<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจเส้นทางจราจรช่วงปีใหม่ชี้ยังเคลื่อนตัวได้ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ธ.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจเส้นทางช่วงอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ,ถนนมิตรภาพ และทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี &amp;ndash; วังน้ำเขียว พบว่าเส้นทาง บางปะอิน-สระบุรี-โคราช การจราจรคล่องตัว แต่จะชะลอตัวช่วงหนองแค ส่วนเมื่อเข้าช่วงตัวสระบุรีเคลื่อนตัวได้ช้า และชะลอตัวช่วงแก่งคอยและกลางดง

อย่างไรก็ตามเบื้องต้น ได้สั่งการให้กรมทางหลวง บำรุงรักษาทางหลวงให้อยู่ในสภาพดี จัดรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ทางเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย หากพบว่ามีปริมาณจราจรหนาแน่นให้ประสานงานกับตำรวจทางหลวง ในการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรหรือการจัดช่องทางพิเศษ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กรมทางหลวงจะเปิดฟรีมอเตอร์เวย์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพ &amp;ndash; ชลบุรี &amp;ndash; พัทยา และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน &amp;ndash; บางพลี พระประแดง &amp;ndash; ต่างระดับบางขุนเทียนตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ถึง เวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2564

อย่างไรก็ตามขณะที่ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง รายงานภาพรวมสภาพจราจรบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เมื่อเวลา 10 นาฬิกา โดยทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพ &amp;ndash; มาบตาพุด สภาพการจราจรโดยรวม ปริมาณรถปานกลาง เคลื่อนตัวได้ บริเวณหน้าด่านไม่มีแถวคอย
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน &amp;ndash; บางพลี สภาพการจราจรโดยรวม ปริมาณรถปานกลาง เคลื่อนตัวได้ดี บริเวณหน้าด่านไม่มีแถวคอย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88367</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, การจราจรปีใหม่, ศักดิ์สยาม  ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5febfbf96f53b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันแรกช่วงหยุดยาวคนแห่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะกลับต่างจังหวัดถึง 2.2 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงคมนาคมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดราชการ วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 4 - 7 กรกฎาคม 2563 ด้วยความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย

สำหรับสถานการณ์การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 (ข้อมูล ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น.) พบว่า มีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 2,272,275 คน-เที่ยว สูงกว่าประมาณการ 7.79% ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล มีปริมาณจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ 2,684,726 คัน ต่ำกว่าประมาณการ 15.81% เกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม 54 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 9 ราย ได้รับบาดเจ็บ 47 ราย โดยเกิดขึ้นบนทางตรงมากที่สุด คิดเป็น 78.95% รถปิคอัพเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คิดเป็น 39.65% และสาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากขับรถเร็วเกินกำหนด คิดเป็น 59.65%


ทั้งนี้ จากรายงานดังกล่าวพบว่า มีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นจำนวนมากจึงได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเคร่งครัด เน้นความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานให้บริการและผู้โดยสารด้วยมาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ทั้งภายในรถโดยสารและที่นั่งคอยภายในสถานีฯ ตรวจวัดอุณหภูมิของผู้โดยสารต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ควบคุมการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ให้ผู้โดยสารลงทะเบียนเช็คอิน &amp;ndash; เช็คเอาท์ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ทุกครั้งที่ใช้บริการและที่สถานีฯ

อย่างไรก็ตามกรณีที่ไม่สามารถสแกน QR Code ได้ ให้กรอกแบบฟอร์ม ต.8-คค จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ทำความสะอาดยานพาหนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั้งก่อนและหลังการให้บริการเป็นประจำ สำหรับการให้บริการภายในสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า และท่าเรือโดยสารทุกแห่งได้เน้นย้ำให้ทำความสะอาดสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะจุดที่สัมผัสบ่อยครั้ง รวมทั้งได้ติดตั้งที่กั้นแผ่นใสบริเวณเคาน์เตอร์ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการด้วย

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดได้ตั้งศูนย์อำนวยการ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ให้บริการข้อมูล ประสานการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและรับเรื่องข้อร้องเรียนต่าง ๆ ดังนี้ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร. 1584 ศูนย์บัญชาการกรมทางหลวง โทร. 1586 ศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146 ศูนย์ควบคุมทางพิเศษบูรพาวิถี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทร. 1543 ศูนย์รัชดา ขสมก. โทร. 1348 และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ รฟท. โทร. 1690
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70490</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200704/image_big_5f0027ab8ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยใช้โดรนบินสแกนจัดการจราจรช่วงวันหยุดยาว4-7 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63-รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งว่าหลังจากกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้จัดทำแผนเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดราชการ (วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา) ระหว่างวันที่ 4 &amp;ndash; 7 กรกฎาคม 2563 โดยใช้รูปแบบเดียวกันกับแผนเตรียมความพร้อมช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ รวมถึงได้ปรับแผนดังกล่าวให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงสาธารณะสุข (สธ.) ในการป้องกัน
การแพร่ระบาดของโควิด -19 อย่างเคร่งครัด ทั้งในรูปแบบการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ และการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้กำชับและเน้นย้ำให้หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน โดยมอบนโยบายที่สำคัญดังนี้

1.การบริการระบบขนส่งสาธารณะต้องเข้าถึงง่าย เพียงพอ ไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
ไม่โก่งราคา ไม่ทิ้งผู้โดยสาร

2.ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพการให้บริการขนส่งสาธารณะ ด้วยการดูแล
ความปลอดภัยบริเวณสถานี ภายในรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสาร และเครื่องบิน

3.กำกับและควบคุมเพื่อป้องกันจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

4.บริหารจัดการจราจรทางถนนช่วงวันหยุดยาว และอำนวยความสะดวกและปลอดภัย
ในระบบขนส่งสาธารณะรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19

5.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย
ในการเดินทาง

สำหรับกรอบระยะเวลาดำเนินการของแผนเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชน แบ่งเป็น
3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ก่อนวันหยุดต่อเนื่อง ให้รณรงค์เรื่องความปลอดภัย ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสาร
เตรียมความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะ ช่วงที่ 2 ช่วงวันหยุด กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
เข้มข้นในเรื่องอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย และ ช่วงที่ 3 ช่วงหลังวันหยุด ให้มีการจัดทำสรุปและประเมินผล โดยกำหนดให้หน่วยงานในสังกัด คค. รายงานผลดำเนินงานให้ สนข. เพื่อประมวลสรุปผลการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยจากการให้บริการขนส่งสาธารณะ รวมทั้งการรายงานอุบัติเหตุ และนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้แผนการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมแผนรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล ประกอบด้วย การอำนวยความสะดวกโครงข่ายการเดินทาง โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา) และหมายเลข 9 (บางปะอิน - บางพลี) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่
3 กรกฎาคม 2563 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 และยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน - ปากเกร็ด) ตลอดวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 และวันที่ 6 กรกฎาคม 2563
พร้อมการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน และบริการข้อมูลข่าวสาร ลดความเสี่ยงด้านคน ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม ลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ และด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ

สำหรับแนวทางดำเนินการใช้อากาศยานไร้คนขับสำรวจเส้นทางคมนาคมนั้น กระทรวงคมนาคมและกองทัพอากาศ (ทอ.) ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนและการพัฒนาประเทศ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อทำการสำรวจเส้นทางคมนาคมในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาล โดยจะใช้อากาศยานไร้คนขับของกองทัพอากาศ และอากาศยานไร้คนขับของกรมทางหลวง และกล้อง CCTV ที่ติดตั้งตลอดแนวถนน เพื่อติดตามสภาพจราจรบนเส้นทางจราจรหลักที่เป็นปัจจุบัน (Real Time) และจะถูกเชื่อมต่อข้อมูลไปยังศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อการควบคุม สั่งการ สำหรับบริหารจัดการจราจรบนสายทางให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น อาทิ การเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) นอกจากนี้แล้ว สามารถใช้ประโยชน์ในการควบคุมและสั่งการเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินบนถนนให้ทันสถานการณ์ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการการบินอากาศยานไร้คนขับสำรวจเส้นทางคมนาคม ซึ่งจะมีการใช้โดรนปฏิบัติการบินสำรวจหลายรูปแบบ เช่น Aerostar BP UAV ของ ทอ. จะใช้บินระยะทางไกลและสูง แต่หากเกิดฝนฟ้าคะนอง อาจจำเป็นต้องงดบิน โดยเปลี่ยนมาใช้ Mini UAV ซึ่งสามารถใช้บินเฉพาะในพื้นที่เจาะจง รัศมีการบิน 3-5 กม. และโดรนของกรมทางหลวง (ทล.) โดยมีการจัดตั้ง War Room หรือศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ ตั้งอยู่ที่กรมทางหลวง

ทั้งนี้ ทอ. ทล. และ สนข. ได้มีการประชุมหารือร่วมกันในการกำหนดแผนปฏิบัติการการบินอากาศยานไร้คนขับสำรวจเส้นทางคมนาคม ดังนี้ วันศุกร์ที่3 กรกฎาคม 2563 ช่วงเวลา 16.00 น.- 18. 00 น. จะใช้โดรนปฏิบัติการแบบ Mini UAV บินสำรวจบริเวณทางต่างระดับบางปะอิน และในช่วงเวลา 17.00 น. &amp;ndash; 21.30 น. จะใช้โดรนปฏิบัติการแบบ Aerostar UAV บินสำรวจเส้นบนถนนสายเอเชีย และถนนมิตรภาพ

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563 ช่วงเวลา 13.00 น. &amp;ndash; 14.30 น. จะใช้โดรนปฏิบัติการแบบ Mini UAV บินสำรวจบริเวณทางต่างระดับสระบุรี และในช่วงเวลา 14.00 น. &amp;ndash; 18.30 น. จะใช้โดรนปฏิบัติการแบบ Aerostar UAV บินสำรวจเส้นบนถนนสายเอเชีย และถนนมิตรภาพ

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70477</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, บินโดรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200704/image_big_5f0002d56a1f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ทล.รายงานสภาพการจราจรเส้นทางหลักทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจตำรวจทางหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- ตำรวจทางหลวง รายงานสภาพการจราจร เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.62 1.เส้นทางภาคเหนือ&amp;nbsp;
1.1.ทล.1 ( พหลโยธิน ) ลงโทลเวย์มีปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวตามกันไปได้เรื่อย ๆ
1.2 ต่างระดับบางปะอิน ปริมาณรถมากการจราจรติดขัด ชลอตัวขึ้นต่างระดับบางปะอินที่จะมุ่งหน้าไปทางอยุธยา เคลื่อนตัวได้ช้า
1.3 ทล.9 (วงแหวนตะวันตก) รถมากเคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ชลอตัวช่วงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากน้อย (กม.77)&amp;nbsp;
1.4 ทล.พ.9 ( วงแหวนตะวันออก ) เชื่อมต่อ ทล.1 พหลโยธิน มุ่ง ทล.32 (สายเอเชีย) ปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ท้ายแถวประมาณ 15 กม.
1.5 ทล.32 ( เอเชีย )&amp;nbsp;
- ลงต่างระดับบางปะอิน ปริมาณรถมาก การาจราจรยังเคลื่อนตัวได้ช้า
- กม.35 ต่างระดับบางปะหัน รถที่มาจาก ทล.347 สะสมมีท้ายแถวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่ง
- ช่วง อ.ไชโย จว.อ่างทอง ปริมาณรถมาก ชลอตัวช่วงบริเวณปั๊มน้ำมัน ตร.ทล.วางกรวย เปิดช่องทางพิเศษ กม.57-60 ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้
1.5 ทล.340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) การจราจรคล่องตัว
1.6 ทล.21 (พุแค-หล่มสัก) ช่องเขาขาด ปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวช้า สลับหยุดนิ่ง เปิดช่องทางพิเศษ กม.7-9 อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ไว้ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เส้นทางไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2.1 ทล.1 ( พหลโยธิน )&amp;nbsp;
- ช่วงวังน้อย กม.54 ต่างระดับ มจร เชื่อมต่อ วงแหวนตะวันออกปริมาณรถมาก เต็มทุกช่องทาง การจราจรติดขัดมาก เคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ขยายช่องทางพิเศษ กม.58 ไปออก กม.85 ต่อเนื่อง&amp;nbsp;
- ต่างระดับสระบุรี เปิดช่องทางพิเศษ กม.105+600 ถึง กม.106+150 ต.ปากเพียว อ.เมือง จว.สระบุรี ต่อเนื่อง รองรับรถที่มาจากวังน้อย มุ่งหน้าสู่นครราชสีมา รถมากเคลื่อนตัวได้
2.2 ทล.พ.9 (วงแหวนตะวันออก ) เชื่อมต่อ ทล.1 ( พหลโยธิน ) ที่จะมุ่งหน้าไปสระบุรี ปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เคลื่อนตัวได้ช้า มีท้ายแถวประมาณ 15 กม.
2.3 ทล.2 ( มิตรภาพ ) มีปริมาณรถมากตลอดเส้นทาง มีการเปิดช่องทางพิเศษเป็นช่วง ๆ&amp;nbsp;
- ช่วงกลางดง ปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เปิดช่องทางพิเศษ จากเดิมเข้า กม.17 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จว.สระบุรี ออก กม.43 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้ สลับหยุดนิ่ง
- ช่วง ฟาร์มโชคชัย ปริมาณรถมาก เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.47 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ออก กม.51 ต.หนองไม้แดง อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา เปิดต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้&amp;nbsp;
- ช่วงหนองสาหร่าย ปริมาณมาก เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.64 ออก กม.67 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้
- ช่วงลำตะคลอง ปริมาณรถมาก เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.86 ออก กม.87 ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้
- เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.161+300 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จว.นครราชสีมา ออก กม.166 ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จว.นครราชสีมา เวลา 10.04 น.
2.4 ทล.304 (กบินทร์บุรี &amp;ndash; ปักธงชัย)&amp;nbsp;
- กม.123 ช่วงเขาซำขวางปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่ง&amp;nbsp;
- ช่วงนาดี-ปักธงชัย ปริมาณรถมากสลับหยุดนิ่ง กม. 216 (ห้วยซับบอน) ปริมาณรถมาก เปิดช่องทางพิเศษ กม.216 ถึง กม.221 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จว.ปราจีนบุรี สลับ ปิด-เปิดช่องทางพิเศษ เป็นช่วง ๆ
2.5 ทล.348 (อรัญประเทศ &amp;ndash; นางรอง) ปริมาณมากเคลื่อนตัวได้ช้า เปิดช่องทางพิเศษ ระหว่าง กม.76 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จว.สระแก้ว กม.80 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จว.บุรีรัมย์ เปิดครั้งที่ 9 ตั้งแต่เวลา 09.35 น. (สลับเปิดช่องทางพิเศษ เป็นระยะๆ) การจราจรเคลื่อนตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เส้นทางไปสู่ภาคใต้&amp;nbsp;
3.1 ทล.35 ( พระราม 2 ) ปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น กม.40 มีอุบัติเหตุ เก๋งกับกระบะ ไม่มีผู้รับบาดเจ็บ เคลื่อนย้ายพ้นกีดขวางการจราจร ขาออกการจราจรติดขัดตั้งแต่ กม.16 เขตนครบาล ถึง กม. 42 หน้าวัดเกตุม ยังเคลื่อนตัวตามกันได้เรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เส้นทางไปสู่ตะวันออก
4.1 ทล.3 ( สุขุมวิท ) การจราจรยังเคลื่อนตัวได้ดี
4.2 ทล.พ.7 (มอเตอร์เวย์) ขาออกการจราจรยังเคลื่อนตัวได้ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53424</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, ตำรวจทางหลวง, ปีใหม่2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06f6f47e69c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนใช้รถเตรียมพร้อม17ธ.ค.&#039;ตร.&#039;ปรับแก้จราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าวชั่วโมงเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.62-ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 แจ้งว่า วันพรุ่งนี้(17 ธ.ค.)แล้วเตรียมตัวให้พร้อม บชน.และบก.จร.แจ้งประชาสัมพันธ์ ทดลองแก้ไขปัญหาจราจร บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ชั่วโมงเร่งด่วนเช้า เริ่มวันที่ 17 ธ.ค.62 -16 ม.ค.63 เวลา 06.00 - 09.00น. รวม 30วัน ปิดเบี่ยงเข้าช่องทางคู่ขนาน ผู้ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีขาเข้าช่องทางด่วน จะไม่สามารถใช้สะพาน ข้ามห้าแยกลาดพร้าวไป ไปถ.พหลโยธินขาเข้า (ดินแดง-สะพานควาย) ในชม.เร่งด่วนเช้า 06.00น.-09.00น. ยกเว้นวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่านที่ต้องการไปถนนลาดพร้าวขาออก และถนน วิภาวดีขาออก สามารถเบี่ยงเข้าช่องทางคู่ขนาน ได้ที่ทางออกก่อนถึงโตชิบา สำหรับท่านที่ต้องการไปถนนวิภาวดีรังสิตขาออก หรือไปกระทรวงพลังงาน ให้ใช้ช่องทางกลับใต้สะพานข้ามแยกลาดพร้าว หรือขึ้นสะพานข้ามแยกลาดพร้าว (ตัวใหม่) ให้ใช้ทางออกก่อนถึงโตชิบา
สำหรับท่านที่ต้องการไปถนนพหลโยธินขาเข้า ให้วิ่งตรงในช่องทางด่วนแล้วกลับรถที่แยกสุทธิสาร โดยใช้ช่องทางด่วนข้ามแยกไปยังแยกสุทธิสารและเลือกใช้เส้นทางดังนี้เลี้ยวขวาที่แยกสุทธิสารขาเข้ามุ่งหน้าถนนสุทธิสารวินิจฉัยไปยังแยกสะพานควายสามารถเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพหลโยธินขาเข้า ไปกลับรถที่แยกสุทธิสารใช้ถนนวิภาวดีขาออกเพื่อกลับมาที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อกลับรถมาแล้วยังสามารถใช้วิภาวดีซอย 3 และวิภาวดีซอย 5 เพื่อลัดไปถนนพหลโยธินขาเข้าได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52562</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, ตำรวจ, ปัญหาจราจร, แยกลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df6ed2e60039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.แนะเส้นทางเลี่ยงรถติดช่วงประชุมอาเซียน31ต.ค.-4 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62-พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.จร. แจ้งประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และเส้นทางแนะนำสำหรับประชาชนในการจัดการประชุมอาเซียนครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย ทางด่วน - ทางขึ้นด่านอโศก 4 ทางด่วนขั้นที่ 2 ต่างระดับมักกะสัน ทางลงด่วนพระราม 4-2 ทางขึ้นโทลล์เวย์ดอนเมือง &amp;ndash; เชื่อมด่วนดินแดง ทางขึ้นด่วนสุรวงศ์ ต่างระดับพญาไท ทางด่วนศรีรัช (ต่างระดับพญาไท ด่วนเมืองทองธานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางพื้นราบ - ถ.พระราม 4 (แยกศาลาแดง &amp;ndash; แยกรัชดาพระราม 4) ถ.รัชดาภิเษก (แยกรัชดาพระราม 4แยกอโศก) ถ.สุขุมวิท (แยกอโศก - แยกนานา) ถ.เพลินจิต (แยกนานา - แยกชิดลม) ถ.วิทยุ (แยกวิทยุ - แยกเพลินจิต) ถ.พระราม 1 (แยกชิดลม &amp;ndash; แยกเฉลิมเผ่า) ถ.ราชดำริ (แยกราชประสงค์ - แยกศาลาแดง) ถ.สีลม (แยกนราลม - แยกสีลม) ถ.เจริญกรุง (แยกสุรวงศ์- แยกเฉลิมพันธ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางแนะนำ ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 9 ถนนราชปรารภ ถนนพญาไท ถนนสาทร ถนนพระราม 6 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนศรีนครินทร์ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35, ตำรวจจราจร, พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, รถติด, แนะนำทางเลี่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6499a751b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเจ้าหน้าที่ปรับแผนคุมเข้มทุกเส้นทางรับปชช.แห่กลับกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62-นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า วันนี้ประชาชนบางส่วนยังคงท่องเที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ ในขณะที่บางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับ จึงขอให้จังหวัดบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้เกิดความคล่องตัว รวมถึงจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอในการรองรับการเดินทางกลับของประชาชน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมในการเดินทางผ่านทุกช่องทางสื่อ ทั้งการเตรียมร่างกาย ตรวจสอบสภาพรถ และวางแผนการใช้เส้นทางอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 15 &amp;ndash; 16 เมษายน 2562 พื้นที่ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนในลักษณะฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ทำให้สภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ดี จึงขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ศปถ.จึงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครเข้มข้นการดูแลเส้นทางที่มีจุดเสี่ยงอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการหลับใน ท้ายนี้ ขอฝากผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ เพื่อความปลอดภัย ควรหยุดพักรถทุก 1 &amp;ndash; 2 ชั่วโมง รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33659</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, นายปวิณ ชำนิประศาสน์, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb405d17f487.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
