<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนดุสิตโพล ชี้ประชาชนมองภาพการจัดตั้งรัฐบาล มีแต่ทำให้การเมืองแย่ลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค. 2562 การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมานั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนหวังว่าจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่งที่อาจทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น แต่ก็ยังมีความกังวลถึงปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมา โดยเฉพาะกรณีการจัดตั้งรัฐบาลที่มีการเปิดเผยโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีรอบใหม่ล่าสุด ซึ่งมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมืองและมีความห่วงใยต่อบ้านเมือง &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,215 คน ระหว่างวันที่ 3 - 6 กรกฎาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;เรื่องที่ประชาชน&amp;ldquo;สมหวัง&amp;rdquo; คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชน คนรุ่นใหม่ตื่นตัว ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;42.67%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.00%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัครที่เลือกชนะเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ชอบได้ ส.ส.หลายคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.33%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;เรื่องที่ประชาชน&amp;ldquo;ผิดหวัง&amp;rdquo; คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาการทำงานของ กกต. การเลือกตั้งไม่โปร่งใส ประกาศผลล่าช้า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;54.75%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงขัดแย้ง แตกแยก ถึงจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;30.68%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งผ่านมานานแล้วแต่ประเทศไม่เดินหน้า ยังไม่มีรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.29%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3. บทเรียนจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ประชาชนคิดว่า&amp;ldquo;เป็นประโยชน์&amp;rdquo;ต่อการเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งต่อๆไป คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องมีระบบตรวจสอบการนับคะแนนที่เป็นมาตรฐาน โปร่งใส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;43.63%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำหน้าที่ของ กกต.ต้องเป็นกลาง ตรวจสอบได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;33.05%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.00%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะพิจารณาตัดสินใจเลือก ส.ส. ให้ละเอียดมากขึ้น ดูจากพฤติกรรม ส.ส.ในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.16%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรมีการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า จัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.41%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สิ่งที่ประชาชน &amp;ldquo;ประทับใจ&amp;rdquo; ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนักการเมืองรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้น ได้นักการเมืองที่มีความรู้ความสามารถ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.18%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนตื่นตัว คนรุ่นใหม่สนใจติดตามข่าวสารการเมืองไทยมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.66%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นรัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมือง มีนโยบายที่หลากหลาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.21%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สิ่งที่ประชาชน &amp;ldquo;อยากลืม&amp;rdquo; ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแบ่งโควต้า แย่งชิงตำแหน่งกัน เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;43.39%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ไม่คำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;36.61%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความล้มเหลวของระบบการเมืองไทย ได้นักการเมืองหน้าเดิม ๆ เข้ามาบริหารประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.03%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การจัดโผ ครม. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ณ วันนี้ ประชาชนคาดการณ์ต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆต่อไปนี้อย่างไร?
ข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดีขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แย่ลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนเดิม
1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวุ่นวายทางการเมือง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.92%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;60.52%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.56%
2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความมั่นคงทางการเมือง/อายุรัฐบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;9.74%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;57.92%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.34%
3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำงานเพื่อประชาชนของรัฐบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;12.49%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.96%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;39.55%
4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.95%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;43.85%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.20%
5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติงานของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;42.69%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.13%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;31.18%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40340</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดตั้งรัฐบาล, การเมืองแย่ลง, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d215904c4597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อัยการธนกฤต” กาง รธน. ชี้ประยุทธ์บวกพลังประชารัฐถือแต้มต่อเลือกเก้าอี้รัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 9 มิ.ย. ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลเมื่อต่างฝ่ายต่างมีแต้มต่อ แต่พลเอกประยุทธ์บวกพลังประชารัฐถือแต้มต่อเหนือกว่า &amp;nbsp;ภายหลังรัฐสภามีมติเห็นชอบให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การจัดตั้งรัฐบาลที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ก็ยิ่งมีความเข้มข้นขึ้นและต้องจับตามองเป็นพิเศษขึ้นไปอีก ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ลงตัวในการจัดสรรตำแหน่ง และการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่าง ๆ ของพรรคการเมืองฝ่ายขั้วรัฐบาล คือ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะพิจารณาความได้เปรียบและเสียเปรียบในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองแต่ละพรรคนั้น มีความจำเป็นยิ่งอย่างขาดไม่ได้ที่จะต้องพิจารณาถึงอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กุมสถานะความได้เปรียบเหนือพรรคการเมืองทุกพรรค ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ในขณะที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 264 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันเป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่ และบทเฉพาะกาล มาตรา 265 วรรคหนึ่งก็กำหนดให้ คสช. ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ในขณะนี้ถึงแม้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะยังไม่เรียบร้อย พลเอกประยุทธ์ คณะรัฐมนตรีชุดเดิม และ คสช. ก็ยังคงดำรงสถานะเดิมในตำแหน่งอยู่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;ถ้าไม่มีทางออกหรือถึงทางตันในการจัดตั้งรัฐบาล หรือมีความขัดแย้ง ความไม่ลงตัว ในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ อย่างที่ไม่มีใครยอมใคร &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์ คณะรัฐมนตรีชุดเดิมและ คสช.ก็มีอำนาจตามมาตรา 44 และบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยไม่ต้องมีการจัดตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เมื่อรัฐสภามีมติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 เห็นชอบให้พลเอกประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว อำนาจในการต่อรองและคัดสรรผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ จำนวนไม่เกิน 35 คน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงไม่ได้อยู่เฉพาะกับบรรดาแกนนำพรรคการเมืองและ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีอำนาจแต่ได้มาอยู่ในมือของพลเอกประยุทธ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. &amp;nbsp;บรรดาพรรคการเมืองขั้วร่วมรัฐบาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคการเมืองอื่น ๆ ย่อมไม่มีพรรคไหนที่อยากให้การเจรจาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีประสบความวุ่นวายและความขัดแย้งถึงขนาดที่ไม่สามารถตกลงกันได้ จนทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล้มเหลวและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. พรรคการเมืองขั้วร่วมรัฐบาลต่าง ๆ คงไม่มีพรรคไหนปฏิเสธว่าไม่อยากร่วมรัฐบาลที่มีพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าจะมีเงื่อนไขใดที่จะเป็นอุปสรรคปิดกั้นในการร่วมรัฐบาลแล้ว บรรดาพรรคการเมืองเหล่านี้ย่อมพร้อมที่จะสละเงื่อนไข ลดเลิกอุปสรรคต่าง ๆ ที่เป็นเงื่อนไขของฝ่ายตนเพื่อให้สามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเจรจาต่อรองการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ในที่สุดจึงน่าจะอยู่ที่การแสดงบทบาทและอำนาจในการตัดสินใจของพลเอกประยุทธ์ที่จะเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการเลือกว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรี ที่จะทำให้บรรลุประโยชน์จนเป็นที่พอใจหรือสามารถที่จะยอมรับได้ของพรรคการเมืองต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีความใกล้ชิดและเป็นฐานเสียงใหญ่สำคัญที่สุดของพลเอกประยุทธ์ ย่อมจะถือเอาโอกาสที่พลเอกประยุทธ์มีอำนาจและสถานะที่เหนือกว่าบรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ ใช้สถานะความได้เปรียบของพลเอกประยุทธ์นำมาเป็นความได้เปรียบของตัวเอง ความได้เปรียบของพลเอกประยุทธ์จึงเป็นความได้เปรียบของพรรคพลังประชารัฐด้วย ซึ่งย่อมทำให้พรรคพลังประชารัฐมีแต้มต่อที่เหนือกว่าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยเองก็มีแต้มต่อในการต่อรองการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้เช่นเดียวกัน แม้ว่าแต้มต่อของทั้ง 2 พรรค จะมีน้อยกว่าพลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐก็ตาม โดยแต้มต่อที่มีแต่เดิมเป็นการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ถึงแม้ว่าลำพังพียงแค่จำนวนเสียงของ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ พรรคการเมืองขนาดเล็ก และ ส.ว. จะเพียงพอที่จะทำให้พลเอกประยุทธ์ได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งพอที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ไม่ร่วมลงคะแนนให้ด้วย การได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ก็อาจจะขาดความสง่างาม แต่ทั้ง 2 พรรคการเมือง ได้สละเงื่อนไขที่เป็นแต้มต่ออันนี้ไปแล้ว ปัจจัยที่เหลืออยู่ที่จะเป็นแต้มต่อของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ได้ในขณะนี้ จึงได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์และ คสช. คงไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 และบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญดังที่กล่าวมาเพื่อที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป โดยไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ และอาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจ และการต่อต้าน จากบุคคลบางกลุ่มและบรรดาผู้ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองขั้วร่วมรัฐบาลหากขาดพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคภูมิใจไทยพรรคใดพรรคหนึ่งไป จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทันที ซึ่งย่อมจะต้องกระทบกับความมั่นคงของรัฐบาลอย่างแน่นอน หากต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าย่อมกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์และ คสช. เอง และกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะต้องมีการเร่งรีบให้การจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ถึงจะยังมีความไม่ลงตัวและยังคงมีการเจรจาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ระหว่างบรรดาพรรคการเมืองอย่างเข้มข้น เพื่อต่อรองให้ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ แต่ในที่สุดก็คงจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ แม้จะมีเสียงปริ่มน้ำเพียง 254 เสียง ก็ตาม โดยมีการเจรจาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ในคณะรัฐมนตรี จนบรรลุประโยชน์ที่พึงพอใจหรือเป็นที่พอจะยอมรับได้ของทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38096</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดตั้งรัฐบาล, ธนกฤต วรธนัชชากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefefb8bc842.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพล ชี้ประชาชนผิดหวัง &#039;ปชป.-ภท.&#039; ตัดสินใจร่วมรัฐบาล  73.65%มั่นใจอยู่ไม่ยืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2562 หลังเสร็จสิ้นการโหวตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ข่าวความเคลื่อนไหวกรณีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเฉพาะการจัดสรรโควต้ากระทรวงหลักก็กลับมาเป็นประเด็นร้อนที่ต้องจับตามองอีกครั้ง เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมือง &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การอภิปรายเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี จำนวนทั้งสิ้น 1,128 คน ระหว่างวันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6-8 มิถุนายน 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนคิดอย่างไร? &amp;nbsp;กรณี &amp;ldquo;พรรคประชาธิปัตย์&amp;rdquo; เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้สึกผิดหวัง ไม่เป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;63.32%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากเป็นฝ่ายรัฐบาล ต้องการตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.24%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการปฏิบัติตามมติของพรรค ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.29%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนเห็นด้วยกับเงื่อนไข 3 ข้อที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นต่อพรรคพลังประชารัฐหรือไม่?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.79% &amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะได้ดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เป็นข้อเสนอที่ทำเพื่อประชาชนและส่วนรวม สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของพรรค ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.21% เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเพียงการหาเหตุผลและข้ออ้างในการเข้าร่วมรัฐบาล อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่ปฏิบัติตามที่เสนอไว้ได้ ไม่น่าเกิดขึ้นได้จริง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประชาชนคิดอย่างไร? &amp;nbsp;กรณี &amp;ldquo;พรรคภูมิใจไทย&amp;rdquo; เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการตัดสินใจที่ไม่เคารพเสียงประชาชน ไม่เป็นไปตามที่หาเสียงไว้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;58.20%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกฝ่ายที่ได้เปรียบเพื่อผลประโยชน์ของพรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.32%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ทำตามนโยบายของพรรค ทำงานเพื่อบ้านเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.84%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประชาชนคิดอย่างไร? &amp;nbsp;กรณี พรรคการเมืองแย่งกันเข้ามาบริหารกระทรวงหลัก
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เป็นกระทรวงที่มีงบประมาณมาก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;72.27%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เลือกให้ถูกคนถูกงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.87%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรรีบจัดสรรและจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.91%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาชนคิดว่า &amp;ldquo;รัฐบาลใหม่&amp;rdquo; จะอยู่ครบวาระหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ไม่ครบวาระ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;73.65% &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ไม่เกิน 1 ปี 34.07% &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เกิน 6 เดือน 20.02% &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เกิน 2 ปี 12.95% &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เกิน 1 ปีครึ่ง 6.61% เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ มีเสียงไม่มากเพียงพอ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถูกคัดค้านต่อต้าน ทำงานรูปแบบเดิมๆ สถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ &amp;nbsp; ไม่มีเสถียรภาพที่แน่นอน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ครบวาระ 4 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.35%เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อสานต่อการทำงานของ คสช. มี ส.ว. 250 เสียง มีการวางแผนเตรียมการไว้แล้ว ฯลฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38037</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดตั้งรัฐบาล, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfc62043acd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัด!&#039;สมคิด&#039;อาจไม่ไปต่อหากกระทรวงเศรษฐกิจหลุดมือชง&#039;บิ๊กตู่&#039;รื้อโควตาใหม่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7มิ.ย.62-ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลกลับมาเป็นจับตาอีกครั้ง หลังจบการโหวต นายกฯโดยเฉพาะการเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล &amp;nbsp;โดยมีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ยังคงสงวนท่าทีการพิจารณาโควตารัฐมนตรีในแต่ละพรรค ขณะที่ล่าสุดมีรายงานจากพรรคพลังประชารัฐระบุว่า จากดีลรอบแรกและมี กระแสข่าวว่าในส่วนของภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รมว.คมนาคม รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ รมว.สาธารณสุข ส่วนประชาธิปัตย์ จะได้กระทรวงหลักอย่างรมว.พาณิชย์ รมว. เกษตรและสหกรณ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น แกนนำพรรค ยืนยันเงื่อนไขเดิมใช้ระบบพรรคการเมือง โดยผู้บริหารพรรคจะเป็นผู้เจรจาพูดคุย แล้ว เอาที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคการพูดคุยไม่ว่าผ่านผู้ใหญนอกพรรคคนใดไม่ถือเป็นข้อสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะมีความชัดเจนจากนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพปชร. และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ที่จะแถลงเร็วๆนี้ แต่หากว่าคุยกันไม่ลงตัวและยังยืนยันคำเดิมที่จะยึดดีลแรก พรรคจะโยนสิทธิขาดให้พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาความเหมาะสมด้วยตัวเอง เพราะเหตุผลหนึ่งได้เรียนรู้จากการสูญเสียเก้าอี้ประธานสภาฯให้กับประชาธิปัตย์ ทำให้การประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯพล.อ.ประยุทธ์ ถูกถล่มอย่างหนัก จนทำให้เกิดความเสียเปรียบ และหากยังเสียเปรียบโควตา โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญๆอย่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวง คมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จะทำให้การทำงานของรัฐบาลลำบาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มีรายงานข่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มองว่าหากโควตา ยังเป็นแบบนี้ ไม่เหลือกระทรวงเกรดเอไว้เลย อาจทำงานไม่ได้ รวมถึงมปัญหาเรื่องสุขภาพ อาจเป็นเหตุผลทำให้นายสมคิด ตัดสินใจไม่ไปต่อก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ แกนนำพรรคพปชร.เปิดเผยว่า จะมีการหารือกันในวันที่ 7 มิ.ย.และมองว่ายังมีเวลาในการพูดคุยกับพรรคร่วมถึงโควตา ที่ขณะนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่ลงตัว โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุต้องเป็นของพรรคหลักจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่เก้าอี้ไหนที่ลงตัวแล้วอาจส่งให้นายกฯพิจารณาไปก่อน โดยได้วาง ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดไม่ให้เกินวันที่ 13 มิ.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37893</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเศรษฐกิจ, การจัดตั้งรัฐบาล, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รื้อโควตาใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce664c05f6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กจตุพร&#039;ชวนจับตามอง&#039;งูเห่า4.0&#039; หากต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปได้ รัฐบาลต้องไม่ใช่คสช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จากหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เป็นการฉายภาพการเมืองไทยให้ชัดขึ้นว่าปัญหาของประเทศ เกิดจากความพยายามสืบทอดอำนาจโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ซึ่งถือเป็นการยึดอำนาจแบบชาญฉลาด แนบเนียน และละมุนละม่อมไม่ใช้กำลังทหารของผู้มีอำนาจ ถือเป็นการรู้จักปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อให้เกิดการยอมรับ ซึ่งหลายคนคิดและตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานี้ เป็นเพียงเครื่องมือฟอกขาว ชุบตัว ให้ผู้มีอำนาจได้หลุดพ้นจากคำว่าผู้นำเผด็จการ มาเป็นผู้นำที่มาจากกระบวนการของรัฐสภาภายใต้กลไกรัฐธรรมนูญ 2560 แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ 5 มิ.ย. 2562 จะเป็นวันประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนั้นตนอยากให้สังคมช่วยกันจับตาดูว่า ส.ส. คนใดหรือพรรคการเมืองไหน ที่ได้รับเลือกจากประชาชนเข้าไปเป็นตัวแทน แล้วทรยศหักหลังเพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์อยู่เหนือความชอบธรรมทางการเมือง ซึ่งปรากฎการณ์งูเห่าในยุค 4.0 นี้ ไม่ว่าจะเป็นงูเห่าเดี่ยว งูเห่าคู่ งูเห่ายกก๊วน หรืองูเห่ายกพรรคก็ตาม ถ้าเกิดขึ้นจริงล้วนถือเป็นการตระบัดสัตย์ต่ออุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนที่เลือกเข้ามา ตนขอเตือนระวังอนาคตทางการเมืองจะจบไม่สวย จะมีตราบาปติดตัว บันทึกลงประวัติศาสตร์การเมืองไทย ลูก หลาน เหลน โหลน จะสามารถค้นกูเกิ้ลและพบตราบาปนี้ไปตลอดกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากขอวิงวอนให้ ส.ว. ทั้ง 250 คน มาช่วยกันสร้างปาฎิหาริย์เปิดล็อคประตูทางการเมือง แม้ว่าท่านจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ตาม แต่ตนก็เชื่อมั่นในจิตวิญญาณ ความรู้ผิด รู้ชอบ รู้ดี รู้ชั่ว และการมีวุฒิภาวะของทุกท่าน เพราะวิญญูชนคนธรรมดาอย่างเราๆ ยังเข้าใจและรับรู้ได้ แต่พวกท่านเป็นถึงสภาสูงและเป็นสภาอันทรงเกียรติ ขอจงรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีด้วยการเรียกศรัทธาที่กำลังถูกปรามาศจากประชาชนทั้งประเทศกลับคืนมาให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่านี่คือโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายที่พวกท่านมี ตนไม่ได้ขอร้องในฐานะนักการเมือง แต่ขอร้องในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทย ที่อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปด้วยความถูกต้องชอบธรรม แต่ถ้าวันนี้ท่านยังคงเกรงใจหรือเห็นแก่ คสช. ที่เป็นผู้เลือกท่านเข้ามา อย่างน้อยตนก็ขอให้พวกท่านงดออกเสียงไป แต่หากพวกท่านมีความกล้าหาญเพียงพอก็ขอให้พวกท่านใช้จิตวิญญาณเยี่ยงวิญญูชนพิจารณาเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีความชอบธรรมทางการเมืองมากที่สุด ซึ่งตนคงไม่ต้องอธิบายว่าทำอย่างไร เพราะนาทีนี้ตนเองก็เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจมาตลอดว่าไม่มีใครสั่งพวกท่านได้ แม้กระทั่ง คสช. เอง ดังนั้นจากนี้ไปพวกท่านทั้ง 250 คน อยากให้ประวัติศาสตร์จดจำ จารึกชื่อ และกล่าวขานถึงพวกท่านในแบบไหน วันนี้อยู่ที่ตัวของพวกท่านเป็นผู้เลือกเองแทบทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37581</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดตั้งรัฐบาล, งูเห่า4.0, ดร.รยุศด์ บุญทัน, รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c75fad69fe0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้าหงา&#039;ร่ายกลอน รัฐบอดจากการผสมขั้ว เสียงด่ากันไปมานี้น่ากลัว เลือกตั้งแล้วยังรั่วมิสร่างเซา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- น้าหงา สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติ โพสต์กลอนการเมืองผ่านเฟซบุ๊กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่แต่ทางทุ่งท่าฟ้าและฝน
อ่านผู้คนผ่านเฟซฯทุกเหตุหมาย
ทั้งการเมืองการมุ้งยุ่งจะตาย
วันเดือนปีผ่านกรายไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนป่านนี้ยังไม่มีรัฐบาล
รัฐบอดจากการผสมขั้ว
เสียงด่ากันไปมานี้น่ากลัว
เลือกตั้งแล้วยังรั่วมิสร่างเซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันตำแหน่งของเราก็ชาวบ้าน
รัฐบอดรัฐบาลเรื่องของเขา
ความยุ่งยากทั้งผองเรื่องของเรา
สภาเฒ่า คนเก่าใหม่ เดินไปมา [จบ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37576</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลอนการเมือง, การจัดตั้งรัฐบาล, น้าหงา คาราวาน, รัฐบอด, สุรชัย จันทิมาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f1719b2cfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งรัฐบาลใหม่ยังระอุ&#039;พปชร.&#039;ขอ&#039;รมว.พาณิชย์&#039;คืนให้&#039;ปชป.&#039;นั่ง&#039;รมว.เกษตรฯ-ศึกษา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62- มีรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่า ขณะนี้ยังไม่ลงตัวในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ซึ่งได้ยื่น 3 เงื่อนไขมายังพรรค พปชร. คือ 1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.การนำนโยบายประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรมาเป็นนโยบายรัฐบาล และ3.การจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีให้พรรค ปชป.สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายของพรรคและยังต้องรอมติพรรคในการประชุมวันที่ 4 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ก่อน โดยเบื้องต้นพรรค ปชป. จะได้ตำแหน่ง รมว.พาณิชย์,รมว.เกษตรและสหกรณ์,รมว.พัฒนาสังคมฯ พร้อมกับตำแหน่ง 4 รมช.ด้วย ซึ่งเหตุที่พรรค ปชป. ต้องการรับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ก็เพื่อต้องการผลักดันนโยบายประกันราคาพืชผลทางการเกษตรให้สำเร็จ สร้างคะแนนนิยมให้แก่พรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในระดับผู้มีอำนาจตัดสินใจได้มีการพิจารณาความเหมาะสมและแนวทางของพรรค ปชป. เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ พบว่าส่วนใหญ่เน้นไปในมิติของการยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศเท่านั้น แต่ไม่ได้กล่าวถึงมิติการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ๆให้แก่สินค้าเกษตรของไทย โดยพยายามติดต่อเจรจาการค้าและโรดโชว์กับหลายประเทศ อาทิ จีนอินเดีย แอฟริกา และสหภาพยุโรป เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งยังไม่ลงตัว จึงได้มีการเสนอให้พรรค ปชป. เลือกรับผิดชอบในกระทรวงอื่นแทน เพื่อให้บุคคลที่ พล.อ.ประยุทธ์ไว้วางใจมาขับเคลื่อนงานในตำแหน่งรมว.พาณิชย์ แต่อาจจะเปิดโอกาสให้คนของพรรค ปชป. มาร่วมเป็น รมช.พาณิชย์ กำกับดูแลกรมการค้าภายใน เพื่อผลักดันนโยบายของพรรคในมิติภายในประเทศเป็นหลัก รวมทั้งตำแหน่งรมว.ศึกษาฯ ที่ทางพรรค ปชป.เคยให้ความสนใจไปแทน เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายแก้จน สร้างคนสร้างชาติ ที่ต้องมีการปูพื้นฐานเริ่มจากการศึกษา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนมากกว่า&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37518</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดตั้งรัฐบาล, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf4b229db5a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
