<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.-เครือข่ายองค์กรประชาชนแนะ 5 ข้อใช้หลักสิทธิมนุษยชน แก้ปัญหาการชุมนุมทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 7/2564 ระบุว่า&amp;nbsp; คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายองค์กรประชาชน มีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่มีแนวโน้มที่จะขยายความรุนแรงขึ้นและนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางในเดือนสิงหาคมนี้ จากความขัดแย้งและไร้ทางออกของรัฐบาลที่ยากจะแก้ไขปัญหาให้เกิดเสถียรภาพและสันติสุขในบ้านเมืองได้ เนื่องจากความผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลที่เผด็จอำนาจฉ้อฉลโดยมิชอบมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครป. และเครือข่ายองค์กรประชาชนเห็นว่า ทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงทางสังคมในสถานการณ์ที่ประเทศเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงนั้น ทุกฝ่ายโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องใช้หลักสิทธิมนุษยชนเป็นวิธีการจัดการปัญหา เพื่อหยุดอาชญากรรมแห่งรัฐและความรุนแรงทางสังคมโดยสันติ ซึ่งครป.และเครือข่ายองค์กรประชาชน มีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ทางการเมืองและขอเรียกร้องดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;1. ขอคัดค้านการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 2 เดือน เนื่องจากการประกาศใช้กฎหมายพิเศษมากว่า 1 ปี 4 เดือนนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ-นิติธรรมตามครรลองประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาและทำกลไกรัฐตามปกติให้ไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงขอคัดค้านการออกประกาศข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 30 วันที่ 1 สิงหาคม 2564 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ฉบับที่ 9 วันที่ 3 สิงหาคม 2564 โดย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งทั้ง 2 ฉบับล่าสุดนั้นเจตนาเป็นการตั้งใจใช้อำนาจรอนสิทธิ์พลเมืองและละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยข้ออ้างการระบาดของโรคโควิด ทั้งที่สามารถใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ได้ ก่อนหน้านี้ การที่รัฐบาลออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 ฉบับที่ 27-29 ก็เพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและเสรีภาพในการนำเสนอข่าวซึ่งเป็นการคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชนและคุกคามประชาชนอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ เพื่อต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนั้น เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างสันติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทยและหลักสิทธิมนุษยชนที่กฎหมายอื่นจะเหนือกว่าไม่ได้ โดยเฉพาะเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่รัฐบาลจะละเมิดไม่ได้ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเข้าคุกคามเพื่อปิดกั้นสิทธิดังกล่าวไม่ได้ แต่จะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ใช้สิทธิทางการเมืองดังกล่าวตามกรอบรัฐธรรมนูญและหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ดังนั้น เพื่อใช้สิทธิทางการเมืองดังกล่าวอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้ชุมนุมจัดการชุมนุมโดยสันติ อดทน อดกลั้นและช่วยกันจัดการปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้เกิดการยั่วยุ การใช้ความรุนแรงและปลุกระดมความเกลียดชัง รวมถึงประสานงานเตรียมทีมแพทย์อาสากรณีมีคนบาดเจ็บเฉพาะหน้าและมาตรการป้องกันโควิดระบาดอย่างเข้มงวด หากเกิดเหตุความรุนแรงและสถานการณ์วิกฤตที่ไม่สามารถควบคุมได้ ขอให้สถาบันการศึกษาและวัดเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ส่วนเจ้าหน้าที่จะต้องไม่ใช้ความรุนแรงและบุกเข้าไปคุกคามจับกุมผู้ชุมนุม และกระทำการใดๆที่อาจเป็นเหตุในการขยายความขัดแย้งรุนแรงต่อไปจนยากแก้ไขและเกิดเหตุจลาจลอลหม่านอันเป็นวิกฤตรัฐที่ล้มเหลวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดความคิดการสลายการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากการชุมนุมที่ผ่านมายังไม่ปรากฏลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุถึงขั้นที่รัฐบาลต้องตัดสินใจใช้มาตรการในการสลายการชุมนุมและพึงระวังการละเมิดหลักการสลายการชุมนุม กฎและมาตรฐานสากลในการใช้กำลัง และอย่าใช้ทหารเข้ามาแก้ปัญหาการเมือง โดยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อยุติความรุนแรงและการสร้างเงื่อนไขการปะทะ โดยออกมาตรการเท่าที่จำเป็นเพื่อปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคนตามภาระหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่ากับประชาชนกลุ่มใด และขอเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องคุ้มครองนักกิจกรรมเพื่อสังคม ยุติการดำเนินคดีแกนนำประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยมิชอบ โดยใช้ความรุนแรงและการข่มขู่คุกคาม โดยขอให้ดำเนินนโยบายเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) ในอนาคตเพื่อเริ่มต้นกระบวนการจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติและสร้างความปรองดองภราดรภาพในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยวิถีทางการเมือง เช่น โดยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทันที ซึ่งจะเป็นการรับผิดชอบต่อปัญหาความแตกแยกรุนแรงที่เกิดขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ เนื่องจากศูนย์กลางของปัญหาคือความไร้ความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต่อปัญหาของชาติบ้านเมือง จนทำให้ตำแหน่งนั้นไร้เกียรติและสูญเสียความไว้วางใจจากประชาชนจนหมดสิ้นแล้ว หาไม่แล้วการหลงยึดติดในอำนาจอาจทำให้สังคมเกิดกลียุคขึ้นในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองร่วมกัน โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างจริงจัง และเน้นการเจรจาในการแก้ไขปัญหา สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นระบบบนหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญจะต้องเข้ามามีบทบาทในการยุติการขยายความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงบทบาทของรัฐสภาในการหาทางออกจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ขอให้รัฐสภาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเร่งด่วนเพื่อเป็นทางออกในวิกฤตประชาธิปไตย รวมถึงการปฏิรูปสถาบันต่างๆ ให้ส่งเสริมและสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็เป็นบทบาทของรัฐสภาเช่นกัน และหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลให้มีการเสนอเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้สมาชิกจากพรรคร่วมรัฐบาลยกมือออกเสียงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อแสดงความรับผิดชอบร่วมกันก่อนสถานการณ์จะบานปลายจนไร้ทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครป. และองค์กรภาคประชาชน ขอให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันจับตาสถานการณ์ความรุนแรงร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสร้างบรรยากาศสันติประชาธรรมในการพูดคุยหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่ใช้ความรุนแรงทั้งกายภาพและทางวาจาที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) การจงใจยั่วยุหรือสร้างเงื่อนไขให้เกิดสถานการณ์ หรือสนับสนุนในการสร้างความรุนแรงทางสังคมหรือต่อผู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดอคติและความเกลียดชังทางสังคมจนเกิดการสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดทางอาญาจนเกิดความรุนแรงทางสังคมที่ขยายบานปลายออกไปได้ เพื่อร่วมกันสมานฉันท์เพื่อชาติบ้านเมืองขับไล่รัฐบาลฉ้อฉลออกไปโดยฉันทามติของสังคมโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
สถาบันสังคมประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112415</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมทางการเมือง, ครป., พรก.ฉุกเฉิน, ม็อบไล่ประยุทธ์, หลักนิติรัฐ-นิติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107c16a97672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิด้าโพล&#039; เผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่กังวลจะเกิดเหตุรุนแรง ชี้ม็อบชุมนุมยืดเยื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การชุมนุมทางการเมือง จะจบอย่างไร&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 28 ตุลาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่ประชาชนกังวลว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด จากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 22.63 ระบุว่า ความรุนแรงทางการเมืองระหว่างประชาชนด้วยกัน รองลงมา ร้อยละ 20.73 ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศจะย่ำแย่ไปกว่านี้ ร้อยละ 13.36 ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบที่ 2 ร้อยละ 12.30 ระบุว่า การเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคมไทย ร้อยละ 11.47 ระบุว่า ไม่มีเรื่องใดให้น่ากังวล ร้อยละ 7.67 ระบุว่า การเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ร้อยละ 6.00 ระบุว่า มีมือที่สามสร้างความรุนแรงทางการเมือง และร้อยละ 5.84 ระบุว่า การเกิดรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ว่าจะจบอย่างไร พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 19.44 ระบุว่า รัฐบาลยอมทำตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม รองลงมา ร้อยละ 15.79 ระบุว่า มีความรุนแรงทางการเมือง แล้วรัฐบาลลาออก ร้อยละ 12.53 ระบุว่า มีความรุนแรงทางการเมือง ต่อด้วยรัฐประหาร ร้อยละ 11.39 ระบุว่า มีความรุนแรงทางการเมือง แต่รัฐบาลควบคุมได้ และผู้ชุมนุมลดน้อยลงจนต้องเลิกชุมนุมไปเอง ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 11.31 ระบุว่า ภาครัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุมได้ ร้อยละ 7.52 ระบุว่า ผู้ชุมนุมประกาศยุติการชุมนุมเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ร้อยละ 4.25 ระบุว่า เกิดการรัฐประหาร ก่อนที่จะมีความรุนแรงทางการเมือง ร้อยละ 0.53 ระบุว่า รัฐบาล และผู้ชุมนุมสามารถเจรจาต่อรองกันได้ และร้อยละ 5.85 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ว่าจะจบลงเมื่อไร พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.29 ระบุว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อไม่จบ รองลงมา ร้อยละ 12.15 ระบุว่า ภายในปลายเดือนธันวาคม 2563 ร้อยละ 11.92 ระบุว่า ภายในต้นปี 2564&amp;nbsp;ร้อยละ 9.79 ระบุว่า ภายในกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 ร้อยละ 6.68 ระบุว่า ภายในปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 ร้อยละ 3.42 ระบุว่า ภายในกลางเดือนธันวาคม 2563 และร้อยละ 1.75 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;


	แห่แชร์ภาพ &amp;#39;ไมค์&amp;#39; หมดสติ &amp;#39;จาตุรนต์&amp;#39; งับทันทีถูกจนท.ซ้อม-ป่าเถื่อนมาก
	รพ.พระรามเก้า แถลงอาการป่วย &amp;#39;ไมค์-กวิ้น-รุ้ง&amp;#39;
	&amp;#39;บิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;#39; แป้ก!&amp;nbsp;
	รวมพิกัดชู 3 นิ้ววันนี้!จับตาไคลแม็กซ์งาน &amp;#39;นวมทอง&amp;#39; ต่อต้านเผด็จการ
	ชาว 3 นิ้วได้เฮ! สภ.นนทบุรี-อุบลฯ เพิกถอนหมายจับ &amp;#39;เพนกวิน-ไมค์-รุ้ง&amp;#39;
	ร้อนสุดๆ &amp;#39;จ่านิว&amp;#39; แจงยิบปมหลอกรณรงค์ให้คนไม่เข้ารับปริญญา แต่ตัวเองเข้ารับมากับมือ
	สส.โรม โพสต์เศร้า! รำลึก 14 ปี &amp;#39;ลุงนวมทอง&amp;#39; เซ่นรัฐประหาร
	&amp;#39;ทนายความ&amp;#39; สอนกฎหมาย &amp;#39;ดอกเตอร์&amp;#39;
	เดือดจนได้ &amp;#39;โบ้&amp;#39; เหลืออดทุบ &amp;#39;อ๋อย&amp;#39; หากินกับเด็ก!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82432</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมทางการเมือง, นิด้าโพล, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e02c8cd1d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายความมั่นคงขีดเส้น &#039;ม็อบปลดแอก&#039; เคลื่อนขบวนได้ถึงแค่ &#039;สะพานมัฆวานรังสรรค์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.63 - แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ว่า เป็นเพียงการทดลองรวมตัวและเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะต่อรองให้กลุ่มผู้ชุมนุมส่งตัวแทนเดินทางมายื่นหนังสือ แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมและจะเคลื่อนขบวนมาทั้งหมด ก็จะให้อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เนื่องจากตามกฎหมายการชุมนุมต้องอยู่ห่างจากทำเนียบรัฐบาล 50 เมตร และห่างจากเขตพระราชฐาน 150 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการใช้ยุทธการมัฆวานรังสรรค์นั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มองผู้ชุมนุมเป็นศัตรู เพราะคำว่ายุทธการจะเอาไว้ใช้รบกับข้าศึกเท่านั้น ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้พื้นที่สนามหลวงในการชุมนุมนั้น ขณะนี้พื้นที่สนามหลวงแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนอีกด้านหนึ่งสามารถใช้ชุมนุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการชุมนุมครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนที่จะมีการนัดชุมนุมจริงในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่สภาฯจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอ หากพิจารณาดูรายละเอียดแล้วทางส.ว.โหวตคว่ำร่างไม่เอาด้วยก็จะเข้าทางกลุ่มผู้ชุมนุมใน 1 เงื่อนไขทันทีที่ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77407</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมทางการเมือง, การเมือง, ม็อบ19กันยา, หน่วยงานความมั่นคง, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f426297b87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot;ขอให้ทุกมหา&#039;ลัย ดูแลนศ.แสดงออกทางการเมืองแนวทางที่ถูกต้อง ไม่ก้าวล่วงสถาบันฯ  ไม่อยากเห็นการนองเลือดอีก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ส.ค.63-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย กรณีกลุ่มนักศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยมีประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ทปอ.ราชภัฏ ทปอ.ราชมงคล สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่ง ประเทศไทย (สสอท.) และตัวแทนมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วม ว่า ตนได้นำความห่วงใยของรัฐบาล ถ่ายทอดให้แก่อธิการบดีมหาวิทยาลัยได้ทราบ รวมทั้งขอให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ดูแลนักศึกษาทุกฝ่ายที่จะแสดงออกทางการเมืองให้ดำเนินการไปในแนวทางที่ถูกต้อง และที่สำคัญจะต้องไม่ก้าวล่วง จาบจ้วง หรือละเมิด สถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากสถาบันนี้ถือเป็นหลักชัยของบ้านเมือง และเป็นเสาหลักของความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งสถาบันกษัตริย์ยังมีพระมหากรุณาธิคุณกับมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ดังนั้นจึงไม่สามารถให้มีการดำเนินการที่ก้าวล่วงได้ และการดำเนินการในลักษณะนี้ยังถือว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย แต่หากเป็นเรื่องเรียกร้องในเรื่องอื่นๆ รัฐบาลยินดีที่จะรับฟัง และอาจจะมีการร่วมสนับสนุนในบางเรื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราไม่ปรารถนาที่จะให้มีการปะทะ หรือมีความขัดแย้ง และไม่ต้องการเห็นการนองเลือดของนักศึกษา หรือประชาชน ที่แบ่งเป็นพรรคพวก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับครั้งแล้วครั้งเล่า ว่า ต้องใช้ความเยือกเย็น สุขุม และต้องเห็นนักศึกษาทุกฝ่ายเป็นลูกเป็นหลาน เป็นอนาคตของประเทศ เราจะไม่เห็นนักศึกษาเป็นคนละฝ่ายกับรัฐบาล ซึ่งอธิการบดีทุกแห่งก็ยืนยันที่จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และยืนยันในความจงรักภักดีที่ชาวมหาวิทยาลัยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงจะถือปฏิบัติว่าจะต้องไม่มีการปราศรัย หรืออธิปรายในเรื่องนี้ ซึ่งผมก็กำชับการดำเนินการต่างๆ ว่าจะต้องให้ความสนใจนักศึกษาเป็นพิเศษ ถือว่านักศึกษาเป็นผู้ช่วยหรือที่ปรึกษาให้แก่มหาวิทยาลัย อย่ามองเป็นปัญหาให้มองเป็นพลังของสังคม เพราะที่ผ่านมาสังคมเรามีพลังนักศึกษาเข้ามาช่วยเติมเต็มให้สังคมมีความสมบูรณ์และไปในทิศทางที่ดีขึ้นอยู่ตลอด นอกจากนี้ผมมีเรื่องที่จะเรียกให้ทุกคนทราบ ว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะให้เรื่องนี้จบลงในเวลาอันรวดเร็ว ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อให้มีความสงบสุขและเกิดสันติสุขอย่างมากที่สุด เราสามารถที่จะถกเถียงกันได้ โดยไม่ทะเลาะกัน เราไม่มีเจตจำนงที่จะปิดเกมให้เร็ว ไม่มีเกมอะไรทั้งสิ้น&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการชุมนุมของนักศึกษานั้น มีระเบียบที่ชัดเจน คือ มหาวิทยาลัยจะไม่อนุญาตให้คนที่ไม่ใช่ชาวมหาวิทยาลัย นิสิต นักศึกษา เข้ามาใช้สถานที่จัดชุมนุม การชุมนุมจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะนิสิตนักศึกษาในสถาบันนั้น มีการตรวจสำเนาบัตรประจำตัวนิสิตนักศึกษา และจะต้องไม่มีอาวุธ รวมถึงมีระบบคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการการชุมนุมต่างๆ เป็นไปด้วยความมีระเบียบเรียบร้อย ซึ่งตนมองว่าควรจะทำให้ดี ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความวุ่นวาย และเป็นความขัดแย้งได้ และหากมีใครปราศรัยในลักษณะก้าวล่วง จาบจ้วง หรือละเมิด สถาบันพระมหากษัตริย์ ก็จะต้องมีความรับผิดชอบเป็นรายกรณีไป เนื่องจากกฎหมายยังคงมีการบังคับใช้ และนักศึกษาทุกคนต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ใต้กฎหมาย จะต้องระมัดระวัง และตนเองก็รู้สึกเสียใจ เราไม่ควรที่จะมองว่าเป็นสิทธิของนักศึกษาที่อยากจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่เราเองก็จะใช้ความสุขุมอย่างที่สุด เพราะว่าเด็กก็คือเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวเรื่องมีคนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ ติดตามนักศึกษาที่เป็นแกนนำนั้น นายเอนก กล่าวว่า ทุกมหาวิทยาลัยก็ดูแลเรื่องนี้อยู่ และจากการหารือ พบว่า บางมหาวิทยาลัยได้ให้นักศึกษาแกนนำไปพักในหอพักของมหาวิทยาลัย แต่ตนยังไม่ได้รับรายงานจากมหาวิทยาลัยใดว่าเรื่องในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น ส่วนกรณีเรื่องการไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่จัดการชุมนุนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ตนมองว่าเป็นสิทธิที่จุฬาฯ จะพิจารณาได้ เพราะเรื่องเหล่านี้มีกระบวนการในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74444</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มหาวิทยาลัย, การชุมนุมทางการเมือง, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, นักศึกษาชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353ccf1d7ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot;วอนอย่าชุมนุมการเมืองช่วงนี้  เสี่ยงติดโควิด-19 ส่วนผู้จัดต้องมีความรับผิดชอบทางกม.ด้วย/จันทร์นี้แจกฟรีัหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ก.พ.63-นายอนุทิน ชาญวีรกุล &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณาสุข(สธ)แถลงถึงสถานการณ์การระบาดโรคโคโรนาไวรัส 2019 โดยกล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองขณะนี้ว่า วันนี้มีการประกาศให้โควิด-19 &amp;nbsp;เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อพ.ศ.2558 และอาจจะมีการประกาศอะไรต่อไป ตามอำนาจ พ.ร.บ.ฉบับนี้ตามมาอีก ซึ่งการออกประกาศดังกล่าว ก็เพื่อป้องกันโรค &amp;nbsp;และทำให้การทำงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกัน และควบคุมโรคมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และสามารถตัดสินใจดำเนินการต่างๆได้รวดเร็ว โดยถ้าหากจำเป็นก็สามารถประกาศให้เมืองใด เป็นเขตติตดต่อของโรค สั่งห้ามการเดินทางเข้าออก หรือบังคับรักษา กักกันโรค ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ปปฎิบัติงานได้อย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.สธ.กล่าวอีกว่า และขอใช้โอกาสนี้ เรียนต่อพี่น้องทั้งหลาย ทราบมาว่าจะมีการรวมตัวลูกๆหลานๆ แสดงออกทางการเมือง กราบเรียนไปถึงผู้ปกครองว่า ช่วงนี้ มีการระบาดโรคติดต่อไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ซึ่ง สธ.ในนามของรัฐบาล แพทย์ พยาบาล เราต่อสู้โรคนี้ม 2เดือนเต็ม สามารถยืนสู้กับโรคนี้ได้ เราพบผู้ป่วยในจำนวนควบคุมได้ ให้การรักษาได้ ลำดับการพบเจอผู้ป่วย 2-3 สัปเดาห์แรก ไทยอยู่อันดับ 2 รองจากจีน แต่วันนี้อยู่ในอันดับที่ &amp;nbsp;13 &amp;nbsp;แสดงว่าเราทำได้ดีมาตลอด &amp;nbsp;ในการเสริมสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน &amp;nbsp;เพราะยิ่งมีผู้ป่วยน้อยการระบาดก็น้อยลง แต่การที่ โรคโควิด-19นี้ สามารถระบาดได้จากละอองฝอย น้ำมูก น้ำลาย เวลาไอจาม ระบาดได้จากการสัมผัสตัวกัน &amp;nbsp;แต่เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ คือ การไม่รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; สธ.มีหน้าที่แจ้งเตือนขอร้องทุกคนให้ความร่วมมือมากที่สุด อย่าให้ถึงขั้บังคับเลย ถ้าไม่ยอม ก็จะเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าสถานการณ์ปกติเราคงปล่อย แต่นี่ไม่ปกติ ถ้าติดเชื้อ อาจติดกันหมด &amp;nbsp;เพราะว่าการชุมนมโดยมีคนเยอะขนาดมากๆ จะสุ่มเสี่ยงต่อการระบาดของโรคและจะทำให้การควบคุมการระบาดเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะถ้ามีใครติดโรคสักคน ต้องติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดอีกไม่ต่ำกว่า 30-40 คน &amp;nbsp;แต่ถ้ามีคนติดเชื้อเป็น 100 คน หรือเป็นพันคน &amp;nbsp;ก็จะต้องติดตามคนอีกจำนวนมาก เรียนได้ว่ากำลังความสามารถของสธ. คงมีไม่พอแน่นอน &amp;nbsp;ห้องไม่พอ สถานพยาบาลไม่พอ ก็จะเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องโต &amp;nbsp;แม้เขาจะใส่หน้ากากอนามัย มีเจลล้างมือ คนจัดชุมนุมต้องหาความปลอดภัย&amp;nbsp;เรื่องนี้จึงมีเรืองกฎหมายด้วย ถ้าการชุมนุมตรงนั้นแพร่กระจายเชื้อ แล้วเดินหน้าจัด &amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในวันจันทร์ที่ 2มี.ค.นี้ ทางสธ. ที่ประกอบด้วย 9 กรม &amp;nbsp;9ตึก รวมทั้งสำนักปลัดสธ.(สป.สธ.) จะทำการแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน คนละไม่เกิน 3แผ่นต่อราย เพื่อลดภาระให้ประชาชน &amp;nbsp;และความกังวลความเดือดร้อนของประชาชนที่หาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้ และขอกราบเรียนขอร้องอย่าให้มีการเวียนมารับ หรือกักตุนเพื่อนำไปขาย ซึ่งหากรู้จะดำเนินการตามกฎหมายผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนเดือดร้อนไม่ควรทำเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมขอกราบแทบเท้าเลย ขอให้ท่านนึกถึงประโยชน์ส่วนรวม อย่าเวียนเทียนมา กักตุนเพื่อขาย เราไม่สามารถเช็คบัตรประชาชนใครได้ทุกคน &amp;nbsp; ใครมาเอาไปขายถือว่าบาปหนัก เราต้องคิดถึงเพื่อนร่วมชาติ มารับและเอาไปใช้ แต่เราจะไม่ให้ข้าราชการสธ.มารับด้วย เพราะถือว่าเป็นผู้มีความรู้เรื่องป้องกันโรคติดเชื้อนี้ &amp;nbsp; ใครที่ซื้อไม่ได้มารับที่นี่ เราจะแจกระยะหนึ่ง &amp;quot;รมว.สธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ.กล่าวว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชายไทยอายุ 21ปี เป็นพนักงานขาย ใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ และขณะนี้ได้ติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วย ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอวิงวอนประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นอย่าเดินทางไปต่างประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะใน &amp;nbsp;12ประเทศอันดับแรกที่มีความเสี่ยง ถ้าไม่จำเป็นก็หลีกเลี่ยงไปประเทศเหล่านี้ &amp;nbsp;และกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดโรคต้องหลีกเลี่ยง ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการไปสถานที่สาธารณะ ที่มีคนหนาแน่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องยารักษาเชื้อไวรัส ขณะนี้ องค์การเภสัชกรรม(อภ.) กำลังนำเข้าสารตั้งต้น เพื่อผลิตยา ที่เคยสั่งนำเข้าจากจีนและญี่ปุ่น ซึ่งยาดังกล่าวนี้ นำมาใช้กับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อตัวยาเบื้องต้นที่อภ.ผลิต โดยยาเบื้องต้นนั้นไม่ใช่ยาที่ใช้รักษา เพราะยังไม่มียารักษาโดยตรง แต่เป็นยาที่ช่วยประคับประคองบรรเทาอาการ และรอให้ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานดีขึ้น ต่อสู่กับโรคได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58491</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, การชุมนุมทางการเมือง, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200229/image_big_5e5a063e6a0f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธนรักษ์&quot; ชี้เวลานี้ยังไม่เหมาะจัดกิจกรรม หรือชุมนุมการเมือง เสี่ยงอาจแพร่เชื้อไวรัสได้ง่าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.63 - นพ.ธนรักษ์ ผลิรัตน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข้อสอบถามเกี่ยวกับการจัดงาน มอเตอร์ จีพี &amp;nbsp;ที่จ.บุรีรัมย์ การชุมนุมการเมืองจากยุบพรรค เพิ่มความเสี่ยงหรือไม่ นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า นับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแพร่ระบาด ต้องมีการจัดการความเสี่ยงให้ได้ &amp;nbsp;เพราะการที่คนมารวมตัว ไม่รู้ว่ามาจากไหน ไม่รู้ว่าใครป่วย กันย่อมเพิ่มความเสี่ยงแน่นอน แต่สิ่งที่เราต้องทำ คือ ขอความร่วมมือ ใครมีอาการไข้ ไอเจ็บคอ แม้อาการจะเบาแค่ไหน ต้องไม่ออกไปร่วมงาน สิ่งนี้สำคัญที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้จัดต้องบริหารจัดการทุกวิธี&amp;nbsp; ต้องคัดกรองคนไข้ คนไหนไอ&amp;nbsp; จาม หายใจลำบาก ต้องให้ออกจากสถานที่บริเวณงาน ผมเข้าใจว่าประเด็นซับซ้อนมากกว่าการ การจัดงานมอเตอร์ จีพี ที่ จ. บุรีรัมย์ คนจะเข้าไปตัวจังหวัดก่อนงานเริ่มจำนวนมาก และอาจมีการไปเที่ยวตามที่ต่างๆ คำแนะนำ ต้องคัดกรองคนเข้างาน แจกเจลล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย ต้องทำทั้งผู้ร่วมงาน และผู้จัด คนเข้าไปขายของ &amp;nbsp;เป็นการเฝ้าระวังในชุมชน &amp;nbsp; ส่วนโรงแรม ร้านอาหาร จะต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน สอดส่องว่ามีผู้ป่วยเข้าไปในพื้นหรือไม่&amp;nbsp; &amp;quot;นพ.ธนรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการชุมนุมทางการการเมือง &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ก็อยู่ในหลักการเดียวกัน ถ้าไม่อย่างเพิ่มความเสี่ยง ก็อย่าจัดเลย &amp;nbsp;เพราะไม่ใช่เวลาที่เหมาะ มันจะเป็นการไปสนับสนุนไวรัสให้มันแพร่เชื้อได้โดยง่าย ถ้าจำเป็นต้องจัด คิดว่ามีหลายวิธีที่จะแสดงความไม่เห็นด้วยทางการเมือง แสดงความไม่พอใจ ถ้าสามารถทำทางอื่นได้ ก็แนะนำให้ทำทางอื่น เป็นการมองจากมุมมองด้านการแพทย์และการสาธารณสุข &amp;nbsp;ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมกับเรื่องที่ยังไม่สำคัญ จำเป็น &amp;nbsp; เพราะสุขภาพของคนเป็นเรื่องที่สำคัญจำเป็นที่สุดกิจกรรมบางอย่าง ถ้าชะลอได้ก็ควรชะลอ ถ้าจำเป็นจริงๆต้องจัด ก็ต้องปฎิบัติตามคำแนะนำ คนที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บ คอ ก็อย่าไปรวมตัวกันเลย &amp;nbsp;เพราะจะนำโรคไหให้กับคนอืนๆอีกจำนวนมาก &amp;nbsp;และคนจัดกิจกกรม ก็ควรคำนึงสุขภาพคนอื่นด้วย &amp;nbsp;ต้องมีการคัดกรองคนไข้ และต้องมีการดำเนินการเหมือนงาน มอเตอร์ จีพี คนจัดก็ตค้องรับผิดชอบต่อคนที่เชิญชวนมา &amp;nbsp;ต้องเตรียมหน้ากากอนามัย แอลกอฮฮอล์ &amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องทางแพร่เชื้อ หรือถ้ามีการแจกจ่ายอาหารเครื่องดื่ม ต้องเป็นอาหารร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น การจัดงานชุมนุมช่วงนี้ิ งานมีความละเอียดที่ต้องจัดการค่อนข้างเยอะ เป็นประเด็นทุกฝ่ายต้องพิจารณาดีๆ ว่าท่านคิดจะทำอะไรกันอยู่&amp;quot;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57863</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, การชุมนุมทางการเมือง, นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e50d3602c3d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิด้าโพล&#039; ระบุกว่า 31% ไม่เห็นด้วย&#039;ปิยบุตร&#039;จะอภิปรายนอกสภา ย้ำคนส่วนใหญ่ไม่เคยไปร่วมชุมนุมการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ท่านจะไปชุมนุมประท้วงทางการเมืองหรือไม่&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 12 &amp;ndash; 13 กุมภาพันธ์ 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค &amp;nbsp;ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,255 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการไปชุมนุมประท้วงทางการเมือง การสำรวจอาศัย &amp;nbsp;การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย &amp;nbsp;(Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเข้าร่วมชุมนุมประท้วงทางการเมืองของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 91.87 ระบุว่า ไม่เคยเข้าร่วมชุมนุมประท้วงทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 8.13 ระบุว่า เคยเข้าร่วมชุมนุมประท้วงทางการเมือง ด้านการตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมประท้วงของประชาชน หากมีนักการเมือง/พรรคการเมือง/กลุ่มการเมือง รณรงค์ให้ชุมนุมประท้วง &amp;nbsp; ทางการเมืองบนท้องถนน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.87 ระบุว่า จะไม่ไป เพราะ รู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นการสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลัวเกิดการจลาจลเหมือนครั้งก่อน ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บางส่วนระบุว่า ขอติดตามข่าวทางโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน และไม่ชอบการเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ รองลงมา ร้อยละ 14.02 ระบุว่า ไม่แน่ใจ เพราะ ต้องดูรายละเอียดต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมการชุมนุม เช่น วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม &amp;nbsp;การชุมนุม สถานที่ แกนนำ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องดูสถานการณ์ในขณะนั้น และร้อยละ 3.11 ระบุว่า จะไป เพราะ มีอุดมการณ์ที่เหมือนกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการ ขณะที่บางส่วนระบุว่า อยากให้ประเทศพัฒนามากกว่านี้ และไม่ชอบรัฐบาลชุดปัจจุบัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวคิดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะเดินสายอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน นอกสภา หากพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินยุบพรรค พบว่า ร้อยละ 20.00 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะ พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นสิทธิที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล จะสามารถเดินสายอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ชอบรัฐบาลชุดปัจจุบัน อยากให้ยุบสภา ร้อยละ 11.71 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ การอภิปรายนอกสภาเป็นการแสดงออกทางการเมือง &amp;nbsp;ทำให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชอบนโยบายพรรคอนาคตใหม่เป็นการส่วนตัว ร้อยละ 11.16 ระบุว่า &amp;nbsp;ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ขณะที่บางส่วนระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจควรทำเฉพาะในรัฐสภาเท่านั้น ไม่สมควรทำนอกสภา ร้อยละ 31.95 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ การอภิปรายไม่ไว้วางใจควรอยู่ในสภาเท่านั้น ถ้านอกสภาเปรียบเสมือนการประท้วง ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองแย่ลง และร้อยละ 25.18 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57288</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมทางการเมือง, นิด้าโพล, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ยุบพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e488a21b3a73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
