<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;เยี่ยมจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 จ.ปัตตานี ชื่นชมเด็กหญิง 12 ปี ยกเป็นตัวอย่างการฉีดวัคซีนในเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ต.ค.64 - ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.ปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เดินทางตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนพร้อมคณะจากกระทรวงสาธารณสุขดีใจที่ได้มาเห็นการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ให้กับชาวปัตตานี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 จังหวัดภาคใต้ที่สถานการณ์ติดเชื้อค่อนข้างสูง นโยบายสำคัญตอนนี้ เราต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุดให้ได้ สิ่งที่สำคัญต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกท่าน และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ที่ตอบสนองนโยบายของกระทรวงฯ และรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง&amp;nbsp; ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยโดยกระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนที่มีมาตรฐานโลก ส่งตรงมาจากประเทศผู้ผลิต ออกจากสายการผลิตของโรงงาน ก็ขึ้นเครื่องบินส่งตรงมาถึงประเทศไทย และได้รับการเก็บรักษาอย่างดี กว่าวัคซีนจะถึงแขนของประชาชนจะต้องผ่านการตรวจสอบรุ่นการผลิตจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกล็อต พร้อมมีระบบตรวจสอบคุณภาพวัคซีนย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า การติดเชื้อใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉลี่ยวันละ 2 พันราย ซึ่งผู้บริหารสธ. เรามีความกังวล ต้องการจะแก้ไขให้เร็วที่สุด โดยนโยบายต้องเร่งปิดเกมวัคซีน ขณะนี้เรามีความแน่นอนเรื่องการส่งมอบวัคซีนในแต่ละสัปดาห์ ยืนยันว่าฉีดเข็มแรกแล้วจะต้องมีเข็มที่ 2 แน่นอน และด้วยศักยภาพการฉีดวัคซีนของไทย ภาพรวมเฉลี่ยวันละ 7-8 แสนโดส เราจึงต้องจัดหาและบริหารวัคซีนให้มีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจพวกท่าน แต่กลายเป็นว่าได้กำลังใจจากทุกท่านกลับไป ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ทุ่มเท เสียสละเพื่อประชาชน และนโยบายที่เกิดขึ้นคือภายในเดือน ต.ค. จะต้องปิดเกมวัคซีนใน 4 จังหวัดภาคใต้ ฉีดให้ได้ 70% เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเช่นเดิม&amp;quot; นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มประชากรในภาคใต้ โดยเฉพาะ 4 จังหวัดที่มีการระบาดสูงอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1 ล้านโดสลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อฉีดให้กับประชาชน โดยเฉพาะนักเรียนอายุ 12-18 ปี&amp;nbsp; ลูกๆ หลานๆ&amp;nbsp; จะได้เปิดเรียน วันนี้มาเยี่ยมจุดบริการวัคซีน ก็ถามนักเรียนที่มาฉีดวันนี้ ก็ได้คำตอบว่า เด็กๆ อยากไปเรียนที่โรงเรียน&amp;nbsp; ดังนั้น ขอให้ทุกคนมารับวัคซีน เพื่อให้เรากลับไปใช้ชีวิตอย่างมีปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อกี้ผมได้เข้าไปให้กำลังใจน้องนักเรียนผู้หญิง อายุ 12 ปี ที่กำลังจะรับการฉีดวัคซีน ต้องขอชื่นชมน้องมากๆ ที่มาร่วมกันควบคุมโรค ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ รวมถึงฝากขอบคุณผู้ปกครองที่ให้น้องเข้ามารับวัคซีน จึงขอให้น้องเขาเป็นตัวแทนการรับวัคซีนในเด็กอายุ 12 ปีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองคนอื่นๆ โดยเราจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเข้าใจว่าวัคซีนมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพป้องกันโรค แต่ก็ยังขอให้ทุกคนยึดหลักการป้องกันตัวเองอย่างสูงสุด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ&amp;quot; นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าจะมีการล็อกดาวน์พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มาตราล็อกดาวน์พื้นที่ เป็นดุลยพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) เป็นเลขานุการฯ รวมถึงเราต้องดูปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น อัตราการติดเชื้อ จำนวนผู้ป่วยหนัก ซึ่งหากเราได้รับวัคซีนก็จะช่วยลดความรุนแรงของโรคเมื่อติดเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครรินทร์ ปัตตานีเป็นศูนย์ฉีดขนาดใหญ่ มีความสามารถในการฉีด 5,000-6,000 คนต่อวัน ในวันนี้มีการนัดหมายฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 1 สำหรับประชาชนทั่วไป 300 โดส แอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 จำนวน 1,600 โดส และวัคซีนไฟเซอร์สำหรับนักเรียนอายุ 12-18 ปี ประมาณ 1,600-2,000 โดส โดยศูนย์ฉีดวัคซีนนี้จะฉีดให้กับผู้ที่จองและลงทะเบียนล่วงหน้า รวมถึงนัดหมายในรูปแบบองค์กร เป็นหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งผู้นำชุมชนได้ส่งรายชื่อเข้ารับบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายอนุทิน เดินตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนตั้งแต่จุดลงทะเบียน จนถึงห้องสังเกตอาการหลังฉีด พร้อมได้เข้าไปให้กำลังใจนักเรียนที่มารับวัคซีนไฟเซอร์ และพบปะกล่าวมอบกำลังใจให้กับบุคลากรสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น นายอนุทิน เดินทางต่อไปที่ ท่าเทียบเรือปัตตานี อ.เมือง ปัตตานี เพื่อพบปะกับ อสม. ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119791</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อสม., การฉีดวัคซีนเด็ก, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, ศูนย์ฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616900f886b28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>LINE ปล่อยวีดีโอเอนิเมชัน สร้างความเข้าใจฉีดวัคซีนโควิดในเด็กและเยาวชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2564 นายพิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 ที่คลี่คลายขึ้น ผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลง ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของผู้ได้รับวัคซีน มีการปลดล็อคมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ดี ยังมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และอีกจำนวนมากที่ยังมีความกังวลในการฉีดวัคซีน ดังนั้นแนวทางปฏิบัติในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อฯ ยังถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนยังต้องตระหนักและจะการ์ดตกไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลยอดนิยมอันดับหนึ่งของคนไทย เล็งเห็นถึงสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ความเข้าใจเรื่องการรับวัคซีนที่ถูกต้อง ผ่านสื่ออนิเมชั่นที่เข้าใจง่ายไปยังคนไทยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน จากข้อมูลการแพทย์ในปัจจุบัน การรับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ถือเป็นการป้องกันบรรเทาหลักที่สำคัญและมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากาก และล้างมือเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วีดีโอเอนิเมชัน &amp;ldquo;อัพเกราะป้องกัน ด้วยพลังวัคซีน&amp;rdquo; ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบเอนิเมชั่น คาแรกเตอร์ลายเส้นสีสันสดใส ประกอบเสียงเพลงที่มีเนื้อหาเข้าใจง่าย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนได้ดี มีเรื่องราวสะท้อนถึงสิ่งที่พวกเราคนไทยได้พบเจอ และปฏิบัติตัวกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลร่างกายให้แข็งแรง การรักษาระยะห่าง การใส่หน้ากาก ล้างมือ แต่ไม่ว่าเราจะเข้มงวดเพียงใด ก็ดูเหมือนอาจยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันกับเชื้อโควิด ในช่วงเวลานี้ วัคซีนจึงเป็นเหมือนการยกระดับการป้องกันได้อีกขั้น หรืออาจเรียกว่า อัพเกราะป้องกัน ด้วยพลังของวัคซีน ถือเป็นการอัพเลเวลการป้องกันครั้งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเราสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไลน์ ประเทศไทย หวังว่า วิดีโอเอนิเมชันชิ้นนี้จะเป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการรับวัคซีนโดยเฉพาะแก่เด็กและเยาวชนที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีภูมิป้องกัน ไม่พ่ายแพ้ต่อการติดเชื้อโควิดได้ง่าย การป้องกันครั้งนี้เริ่มจากตัวเรา และเมื่อทุกคนมีภูมิต้านโควิดมากพอ พวกเราจะได้กลับมามีใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันยิ่งกว่าเดิม&amp;rdquo; ดร.พิเชษฐ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119134</URL_LINK>
                <HASHTAG>LINE ประเทศไทย, การฉีดวัคซีนเด็ก, พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา, วัคซีนโควิด, อัพเกราะป้องกัน ด้วยพลังวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615fc13f81795.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กนก&#039;เตือน5ข้อสำคัญก่อนฉีดไฟเซอร์ให้เด็ก12-17ปี4 ต.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการจะเริ่มต้นฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนในวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 เพื่อให้นักเรียนสามารถไปเรียนตามปกติได้ว่า&amp;nbsp; วัคซีนหลักที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขจะใช้ฉีดเด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปี คือ ชั้นมัธยม 1-6 หรือเทียบเท่า คือ วัคซีนไฟเซอร์ที่เป็นแบบ mRNA (Pfizer- BioNTech) จำนวน 4.8 ล้านโดส มีประเด็นที่คาดว่าจะเป็นปัญหาด้านการจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศดร.กนก กล่าวว่า ที่ขอนำมาฝากเตือนล่วงหน้า คือ 1. การกระจายวัคซีนจำนวน 4.8 ล้านโดส ใช้เกณฑ์อะไร ทั้งระดับจังหวัด และระดับโรงเรียนในแต่ละจังหวัด เพราะจํานวนนักเรียนทั่วประเทศที่อยู่ในช่วงอายุ 12-17 ปี มีจำนวนมากกว่า 4.8 ล้านคน&amp;nbsp; ดังนั้นคำถามเรื่องหลักเกณฑ์การกระจายวัคซีนให้กับนักเรียนในทุกโรงเรียนทั่วประเทศจะเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะความรู้สึกต่อ &amp;ldquo;ความเป็นธรรม&amp;rdquo; สำคัญมากต่อนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครอง 2. การคัดกรองนักเรียนที่ร่างกายหรือสุขภาพที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น โรคอ้วน, โรคทางเดินหายใจ (หอบหืด), โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคเบาหวาน เป็นต้น จนถึงการให้ความยินยอม ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะให้เด็กนักเรียนรับวัคซีน เนื่องจากการฉีดวัคซีนโควิดเป็นเรื่องใหม่สำหรับเด็กนักเรียนการระมัดระวัง การทำความเข้าใจ จนถึงการเฝ้าระวังหลังการรับวัคซีนโดยครูและพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่ากังวลอีกประเด็นคือ ข้อ 3. การฉีดวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 12-17 ปีนี้ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการจะใช้วัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer แล้ว ทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เปิดให้บริการฉีดวัคซีนชิโนฟาร์มด้วย ย่อมจะเกิดคำถามว่าวัคซีนทั้งสองนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อการคุ้มครองเด็กนักเรียน เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร การปล่อยให้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อแม่ผู้ปกครองคิดเองวิเคราะห์เองโดยไม่มีข้อมูลและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจะสร้างความสับสนและนำไปสู่การเข้าใจผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ 4.สำหรับนักเรียนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนในรอบนี้ คำถามคือพวกเขาจะได้รับวัคซีนเมื่อไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในขณะที่พวกเขายังไม่ได้รับวัคซีน พวกเขาจะไปโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนที่ได้รับวัคซีนได้หรือไม่ หรือจะให้นักเรียนที่ได้รับวัคซีนแล้วเท่านั้นที่ไปโรงเรียนได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นความเหลื่อมล้ำต่อการไปโรงเรียน จะเกิดขึ้นทันที และจะนำปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา กระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนมีแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร และ5. เมื่อนักเรียนได้รับวัคซีนแล้ว ไปโรงเรียนแล้ว ไม่ได้หมายความว่าการติดโควิด 19 จะไม่เกิดขึ้นเพราะวัคซีนเป็นเพียงยาที่ช่วยลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากไวรัสโควิดเท่านั้น มาตรการป้องกันทุกด้าน(Universal Prevention) ของโรงเรียนโดยเฉพาะในชั้นเรียนและห้องอาหารจะทำอย่างไร เราไม่อยากให้เกิดคลัสเตอร์โรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอฝากข้อเตือน 5 ประการ เพื่อช่วยกระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนคิด ด้วยความหวังว่า การฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปีจะสำเร็จ และเปิดโอกาสให้นักเรียนกลับเข้าสู่ชั้นเรียนได้ด้วยความปลอดภัย และนำคุณภาพการเรียนการสอนให้เกิดกับนักเรียนต่อไปครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117155</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, #เปิดเทอม, การฉีดวัคซีนเด็ก, ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146d9591abeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แนะผู้ปกครอง​ให้วัคซีนป้องกันโควิดในเด็ก จะต้องมีความปลอดภัยสูงมากจึงจะคุ้มค่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

10 ก.ย.64 -&amp;nbsp; ศ.นพ.ยง ภูาวรรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา&amp;nbsp; คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด-19 วัคซีน
การให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก
ยง&amp;nbsp; ภู่วรวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 10 กันยายน พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนควรได้รับวัคซีน แต่ปัญหาโรคโควิด 19 มีความรุนแรงในผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว
เด็กถึงแม้จะเป็นโควิด จะมีอาการน้อย โอกาสเป็นปอดบวมน้อยมาก และยิ่งน้อยมาก ๆ ที่จะเสียชีวิตจากโควิด-19
การให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก วัคซีนจะต้องมีความปลอดภัยสูงมาก จึงจะคุ้มค่า เพราะตัวเด็กเอง โดยเฉพาะวัยเรียน เป็นแล้วไม่รุนแรง นอกจากจะนำเชื้อมาสู่ผู้แก่ ผู้เฒ่าที่บ้าน หรือทำให้เกิดการระบาดได้โดยเฉพาะในโรงเรียน ที่มีคนอยู่ร่วมกันมากๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้&amp;nbsp; mRNA&amp;nbsp; วัคซีนในเด็กอายุ 12-17 ปี มีความเสี่ยงในการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ถ้าคำนึงถึงผลได้ ผลเสียในระยะเวลา 120 วัน เด็กอายุ 12-17 ปี ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 mRNA 1 ล้านคน จะป้องกันการเสียชีวิตในเด็กชายได้&amp;nbsp; 2 คน และถ้าเป็น เด็กหญิง 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าฉีดวัคซีน&amp;nbsp; mRNA&amp;nbsp; เข็มที่ 2 มีโอกาศเป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ในเด็กวัยชาย (12 ถึง 17 ปี) 59 -69 คน เด็กวัยหญิง 8-10 คน ใน 1 ล้านคนที่ฉีดวัคซีน ใน (ประเทศสหรัฐอเมริกา) MMWR July 9 2021; 70 (27): 977 -982
กลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ควรจะได้รับวัคซีนก่อนให้มากที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรค และอัตราการเสียชีวิตก่อน แล้วถ้าวัคซีนมีมากเพียงพอ ทุกคน ก็ควรได้รับวัคซีน รวมทั้งเด็กด้วย
ความเสี่ยงและประโยชนที่ได้ จะต้องนำมาประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครอง​
#หมอยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116232</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนเด็ก, การฉีดวัคซีนโควิด-19, วัคซีน  mRNA, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e99149268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
