<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่​จัดสรรวัคซีนเพิ่มอีก 4,000 โดส ฉีดให้ผู้ค้าขายในตลาดเมืองใหม่กลุ่มระบาดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64 -คณะกรรมการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ประชุมพร้อมจัดสรรวัคซีนเพิ่มอีก 4,000 โดส ให้เทศบาลนครเชียงใหม่ นำไปฉีดให้ผู้ค้าขายในตลาดเมืองใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง รับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากคลัสเตอร์ตลาดเมืองใหม่ที่เป็นกลุ่มใหญ่​เวลานี้ พร้อมสั่งการทุกหน่วยฯ ขยายศักยภาพการฉีดวัคซีนรองรับวัคซีนซิโนแวคที่ได้รับเพิ่มอีก 86,800 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวหลังเป็นประธานศูนย์บริหารการจัดการวัคซีนฯ ประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ในที่ประชุมได้รายงานถึงสถานการณ์การฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่ม 608 ในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ขณะนี้มีอำเภอแม่วาง และอำเภอสันทรายที่สามารถฉีดวัคซีนให้กับกลุ่ม 608 ได้ใกล้ถึงร้อยละ 70 ของประชากรในพื้นที่แล้ว และจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนแวคเพิ่มจากส่วนกลางมาอีก 86,800 โดส ซึ่งคาดว่าจะมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ในวันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม นี้ โดยทางคณะกรรมการฯ มีมติให้ทุกศูนย์ฉีดฯ เตรียมพร้อมขยายศักยภาพในการฉีดวัคซีนให้สามารถฉีดวัคซีนตามที่ได้รับการจัดสรรไปให้แก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ยังได้จัดสรรวัคซีนซิดนแวคเพิ่มอีก 4,000 โดส ให้กับเทศบาลนครเชียงใหม่ จากเดิมที่ได้จัดสรรไปวานนี้ (14 ต.ค. 64)แล้ว 3,000 โดส สำหรับนำไปฉีดให้แก่กลุ่ม 608 ในชุมชน และกลุ่มตลาดที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับตลาดเมืองใหม่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากคลัสเตอร์ตลาดเมืองใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119793</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, คลัสเตอร์ตลาดเมืองใหม่, นายรัฐพล นราดิศร, เทศบาลนครเชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61690818bb71a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.เผยอ่างทองระดับน้ำลดลง ไม่กระทบจุดฉีดวัคซีนโควิด เร่งฉีดให้ได้ตามเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64 - ที่โรงพยาบาลอ่างทอง จ.อ่างทอง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม การควบคุมโรคโควิด 19 และการจัดบริการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.อ่างทอง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ 47 ตำบล 219 หมู่บ้าน 5,116 หลังคาเรือน รวม 15,328 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับผลกระทบ 7 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต จากการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจรักษาประชาชน โรคที่พบบ่อยคือ น้ำกัดเท้า 417 ราย อาการระบบกล้ามเนื้อและกระดูก 332 ราย และระบบผิวหนัง แพ้ ผื่นคัน 217 ราย มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 2 แห่ง คือ รพ.สต.ป่าโมก และ รพ.สต.บ้านเลน แต่ยังให้บริการได้ ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ และจุดฉีดวัคซีนโควิด 19 ไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 9 เมตร หากระดับน้ำขึ้นสูงถึง 10 เมตร โรงพยาบาลอ่างทองจะมีความเสี่ยงถูกน้ำท่วม ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์แล้ว ทั้งเฝ้าระวังปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วม โดยเฉพาะระบบประปาและบำบัดน้ำเสีย เตรียมเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไว้ที่ปลอดภัย สำรองออกซิเจน เชื้อเพลิง ยา เวชภัณฑ์ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด 23 ราย โดยผู้ป่วยสีแดงจะส่งต่อโรงพยาบาลสระบุรี และสีเหลืองส่งต่อโรงพยาบาลชุมชน พร้อมออกหน่วยดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จัดส่งยาถึงบ้าน และเปิดโรงพยาบาลสนามดูแลผู้ป่วย&amp;quot; นพ.เกียรติภูมิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์โรคโควิด 19 จ.อ่างทอง มีแนวโน้มลดลง พบผู้ติดเชื้อวันละ 20-30 ราย ใช้ระบบการดูแลรักษาที่ชุมชน (Community Isolation) มีทั้งหมด 35 แห่งใน 7 อำเภอ รวม 1,268 เตียง ส่วนผู้ป่วยอาการรุนแรงที่รักษาในโรงพยาบาลลดลงต่อเนื่อง โรงพยาบาลอ่างทองมีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจเหลือ 2 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มที่ 1 ฉีดได้ 96,154 ราย คิดเป็นร้อยละ 32.96 ของประชากร กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดแล้วร้อยละ 47.22 กลุ่มนักเรียนอายุ 12-17 ปี แสดงความประสงค์ 16,762 คน ฉีดแล้ว 2,000 กว่าคน ได้กำชับให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย ร้อยละ 50 ในสิ้นเดือนตุลาคม รวมถึงเฝ้าระวังการติดเชื้อ เน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงด้วย ATK เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119156</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, น้ำท่วมอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615ff62e024d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ปัดข่าวฉีด mRNA แล้วจะส่งผลต่อสุขภาพใน 1-2 ปี เคาะมาตรการเข้มขึ้นเครื่องบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ต.ค.64- ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.เฉวตสรร นามวาท&amp;nbsp; ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ว่า ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 911,677 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 58,298,700 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวในโซเชียลมีเดียว่า ฉีดวัคซีนชนิด mRNA แล้วจะส่งผลต่อสุขภาพใน 1-2 ปีหลังการฉีดนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง มีการฉีดไปแล้วมากมาย เรามีการศึกษา มีเอกสาร ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ ให้ติดตามจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสูง ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักเรียนจะมาฉีดวัคซีน พอถึงเวลาแล้วแจ้งให้กลับโดยยังไม่ได้ฉีดวัคซีนนั้น ขอชี้แจงว่าวัคซีนไฟเซอร์มีเพียง 1.8 ล้านโดส และมีผู้แจ้งประสงค์จะฉีด 3.6 ล้านคน โดยมีการทยอยลงไปเรื่อยๆ แต่อยู่ที่การจัดการของบางพื้นที่ในเรื่องการนัดหมายหากไม่สามารถมาฉีดพร้อมกันในเวลาสั้น อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนไม่ใช่เงื่อนไขที่จะเปิดหรือไม่เปิดโรงเรียน แต่อยู่ที่โรงเรียนทำตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการครบถ้วนหรือยัง เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีการรวมกลุ่มจัดการแข่งขันกีฬาให้คนหนาแน่นและมาตะโกนใส่กัน ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา บุคลากรได้รับวัคซีน 100% ดังนั้น เป็นเรื่องการจัดการในพื้นที่ ต้องดูในรายละเอียดเหล่านี้ว่าจัดการดีแล้วหรือยัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึงกรณีการเดินทางโดยใช้บริการสายการบินต่างๆ ต้องผ่านการฉีดวัคซีนครบถ้วน หรือ ตรวจ ATK อย่างไร นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ที่ประชุม ศปก.ศบค. ได้มีมติเห็นชอบเรื่องการปรับมาตรการการรับผู้โดยสารบนอากาศยานตามความสามารถของอากาศยาน โดยมีส่วนสำคัญคือ ผู้ที่จะเดินทางได้จะต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์คือ 2 เข็ม หรือ จะต้องมีผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR ตรวจไม่พบเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง และที่สำคัญในเรื่องการตรวจความพร้อมเหล่านี้ และการคัดกรองตั้งแต่จะเข้าพื้นที่ต้องเคร่งครัดและเข้มงวด หากมีความไม่พร้อมหรือตรวจพบข้อห้ามต่างๆ เช่น มีไข้ หรือไม่เข้าหลักเกณฑ์จะมีเงื่อนไขในการไม่ให้เข้าใช้ในพื้นที่ ดังนั้น พี่น้องประชาชนจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรืออาจจะทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ ที่สำคัญจะต้องดูแลสุขภาพตัวเอง หากเจ็บป่วยต้องหลีกเลี่ยงที่จะไม่เดินทางหรือไม่ไปในสถานที่ที่ไม่ควร เช่น สนามบินเพื่อเดินทาง เริ่มต้นที่ตัวเรา ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ในเรื่องของความเข้มงวดในการที่จะไม่ให้เดินไปมาบนเครื่องบิน ปรับระบบการระบายอากาศ จัดที่นั่งให้ถูกต้อง ไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มอาหารบนเครื่องบิน การลำเลียงคนไปขึ้นเครื่อง หรือลงจากเครื่องเข้าพื้นที่ ต้องมีระยะห่างไม่หนาแน่นจะต้องดำเนินการไปอย่างเข้มงวด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.เฉวตสรร กล่าวตอนท้ายว่า และขอให้กำลังใจกับประชาชนในทุกพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่อาจจะยังฉีดวัคซีนครอบคลุมในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยอยู่ จึงขอเชิญชวนให้ออกมาฉีดวัคซีนกันให้มากๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อทำให้ทุกมาตรการเราเข้มแข็งมากขึ้น เส้นกราฟลดลง จนสามารถเปิดบ้านเปิดเมืองได้ ท้ายนี้ขอย้ำว่าเราทุกคนต้องการ์ดสูงไว้ตลอดเวลา เพราะในประเทศสิงคโปร์ที่มีการฉีดครอบคลุมมากแล้วยังกลับมามีการติดเชื้อมากอยู่ เราจะต้องอยู่กับโรคโควิด-19 ให้ได้ โดยมาตรการที่เราใส่ใจและร่วมมือกันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119153</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.เฉวตสรร นามวาท, วัคซีนชนิด mRNA</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d10f68d3bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;หวั่นแม้ฉีดวัคซีนลดการตาย แต่ผู้ที่ติดเชื้อจะเกิดผลกระทบระยะยาวหรือ Long COVID</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.ย.64-&amp;nbsp; รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat มีเนื้อหาดังนี้
สถานการณ์ทั่วโลก 17 กันยายน 2564...
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 541,821 คน รวมแล้วตอนนี้ 227,771,443 คน ตายเพิ่มอีก 8,996 คน ยอดตายรวม 4,681,636 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินเดีย บราซิล ตุรกี และสหราชอาณาจักร &amp;nbsp;
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 134,120 คน รวม 42,616,662 คน ตายเพิ่ม 1,830 คน ยอดเสียชีวิตรวม 686,899 คน อัตราตาย 1.6%
อินเดีย ติดเพิ่ม 34,649 คน รวม 33,380,522 คน ตายเพิ่ม 318 คน ยอดเสียชีวิตรวม 444,278 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 34,407 คน รวม 21,069,017 คน ตายเพิ่ม 637 คน ยอดเสียชีวิตรวม 589,277 คน อัตราตาย 2.8%
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 26,911 คน ยอดรวม 7,339,009 คน ตายเพิ่ม 158 คน ยอดเสียชีวิตรวม 134,805 คน อัตราตาย 1.9%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 19,594 คน รวม 7,214,520 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 195,835 คน อัตราตาย 2.7%
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิหร่าน อาร์เจนติน่า และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 88.71 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง
ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และะเวียดนาม ติดเพิ่มกันหลักหมื่น
ส่วนญี่ปุ่น เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา สิงคโปร์ และลาว ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...สถานการณ์ของไทยเรา
จำนวนติดเชื้อใหม่เมื่อวานนี้ยังคงสูงเป็นอันดับ 10 ของโลกอย่างต่อเนื่อง
ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตใหม่นั้นสูงเป็นอันดับ 13
...ผลลัพธ์จากนโยบายกล่องทราย และ 7+7
ดังที่เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า หลังดำเนินการตามนโยบายไป เราพอจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าตามหลักวิชาการว่า การระบาดในพื้นที่ต้องทวีความรุนแรงขึ้น และมักเห็นชัดเจนราว 6-8 สัปดาห์
ภูเก็ตเริ่มไปเมื่อ 1 กรกฎาคม ส่วน 7+7 เริ่มไปเมื่อ 15 กรกฎาคม
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บอกล่วงหน้าว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในพื้นที่กล่องทรายได้ราวช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลักการจัดการการระบาดที่หนักขึ้นดังที่เห็นนั้นคือ ลดการเคลื่อนไหวของคน ลดการพบปะติดต่อและใกล้ชิดกัน ตรวจให้มาก ปูพรมให้ครอบคลุม นำผู้ติดเชื้อไปดูแลรักษา แยกกักตัวคนสัมผัสความเสี่ยงออกมาจากชุมชนและครอบครัวเพื่อลดโอกาสแพร่ เพราะโอกาสที่จะแพร่ได้มากที่สุดคือช่วงที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการจนถึงมีอาการช่วงวันแรกๆ&amp;nbsp; การติดเชื้อโควิดนั้นสามารถแพร่ได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการราว 2-3 วัน ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แพร่ไปได้เยอะโดยไม่รู้ตัวทั้งคนติดเชื้อและคนรับเชื้อ หากไม่ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การจะไปฝากความหวังไว้ที่วัคซีนเพื่อจัดการการระบาดนั้น อยากเตือนว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะชัดเจนว่า ฉีดแล้วก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ และนำเชื้อไปแพร่ต่อได้ ประโยชน์ที่ได้จากวัคซีนเป็นเพียงการลดโอกาสป่วย ป่วยรุนแรง หรือเสียชีวิต แต่ก็ไม่ได้การันตี 100%
ดังนั้นสิ่งที่เป็นห่วงคือ หากปล่อยให้มีการติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ แม้การตายจะไม่มาก หรือลดลงจากการฉีดวัคซีน แต่ผู้ที่ติดเชื้อก็จะเกิดผลกระทบตามมาระยะยาวได้ เช่น ภาวะอาการคงค้างจากโควิด ที่เรียกว่า Long COVID นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า งานวิจัยหลากหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าโอกาสเกิดภาวะอาการคงค้าง Long COVID นี้มีสูงทีเดียว ฝั่งตะวันตกมีรายงานได้สูงถึงกว่า 40% ในขณะที่ของจีน พบว่ามีถึง 68% ที่มีอาการคงค้าง ณ 6 เดือน และมีถึง 49% ที่มีอาการคงค้าง ณ 12 เดือน
อาการคงค้างมีได้มากมายหลายแบบ ตั้งแต่เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก มีปัญหาเรื่องความคิดความจำสมาธิ เครียด ซึมเศร้า ชัก ปวดท้อง ท้องเสีย เบื่ออาหาร หรือภาวะอื่นๆ ที่รุนแรง เช่น ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น
ดังนั้นการไม่ติดเชื้อย่อมจะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในต่างประเทศมีการเตรียมระบบสาธารณสุขเพื่อช่วยให้คำปรึกษา และดูแลรักษาภาวะ Long COVID อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการเช่นกัน เพราะจำนวนเคสติดเชื้อกว่าล้านคน ยังไงต้องมีผู้ที่มีภาวะ Long COVID อย่างแน่นอน และหากไม่ได้รับการดูแล ก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และผลิตภาพในการทำงานด้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่หยิบยกประเด็นนี้มา เพราะต้องการชี้ให้เห็นอีกด้านหนึ่งของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ที่มีความพยายามจะผลักดันนโยบายเปิดการท่องเที่ยวมากมายหลายจังหวัด ตลอดจนแผนในการเปิดประเทศ ในขณะที่สถานการณ์ระบาดยังรุนแรง กระจายไปทั่ว ก็ย่อมจะคาดการณ์ได้ว่าจะมีการติดเชื้อแพร่เชื้อในคนจำนวนมากขึ้นดังที่ปรากฏให้เห็นกันจากบทเรียนกล่องทรายและ 7+7
จึงขอให้พิจารณาให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มิฉะนั้นอาจเห็นเหมือนหนังม้วนเดิมเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่จะเกิดผลกระทบหนักกว่าเดิม เพราะสถานการณ์พื้นฐานทั้งเรื่องการระบาดตอนนี้ที่หนักกว่าปีก่อน และทรัพยากร ต้นทุนของประชาชนร่อยหรอลงไปมาก การตัดสินใจนโยบายจึงไม่สามารถพลาดได้อีกแล้ว
ปีก่อนเป็น Blue คริสตมาสและปีใหม่ แต่หากหนักกว่าเดิมจะเป็น Black จากผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...ชะลอการเปิดการท่องเที่ยวหลากหลายจังหวัด และการเปิดประเทศไปก่อนเถิดครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขอให้ประชาชนอย่างพวกเราดำรงชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวเสมอ
ใส่หน้ากาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
วางแผนเรื่องการเงินการใช้จ่าย และการลงทุนให้ดี และระวังเรื่องมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ
เชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายระมัดระวัง เราจะประคับประคองกันไปอย่างปลอดภัย
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116991</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ลองโควิด, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612840b590316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้อใจ!สส.ปชป.บ่นวัคซีนมาช้ามาน้อย ไม่เหมือนที่รัฐบาลสัญญา  ปิดหมู่บ้าน​แต่ล้มเหลวทางศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.ย.64-น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ห่วงหน้าพะวงหลัง.. งานสภาวันนี้วันสุดท้ายแล้ว ทำพรบ.วิจัยและนวัตกรรมให้ผ่านประชุมรัฐสภา​บ่ายนี้ รอรับพระบรมราชโองการ​โปรดเกล้าปิดสภา.. เป็นอันเสร็จหน้าที่ส.ส.ในสภาในสมัยประชุม​นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่กระบี่ติดโควิดปิดหมู่บ้านกัน.. วัคซีนมาช้ามาน้อย ไม่เหมือนที่รัฐบาลสัญญา.. คนแก่ติดเตียง คนพิการยังรอคอยเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขไปฉีดให้ที่บ้าน&amp;nbsp; เพราะที่ขนมาได้ก็ขนออกมาหมดแล้ว เพื่อไหร่จะมีนโยบาย อพม สนธิ อสม ตั้งงบให้ออกฉีดคนเปราะบางที่บ้านสักที..เหลือไม่มากแล้ว ทำไมไม่ทำให้ครบ วันนี้จะหารือรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วัคซีนโดนเลื่อนอีกแล้ว ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ห้องคลอดปิด ห้องผ่าตัดทำความสะอาดฆ่าเชื้อ คนเยี่ยมไข้นำเชื้อมาติด ผู้ป่วยฟอกไตติดเชื้ออีก&amp;nbsp; หมอเหนื่อยจนหมดแรง.. พยาบาลไม่ได้กลับบ้านมาสามเดือนแล้ว... ข่าวว่าปกครองท้องถิ่นเริ่มเคืองสาธารณสุข​ในบางพื้นที่เพราะต้องรับกันแต่นโยบายส่วนกลาง..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประกาศปิดหมู่บ้าน​ เป็นบวกต่อสาธารณสุข&amp;nbsp; แต่ล้มเหลวทางเศรษฐกิจ.. ประชาชนยากจนสิ้นทางออก จากคนทำมาหากินได้กลายเป็นผู้ที่ต้องรอรับถุงยังชีพ.. เมืองนอกเมืองนาเปิดประเทศกันแล้ว เราคงต้องเปิดในหกเดือนนี้ถ้าวัคซีนมาทัน.. รัฐบาล​ควรประกาศให้ประชาชนออกจากความกลัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระดมวัคซีนมาฉีด.. เดินหน้าชีวิตได้แล้ว.. ลูกอุปการะการศึกษารายงานมา อ่านแล้วท้อใจ นักศึกษา​มหาลัย มียายตาแก่ มียาง2ไร่ และมีน้องพิการ พ่อหายแม่ตาย เค้ารายงานมาแบบนี้.. ใจเราคิดอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​Atk เป็นอุปกรณ์​สำรอง&amp;nbsp; อุปกรณ์​หลักคือวัคซีน..&amp;nbsp; กับภูมิคุ้มกันหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ใครใครก็รูัว่าตอนนี้ราคาatk ลงมากขนาดไหน&amp;nbsp; สามเดือนก่อนเคยได้มา ราคา 250บาท เดือนก่อนได้ข่าวว่ามีขาย 75บาท ทั้งระบบขายกัน 250บาท.. เพื่อนส่งมาของ อ.ย. 175บาท ขายกันกระหน่ำเมือง.. หน่วยงานท้องถิ่นยังตั้งราคาซื้อกัน 250บาท.. โฆษณา​เต็มบ้านเต็มเมือง.. ตรวจสอบกันดีหน่อยมัยคะ.. บ้านเมืองบอบช้ำพอแล้ว..ทำงานรักษาชีวิตชาวบ้านด้วยความซื่อสัตย์ในสภาวะวิกฤติ​ ได้บุญ​ดับเบิลเลยนะคะ.. ไม่ต้องเข้าคุก เมื่อไหรระบบตรวจสอบคอรัปชั่นจะทำงานได้จริง.. ไม่ใช่พิธีกรรมสักที&amp;nbsp;&amp;nbsp; สะท้อนความทุกข์ชาวบ้านคือหน้าที่ส.ส.
#ผู้แทนน้ำผึ้ง #กระบี่อยู่ที่ใจ #ประชาธิปัตย์กระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116989</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), การฉีดวัคซีนโควิด-19, ปิดหมู่บ้าน, พิมพ์รพี  พันธุ์วิชาติกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609c6f88d46c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักไวรัสวิทยา&#039;ยกเคสสิงคโปร์การติดเชื้อจะหายไปจากวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ไม่น่าจะเกิดขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.64- ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 81% ประชากรของสิงคโปร์ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม (ส่วนใหญ่ได้รับ mRNA vaccine ของ Pfizer) และ 84% ได้รับวัคซีนไปแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม ... ความคาดหวังคือ การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 น่าจะอยู่ในวงจำกัดจากภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ในประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อเท็จจริงคือ จำนวนเคสของผู้ติดเชื้อกำลังไต่ระดับขึ้นสูงคล้ายๆกับช่วงระบาดตอนต้นปี แต่ข้อมูลผู้ป่วยอาการหนัก และ เสียชีวิตของสิงคโปร์อยู่ต่ำมาตลอด และ ยังไม่มีวี่แววว่าจะสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนช่วยป้องกันโรค แต่การว่าคาดหวังว่าตัวเลขการติดเชื้อจะหายไปจากวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้... ต้องยอมรับว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116988</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, การสร้างภูมิคุ้มกัน, ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0d84a4e7ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แนะผู้ปกครอง​ให้วัคซีนป้องกันโควิดในเด็ก จะต้องมีความปลอดภัยสูงมากจึงจะคุ้มค่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

10 ก.ย.64 -&amp;nbsp; ศ.นพ.ยง ภูาวรรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา&amp;nbsp; คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด-19 วัคซีน
การให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก
ยง&amp;nbsp; ภู่วรวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 10 กันยายน พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนควรได้รับวัคซีน แต่ปัญหาโรคโควิด 19 มีความรุนแรงในผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว
เด็กถึงแม้จะเป็นโควิด จะมีอาการน้อย โอกาสเป็นปอดบวมน้อยมาก และยิ่งน้อยมาก ๆ ที่จะเสียชีวิตจากโควิด-19
การให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็ก วัคซีนจะต้องมีความปลอดภัยสูงมาก จึงจะคุ้มค่า เพราะตัวเด็กเอง โดยเฉพาะวัยเรียน เป็นแล้วไม่รุนแรง นอกจากจะนำเชื้อมาสู่ผู้แก่ ผู้เฒ่าที่บ้าน หรือทำให้เกิดการระบาดได้โดยเฉพาะในโรงเรียน ที่มีคนอยู่ร่วมกันมากๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้&amp;nbsp; mRNA&amp;nbsp; วัคซีนในเด็กอายุ 12-17 ปี มีความเสี่ยงในการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ถ้าคำนึงถึงผลได้ ผลเสียในระยะเวลา 120 วัน เด็กอายุ 12-17 ปี ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 mRNA 1 ล้านคน จะป้องกันการเสียชีวิตในเด็กชายได้&amp;nbsp; 2 คน และถ้าเป็น เด็กหญิง 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าฉีดวัคซีน&amp;nbsp; mRNA&amp;nbsp; เข็มที่ 2 มีโอกาศเป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ในเด็กวัยชาย (12 ถึง 17 ปี) 59 -69 คน เด็กวัยหญิง 8-10 คน ใน 1 ล้านคนที่ฉีดวัคซีน ใน (ประเทศสหรัฐอเมริกา) MMWR July 9 2021; 70 (27): 977 -982
กลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ควรจะได้รับวัคซีนก่อนให้มากที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรค และอัตราการเสียชีวิตก่อน แล้วถ้าวัคซีนมีมากเพียงพอ ทุกคน ก็ควรได้รับวัคซีน รวมทั้งเด็กด้วย
ความเสี่ยงและประโยชนที่ได้ จะต้องนำมาประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครอง​
#หมอยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116232</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนเด็ก, การฉีดวัคซีนโควิด-19, วัคซีน  mRNA, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e99149268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
