<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพสามิตรีดภาษีฉลุยรถยนต์-น้ำมันหนุนมาตรการโควิดไม่กระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต ในช่วง 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.-ธ.ค. 63) ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยยังสามารถจัดเก็บได้เกินกว่าเป้าหมายเล็กน้อย โดยภาษีที่ยังสามารถจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย อาทิ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และภาษีสรรพสามิตน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการของรัฐบาลในการเข้มงวดการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งการจำกัดจำนวนคน การจำกัดเวลาสำหรับการนั่งกินในร้านอาหารต้องไม่เกิน 21.00 น. รวมทั้งการห้ามดื่มสุราและแอลกอฮอล์ภายในร้าน เพื่อลดระยะเวลาในการรวมกลุ่มนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2564 เพราะกรมฯ มีการจัดเก็บภาษีจากสินค้าอุปโภคบริโภคในประเภทอื่น ๆ ด้วย ซึ่งประชาชนยังมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวดีขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคให้ขยายตัวตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการในการเข้มงวดการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลนั้น เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประชาชนก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ทำให้เชื่อว่ากรมฯ จะสามารถรับมือได้ โดยการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ จะไม่ได้รับผลกระทบ&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต ในปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ 6.3 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังปรับลดเป้าหมายที่คาดว่าจะจัดเก็บได้จริงลงมาอยู่ที่ 5.3 แสนล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะที่กรมสรรพสามิตได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.-พ.ย. 63) ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่ติดลบไม่มาก โดยกรมสรรพากรยืนยันว่าจะพยายามจัดเก็บรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายมากที่สุดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งจะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากโควิด-19 อาทิ ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และธุรกิจออนไลน์ โดยในปีงบประมาณ 2564 กรมสรรพากรมีเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณ อยู่ที่ 2.08 ล้านล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อปรับลดเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในปีงบประมาณ2564ยังอยู่ที่ 1.04แสนล้านบาทตามที่เอกสารงบประมาณกำหนด ยังไม่รวมผลกระทบของโควิด-19และปัจจัยที่มีผลต่อการจัดเก็บต่าง ๆ ถือว่ายังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามสภาพเศรษฐกิจ โดยหลังจากนี้จะมีการปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, การจัดเก็บรายได้, นายลวรณ แสงสนิท, พชร อนันตศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68ab31b710a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเชื้อเพลิงฯเผยปีงบ63 กิจการปิโตรเลียมสร้างรายได้รัฐ 1.3 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค. 2563 นายศุภลักษณ์ &amp;nbsp;พาฬอนุรักษ์ โฆษกกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(ชธ.) มีการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม ในปีงบประมาณ 2563 (เดือนต.ค. 2562 &amp;ndash; ก.ย. 2563) จำนวนรวมทั้งสิ้น 129,932 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าภาคหลวง จำนวน 38,725 ล้านบาท เงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ จำนวน 15 ล้านบาท รายได้จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย จำนวน 12,903 ล้านบาท ค่าตอบแทนการต่อระยะเวลาการผลิต จำนวน 7,050 ล้านบาท รวมถึงภาษีเงินได้ปิโตรเลียมซึ่งจัดเก็บโดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง จำนวน 71,239 ล้านบาท โดยภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในปี 2563 ลดลง 21.88% เมื่อเทียบกับการจัดเก็บรายได้ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงปีงบประมาณ 2563 มีสัมปทานปิโตรเลียมในประเทศที่ดำเนินการอยู่ 38 สัมปทาน 48 แปลงสำรวจ โดยแบ่งเป็นแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย 29 แปลง และแปลงสำรวจบนบก 19 แปลง โดยมีปริมาณการผลิตปิโตรเลียมทั้งก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว และน้ำมันดิบ คิดเป็นปริมาณรวมอยู่ที่ 275.66 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งลดลง 7.86% เมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมและปริมาณการผลิตปิโตรเลียมที่ลดลง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 และสถานการณ์ราคาน้ำมันตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกประเภททั่วโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ, การจัดเก็บรายได้, ศุภลักษณ์  พาฬอนุรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5da06fa4d546e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศุลกากร” อวดผลงานจัดเก็บปี62ทะลุเป้าอานิสงส์รีดภาษีรถหรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2562 นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้กรมศุลกากรประจำปีงบประมาณ 2562 ว่า กรมฯ สามารถจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 108,523 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณที่ตั้งไว้ที่ 100,000 ล้านบาท ประมาณ 8,523 ล้านบาท หรือ 8.5% และสูงกว่าคาดการณ์ที่ตั้งไว้ที่ 108,000 ล้านบาท จำนวน 523 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดเก็บรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่สามารถจัดเก็บได้ 12,816 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ มีการจัดเก็บภาษีอากรนำเข้ารถหรูที่ในช่วง 10 เดือนของปีนี้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่และเบนท์ลีที่จัดเก็บได้เพิ่มกว่าปีงบประมาณ 2561 ถึง 102.9% และบีเอ็มดับเบิ้ลยู 18% ซึ่งสาเหตุมาจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คุมเข้มการนำเข้ารถหรูในปี 2561 ทำให้เกิดการชะลอตัวการนำเข้ารถยนต์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การจัดเก็บรายได้จากส่วนประกอบรถยนต์ อยู่ที่ 8,164 ล้านบาท ยารักษาโรคจัดเก็บได้ 4,346 ล้านบาท เครื่องสำอางจัดเก็บได้ 2,308 ล้านบาท และรถยนต์โดยสารจัดเก็บได้ 2,150 ล้านบาท ส่วนการจัดเก็บรายได้แทนหน่วยงานอื่น จัดเก็บได้จำนวน 479,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,330 ล้านบาทหรือ 1.6% โดยแบ่งเป็นจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 326,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,088 ล้านบาท หรือ 1% และภาษีสรรพสามิต 106,897 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,531 ล้านบาท หรือ 3.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดเก็บรายได้ภาษีในปีงบประมาณ 2563 นั้น คาดว่าจะยังสามารถจัดเก็บได้ตามประมาณการที่ตั้งไว้ที่ 111,000 ล้านบาท โดยรายได้ภาษีหลักยังคงเป็นภาษีนำเข้ารถยนต์ ส่วนประกอบรถยนต์ ยารักษาโรค และเครื่องสำอางอยู่ โดยยืนยันอธิบดีกรมศุลกากรให้ความสำคัญและเร่งรัดการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้&amp;rdquo; นายชัยยุทธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเร่งรัดปราบปราม การลักลอบและหลีกเลี่ยงนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิผ่านพิธีการศุลกากรนั้น ในปีงบประมาณ 2562 กรมศุลกากรตรวจพบการกระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรได้ทั้งสิ้น 32,255 คดี ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,784 ล้านบาท เป็นจำนวนคดีจากการลักลอบ 20.7% คิดเป็นมูลค่าจากการกระทำผิดกรณีลักลอบ 65.2% เป็นจำนวนคดีจากการหลีกเลี่ยง 79.3% คิดเป็นมูลค่าจากการกระทำผิดผิดกรณีหลีกเลี่ยง 34.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีสินค้าที่มีมูลค่าการลักลอบนำเข้าที่สำคัญได้แก่ ยาเสพติดประเภท เมทแอมเฟตามีน และยาเสพติดประเภท โคคาอีน ส่วนสินค้าที่มีมูลค่าการลักลอบส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยาเสพติดประเภท เมทแอมเฟตามีน รถยนต์ สำหรับขนส่งบุคคลเป็นหลัก และยาเสพติดประเภท เคตามีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารและตัวแทนรับชำระ (ระบบ Bill Payment) นั้น ส่งผลให้ในช่วง 10 เดือนที่ดำเนินการมา ทำให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการสามารถลดค่าใช้จ่าย ได้ถึง 334.37 บาท ต่อ 1 ใบขนสินค้า หรือปีละ 286 ล้านบาท และจากสถิติการใช้ระบบดังกล่าวในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการพิมพ์ใบเสร็จรับเงินด้วยตนเอง เป็นจำนวน 1,848,947 ฉบับ คิดเป็น 99.93% ของจำนวนใบเสร็จรับเงินที่รับชำระด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, การจัดเก็บรายได้, ชัยยุทธ คำคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3263fcebe44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;อวดจัดเก็บ10เดือนทะลุเป้าเฉียดแสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือนแรกของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2562 (ตุลาคม&amp;nbsp;2561 &amp;ndash;&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2562)&amp;nbsp;รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน&amp;nbsp;2.11&amp;nbsp;ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;9.12&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท หรือ&amp;nbsp;4.5%&amp;nbsp;และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ&amp;nbsp;6.04&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท หรือ&amp;nbsp;2.9%&amp;nbsp;โดยเป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร สูงกว่าเป้าหมาย&amp;nbsp;4.82&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท คิดเป็น&amp;nbsp;3.1%&amp;nbsp;หน่วยงานอื่น สูงกว่าเป้าหมาย&amp;nbsp;4.08&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท คิดเป็น&amp;nbsp;31.1%&amp;nbsp;รายได้ของรัฐวิสาหกิจ สูงกว่าเป้าหมาย&amp;nbsp;1.48&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท คิดเป็น&amp;nbsp;10.1%&amp;nbsp;และการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากร สูงกว่าประมาณการ&amp;nbsp;7.9&amp;nbsp;พันล้านบาท คิดเป็น&amp;nbsp;9.5%

&amp;ldquo;สำหรับในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;กระทรวงการคลังจะติดตามและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การจัดเก็บรายได้รัฐบาลเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวอีกว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือนแรกของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2562 (ตุลาคม&amp;nbsp;2561 &amp;ndash;&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2562)&amp;nbsp;รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน&amp;nbsp;2.12&amp;nbsp;ล้านล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน&amp;nbsp;2.58ล้านล้านบาท รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน&amp;nbsp;3.22&amp;nbsp;แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;4.84&amp;nbsp;แสนล้านบาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44006</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, ลวรณ แสงสนิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287bfa60f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” โชว์เก็บรายได้ 9 เดือนแตะ 1.93 ลล.สรรพากรผลงานทะลุเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 2562&amp;nbsp;- นายลวรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เดือนแรกของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2562 (ต.ค.2561 &amp;ndash;มิ.ย.&amp;nbsp;2562)&amp;nbsp;รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน&amp;nbsp;1.93&amp;nbsp;ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;1.02&amp;nbsp;แสนล้านบาท หรือ&amp;nbsp;5.6%&amp;nbsp;และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ&amp;nbsp;6.19&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท หรือ&amp;nbsp;3.3%

โดยเป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ที่สูงกว่าประมาณการ 5.51 หมื่นล้านบาท หรือ 3.9%&amp;nbsp;การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่น ๆ สูงกว่าประมาณการ 3.65 หมื่นล้านบาท หรือ 32.5%การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ที่สูงกว่าประมาณการ 1.54 หมื่นล้านบาท หรือ 11.5%&amp;nbsp;และการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากร ที่สูงกว่าประมาณการ 6.73 พันล้านบาท หรือ 9%

สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 2561-มิ.ย. 2562) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1.94 ล้านล้านบาท ขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2.35 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล ทั้งสิ้น 3 แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 4.97 แสนล้านบาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42372</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, ลวรณ แสงสนิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287bfa60f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “คลัง” เดินเครื่องบี้สรรพสามิตรีดรายได้ตามเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.2562 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตยึดเป้าหมายการเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2562 ตามที่ระบุไว้ในเอกสารงบประมาณจำนวน 6.22 แสนล้านบาท โดยการรายงานการเก็บภาษีแต่ละเดือนให้เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ตามเอกสารงบประมาณ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้ระบุว่ากระทรวงการคลังปรับลดเป้าหมายการเก็บภาษีปีงบประมาณ 2562 เหลือ 5.84 แสนล้านบาทนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะเป้าหมายการจัดเก็บตามเอกสารงบประมาณถือเป็นกฎหมายที่ต้องดำเนินการ ส่วนจะเก็บได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการชี้แจงเหตุผลว่าเป็นเพราะสาเหตุใด

สำหรับ การเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตล่าสุดเดือน ธ.ค. 2561 ซึ่งเป็นเดือนที่ 3 ของปีงบประมาณ 2562 เก็บภาษีได้ 5.28 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 1.57 พันล้านบาท หรือ 2.90% เนื่องจากภาษีน้ำมัน เบียร์ และยาสูบ ต่ำกว่าเป้าหมายรวมกันประมาณ 4 พันล้านบาท แต่การเก็บภาษีรถยนต์สูงกว่าประมาณการประมาณ 2 พันล้านบาท

นอกจากนี้ การเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตเดือน พ.ย. 2561 สูงกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 19 ล้านบาท ขณะที่เดือน ต.ค. 2561 ต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 9.86 พันล้านบาท ทำให้การเก็บภาษีไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตรายงานการเก็บภาษี โดยอ้างว่าเทียบกับเป้าหมายที่กระทรวงการคลังลดให้ทั้งปี ทำให้การเก็บภาษีสรรพสามิตไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 จำนวน 5.21 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 225 ล้านบาท หรือ 0.43% โดยการเก็บภาษีที่เกินเป้าหมายได้ แก่ ภาษีรถยนต์ 1.5 พันล้านบาท ภาษีเบียร์ 214 ล้านบาท และภาษีสุรา 569 ล้านบาท แต่ภาษีที่เก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายได้แก่ ภาษีน้ำมัน 919 ล้านบาท และภาษีบุหรี่ 1.18 พันล้านบาท ซึ่งไม่สะท้อนเป้าหมายการจัดเก็บที่กำหนดไว้ในเอกสารงบประมาณ&amp;rdquo; แหล่งข่าว ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27468</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, การเก็บภาษีกรมสรรพาสามิต, ภาษีสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หืดจับ! รีดภาษีสรรพสามิต 11 เดือนยังอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; หืดจับรีดภาษี 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 5.17 แสนล้านบาท ยังอืดกว่าเป้าหมาย 1.18 หมื่นล้านบาท หลังเข้าช่วงโลว์ซีซั่นฉุดผลงานรีดภาษีน้ำมัน-สุรา-เบียร์แป๊ก ส่วนภาษีรถยนต์ - ยาสูบ ยังแจ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเดือน ส.ค. 2561 ซึ่งเป็นเดือนที่ 11 ของปีงบประมาณ 2561 สามารถเก็บภาษีได้ 4.87 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.25 พันล้านบาท หรือ 4.4% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 3.41 พันล้านบาท คิดเป็น 6.6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาษีที่เก็บได้สูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ ภาษีน้ำมัน จัดเก็บได้ 1.96 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการณ์ตามเอกสารงงประมาณ 0.3% และภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ 1.08 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 17.9% ขณะที่ภาษีเบียร์ เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.81 พันล้านบาท หรือ 22.7%, ภาษีสุรา เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.3 พันล้านบาท หรือ 22.8% และภาษียาสูบ จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการถึง 2.1 พันล้านบาท หรือ 28.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตของสินค้าทุกประเภทในช่วง 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60- ส.ค. 61) จัดเก็บได้ทั้งสิ้น 5.17 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย ประมาณ 360 ล้านบาท หรือ 0.07% แต่ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 1.18 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.23% โดยมีภาษีน้ำมัน เบียร์ และสุรา เป็นสินค้าหลักที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเนื่องจากแนวโน้มการบริโภคสุราอยูในช่วงโลว์ซีซั่นของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาษีรถยนต์และยาสูบจัดเก็บได้สูงว่าประมาณการ โดยในส่วนของภาษีรถยนต์นั่น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกทางด้านพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ผู้ประกอบการรถยนต์มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดและการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย รวมถึงสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนในด้านดอกเบี้ย และการผ่อนชำระทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ส่วนภาษียาสูบที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มอัตราภาษีบุหรี่ที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17736</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, ภาษีน้ำมัน, ภาษีสรรพสามิต, ภาษีสุรา, ภาษีเบียร์, สรรพสามิต, เก็บภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
