<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ปลื้มจี20ถกทวิภาคีญี่ปุ่น-ออสซี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถกจี 20 &amp;ldquo;เศรษฐกิจโลก การค้าและการลงทุน&amp;rdquo; ชี้ภาวะ ศก.โลกไม่แน่นอน เหตุขาดความเชื่อมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีนำสู่ความตึงเครียดทางการค้า เสนอเปิดเสรีการค้าและเสริมสร้างความเข้มแข็ง &amp;quot;นายกฯ ออสเตรเลีย&amp;quot; ย้ำความร่วมมือสองประเทศ &amp;quot;ญี่ปุ่น&amp;quot; ขอไทยเดินหน้าเมืองอัจฉริยะในอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ที่ห้องประชุมเต็มคณะ ชั้น 1 อาคาร 6 ศูนย์ประชุมอินเท็กซ์ โอซากา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มจี 20 ช่วงแรก หัวข้อ &amp;ldquo;เศรษฐกิจโลก การค้าและการลงทุน&amp;rdquo; และช่วงที่ 2 ในหัวข้อเรื่องนวัตกรรม (เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้แลกเปลี่ยนมุมมองภายหลังจากที่ไทยได้เป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน พบว่าภาวะเศรษฐกิจโลกประสบกับความไม่แน่นอน เหตุมาจากปัจจัยหลักคือการขาดความเชื่อมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคี นำไปสู่ความตึงเครียดทางการค้า ทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบาง และกระทบต่อบรรยากาศของความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ได้ระบุถึงแนวทางการแก้ไขสอดคล้องกับหัวข้อวาระการเป็นประธานอาเซียนของไทยคือ ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน (Advancing Partnership for Sustainability) โดยทุกประเทศควรมองผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว และร่วมมือกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและยั่งยืน ซึ่งผู้นำอาเซียนได้รับรองเอกสารสำคัญที่ระบุถึงแนวทางความร่วมมือในอาเซียนกับหุ้นส่วนภายนอก 2 ฉบับ ได้แก่ วิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน และมุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก โดยย้ำถึงการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพ การพัฒนาและก้าวไปด้วยกัน มีประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;quot; พล.ท.วีรชนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน ในประการแรกย้ำหลักการเปิดเสรีทางการค้าและการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของโลก อาเซียนมีการรวมตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ไทยมุ่งมั่นให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP บรรลุผลภายในปีนี้ หวังว่า RCEP จะเป็นเขตการค้าเสรีที่ประกอบด้วยทั้งสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่ครอบคลุมร้อยละ 31.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประการที่สอง เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการค้าพหุภาคี และพัฒนาความร่วมมือเพื่อส่งผลปฏิรูปไปยังองค์การ WTO ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับประเด็นการค้ายุคใหม่ เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ประการที่สาม สร้างความสอดคล้องระหว่างประเทศ ภูมิภาค และกรอบความร่วมมือทั่วโลกผ่านการส่งเสริมความเชื่อมโยงทุกระดับ โดยในระดับอาเซียน ไทยผลักดันแนวคิดความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ และขยายแนวคิดเพื่อเชื่อมโยงกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เสนอการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างหุ้นส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกับภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน อาทิ การลดความเหลื่อมล้ำ การรับมือกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก สังคมผู้สูงอายุ การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่อาเซียนกำลังจัดตั้งที่ประเทศไทยในปี 2562 นี้&amp;quot; รองโฆษกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวว่า ในช่วงบ่าย นายกฯ เข้าร่วมเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำจี &amp;nbsp;20 ในหัวข้อเรื่องนวัตกรรม (เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์) ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมแห่งอนาคตที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง การไหลเวียนข้อมูลอย่างเสรีด้วยความเชื่อมั่นและปัญญาประดิษฐ์ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมฮิลตัน โอซากา ประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ท.วีรชนเปิดเผยผลการหารือว่า ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี และยินดีที่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ พล.อ.ประยุทธ์ได้ย้ำคำเชิญนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเยือนไทยในโอกาสที่สะดวก ซึ่งจะเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียครั้งแรกในรอบ 21 ปี ไทยและออสเตรเลียยินดีที่ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 3.5 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยและออสเตรเลียต่างกังวลต่อประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเห็นว่ากรอบความร่วมมือ RCEP จะเป็นกลไลที่ช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ จึงต้องเร่งผลักดันให้แล้วเสร็จ โดยออสเตรเลียยินดีช่วยขับเคลื่อนการเจรจาด้วย&amp;quot; รองโฆษกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.40 น. พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ตอบรับเชิญเข้าร่วมประชุมจี 20 ในครั้งนี้ พร้อมทั้งยินดีและสนับสนุนข้อคิดเห็นของไทยในฐานะประธานอาเซียน เกี่ยวกับมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก ซึ่งเน้นความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่าไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมือทวิภาคีที่แน่นแฟ้นราบรื่นระหว่างกันในทุกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยในนามประธานอาเซียนพร้อมที่จะร่วมมือกับญี่ปุ่นและประเทศสมาชิกจี 20 ในประเด็นที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญและต้องการผลักดัน โดยเฉพาะเรื่องการค้าการลงทุนแบบเสรี การปฏิรูปองค์การการค้าโลก และการส่งเสริมความตกลงทางการค้าแบบพหุภาคี และไทยเชื่อว่าการประชุมผู้นำจี 20 นี้ จะส่งผลดีต่อสถานการณ์โลกในภาพรวม บรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งไทยมุ่งมั่นที่จะผลักดัน RCEP ให้บรรลุผลการเจรจาภายในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน และขอให้ญี่ปุ่นช่วยผลักดันและสนับสนุนด้วย&amp;quot; พล.ท.วีรชนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีทั้งสองต่างเห็นว่า ญี่ปุ่นและไทยควรร่วมมือเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในอาเซียนและภูมิภาค และร่วมกันต่อสู้กับความท้าทายในอนาคต ตลอดจนไทยได้ขอบคุณที่ญี่ปุ่นตอบรับเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ ACMECS โดยเฉพาะการผลักดันสร้างความเชื่อมโยงใน Southern Economic Corridor (SEC) และ East West Economic Corridor (EWEC)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีขอให้ญี่ปุ่นมั่นใจในเสถียรภาพทางการเมืองของไทยที่กำลังจะมีรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ดังนั้นนโยบาย และความร่วมมือต่างๆ จะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและสานต่อ ซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้หยิบยกเรื่อง เมืองอัจฉริยะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่ามีความสำคัญและหวังว่าสามารถดำเนินการได้ในอนาคตอันใกล้&amp;quot; รองโฆษกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีและภริยาได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและภริยาเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุมและคู่สมรส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39716</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าและการลงทุน, จี20ถกทวิภาคี, ญี่ปุ่น-ออสซี่, ถกจี 20, หนังสือพิมพ์, เปิดเสรีการค้าและเสริมสร้างความเข้มแข็ง, เมืองอัจฉริยะอีอีซี, เมืองอัจฉริยะในอีอีซี, เศรษฐกิจโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d162cee46be7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
