<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธีระวัฒน์&quot;ชี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา  ไม่ควรรับจดทะเบียนกัญชา ถือว่ายังเป็นยาเสพติดผิดกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.61- เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีการประชุมคณะกรรมการปฏิรูประเทศด้านสาธารณสุข โดยมี นพ.เสรี ตู้จินดา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธาน โดยมีนพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) และศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการปฏิรูปฯ เสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับประเด็นสิทธิบัตรกัญชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.00 น. ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า &amp;nbsp;คณะกรรมการปฏิรูปด้านสาธารณสุข หน้าที่หนึ่ง &amp;nbsp;คือ ทำอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์จากการใช้สมุนไพร &amp;nbsp;ซึ่งกรณีกัญชา ถือเป็นพืชที่มีสารสำคัญในธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้บำบัดรักษาโรคได้ &amp;nbsp; ทางคณะกรรมการปฎิรูปฯ &amp;nbsp;จึงเห็นว่าต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย เนื่องจากการรับยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชา เมื่อพิจารณาแล้วมีความผิดชัดเจนตั้งแต่ &amp;nbsp;ม.9 (1) ห้ามยื่นสิทธิบัตรสารธรรมชาติในกัญชา และม.9(4) ห้ามยื่นสิทธิบัตร ที่เป็นการถือสิทธิในการใช้บำบัดโรค &amp;nbsp;แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญากลับฝ่าฝืนตรงนี้ ดังนั้น คณะกรรมการปฏิรูปฯ เห็นว่า ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาต้องมีความชัดเจนกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้เห็นคลิปที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ออกมาแถลงแบบถ่ายคลิปวิดีโอแจง ถามว่า &amp;nbsp;แถลงแบบนี้ได้อย่างไร บอกว่าปฏิเสธการรับคำขอสิทธิบัตรไม่ได้ ส่วนตัวผมมีความเห็นว่า &amp;nbsp;1. ไม่ควรรับจด เพราะเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายในประเทศไทย ตราบใดที่พ.ร.บ.ยังไม่ได้แก้ไขเป็นอย่างอื่น 2. พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.9(1) ระบุว่า &amp;quot;สารสกัดจากพืชรับจดสิทธิบัตรไม่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;การรับจดจึงผิดกฎหมายนี้ด้วย &amp;nbsp;และ3.เมื่อกรมฯไปรับการยื่นขอจดสิทธิบัตรเอาไว้แล้ว จะมีทางออกอย่างไร &amp;nbsp;แนะนำให้ใช้อำนาจอธิบดียกเลิกในขั้นตอนขอจดทะเบียนไปก่อน แทนที่จะปล่อยให้ไหลไปตามกระบวนการขั้นตอน ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ต้องคิดมากเลย เพราะผิดตั้งแต่ต้น ก็ต้องเป็นโมฆะตั้งแต่ต้นแล้ว&amp;rdquo; ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว และว่า เรื่องนี้ถ้าไม่ได้ข้อสรุป จริงๆ ทั้งองค์การเภสัชกรรม(อภ.) และ กพย. ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล ควรยื่นฟ้องศาลเพื่อขอความเป็นธรรมเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะทำการศึกษาหรือสกัดสารกัญชาทางการแพทย์ไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะติดสิทธิบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนคำแถลงของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่บอกว่าไม่ส่งผลกระทบใดๆ จริงๆไม่ใช่ เพราะหากพิจารณาตัวกฎหมายพ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ จะทราบทันทีว่า มีม.36 ระบุว่าได้รับการคุ้มครองแล้ว แม้จะยังไม่ได้รับเลขสิทธิบัตร ดังนั้น ในระยะเวลา 5 ปีที่เป็นช่วงการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีความใหม่หรือไม่นั้น แต่ช่วงระยะเวลานี้ก็ถือว่าได้รับการคุ้มครองไปแล้ว ซึ่งก็ไม่มีประโยชน์ ถามว่าใครจะมาวิจัยพัฒนาอีก เพราะเสี่ยงว่าจะทำไปเพื่ออะไร เนื่องจากใครจะยืนยันว่า &amp;nbsp;เมื่อกฎหมายให้ใช้ทางการแพทย์ได้ &amp;nbsp;และมีการพัฒนาจนเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ทางการแพทย์ที่มีการควบคุม แต่สุดท้ายติดสิทธิบัตร ที่ลงทุนไปทั้งหมดใครรับผิดชอบ อันนี้ไม่ใช่เสียหายแค่เรื่องงบประมาณ แต่จะเสียหายตรงผู้ป่วยเสียโอกาสการรักษาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.โสภณ &amp;nbsp;กล่าวในฐานะประธานบอร์ดอภ. ว่า ขณะนี้ได้มอบให้ทางฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะจากถ้อยคำแถลงออกก็ยังไม่มั่นใจว่า จะส่งผลกระทบหรือไม่อยู่ดี อย่างตอนนี้บอร์ด อภ.อนุมัติงบไปแล้ว 120 ล้านบาท แม้งบฯจะยังไม่ได้ใช้ &amp;nbsp;แต่ตามขั้นตอนผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) จะต้องไปแจงต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;เรื่องการใช้งบดังกล่าว เพราะมีการเปลี่ยนแปลงใช้งบ เดิมเป็นงบผลิตยาทั่วไป แต่เปลี่ยนมาใช้ในเรื่องโรงงานสกัดสารกัญชาทางการแพทย์ ส่วนเครื่องสกัดสารกัญชาที่จะนำเข้าจากต่างประเทศนั้น ใช้งบฯ 8 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำทีโออาร์ ซึ่งหากซื้อเข้ามาแล้วใช้ไม่ได้ ก็คงต้องนำมาใช้สกัดอย่างอื่น ซึ่งทำได้ แต่ไม่ดีเท่าสกัดสารกัญชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องชะลอการใช้งบประมาณไปก่อนหรือไม่ เพราะยังไม่มั่นใจว่าจะติดสิทธิบัตร นพ.โสภณ กล่าวว่า ก็กังวลอยู่ จึงให้นักกฎหมายช่วยกันระดมความคิดเห็นและสอบถามผู้รู้ เพราะแม้กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะบอกว่าไม่เป็นอะไร และไม่ให้สิทธิบัตรสารธรรมชาติในกัญชา แต่ความเป็นจริงก็มีการรับยื่นคำขอไปแล้ว ตนก็กังวลว่า ถ้าไม่ชัดเจน หรือไม่มีหนังสือใดๆอย่างเป็นทางการจะส่งผลกระทบหรือไม่ หากส่งผลกระทบก็ต้องชะลอเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ยืนยัน เพราะไม่มีความชัดเจนเลย อยากให้ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกฎหมายท่านใดออกมาให้ความชัดเจนเรื่องนี้ เพราะการสร้างโรงงานสกัดสารกัญชา ใช้งบ 120 ล้านบาท ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน ไม่เช่นนั้นกระทบต่อประเทศชาติแน่ๆ ที่สำคัญ อภ.ก็ต้องแบกรับความเสี่ยง.
------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21820</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กม.กัญชา, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, การจดทะเบียนกัญชา, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1c5333428f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
