<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานกสม.วอนรัฐบาลผ่อนปรนให้มีการชุมนุมทางการเมืองได้ในระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.61- นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึง 4 ปี คสช. กับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ต่อกรณีที่ &amp;ldquo;กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; เรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ภายในปลายปี 2561 ว่า &amp;ldquo;เป็นกรณีที่ผู้ชุมนุมได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้รับผิดชอบตาม พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แล้ว แต่ตำรวจกำหนดเงื่อนไขไว้โดยห้ามจัดการชุมนุมทางการเมือง และห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้ชุมนุมได้ฟ้องต่อศาลปกครองกลางขอให้ยกเลิกเงื่อนไขการชุมนุม อำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปยังทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหาย แต่ศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา&amp;rdquo; นายวัสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กสม. กล่าวต่อว่า &amp;ldquo; ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 44 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่มีข้อยกเว้นอยู่ 4 ข้อ ที่รัฐจะจำกัดเสรีภาพดังกล่าวได้ คือ เพื่อรักษา (1) ความมั่นคงของรัฐ (2) ความปลอดภัยสาธารณะ (3)ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และ (4) เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR ที่ไทยเป็นภาคี) ข้อ 21&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ไม่ใช้กับการชุมนุมภายในสถานศึกษา การจัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากพระราชวัง หรือภายในพื้นที่ของรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และศาลจะกระทำไม่ได้ ในกรณีจำเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจประกาศห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และศาลได้ และที่น่าสังเกตคือกฎหมายฉบับนี้ออกมาโดยอ้างว่า สมควรกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิชุมนุมสาธารณะให้ชัดเจนและสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ไทยเป็นภาคี&amp;rdquo; ประธาน กสม. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ออกมาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 อันเป็นเวลาหลังการรัฐประหารไม่นาน โดยห้ามมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เว้นแต่เป็นการชุมนุมที่ได้รับอนุญาต ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทางอาญา (จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) บัดนี้การรัฐประหารได้ล่วงเลยมา 4 ปี และสถานการณ์บ้านเมืองได้พัฒนาไปสู่โหมดการเลือกตั้ง ส.ส. แล้ว จึงควรที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะได้ผ่อนปรนให้มีการการชุมนุมทางการเมืองได้ในระยะยาว ก็ควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องการห้ามชุมนุมทางการเมือง&amp;rdquo; นายวัสกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9870</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปีรัฐบาลคสช., กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กสม., การจำกัดเสรีภาพพลเมือง, ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, วัส ติงสมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b0633f367901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.สส.&#039;โต้&#039;สหรัฐ&#039;ข้อมูลเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสม.จี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสม.ได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสม.จะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสช.เพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสม.จะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสช.ไม่ใช่องค์กรที่ กสม.จะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสช.คงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสม.ทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสม.เพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสม.จึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสม.เช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม. เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กสม. อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 ก.ย.60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม. อย่างไรก็ตาม ครม.จะต้องนำรายงานของ กสม.ไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม. ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;rdquo; นางเตือนใจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสช.ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสช.และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล &amp;nbsp;เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสช.เข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสช.ก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสช.ไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสช.ก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว&amp;quot; พล.อ.ธารไชยยันต์ &amp;nbsp;กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสช.ไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พล.ท.สรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ &amp;nbsp;อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7625</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, การจำกัดเสรีภาพพลเมือง, การล็อกคอ, การวิสามัญฆาตกรรม, คสช., นางเตือนใจ ดีเทศน์, บิ๊กทหารฮึ่ม, รัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมดยุคปรับทัศนคติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc997ca3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
