่งเงินกู้ที่จำเป็นต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะจัดโครงการ &amp;ldquo;จับคู่กู้เงิน&amp;rdquo; สถาบันการเงินกับเอสเอ็มอีส่งออก ในวันที่ 7 ก.ค.2564 ที่จะถึงนี้ โดยจะแถลงรายละเอียดให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;ที่ไทยมีกับอินเดีย 2 ฉบับหนุนส่งออกสินค้าไทยไปอินเดีย 5 เดือนแรก ปี 64 เพิ่มสูงถึง 47% ปั๊มเงินเข้าประเทศกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าอาหารสำเร็จรูป ผลไม้ เครื่องใช้ในครัวเรือนกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอินเดีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108049</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย, การค้าชายแดน, มูลค่าการค้าชายแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5a2426c974.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กต.วอนเมียนมา ยุติความรุนแรง จ่ออพยพคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยเตรียมพร้อมรับคนไทยกลับจากเมียนมาเมื่อสถานการณ์จำเป็น ยันห่วงโซ่การค้าชายแดนยังปกติ ไทยมีมนุษยธรรมดูแลเพื่อนบ้าน &amp;quot;กต.&amp;quot; วอนเมียนมายุติใช้ความรุนแรงหาทางออกด้วยสันติวิธี &amp;quot;ผบ.ทอ.&amp;rdquo; สั่งสแตนด์บาย C-130 อพยพคนไทยหากสถานการณ์วิกฤติ &amp;quot;ทิพานัน&amp;quot; ซัด &amp;quot;พิธา&amp;quot; โหนวิกฤติเมียนมาตอกลิ่มความขัดแย้งในสังคม &amp;quot;ส.ส.เอ็นแอลดี&amp;quot; ประกาศจัดตั้ง &amp;quot;รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่&amp;quot; สู้รัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกองทัพอากาศเตรียมเครื่องบินพร้อมรับคนไทยในเมียนมากลับประเทศ ว่า เขาประสานกันอยู่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เขาก็ได้เตรียมการทางโน้นไว้ ทางเราก็เตรียมความพร้อมไว้ เมื่อสถานการณ์จำเป็นก็ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การค้าระหว่างประเทศไทยและเมียนมายังปกติหรือไม่ เพราะตอนนี้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขยับตัวสูงขึ้น จะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องการค้าระหว่างประเทศอยู่แล้ว คงไม่ใช่รัฐบาลที่จะไปขายตรงให้เขา แต่เป็นเรื่องด่านของเรา ซึ่งการขนส่งยังถือว่าเป็นปกติ เพียงแต่เขาต้องการมากขึ้นอะไรอย่างไรก็เป็นเรื่องพ่อค้าของเราที่อยู่ในห่วงโซ่ของเขา ก็ต้องทำต่อไป และต้องแยกแยะ เรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม มันคนละเรื่องกัน เรามีชายแดนติดกัน ผู้ผลิตของเรามีเยอะ อาหารการกินเรามีเพียงพอ ก็ต้องขายกันอยู่แล้ว ซึ่งหลายๆ อย่างก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุดต้องเข้าใจบริบทประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการดูแลผู้อพยพอะไรต่างๆ ภาระหน้าที่ผูกพันกันมายาวนาน และวันนี้เราจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างที่สุด แต่อย่างไรเราก็มีความพร้อม อย่างแรกคือมนุษยธรรม ใครบาดเจ็บอะไรต่างๆ ก็ดูแลรักษาให้ และการเตรียมรับหากเกิดสถานการณ์จำเป็นจริงๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่ต้องคำนึงว่าแล้วจะต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้ และผมได้สั่งการไปหมดแล้ว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในประเทศเมียนมาว่า เราไม่สบายใจอย่างมากต่อรายงานการเสียชีวิตและบาดเจ็บของประชาชนชาวเมียนมาที่เพิ่มขึ้น จึงขอให้ทางการเมียนมาใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างมากในการดำเนินการใดๆ รวมถึงการคลี่คลายสถานการณ์ ยุติการใช้ความรุนแรง และปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวเพิ่มขึ้น ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามร่วมกันหาทางออกโดยสันติวิธีเพื่อประเทศเมียนมาและประชาชนเมียนมา ด้วยการพูดคุยผ่านช่องทางที่สร้างสรรค์ใดๆ ก็ได้ที่สะดวกโดยเร็ว ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกอาเซียนที่รวมถึงเมียนมา เพื่อให้ได้มาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืนสำหรับประชาชนชาวเมียนมา และเพื่อให้เมียนมากลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธานีกล่าวว่า ส่วนการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเมียนมา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง รายงานว่าสถานการณ์ในเมียนมายังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยยังมีการชุมนุมประท้วง แต่ยังสามารถจัดหาอาหารได้ ทุกฝ่ายของไทยได้ประชุมหารือติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จากการประเมินโดยรวม พบว่าปัจจุบันยังไม่ถึงระดับที่ต้องแจ้งเตือนให้คนไทยออกจากเมียนมากลับมายังประเทศไทย แต่ถ้าสถานการณ์ระดับรุนแรงจนจำเป็นต้องอพยพคนไทย สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้จัดทำแผนการเตรียมพร้อมไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีการอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่ต้องเดินทางออกจากเมียนมา กลับสู่ไทย ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งตอนนี้ได้ประสานเที่ยวบินไว้ 3 เที่ยวบิน คือในวันที่ 6 เม.ย. 2 เที่ยวบิน และวันที่ 9 เม.ย. 1 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธานีกล่าวอีกว่า ยอดรวมผู้หนีภัยการสู้รบที่ข้ามจากฝั่งเมียนมา ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวน 2,788 คน เดินทางกลับฝั่งเมียนมาแล้ว 2,572 คน ยังเหลืออยู่ 216 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ได้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว ซึ่งทั้งหมดผลตรวจเป็นลบ ไม่พบเชื้อ ขอย้ำว่าไทยไม่มีนโยบายในการผลักดันผู้อพยพอย่างแน่นอน โดยจะต้องดูแลตามหลักสิทธิมนุษยธรรม และผู้ที่เดินทางกลับไปเป็นการเดินทางด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่การผลักดัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือน ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) สั่งการให้กองบิน 6 เตรียมความพร้อมเครื่องบินลำเลียง C-130 และเครื่องบินในส่วนของกองทัพอากาศไว้สำหรับรองรับภารกิจแล้ว หากรัฐบาลสั่งการให้ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยในเมียนมาก็ความพร้อม ปรับเปลี่ยนภารกิจมาใช้ในภารกิจนี้ได้ทันที หากเกิดสถานการณ์ขั้นวิกฤติ แต่จะส่งไปเมื่อใดนั้น แล้วแต่สถานการณ์ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ตอนนี้จึงเป็นเพียงการติดตามสถานการณ์เท่านั้น&amp;nbsp; ไม่ว่าวิกฤตการณ์ไหน ภัยพิบัติใดกองทัพอากาศก็พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนตามคำสั่งของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา มีทั้งข้าราชการในส่วนสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงพ่อค้า นักธุรกิจ รวมประมาณเกือบ 700 คน โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้แจ้งความประสงค์ในการขอเดินทางกลับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ในเมืองดังกล่าวไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประณามรัฐบาลหาว่าให้การสนับสนุนความรุนแรงและกองทัพที่เข่นฆ่าประชาชนชาวเมียนมาว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เป็นการตีความเกินเลยไปมาก เป็นการปรักปรำที่ไม่ยุติธรรมและไม่เป็นสุภาพบุรุษต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายโดยไร้หลักฐานที่ใช้มาตรฐานระดับเด็กเลี้ยงแกะ ไม่เคยมีผู้นำหรือผู้แทนในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดๆ ดำเนินการเช่นนั้น รัฐบาลพยายามรักษาบทบาทในฐานะชาติสมาชิกอาเซียน และในฐานะที่ประเทศไทยมีชายแดนใกล้ชิดติดกัน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนรวมทั้งนายพิธาทราบดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนแค่ไหน แต่กลับมองเห็นโอกาสในการฉกฉวยเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล นำการเมืองระหว่างประเทศมาเป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่น่าเชื่อว่าคนไทยด้วยกันเอง นักการเมืองบางคนพยายามที่จะโหนกระแสวิกฤติในเมียนมา มาตอกลิ่มความขัดแย้งในสังคมและขยายผล พยายามทำร้ายประเทศไทย บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ แต่เชื่อว่าประชาชนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่หลงไปกับกระแสที่นักการเมืองพยายามเสี้ยมให้เข้าใจผิดรัฐบาล ที่หวังสุมไฟหวังให้เกิดสงครามกลางเมืองซ้ำเติมให้ประเทศบอบช้ำ&amp;rdquo; น.ส. ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ในเมียนมา ชาวเมียนมายังคงใช้กระบวนการอารยะขัดขืนต่อต้านรัฐบาลทหาร โดยในวันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน ยังคงมีการเดินขบวนช่วงเช้าตรู่ และการชุมนุมจุดเทียนในช่วงกลางคืนอย่างท้าทายเคอร์ฟิว รายงานของสื่อท้องถิ่นและภาพที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เผยด้วยว่า หลายเมืองยังมีประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง และมีคนบาดเจ็บ 2 คนที่เมืองโมนยวาเมื่อตำรวจเปิดฉากยิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มอดีต ส.ส.จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่โดนคณะรัฐประหารขับออกจากตำแหน่งและกำลังเคลื่อนไหวต่อต้านอยู่ใต้ดิน ได้ประกาศแผนจัดตั้ง &amp;quot;รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่&amp;quot; ในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน พร้อมกับประกาศด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างโดยรัฐบาลทหารเมื่อปี 2551 ถูก &amp;quot;ยกเลิก&amp;quot; พวกเขายังให้คำมั่นว่าจะจัดตั้งระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องยาวนานของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ต้องการอำนาจปกครองตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับทหารนำไปสู่กิจกรรมประชุมเพลิงรัฐธรรมนูญ โดยกลุ่มผู้ประท้วงนำสำเนารัฐธรรมนูญมาเผาบนท้องถนนหรือในบ้าน แล้วถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเมื่อวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อคืนวันพุธ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ทหารเป็นเจ้าของ 2 แห่งในย่างกุ้งโดนวางเพลิง นางอองซาน ซูจี วัย 75 ปี มีกำหนดให้การต่อศาลผ่านระบบประชุมทางไกลอีกในวันพฤหัสบดี โดยสื่อท้องถิ่นแห่งหนึ่งกล่าวเมื่อวันพุธว่า นางอาจถูกตั้งข้อหากบฏซึ่งมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่มิน มิน โซ หนึ่งในทนายความของนางซูจีกล่าวว่า ไม่มีการตั้งข้อหาใหม่กับนางในวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ เมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับเมียนมา โดยเป็นการประชุมลับ คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ทูตพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมา กล่าวเตือนต่อที่ประชุม 15 ชาติสมาชิกว่า กองทัพเมียนมาไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ในเมียนมาได้ และสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงที่จะเลวร้ายลงเป็นสงครามกลางเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บาร์บารา วูดวาร์ด เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำยูเอ็น กล่าวว่า คณะมนตรีความมั่นคง &amp;quot;เป็นหนึ่งเดียวกันในการประณาม&amp;quot; และได้หารือถึงมาตรการหลากหลายที่สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า รัฐบาลจีนซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเมียนมา ไม่เห็นด้วยกับการคว่ำบาตรหรือมาตรการบีบบังคับอื่นๆ จาง จวิน เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น กล่าวว่า จีนหวังว่าเมียนมาจะฟื้นฟูสันติภาพ เสถียรภาพ และความสงบเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ รัฐบาลสหรัฐเพิ่งเรียกร้องให้จีน ซึ่งมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ในเมียนมา ใช้อิทธิพลกดดันผู้ที่รับผิดชอบต่อการยึดอำนาจในเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาติอาเซียนทั้ง 4 กำลังพยายามวิ่งเต้นหาทางคลี่คลายวิกฤติในเมียนมา แต่หวังกล่าวว่า จีนยินดีและสนับสนุนหลักการของอาเซียนที่ไม่แทรกแซงกิจการภายในของเพื่อนสมาชิก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98061</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าชายแดน, ดูแลเพื่อนบ้าน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมพร้อมรับคนไทย, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065dae2716ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าชายแดนม.ค.ฟื้นยอดเทรด 1.2แสนล้านโต21.90% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย เดือนม.ค.2564 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 128,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.90% แบ่งเป็นการส่งออก 74,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.91% และการนำเข้า 54,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.02% ได้ดุลการค้า 19,801 ล้านบาท และหากแยกเฉพาะการค้าชายแดนชายแดน มีมูลค่า 72,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.81% และการค้าผ่านแดน มูลค่ารวม 56,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.69% ซึ่งเป็นการขยายตัวเป็นบวก 2 เดือดติดต่อกันนับจากธ.ค.2563 และยังสอดคล้องกับทิศทางการส่งออกที่ขยายตัวเป็นบวก 2 เดือนเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากดูรายละเอียดการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) ที่มีมูลค่า 72,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.81% พบว่า มาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้า 26,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.65% รองลงมา คือ สปป.ลาว มูลค่า 16,771 ล้านบาท ลดลง 8.13% เมียนมา มูลค่า 13,655 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.90% และกัมพูชา มูลค่า 15,063 ล้านบาท ลดลง 3.90% โดยสำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ และรถยนต์นั่ง เมียนมา ได้แก่ เครื่องเทศและสมุนไพร รถจักรยานยนต์ และปูนซิเมนต์ กัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปตลาดจีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ มีมูลค่ารวม 56,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.69% โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง มีมูลค่า 22,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.91% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 8,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.99% เวียดนาม มูลค่า 5,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.45% และประเทศอื่นๆ มูลค่า 19,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.44% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลำไยแห้ง และยางพารา สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติ กล่าวว่า แนวโน้มการค้าชายแดนและผ่านแดน คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะล่าสุด ณ สิ้นเดือนก.พ.2564 มีการเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้าทั้งสิ้น 40 แห่ง เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนม.ค.2564 จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วยด้านชายแดนไทย-เมียนมา 3 แห่ง คือ 1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี 2.จุดผ่อนปรนการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) จ.กาญจนบุรี และ 3.จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และด้านชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี 2 แห่ง คือ 1.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านซับตารี และ 2.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านสวนส้ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้ขอให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม ช่วยเร่งรัดการเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้าเพิ่มอีก 3 แห่ง ตามข้อเสนอภาคเอกชนในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2564 ประกอบด้วย 1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านปากแซง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี 2.จุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงคาน จ.เลย และ 3.จุดผ่านแดนถาวรด่านท่าเสด็จ (ท่าเรือหายโศก) อ.เมืองหนองคาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการค้าชายแดนและผ่านแดนในปี 2564 ตั้งเป้ามูลค่า 1.36-1.40 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3-6% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ ความคืบหน้าในการพัฒนาและการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศเพื่อนบ้าน ยกเว้นเศรษฐกิจเมียนมาที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมา แต่ปัจจุบันสถานการณ์ในเมียนมา ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ประกอบการไทยยังสามารถทำการขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนไทย-เมียนมาได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96086</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, การค้าชายแดน, กีรติ รัชโน, ม.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ecbc8baf48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดปิดด่านฉุดค้าชายแดน 8 เดือนวูบ 7.42%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2563 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ช่วง 8 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่ารวม 852,677 ล้านบาท ลดลง 7.42% แบ่งเป็นการส่งออก 494,386 ล้านบาท ลดลง 7.37% และการนำเข้า 358,291 ล้านบาท ลดลง 7.49% เกินดุลการค้า 136,095 ล้านบาท โดยสาเหตุที่การค้าชายแดนและผ่านแดนที่ปรับตัวลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีการปิดด่านชายแดนการค้าทั้งสองฝ่าย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้กระทบต่อการส่งออกและนำเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนส.ค.2563 เมียนมาได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 2 ส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตามชายแดนไทยประกาศระงับการเดินทางเข้า-ออกของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ เป็นการชั่วคราว ณ จุดผ่อนปรนการค้า ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน 3 แห่ง คือ 1.จุดผ่อนปรนการค้าห้วนต้นนุ่นติดกับรัฐคะยา 2.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบติดกับรัฐกะเหรี่ยง 3.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้งติดกับรัฐฉาน และในจังหวัดกาญจนบุรี 1 แห่ง คือ จุดผ่านแดนชั่วคราว ด่านพระเจดีย์สามองค์ติดกับภาคตะนาวศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการปิดด่านดังกล่าว ทำให้สถานการณ์เปิดจุดผ่านแดน (จุดผ่านแดนถาวร/จุดผ่านแดนชั่วคราว/จุดผ่อนปรนการค้าและการท่องเที่ยว/จุดผ่อนปรนพิเศษ) ของไทย เหลือเพียง 36 แห่ง จากทั้งหมด 97 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งกรมฯ จะติดตามสถานการณ์ เพื่อหาแนวทางผลักดันในการอำนวยความสะดวกทางการค้า ณ จุดผ่านแดน เพื่อให้การขนส่งสินค้ามีความคล่องตัวมากขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการค้าชายแดนกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา พบว่า มาเลเซียยังเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 151,978 ล้านบาท ลดลง 20.95% รองลงมา คือ สปป.ลาว มูลค่า 123,395 ล้านบาท ลดลง 6.33% เมียนมา มูลค่า 114,442 ล้านบาท ลดลง 13.02% และกัมพูชา มูลค่า 107,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.09% โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ เมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันดีเซล และผ้าผืนและด้าย และกัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และรถยนต์นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการค้าผ่านแดนไปยังจีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ พบว่า จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 153,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.58% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 56,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.02% เวียดนาม มูลค่า 39,720 ล้านบาท ลดลง 20.56% และประเทศอื่นๆ มูลค่า 105,150 ล้านบาท ลดลง 14.59% สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79831</URL_LINK>
                <HASHTAG>)กระทรวงพาณิชย์, การค้าชายแดน, กีรติ รัชโน, ตัวเลข 8 เดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0805a7de1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าชายแดน 5 เดือนแรกของปี 63 มูลค่า 5 แสนล้านลดลงเกือบ 10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 2563 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ช่วง 5 เดือนปี 2563&amp;nbsp;(ม.ค.&amp;ndash;พ.ค.) มีมูลค่ารวม 524,357 ล้านบาท ลดลง 9.71% แบ่งเป็นการส่งออก 305,725 ล้านบาท ลดลง 9.03% และการนำเข้า 218,632 ล้านบาท ลดลง 10.65% โดยเกินดุลการค้า 87,093 ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งปัจจัยที่ทำให้การค้าลดลง มาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้มีการปิดจุดผ่านแดนของไทยทั่วประเทศทั้งหมด จาก 97 จุด เหลือเพียง 28 จุด ทำให้การขายไม่คล่องตัว ส่งผลให้การค้าลดลง

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะการค้าชายแดน พบว่า&amp;nbsp;มาเลเซียยังเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;87,854 ล้านบาท ลดลง 32.43% รองลงมา คือ สปป.ลาว มูลค่า 77,172 ล้านบาท ลดลง 6.59% เมียนมา มูลค่า&amp;nbsp;73,740 ล้านบาท ลดลง 10.96% และกัมพูชา มูลค่า 70,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.20% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า สปป.ลาว&amp;nbsp;ได้แก่ น้ำมันดีเซล สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และสินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่นๆ เมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันดีเซล และปูนซีเมนต์ และกัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์ และรถยนต์นั่ง เป็นต้น

ส่วนการค้าผ่านแดน จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 90,740 ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 15.74% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลไม้สด ยางพารา และเครื่องคอมพิวเตอร์ รองลงมา คือ สิงคโปร์&amp;nbsp;มูลค่า 36,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.83% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาป เครื่องคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;และแผงวงจรไฟฟ้า เวียดนาม มูลค่า 24,697 ล้านบาท ลดลง 26.71% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็น เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ&amp;nbsp;และประเทศอื่นๆ มูลค่า 63,180 ล้านบาท ลดลง 16.85%

นายกีรติกล่าวว่า แนวโน้มการค้าชายแดนและผ่านแดนในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2563 น่าจะปรับตัวดีขึ้น เพราะเริ่มมีการคลายล็อกดาวน์ แต่ยังคงขึ้นอยู่กับการเปิดด่านการค้า เพราะไม่รู้ว่าจะเปิดได้ทั้ง 100%&amp;nbsp;เมื่อไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 แต่ในส่วนของกรมฯ ได้เสนอไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเปิดด่านเฉพาะสินค้า ซึ่งล่าสุดรัฐบาลได้ออกข้อกำหนดภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเปิดช่องทางเข้าออกด่านจุดผ่านแดนหรือจุดผ่อนปรนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อการนำเข้าส่งออกสินค้าผ่านแดนได้ตามความจำเป็น และให้มีมาตรการป้องกันโรค เริ่ม 1 ก.ค.2563 ทำให้จนถึงวันที่ 7 ก.ค.2563 ได้มีการเปิดด่านเพิ่มแล้ว 12 จุด

โดยทั้ง 12 จุด ได้แก่ ไทย-มาเลเซีย จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คือ จุดผ่านแดนถาวรด่านบ้านประกอบ จ.สงขลา จุดผ่านแดนถาวรด่านบูเก๊ะตา จ.นราธิวาส&amp;nbsp;จุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จุดผ่านแดนถาวรด่านตากใบ จ.นราธิวาส&amp;nbsp;ไทย-เมียนมา จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสินขร จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้ง จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแสบ จ.แม่ฮ่องสอน จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;ไทย-สปป.ลาว จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด คือ จุดผ่อนปรนการค้าบ้านใหม่ชายแดน อ.สองแคว จ.น่าน&amp;nbsp;และไทย-กัมพูชา จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

&amp;ldquo;ปัจจุบันมีด่านที่เปิดแล้ว 37 จุด จากทั้งหมด 97 จุด โดยเป็นด่านถาวร 31 จุด จากทั้งหมด 42 จุด ด่านผ่อนปรนการค้าและท่องเที่ยว 4 จุด จาก 52 จุด ด่านผ่อนปรนพิเศษ 1 จุด และด่านชั่วคราว 1 จุด ถือว่ายังเปิดไม่มาก เมื่อเทียบกับด่านที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งกรมฯ จะผลักดันและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการเปิดด่านต่อไป โดยเฉพาะด่านถาวรที่เหลืออีก 11 ด่าน ซึ่งเป็นด่านติดกับเมียนมา และสปป.ลาว&amp;rdquo;นายกีรติกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70933</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การค้าชายแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0805a7de1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; เปิดมหกรรมการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย  กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนฝ่าทุกสถานการณ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.63 -&amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงาน &amp;ldquo;มหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดนราธิวาส&amp;rdquo;ที่ สนามกีฬามหาราช อ. สุไหงโก-ลก จ. นราธิวาส พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ &amp;nbsp; พร้อมผู้ประกอบการทั้งฝั่งไทยและมาเลเซีย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน เพื่อเป็นประตูเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและเป็นกลไกในการยกระดับรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน และเป็นรูปธรรมสำหรับกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมการส่งออกและเร่งรัดตัวเลขการส่งออกที่สามารถทำได้รวดเร็วที่สุดเป็นรูปธรรมที่สุดประการหนึ่ง คือการเร่งรัดการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนสำหรับมูลค่าในปี 2562 การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวมกันกว่า 1.3 ล้านล้านบาท มีประเทศมาเลเซียเป็นผู้ค้าชายแดนอันดับหนึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 514,066 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนในอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ที่สอดรับกับนโยบายดังกล่าวโดยเฉพาะไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการไปมาหาสู่กันเป็นญาติมิตรพี่น้องและทำธุรกิจการค้าระหว่างกัน มายาวนานการจัดงานในครั้งนี้จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของทั้งสอง ประเทศมีความเข้มแข็งและยกระดับการส่งออกสร้างเครือข่ายทางการค้าและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทางธุรกิจระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทยมาเลเซียครั้งนี้นอกจากมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของอำเภอสุไหงโก-ลก ให้มีความคึกคักขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคนักธุรกิจทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าและนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพทั้งสินค้าที่ผลิตโดยกลุ่มมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งนำมาจัดเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอขอบคุณหน่วยงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ที่ได้บูรณาการจัดงานในวันนี้ รวมทั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ให้เกียรติเข้าร่วมงาน และขออวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมาย และขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจการค้าได้ ตามที่ตั้งใจไว้ทุกประการ บัดนี้ ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงาน &amp;ldquo;มหกรรม การค้าชายแดน ณ จังหวัดนราธิวาส&amp;rdquo; ณ บัดนี้ ขอบคุณครับ&amp;quot; &amp;nbsp;นายจฺรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศการจัดมหกรรมนั้นมีทั้งการจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนและการจัดแสดงสินค้าชายแดนภาคใต้ การจัดแสดงฟาร์มตัวอย่างการเพาะเห็ดนางฟ้า บูธผ้าบาติกต่างๆ นอกจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือบูธของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ &amp;nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ &amp;nbsp; พระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;และได้ซื้อแจกันลายนกเงือก ซึ่งเป็นนกที่อาศัยอยู่ในป่า &amp;nbsp;บาลาฮาลา จังหวัดนราธิวาสด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังให้ความสนใจบูธของกลุ่มแม่บ้านบาติกจังหวัดนราธิวาสได้เพิ่มมูลค่าให้กับผ้าบาติกด้วยกันผลิตเป็นหน้ากากอนามัยผ้าแฟชั่นเพื่อใช้ในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57282</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าชายแดน, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e480206a00d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
