<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้มมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรม.ค.-ส.ค.64 ขยายตัว11.58% พร้อมผลักดันไปสู่ตลาดโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ต.ค.64-นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า&amp;nbsp; พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; พอใจมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.58&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนมกราคม - สิงหาคม ปี 2564&amp;nbsp; ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 1.2 โดยสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สำคัญของประเทศไทยที่มีมูลค่าการส่งออกปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ทุเรียนและผลิตภัณฑ์ มูลค่าการส่งออก 103,958 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; มังคุดและผลิตภัณฑ์ มูลค่าการส่งออก 16,705 ล้านบาท ยางแท่ง มูลค่าการส่งออก 54,752 ล้านบาท น้ำยางข้น มูลค่าการส่งออก 32,172 ล้านบาท ยางแผ่นรมควัน มูลค่าการส่งออก 22,729 ล้านบาท มันเส้น มูลค่าการส่งออก 28,696 ล้านบาท แป้งมันสำปะหลัง มูลค่าการส่งออก 33,259 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภาพรวมมีการขยายตัวได้ดี&amp;nbsp; รวมถึงการมีตลาดส่งออกหลักที่เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเจรจาขยายช่องทางการค้าเพิ่มเติมผ่านการเจรจาการค้าเสรี อาทิ&amp;nbsp; FTA อาเซียน-จีน&amp;nbsp; รวมทั้งภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ตะวันออกกลาง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เกษตร อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน มังคุด ข้าวโพด และยางพารา เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในการส่งออกไปต่างประเทศและยังคงรายได้หลักในการส่งออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร โดยเฉพาะการดูแลพี่น้องเกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ด้วยนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เกษตร BCG&amp;nbsp; การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น ส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสาน และการใช้เทคโนโลยีในการทำการเกษตรกร ส่งเสริมให้เกษตรกรไทยเป็น Smart Farmer เพื่อเพิ่มศักยภาพและคุณภาพให้กับสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119777</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าเสรี, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, สินค้าเกษตรขยายตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128853def73c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 23:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 23:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่น-สหภาพยุโรปลงนามข้อตกลงเอฟทีเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป (อียู) ลงนามความตกลงเอฟทีเอครอบคลุมประชากร 600 ล้านคน และคิดเป็นสัดส่วนจีดีพีเกือบ 1 ใน 3 ของโลก ชี้เป็นการส่งสารชัดเจนถึงการต่อต้านลัทธิปกป้องทางการค้า สวนกระแสการกีดกันทางการค้าและสงครามการค้าของรัฐบาลทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชินโซ อาเบะ (กลาง) ลงนามความตกลง กับโดนัลด์ ทุสก์ (ซ้าย) และฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561 ว่าความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ลงนามกันที่กรุงโตเกียวในวันเดียวกันนี้ เป็นการเจรจาทำเอฟทีเอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอียู และสร้างเขตการค้าเสรีขนาดมโหฬารที่จะกำจัดภาษีศุลกากรสินค้าทุกอย่างตั้งแต่รถยนต์ของญี่ปุ่นไปจนถึงเนยแข็งของฝรั่งเศส สวนทางกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐที่เน้นการปกป้องทางการค้าตามหลักการ &amp;quot;อเมริกามาก่อน&amp;quot; ที่ทำให้รัฐบาลของเขาขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าหลายชนิดที่นำเข้าจากชาติพันธมิตรและศัตรูของสหรัฐอย่างทั่วหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนัล ทุสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวภายหลังการลงนามว่า อียูและญี่ปุ่นกำลังส่งสารที่ชัดเจนว่าพวกเรายืนหยัดเคียงข้างกันเพื่อต่อต้านลัทธิปกป้องทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า การลงนามเอฟทีเอนี้เป็นการออกถ้อยแถลงเกี่ยวกับการค้าเสรีและยุติธรรม และเป็นการแสดงให้เห็นว่าเมื่อพวกเราร่วมมือกัน เราจะแข็งแกร่งขึ้นและดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นกล่าวว่า เอฟทีเอฉบับนี้แสดงให้โลกเห็นถึงเจตจำนงทางการเมืองที่เด็ดเดี่ยวของญี่ปุ่นและอียู เพื่อเป็นผู้นำโลกในการต่อสู้เพื่อการค้าเสรีในช่วงเวลาที่ลัทธิปกป้องทางการค้าแผ่ขยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในการทำความตกลงฉบับนี้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยมาร์การิทิส ชีนาส โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าเป็นเอฟทีเอขนาดใหญ่ที่สุดที่อียูเจรจา ซึ่งจะสร้างเขตการค้าเสรีที่ครอบคลุมจีดีพีเกือบ 1 ใน 3 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อียูซึ่งเป็นประชาคมเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมีสมาชิก 28 ประเทศ มีประชากรรวมกัน 500&amp;nbsp; ล้านคน ขณะที่ญี่ปุ่นมีประชากรมากกว่า 120 ล้านคน ตามข้อตกลงนี้อียูจะเปิดตลาดรับอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่น ส่วนญี่ปุ่นจะยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรของอียู โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากโคนม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13616</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าเสรี, ญี่ปุ่น, สหภาพยุโรป, อียู, เอฟทีเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4e14d2bdd04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์-สหรัฐเริ่มเจรจา &#039;เอฟทีเอ&#039;  เดือนกันยายน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลฟิลิปปินส์และสหรัฐจะเริ่มต้นการเจรจาต่อรองเพื่อทำความตกลงการค้าเสรีในเดือนกันยายนปีนี้ โดยคาดว่าน่าจะประสบความสำเร็จแบบเดียวกับสิงคโปร์ เพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการคอนโดมิเนียมตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนแออัดริมแม่น้ำในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฮเซ มานูเอล โรมูอัลเดซ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐอเมริกัน เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ว่าการเจรจารอบแรกจะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในเดือนกันยายน&amp;nbsp; โดยคาดว่าจะเน้นในด้านแรงงาน, ทรัพย์สินทางปัญญา และการเกษตร แต่เขายอมรับว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเจรจาต่อรองที่จะต้องใช้เวลา ซึ่งอาจจะเป็น 1 หรือ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของฟิลิปปินส์ โดยโรมูอัลเดซเผยว่า ในปี 2559 ฟิลิปปินส์ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เขาเชื่อว่า ความตกลงการค้าเสรีกับชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลก น่าจะได้รับความเห็นชอบ เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศคู่ค้าที่มีขนาดเล็กกว่ามาก หากเทียบกับคู่ค้าของสหรัฐอย่างจีนและยุโรป ที่กำลังเป็นเป้าหมายของนโยบายทางการค้า &amp;quot;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;quot; ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐนั้น การค้าและการบริการแบบ 2 ทางประจำปีระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 27,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 2 ฝ่ายเคยหารือกันเบื้องต้นมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ภายหลังทรัมป์พบกับประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ระหว่างอาเซียนซัมมิตที่กรุงมะนิลา หากการเจรจาสำเร็จ ความตกลงนี้ก็จะเป็นเอฟทีเอฉบับที่ 2 ที่รัฐบาลทรัมป์ทำกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสินค้าราว 75% ที่ฟิลิปปินส์ส่งออกไปยังสหรัฐได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรอยู่แล้ว แต่ฟิลิปปินส์เข้าถึงตลาดสหรัฐมากขึ้นทั้งภาคสิ่งทอ, นาฬิกา และผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตร ซึ่งรวมถึงสาหร่ายทะเลที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของฟิลิปปินส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13298</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าเสรี, สหรัฐ-ฟิลิปปินส์, เจรจาเอฟทีเอ, เอฟทีเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b4769638e508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>11 ชาติจ่อลงนามข้อตกลงค้าเสรี CPTPP ฉบับปลอดสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 11 ประเทศมีกำหนดลงนามความตกลงการค้าเสรีซีพีทีพีพีที่ปราศจากสหรัฐอเมริกา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากทีพีพีเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;รัฐมนตรีและผู้แทนจาก 11 ประเทศประชุมกันที่เวียดนามเมื่อปี 2560 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี) เดิมจะครอบคลุมเศรษฐกิจร้อยละ 40 ของโลก แต่ภายหลังทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงที่ริเริ่มโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ฉบับนี้ เพื่อเดินตามนโยบาย &amp;quot;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;quot; ของเขา ก็ทำให้ทีพีพีลดขนาดลงไปเกือบ 1 ใน 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 ว่าความตกลงฉบับปรับปรุงใหม่นี้ เปลี่ยนชื่อเป็นความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อความเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี) ฝ่ายที่สนับสนุนการค้าเสรีฉบับนี้กล่าวว่า ซีพีทีพีพียังคงเป็นความสำเร็จที่มีนัยสำคัญที่ส่งสารของความเปิดกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่เข้าร่วมในความตกลงนี้ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย, บรูไน, แคนาดา, ชิลี, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เม็กซิโก, นิวซีแลนด์, เปรู, สิงคโปร์ และเวียดนาม ขนาดเศรษฐกิจของทั้งหมดรวมกันคิดเป็น 13.5% ของผลผลิตมวลรวมทั้งโลก และมีประชากรรวมกัน 500 ล้านคน ใหญ่กว่าสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอรัลโด มุนญอส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชิลี กล่าวว่า ในขณะที่จะยังมีการจัดเก็บภาษีกับสินค้าบางจำพวกและมีการคุกคามจากสงครามการค้า แต่ความตกลงฉบับนี้กำลังจะส่งสัญญาณของการเปิดรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความตกลงฉบับนี้เป็นความตกลงการค้าเสรีที่สำคัญที่สุด และเคร่งครัดที่สุดเท่าที่เคยมีการลงนามบนโลกในตอนนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของโอบามาผลักดันทีพีพีเพื่อคาดอำนาจทางการค้าของจีนที่กำลังเพิ่มพูนขึ้น ทีพีพีจะไม่เพียงลดภาษีศุลกากรเท่านั้น แต่ยังเรียกร้องให้ชาติสมาชิกปฏิบัติตามข้อบังคับที่ตั้งมาตรฐานไว้สูงในหลายด้าน เช่น กฎหมายแรงงานและการคุ้มครองสภาพแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์นันโด เอสเตนโซโร จากมหาวิทยาลัยซันติอาโกของชิลี กล่าวว่า สัญญาฉบับปรับปรุงใหม่นี้จะเป็น &amp;quot;การฆ่าตัวตายแบบหนึ่ง&amp;quot; สำหรับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เฟลิเป โลเปียนเดีย ผู้แทนเจรจาระดับสูงของชิลี กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะส่งสัญญาณทางการเมืองต่อโลกและต่อสหรัฐว่า นี่คือความตกลงระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปลอดจากสหรัฐเป็นการเปิดเส้นทางให้จีน ซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมในข้อตกลงนี้ ในขณะที่จีนกำลังเจรจาต่อรองกับหลายประเทศในเอเชียและนิวซีแลนด์เพื่อทำข้อตกลงอีกฉบับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซีพีทีพีพีจะตั้งมาตรฐานใหม่สำหรับความตกลงรวมตลาดเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอื่นๆ หรือแม้แต่การเจรจาในอนาคตทั้งภายในองค์การการค้าโลกและเอเปก&amp;quot; กระทรวงการต่างประเทศชิลีซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนามในวันพฤหัสบดีกล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงฉบับนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายใน 60 วันหลังจากชาติสมาชิก 6 จาก 11 ชาติให้สัตยาบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4587</URL_LINK>
                <HASHTAG>11 ประเทศ, การค้าเสรี, ความตกลงหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก, ซีพีทีพีพี, ทีพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa14a0b512ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
