<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางเอ็มโอยู&#039;Blind Trust&#039;ธนาธรยิ่งกว่าไม่ตรงปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.2562- โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่บันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) การจัดการทรัพย์สินของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด ที่นายธนาคารได้ลงนามเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ซึ่งพบว่าไม่ตรงกับให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรที่ระบุในใจความสำคัญที่แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า &amp;ldquo;คาดว่าจะโอนทรัพย์สินประมาณ 5,000 ล้านบาทให้ภัทรดูแลในรูปแบบ Blind Trust ทั้งนี้ หนึ่งในข้อสัญญาที่จะเขียนไว้คือไม่ซื้อ หุ้นไทยทุกตัวเพื่อจำกัดข้อครหาว่านโยบายที่ออกไปจะไม่เอื้อผลประโยชน์ให้ และกำหนดว่า 3 ปีหลังจากออกจากตำแหน่งจะได้กรรมสิทธิ์กลับมาเป็นขอตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เอ็มโอยูดังกล่าวมีเนื้อหารายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บันทึกความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินฉบับนี้ (&amp;ldquo;บันทึกความเข้าใจฉบับนี้&amp;rdquo;) ทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2562 ระหว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่..........มีภูมิลำเนาอยู่ ณ เลขที่..........กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเรียกว่า &amp;ldquo;ลูกค้า&amp;rdquo; ฝ่ายหนึ่งและ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายไทย ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105547010471 สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 252/25 ชั้น 19 อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ อาคารเอ ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเรียกว่า &amp;ldquo;บริษัทจัดการ&amp;rdquo; อีกฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องด้วยลูกค้ามีความประสงค์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ตามแต่กรณี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนร่วม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงหลักเลี่ยงข้อครหาเกี่ยวกับการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ ลูกค้าและบริษัทจัดการจึงตกลงเข้าทำบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เพื่อกำหนดความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าในระหว่างที่ลูกค้าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีข้อความดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วัตถุประสงค์
ลูกค้ามีความประสงค์ที่จะมอบหมายให้บริษัทจัดการเป็นผู้บริหารและจัดการทรัพย์สินของลูกค้าที่จะส่งมอบ และ/หรือ โอนให้แก่บริษัทจัดการเพื่อบริหารจัดการเป็นกองทุนส่วนบุคคล รวมถึงดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าว (&amp;ldquo;ทรัพย์สินของลูกค้า&amp;rdquo;) เพื่อนำทรัพย์สินของลูกค้าไปจัดการลงทุนเพื่อหาประโยชน์ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขซึ่งระบุไว้ในสัญญาจัดการทรัพย์สินที่จะเข้าทำระหว่างลูกค้าและบริษัทจัดการ (&amp;ldquo;สัญญาจัดการทรัพย์สิน&amp;rdquo;) ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.ข้อตกลง
2.1 บริษัทจัดการและลูกค้ารับทราบและตกลงว่าการบริหารจัดการทรัพย์สินของลูกค้านี้จะครอบคลุมการบริหารจัดการทรัพย์สินของลูกค้าในช่วงที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งรวมถึงกรณีที่มีฐานะสมาชิกสภาพเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรณีการดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกค้าได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี (&amp;ldquo;รัฐมนตรี&amp;rdquo;) และในระหว่างที่ลูกค้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ลูกค้าประสงค์ให้บริษัทจัดการบริหารจัดการทรัพย์สินของลูกค้าให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นส่วนของรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยลูกค้าจะดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของลูกค้าตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดการทรัพย์สินให้กับบริษัทจัดการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ตลอดระยะเวลาในการมอบหมายให้บริษัทจัดการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า ลูกค้าตกลงไม่กระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการเข้าไปบริหารครอบงำหรืออกคำสั่งเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกค้า ตลอดจนการจัดการหาผลประโยชน์ในทรัพย์สินของลูกค้าตามสัญญาจัดการทรัพย์สิน และลูกค้าอาจแต่งตั้งผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า ตลอดจนติดตามดูแลการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลของบริษัทจัดการแทนลูกค้า ทั้งนี้ ภายใต้และตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อเจตนารมณ์แห่งสัญญาจัดการทรัพย์สินและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.3 ลูกค้าไม่ประสงค์ที่จะรับรู้ข้อมูลการลงทุนใดๆ ของทรัพย์สินของลูกค้าในระหว่างระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยบริษัทจัดการไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลใดๆ ในลักษณะที่จะมีผลให้ลูกค้าทราบถึงการบริหารหรือจัดการทรัพย์สินของลูกค้า เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด หรือเป็นการรายงานการประกอบกิจการตามเงื่อนไขที่คระกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนด หรือเป็นการรายงานต่อผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดการทรัพย์สิน ภายใต้และตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อเจตนารมณ์แห่งสัญญาจัดการทรัพย์สินของลูกค้าจากผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขภายใต้สัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.4 บริษัทจัดการและลูกค้ารับทราบและตกลงว่าข้อจำกัดการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าที่เป็นสาระสำคัญจำแนกเป็นสองกรณี กล่าวคือ
(1) ขณะที่ลูกค้าดำรงสมาชิกภาพเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ห้ามมิให้จัดการทรัพย์สินของลูกค้าโดยการลงทุนเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนกิจการอื่นอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
(2) ขณะที่ลูกค้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ห้ามมิให้จัดการทรัพย์สินของลูกค้าตามที่กำหนดไว้สำหรับกรณีที่ลูกค้าดำรงสมาชิกภาพเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกประการ และห้ามมิให้คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไปตามตามจำนวนที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด จนกว่าการดำเนินการโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าวให้แก่บริษัทจัดการจะเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยบริษัทจัดการมีหน้าที่จัดการการลงทุนให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องและที่แก้ไขเพิ่มเติม (หากมี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.5 บริษัทจัดการให้คำรับรองว่าบริษัทจัดการเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล และมิได้มีกรรมการหรือพนักงานที่มีผลประโยชน์หรือมีส่วนได้เสียกับลูกค้า คู่สมรสของลูกค้า เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ของลูกค้า แต่ประการใด และตกลงที่จะดำเนินการตามความประสงค์ของลูกค้าตามที่ระบุข้างต้น ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาจัดการทรัพย์สิน รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.6 ลูกค้ารับทราบและตกลงว่าในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนส่วนบุคคลและการให้บริการลูกค้านั้น บริษัทจัดการมีนโยบายและแนวปฏิบัติในการวางตัวเป็นกลางในทางการเมืองและไม่กระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.7 บริษัทจัดการและลูกค้ารับทราบและตกลงว่า ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นข้อตกลงเบื้องต้น โดยบริษัทจัดการและลูกค้าตกลงจะเข้าทำสัญญาจัดการทรัพย์สินและกำหนดข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ต่อไป โดยบทบาทหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าโดยบริษัทจัดการจะเริ่มต้นเมื่อสัญญาจัดการทรัพย์สินดังกล่าวมีผลใช้บังคับในลำดับถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน บริษัทจัดการและลูกค้าได้อ่านและเข้าใจข้อความในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้อย่างละเอียดและโดยตลอดแล้ว และเห็นว่าตรงตามเจตนาของบริษัทจัดการและลูกค้าทั้งสิ้น จึงลงลายมือชื่อและประทับตา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานทั้งสองฝ่าย บริษัทจัดการและลูกค้าต่างยึดถือไว้ฝ่ายละฉบับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31742</URL_LINK>
                <HASHTAG>MOU, การจัดการทรัพย์สิน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด, บันทึกความเข้าใจร่วมกัน, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7dc979b5ffe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
